กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 650: ยมทูตวิญญาณ
เวลากำหนดหนึ่งปีภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
ใกล้เข้ามาทุกขณะ
อู่ อวี้ ยังมีเรื่องค้างค้างอยู่อีกสิ่งหนึ่ง ฉะนั้นเขา
ต้องเร่งรีบทำมันให้สำเร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไป
ได้
แม้ว่า เจดีย์ล่องกำเนิด จะช่วยลดเวลาไปได้
ครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่ก็ยังถือว่ามากอยู่ดี
ยิ่งกว่านั้น อู่ อวี้ ยังเป็นห่วงว่าพวกมันจะคิดค้นหา
หนทางแย่งชิง เจดีย์ล่องกำเนิด
“ เวลามีไม่พอที่จะให้ข้าขัดเกลายกระดับ พลัง
อิทธิฤทธิ์ อีกทั้งยังไม่มีทรัพยากรอย่างโอสถ หรือ
วิญญาณเซียน พอที่จะทำให้ร่างอวตารแข็งแกร่ง
ขึ้นได้ วิธีเดียวที่จะทำให้ฝีมือของข้าแข็งแกร่งขึ้น
ได้อย่างรวดเร็วนั่นก็คือหุ่นเชิดใน เจดีย์ล่องกำเนิด
”
อู่ อวี้ ไตร่ตรองอยู่เป็นเวลานานถึงสิ่งที่ต้องกระทำ
เมื่อพื้นฐานฝึกตนพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 9 ความเหี้ยม
หาญอหังการของเขาก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด
หลังจากนั้นเขาจึงเข้าไปท้าทายหุ่นเชิดที่อยู่ภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิด อีกครั้ง
ในความเป็นจริง การปรากฏกายของเงาร่าง ฉี
เทียนต้าเซิ่น ทั้งยังให้คำชี้แนะแนวทางให้แก่เขา
ทำให้ อู่ อวี้ ได้สัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ มากมายรวมถึง
ความเชื่อมั่นที่บัดนี้ได้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด! ทำ
ให้กระทั่งยามนี้การที่เขาจะทะลวงสู่ตำหนักม่วง
ทะเลมรกต ขั้นที่ 10 ได้ก็ยังนับว่ามีความเป็นไปได้
สูง!
เต๋าของ อู่ อวี้ นั้นบริสุทธิ์ไร้มลทินเป็นอย่างยิ่ง
เหนือกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันหลายเท่านัก
เหนือกว่าผู้อยู่ในอาณาจักรจิตเทวะเสียด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าทุกสรรพสิ่งจำเป็นต้องหมุนเวียน
ตามวัฏจักร เขายังปรารถนาความก้าวหน้าขึ้นอีก
เล็กน้อย
ทว่าพลังฝีมือในปัจจุบันนั้นเพียงพอแล้ว!
ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด สะอาดสะอ้านไร้ที่ติ มือ
ข้างหนึ่งของ อู่ อวี้ กำลังถือจับ พลองหมื่นมังกร
ที่ทุกคนต่างใฝั่ฝันปรารถนา พลองหมื่นมังกร เต็ม
ไปด้วยรูปสลักมังกรนูนสูง ตอนนี้กำลังเหินทะยาน
มันอยู่ตรงมือของเขา ราวกับมังกรจำนวนนับไม่
ถ้วนกำลังโอบล้อมร่างกายของ อู่ อวี้ เอาไว้
หลังจากนั้นมังกรก็แผดเสียงร้องคำรามออกมา
ท่ามกลางความเลือนราง การเชื่อมโยงระหว่างเขา
กับพลองหมื่นมังกร ได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
