กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 659: เขตแดนเพลิงเหมันต์ทมิฬ
ยามนี้ เวทีเซียนเหลียว เต็มไปด้วยซากศพ
หลงเหลือเพียง องค์หญิงโย่วเสี่ย เท่านั้น
เมื่อ อู่ อวี้ เรียกยมฑูตด ากลับมา องค์หญิงโย่วเสี่ย
ก็ท าแค่เพียงจ้องมองเขาเท่านั้นแต่ไม่ได้เข้ามาโจมตี
ทั้งสองต่างมองหน้ากัน พลังอ านาจบารมีสะกดข่ม
อันน่าเกรงขาม ความแตกต่างราวกับสวรรค์ และ
ปฐพี บัดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ภายในชมพูทวีปโลกธาตุ อู่ อวี้ ได้สังหารเหล่า
อัจฉริยะราชวงศ์ผู้ฝึกตนเซียน ด้วยน้ ามือตัวเองทีละ
คน ๆ แล้วตอนนี้เหลือนางเพียงล าพังเท่านั้น เหล่า
สหายผู้คุ้นเคยได้ตกตายไปหมดสิ้นแล้ว
แม้แต่ เฟิง เจี้ยนชิง ผู้ครอบครองวิถีกระบี่นิรันดร์ ก็
ยังตกตายไปอย่างกล้าหาญ!
ยากที่จะอธิบายได้ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ผู้เหลือชีวิต
รอดเป็นคนสุดท้ายจะตื่นตระหนกตกใจมากเพียงใด
อู่ อวี้ ยังมิได้กระท าอันใด เป็นเพราะนางนั้นงดงาม
เป็นอย่างมาก เมื่อตกอยู่ในสภาพน่าสงสาร ก็ยิ่งท า
ให้นางน่ารักน่าชังมากขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงาม
ก าลังเศร้าโศก เขาจึงนึกเสียดาย แล้วอยากจะ
ปล่อยให้นางมีชีวิตรอดต่อไปอีกสักหน่อย
ส าหรับตอนนี้เหลือคู่ต่อสู้เพียงคนเดียวเท่านั้น
แม้แต่ หวัง จื่อซุน ก็ไม่มีชีวิตรอดมาขัดขวางหรือท า
ให้ อู่ อวี้ ต้องกังวล ฉะนั้นเขาจึงไม่รีบร้อน
เขาได้ผ่านช่วงเวลายากล าบากที่สุดไปแล้ว เหลืออีก
แค่ครั้งเดียวทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มั่นใจมากว่าตัวเองจะต้องชนะ
เขาจึงวางแผนคิดจะพักฟื้น แล้วปล่อยให้ องค์หญิง
โย่วเสี่ย มีชีวิตรอดไปอีกสักสองสามวัน อีกทั้ง
ปัจจุบันนางเองไม่ได้บาดเจ็บสาหัสร้ายแรงอันใด อู่
อวี้ เองก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้หุ่นเชิดยมทูตขาวด าทั้ง
2 ตัว ได้รับความเสียหายอยู่บางส่วน
เขาเข้าไปใน เจดีย์ล่องก าเนิด แล้วอัญเชิญ ‘เจ้าเท
วะอัสนีโลหิต’ แล้วสั่งให้มันโยน เจดีย์ล่องก าเนิด
ออกจากเวทีเซียนเหลียว สู่พื้นด้านนอก
ระหว่างกระบวนการทั้งหมด องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่ได้
เอื้อนเอ่ยวาจาใดออกมาแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม
นางไม่เชื่อว่า อู่ อวี้ จะปล่อยนางไป
เมื่อการต่อสู้ครั้งนี้เริ่มขึ้นแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจบ
ลง ศึกครั้งนี้หากปล่อยให้คนใดคนหนึ่งรอดไปได้
คน ๆ นั้นจะน าความหายนะร้ายแรงมาให้
หลังจากเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงท้าย องค์
หญิงโย่วเสี่ย ล่วงรู้ทันทีว่า เขาจะปล่อยให้นางมีชีวิต
รอดได้อีกเพียงแค่ไม่กี่วัน หลังจากโอกาสสุดท้ายนี้
หมดไป นางจะต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ ห่วงใยหุ่นเชิด
ของตัวเอง เขาต้องการให้มันฟื้นฟูกลับมาสมบูรณ์
อย่างเต็มที่ ที่ส าคัญเขาเองก็อยากจะตรวจสอบถุง
สมบัติที่เขาได้รับมาทั้งหมด คาดว่าทรัพย์สมบัติที่
อยู่ภายในนั้นจะต้องมีจ านวนมหาศาล แค่มองปราด
เดียว อู่ อวี้ ก็ทราบได้ทันทีว่า ต่อจากนี้เขาก็ไม่
จ าเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเม็ดยาอีกต่อไป
” เจ้าปล่อยนางไปอย่างนี้ ไม่ต่างจากปล่อยเสือเข้า
ปุา ไม่กลัวว่าอีกไม่กี่ปีนางจะย้อนกลับมาสังหารเจ้า
งั้นรึ? ” หมิงซวงถามด้วยความห่วงใย
อู่ อวี้ ตอบกลับมาว่า ” ใครจะไปปล่อยกันเล่า จริง
อยู่ว่าถึงแม้ข้าอาจจะไม่แข็งแกร่งกว่านาง แต่ข้าก็ยัง
มี ยมฑูตขาวด า อยู่ อีกทั้งคนอื่นๆก็ตกตายไป
หมดแล้ว เจ้าคิดว่าข้าจะไม่สามารถจัดการนางได้? ”
หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วัน เขาก็กลับคืนสู่สภาพ
สมบูรณ์ พร้อมลงมือแล้ว