ขณะเดียวกันทางฝังของ พลองหมื่นมังกร ก็
ยอมรับว่าเขาเป็นเจ้านายของมันมากยิ่งขึ้น
ชิ้นส่วนบางชิ้นของเจ้าเทวะเพลิงมันยังคงอยู่
ภายใน เวทีเซียนเหลียว ซึ่งบางส่วนก็ถูกพวกมัน
เก็บเอาไว้ จึงทำให้ยามนี้เจ้าเทวะเพลิงมาร ไม่อาจ
ฟืนฟูกลับสู่สภาพสมบูรณ์ได้ชั่วคราว
สำหรับเขาแล้วผู้พิทักษ์หุ่นเชิดมีค่าอย่างใหญ่
หลวง โดยเฉพาะ เจ้าเทวะเพลิงมาร ถือได้ว่ามี
คุณค่าอนันต์ เขาย่อมไม่ยอมให้ผู้ใดหน้าไหน เขา
จะไม่ยอมปล่อยให้ชิ้นส่วนของมันถูกแยกออกจาก
กัน แล้วถูกทิ้งไว้ในถุงจักรวาลของผู้อื่นเด็ดขาด
ทันใดนั้น วงเวท และ หุ่นเชิดทั้ง 9 ก็ปรากฏต่อ
หน้าเขาอีกครั้ง เริ่มจากสี แดง, ส้ม, เหลือง, เขียว,
คราม, น้ำเงิน, ม่วง, ดำ , ขาว ส่องแสงสว่างเจิด
จ้า
เนื่องจากปัจจุบัน อู่ อวี้ สามารถยกระดับพื้นฐาน
ฝึกตนเพิ่มขึ้นได้สองระดับอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้
หุ่นเชิดดั้งเดิมที่อยู่ภายในวงเวทสีถูกแทนที่
ท่ามกลางวงเวททั้งหมด วงเวทสีดำและสีขาว ได้
ปรากฏหุ่นเชิดตัวใหม่ ซึ่งมีความแข็งแกร่งเป็น
อย่างยิ่ง
กล่าวได้ว่าหุ่นเชิดภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด มีอยู่
อย่างไร้สิ้นสุด!
ในบรรดาหุ่นเชิดทั้งเก้า ตัวที่แข็งแกร่งมากที่สุดก็
คือตัวสีขาว ซึ่งเทียบเท่ากับระดับ ก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะ ขั้นที่ 7! ถ้า อู่ อวี้ สามารถครอบครองมันได้
เขาจะกวาดล้าง เส้นทางเซียนบรรพกาล นี้อย่าง
แน่นอน
ซึ่งมันหมายความว่า อู่ อวี้ จำเป็นต้องมีพลังฝีมือ
สูงล้ำมากกว่านี้ ถึงสามารถเอาชนะมันได้ เมื่อ
เวลานั้นมาถึงเขาจะสามารถกวาดล้าง เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ยกเว้นโอรสเล่อกับสมัครพรรค
พวกที่หายตัวไปแล้ว
สิ่งที่เขาจะทำในตอนนี้ก็คือ ต่อสู้ท้าทายกับหุ่นเชิด
ที่อยู่ในวงเวทสีดำ
ถ้าให้กล่าวถึงความแข็งแกร่งของพลังพลังฝีมือ
หุ่นเชิดที่อยู่ภายในวงเวทสีม่วง จะเทียบได้กับ ก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 5 ทว่า อู่ อวี้ ไม่ต้องการ
ที่จะต่อสู้กับมัน เพราะมันหาได้สำคัญกับเขาไม่ สิ่ง
ที่เขาต้องการในตอนนี้ก็คือเอาชนะหุ่นเชิดที่อยู่ใน
วงเวทสีดำเท่านั้น
” ช่างน่าประหลาด ไฉนหุ่นเชิดที่อยู่ภายในวงเวทสี
ดำถึงมี 2 ตัว? ” หมิงซวง เกิดความสงสัย
อู่ อวี้ เองก็เพิ่งสังเกตเห็นเช่นกัน เมื่อก่อนหน้านี้
พวกมันยังมิได้ปรากฏตัวขึ้นในวงเวทสีดำ กล่าวได้
ว่านี่คือครั้งแรกที่พวกมันปรากฏกายขึ้น
หุ่นเชิดทั้งสองมีร่างกายบอบบางสูงยาว เสมือนดั่ง
ลำต้นไม้ไผ่ 2 ต้น เนื่องพวกมันยังอยู่ในวงเวทจึง
ทำให้เห็นรายละเอียดทุกอย่างได้ไม่ชัดเจน ไม่เห็น
แม้กระทั่งว่ามันเป็นสีดำหรือขาว
เมื่อพวกมันก้าวข้ามผ่านวงเวทออกมา เขาก็สัมผัส
ได้ถึงกลิ่นอายวิญญาณแปลก ๆ
” คาดว่ามันทั้ง 2 ตัวจะต้องรวมพลังต่อสู้ ระดับ
พลังฝีมือเทียบเท่ากับ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ ขั้นที่
6 มิเช่นนั้นหากพวกมันแข็งแกร่งเท่า ๆ กัน การ
ท้าทายในครั้งนี้ก็ยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่างยิ่ง จึง
ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่พวกมันจะปรากฏตัวขึ้นพร้อม
กัน 2 ตน ”
เอาเข้าจริง ๆ ต่อให้มันจะมาสักกี่ตัว สำหรับ
ปัจจุบันไม่มีทางที่มันจะขัดขวางสกัดกั้นเจตจำนง
ของ อู่ อวี้ ได้
เขาเดินเข้าไปหาวงเวทสีดำด้วยความมุ่งมั่นแน่ว
แน่ ถือเป็นการต่อสู้ข้าม 7 ระดับอีกครั้ง ซึ่งแม้แต่
ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวง หุ่นเชิดที่มีพลัง
ฝีมือระดับนี้จะนับว่าล้ำค่ามากทีเดียว
เมื่อ อู่ อวี้ เดินเข้าไปหาวงเวทสีดำอย่างมุ่งมั่น
หลังจากนั้นหุ่นเชิดที่อยู่ภายในวงเวทสีอื่น ๆ ก็จม
หายลงไปในพื้นธรณีของ เจดีย์ล่องกำเนิด
” สักวันหนึ่งข้าจะกลายเป็นผู้ควบคุม เจดีย์ล่อง
กำเนิด อย่างสมบูรณ์ เมื่อถึงวันนั้นเขาก็ไม่
จำเป็นต้องต่อสู้ท้าทายกับเหล่าหุ่นเชิดอีกต่อไป
แล้วก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ทุกตัว ”
สุดท้ายก็เหลือเพียงวงเวทแสงสีดำ แสงสีดำส่อง
เจิดจ้าแผ่รัศมีไปทั่วทุกทิศทาง ท่ามกลางความมืด
อันแปลกประหลาดพิสดารนี้ได้บังเกิดเป็นกลิ่นอาย
วิญญาณแผ่ขยายปกคลุมกระจายไปทั่ว เจดีย์ล่อง
กำเนิด แล้วทันใดนั้นแสงสีดำก็หายไป!
หลังจากวงเวทหายไป อู่ อวี้ ก็สามารถมองเห็นคู่
ต่อสู้ทั้งสองของตนเองได้อย่างชัดเจน
“ ที่แท้ก็เป็นยมทูตขาวดำเช่นนั้นหรือ ” เมื่อเห็น
ถนัดตา อู่ อวี้ รู้สึกตกใจเล็กน้อย
หุ่นเชิดทั้ง 2 ตัวที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้ มี
ลักษณะเสมือนดั่ง ยมฑูตขาวดำ ในตำนานเรื่อง
เล่า แม้ว่าวัสดุที่นำมาใช้สร้างหุ่นเชิดทั้งสอง ทำมา
จากสมบัติวิเศษที่เป็นเหล็กกล้า ทว่าอันที่จริงแล้ว
กลับดูเสมือนเนื้อหนังมังสาก็มิปาน หุ่นเชิดทั้ง 2
สวมใส่ชุดคลุมยาวสีขาว และ สีดำ สวมหมวกยาว
ทรงสูงตรงปลายแหลม ตัวสีขาวแลบลิ้นออกมา
ยาวประมาณหนึ่งฉือ
หากสังเกตผิวพรรณพวกมันทั้งสองอย่างใกล้ชิด
ตัวสีดำก็มืดสนิทดวงตาคมกริบราวใบมีด ส่วนตัวสี
ขาวก็ซีดเผือดไร้ซึ่งสีโลหิตมาเจือปน มีภูติ
วิญญาณมากมายรายล้อมอยู่รอบตัวพวกมัน ราว
กับว่าพวกมันจะหายไปได้ทุกเมื่อ แรงกดดันที่มัน
ปลดปล่อยออกมาเปียมล้นไปด้วยจิตสังหารแห่ง
การฆ่าฟัน เมื่อหุ่นเชิดตัวสีขาวแสยะยิ้ม ให้
ความรู้สึกเย็นเยือกน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
รอยยิ้มนี้ให้ความรู้สึกเสมือนว่า มันสามารถมอง
ผ่านความคิดของอีกฝั่ายได้ ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็น
รู้สึกขนพองสยองเกล้าขึ้นอย่างฉับพลัน
หุ่นเชิดทั้งสองถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ ดูเหมือน
ฉายานามของมันจะมีชื่อว่า ยมทูตขาวดำ อีกทั้ง
ยังสามารถมองเห็นวงเวทจำนวนมากเต็มไปด้วย
ความซ้ำซ้อนลึกล้ำ ประทับอยู่บนร่างของมันได้
อย่างชัดเจน หากว่าได้ครอบครองหุ่นเชิดทั้งสอง
ความล้ำค่าของมันเทียบเท่าได้กับ ศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ เลยทีเดียว
ในมือของหุ่นเชิดตัวสีดำถือจับโซ่เหล็กสีดำ เมื่อ
มองดูแล้วดูเสมือนดั่งอสรพิษก็ไม่ปาน สิ่งนี้น่าจะ
ถูกสร้างขึ้นตามตามตำนาน มันคือ ‘ตะขอกระชาก
วิญญาณ’ ในตำนาน ส่วนเล็บมือทั้งสองข้างนั่นก็
แหลมคมดุจใบมีด คาดว่าความแหลมคมของมัน
สามารถเจาะทะลุทะลวง ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ได้ไม่
ยาก
ส่วนหุ่นเชิดตัวสีขาวถือไม้ขนาดใหญ่เอาไว้ในมือ
ซึ่งมันดูเสมือนดั่งไม้โศกาในตำนาน เปียมล้นไป
ด้วยน้ำหนักอันมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วน
ปลายของแท่งไม้ คือปลายแหลมที่ยื่นออกมา ไม้
โศกา ดูค่อนข้างคล้ายคลึงกับ พลองหมื่นมังกร
ของ อู่ อวี้ ที่สามารถบดขยี้ผู้คนจนโลหิตสาด
กระเซ็นได้
ในเวลานี้หุ่นเชิดทั้งสองยังไม่ยอมโจมตีแต่อย่างใด
มันจะทำเพียงแค่ยืนอยู่นิ่ง ๆ เท่านั้น ทว่า
เพียงแค่นี้ ‘ยมทูตขาวดำ’ ก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้
อย่างแท้จริง
แต่…พวกมันไม่สามารถทำให้กลัว อู่ อวี้
หวาดกลัวได้
“ร่างจำแลงเซียนวานร!”
“เทียมฟั้าจรดดิน!”
เจตจำนงแห่งการต่อสู้ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ ได้
พุ่งทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์ อย่างที่ไม่เคยเป็นมา
ก่อน! ด้วยภัยคุกคามที่มาจากยมทูตขาวดำในเวลา
นี้ ส่งผลให้ อู่ อวี้ ไม่เพียงแต่ใช้ร่างจำแลงเซียน
วานร แปรเปลี่ยนกลายเป็นวานรทองคำอันแสนดุ
ร้ายบ้าคลั่ง แต่ยังยกระดับกายเนื้อขึ้นไปสู่จุดสูงสุด
บังเกิดเป็นพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวม้วนกวาด
ผ่านออกไปรอบทิศทาง ในมือถือจับ พลองหมื่น
มังกรพิภพอนันต์ แข็งแกร่งทรงพลานุภาพสุดจะ
เปรียบปาน เสมือนดั่งผู้ที่จะบดขยี้ทำลายล้าง
สวรรค์และปฐพีให้สิ้นสูญ
ยมทูตขาวดำไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด กระทำเพียง
แลมอง อู่ อวี้ เตรียมพร้อมรบ จากนั้นก็ลงมือ
โจมตีทันที! อันที่จริงแล้วการเคลื่อนไหวของพวก
มันในเวลานี้ บังเกิดขึ้นจากวงเวทนับหมื่น ๆ วง
หมุนวนทำงานอย่างพร้อมเพียง
ตูม!
กล่าวได้ว่ายมทูตขาวดำมีความเร็วสูงล้ำเป็นอย่าง
ยิ่ง ไม่อาจทราบได้ว่าแท้จริงแล้วพวกมัน
ขับเคลื่อนด้วยวงเวทประเภทใด เพียงเคลื่อนไหว
ก็บังเกิดเป็นเงาร่างพร่าเลือนปรากฏขึ้นทั่วทั้ง
เจดีย์ล่องกำเนิด ถ้าไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ มีเนตรเพลิง
คงเป็นเรื่องยากที่เขาจะค้นหาตำแหน่งที่แท้จริง
ของพวกมันได้
ทางฝังยมทูตขาว ทั่วทั้งร่างของมันถูกปกคลุมไป
ด้วยแสงสีขาวเจิดจ้า เมื่อแสงสาดส่อง นอกจากจะ
บดบังวิสัยทัศน์การมองเห็นแล้ว ยังบั่นทอนสัมผัส
การรับรู้อีกด้วย
เนื่องจากพวกมันอยู่ร่วมกัน ส่งผลให้ระดับการ
ประสานงานของพวกมันสูงล้ำเป็นอย่างยิ่ง
ช่วงเวลาที่พวกมันลงมือโจมตี ก็ปลดปล่อยเคล็ด
วิชาของตนออกมาเต็มที่ เช่น ยมทูตดำ แม้ว่า อู่
อวี้ จะเห็นตำแหน่งของมัน ทว่าหลังจากที่เขาใช้
เทียมฟั้าจรดดินไปแล้ว ส่งผลให้ความเร็วลดลง
เป็นอย่างมาก จึงไม่สามารถตอบสนองต่อ
ความเร็วของมันได้ทัน
ระหว่างที่ร่างกายของเขาขยายใหญ่เสมือนดั่งอสูร
ยักษ์ ยมทูตดำก็มาปรากฏกายขึ้นที่เบื้องหลังของ
อู่ อวี้ พร้อมทั้งเหวี่ยง ‘ตะขอกระชากวิญญาณ’
พุ่งทะยานออกไป เกี่ยวพันเข้าที่ลำคอ อู่ อวี้ จาก
ด้านหลัง ในมือกำโซ่กำแน่น ชายชุดคลุมยาวดำ
ทมิฬลากลงสู่พื้น ตามย่างก้าวของยมทูตทมิฬซึ่ง
อยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้ แล้วทันใดนั้นมันก็กระชาก
ตะขอลงมาทันที!
ชั่วขณะนั้นเอง บนร่างของมันก็บังเกิดสายอัสนี
ทมิฬ แล่นประกายขึ้นไปตามตะขอกระชาก
วิญญาณ พุ่งโจมตีเข้าใส่ร่างกายของ อู่ อวี้ สาย
อัสนีนี้ดูราวกับอสรพิษก็มิปาน ตามมาด้วยเสียงดัง
เปรี๊ยะ ๆ ที่ดังก้องกังวานขึ้น
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ คือยมทูตขาวที่ปรากฏกายขึ้น
ต่อหน้าสายตาของเขา ‘ไม้โศกา’ ขนาดใหญ่ในมือ
ของมัน ส่องประกายแสงสีขาวเจิดจ้า จนถึงขนาด
ทำให้ผู้คนตาบอดกันได้เลยทีเดียว ซึ่งการระเบิด
พลังที่กักเก็บไว้ในไม้โศกานี้ คือรูปแบบการโจมตีที่
แท้จริงของยมทูตขาว
หนึ่งปิดล้อม หนึ่งจู่โจม!
เป็นรูปแบบที่สอดผสานกันอย่างลงตัว
อย่างไรก็ตาม สำหรับ อู่ อวี้ ในเวลานี้แล้ว การ
เอาชนะพวกมันนั้นมิใช่เรื่องง่ายเลย!
เปลี่ยน!
พลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดินของเขา สามารถยืด
ขยายร่างกายให้ใหญ่ขึ้น และย่อหดเล็กลงได้
หลังจากขยายร่างกายจนถึงจุดสูงสุด และกำลังถูก
จู่โจมด้วยตะขอกระชากวิญญาณจากอีกด้านหนึ่ง
เขาก็ย่อร่างกายให้หดเล็กลงทันที หดลงมาจนสูง
เพียงแค่หนึ่งฉื่อเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำ
ให้ความเร็วของเขาพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ชั่ว
ขณะนี้เอง อู่ อวี้ ก็หลบหนีลี้รอดจากตะขอ
กระชากวิญญาณของยมทูตดำ ด้วยความเร็วถึง
ขีดสุด!
ตูม!
ด้วยการเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างฉับพลันของ อู่
อวี้ ส่งผลให้การโจมตีจากไม้ขนาดใหญ่ของยมทูต
ขาว เกือบจะฟาดเข้าใส่ศีรษะของยมทูตดำ
ด้วยการเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างอิสระของเทียม
ฟั้าจรดดิน ส่งผลให้รูปแบบการต่อสู้ของ อู่ อวี้
หลากหลายสร้างสรรค์ยิ่ง เมื่อเขาหลบหนีจากการ
โจมตีของยมทูตขาวดำมาได้ เพียงชั่วพริบตา เขา
ก็ยืดขยายร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นคนยักษ์อีกครั้ง
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น พลองหมื่นมังกร ก็ถูกวาด
ผ่านนภากาศด้วยวิถีอันน่าอัศจรรย์ยิ่ง!
ตูม!
ถึงแม้ว่าพวกมันจะร่วมมือกัน ก็ยังถูกอัดกระแทก
ด้วยพลังอันมหาศาลของ อู่ อวี้ จนลอยกระเด็น
ออกไป กล่าวได้ว่าการประมือกันรอบแรก อู่ อวี้
เป็นฝั่ายที่เหนือกว่า
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้เพิ่งเริ่มเท่านั้น!
การเผชิญหน้าต่อสู้ ยมทูตขาวดำ ไม่มีทางลัดแห่ง
ชัยชนะ ไม่มีการต่อสู้ที่จะนำพาไปสู่ความตาย! เขา
ต้องต่อสู้กับหุ่นเชิดทั้งสองที่ใช้การโจมตีแบบผสาน
ร่วมมือกัน ส่งผลให้พลังของมันส่งอนุภาพเป็น
อย่างยิ่ง ระหว่างการต่อสู้เขายังโดนแอบลอบโจมตี
อยู่หลายครั้งหลายครา อีกทั้งยังมีวิชาลับมากมาย
ที่ใช้ในการสังหาร วิชาลับลอบสังหารนี้ร้ายกาจจน
ยากจะหลบเลี่ยงได้
อู่ อวี้ ไม่รีบร้อนเอาชนะพวกมัน เขายังคงพยายาม
เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อขัดเกลาฝีมือของ
ตนเองให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังทำให้เขาสามารถควบคุมพลังของ
‘พลองหมื่นมังกร’ ได้ดียิ่งขึ้น กระตุ้นพลังอำนาจ
แห่งพิภพอนันต์ ระเบิดการโจมตีด้วยอำนาจ
ทำลายล้างมหาศาล บดขยี้ทำลายล้างการ
ประสานงานร่วมมือกันของยมทูตขาวดำลงได้
อย่างไรก็ตามสำหรับ การคว้าชัยเหนือหุ่นเชิด ผู้ไม่
มีความรู้สึกหวาดกลัวใดๆ มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
คือต้องบดขยี้ทำลายมันให้สิ้นซาก
หลังจากผ่านไปสามชั่วยาม อู่ อวี้ ก็เริ่มหอบ
หายใจถี่เหงื่ออาบชุ่มร่างกาย
ภายใต้พลังการโจมตีมหาศาลของ เคล็ดระเบิด
พลังคลั่ง ท้ายที่สุดยมทูตดำก็แหลกละเอียดเป็น
ผุยผง
สำหรับตอนนี้เหลือเพียงยมทูตขาวเพียงตัวเดียว
เท่านั้น การบดขยี้มันย่อมง่ายดายขึ้นมาก
ใช้เวลาไม่นานนักเขาก็สามารถสยบมันลงได้ใน
ที่สุด แต่ก็แน่นอนว่า อู่ อวี้ ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
ไม่เบาทีเดียว นอกจากบอบช้ำภายในแล้ว ริ้วรอย
บาดแผลภายนอกก็ยังปรากฏให้เห็น
ถึงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็มีเวลามาก
พอที่จะฟืนคืนให้สภาพร่างกายสมบูรณ์กลับมา
เป็นปกติ อาการบาดเจ็บที่ได้รับจากยมทูตขาวดำ
นั้น เขาใช้เวลาในการพักฟืนรักษาตนแค่เพียงไม่
นาน
” ดีล่ะ! ในที่สุดข้าก็สามารถต่อสู้พวกมันได้อย่าง
เท่าเทียมเสียที! ” หลังจาก อู่ อวี้ สามารถเอาชนะ
ความ ยมทูตขาวดำ มาได้ ความเชื่อมั่นในจิตใจ
ของเขาก็ร้อนแรงมากยิ่งขึ้น
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