เมื่ออยู่ภายใน เจดีย์ล่องก าเนิด อู่ อวี้ ฟื้นฟูสภาพได้
อย่างรวดเร็ว คาดว่าการบรรลุระดับจิตเทวะคงไม่
ไกลเกินเอื้อม
หุ่นเชิดทั้ง 2 ตัวอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมภายใน
เจดีย์ล่องก าเนิด ซึ่งเรื่องนี้ อู่ อวี้ ไม่อาจเข้าไป
แทรกแซงได้ แต่การซ่อมแซมนี้กลับไม่ได้ใช้เวลา
มากนัก ยมทูตขาวด าก็กลับสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิม
เมื่ออยู่ภายใน เจดีย์ล่องก าเนิด อู่ อวี้ จึงมีเวลา
มากกว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย สองเท่า
นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังอัญเชิญหุ่นเชิด ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับก่อร่างก าเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 5 ออกมาอีกด้วย มันมีนามว่า เจ้าเทวะแปด
กร ซึ่ง เจ้าเทวะแปดกร มีขนาดที่ใหญ่โตเป็นอย่าง
ยิ่ง มันมีแปดกร และ หัวขนาดใหญ่ เสมือนดั้งสัตว์
อสูรซึ่งมีรูปลักษณ์เสมือนดั่งมังกรอันชั่วร้าย
ยมฑูตขาวด า เจ้าเทวะแปดกร รวมถึง อู่ อวี้ ทั้ง 4
ได้ออกมาจากเจดีย์ล่องก าเนิด ข้ามผ่านปราการ
กลับสู่เวทีเซียนเหลียวอีกครั้ง
แม้ว่าหลายวันผ่านไป ทว่าซากศพที่อยู่ใน เวทีเซียน
เหลียว กลับไม่ได้หายไป ทว่าสภาพยิ่งเลวร้ายกว่า
เก่า นอกเสียจากซากศพกระจายเกลื่อนกลาดอยู่ทุก
หนทุกแห่ง ซากศพยังเริ่มแปรสภาพเป็นหน้า
อเนจอนาถมากยิ่ง ผนวกกับกลิ่นคาวโลหิตที่แข็งตัว
โชยกลิ่นเหม็นกระจายคละคลุ้งไปทั่วทุกอณูพื้นที่
ของ เวทีเซียนเหลียว
องค์หญิงโย่วเสี่ย ผู้สูงศักดิ์ก าลังนั่งจับเข่ากอดขา
ร่างกายงองุ้ม ดูน่าอนาถเวทนายังเหลือแสน อยู่อีก
มุมหนึ่งของ เวทีเซียนเหลียว เมื่อแลเห็นว่า อู่ อวี้
ปรากฏกายอีกครั้ง ส าหรับนางแล้ว จะเป็นเสมือน
ดั่งความตายมาเยือน ดังนั้นนางจึงลุกขึ้นด้วย
ร่างกายที่สั่นสะท้าน
นางสวมชุดคลุมสีด า ไอเย็นแผ่ปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย
ภายในดวงตาด าราวน้ าหมึก เสมือนดั่งก้นทะเลสาบ
ลึกอันเย็นเยียบ ริมฝีปากแดงระเรื่อ สีหน้าเย็นชา
เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์อันแสนเย้ายวน ได้รับยกย่อง
ว่าเป็น องค์หญิงแห่ง จักรวรรดิเปุยหมิง เติบโตขึ้น
เหนือผู้คนหลายร้อยล้าน เป็นบุคคลผู้ปกครองทุก
สรรพสิ่ง ดังนั้นอ านาจบารมีที่แผ่ออกมาจึงเหนือล้ า
เป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ อู่ หยู๋ ซึ่งเป็นองค์หญิง หาก
น ามาเปรียบเทียบกับองค์หญิงแห่งจักรวรรดิผู้
บ าเพ็ญเพียรเป็นเซียนแล้ว พวกนางแตกต่างกันราว
กับสวรรค์และปฐพี
นางพยายามสะกดข่มจิตใจ ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏ
กาย นางจึงงัด ศาสตราเต๋าวิถีแท้ พร้อมกับพลัง
อิทธิฤทธิ์เตรียมพร้อมเอาไว้
บางทีหากเป็นผู้อื่นที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้าย คงจะ
ร้องขอความเมตตา และคงไม่ท าเช่นนาง อู่ อวี้
แสดงให้เห็นถึงเจตจ านงที่เย็นชาไร้ความปราณี
อย่างชัดเจน เมื่อเห็นเช่นนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงเลิก
คิดร้องขอความเมตตา พร้องแสดงท่าทางมั่นใจที่จะ
เผชิญหน้าต่อสู้กับ อู่ อวี้
” เจ้าคิดว่า จะรอดกลับไปเช่นนั้นรึ? ” อู่ อวี้ ถามขึ้น
อย่างแผ่วเบา
” แน่นอน ข้านี่แหละที่จะน าความตายมาให้เจ้า ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวด้วยน้ าเสียงเย็นเยียบ
เมื่อเห็นนางมีปฏิกิริยาเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกโล่งใจเป็น
อย่างมาก ความจริงเขาเองก็ไม่ต้องการเห็นผู้สูง
ศักดิ์ ร่ าไห้โอดครวญร้องขอความเมตตากับตนเอง
เขาชอบที่จะพูดคุยกันด้วยวิธีนี้ พูดคุยกันด้วยความ
แข็งแกร่งเสียมากกว่า
อีกทั้งมันยังท าให้เขาไม่รู้สึกผิด เพราะต้องกลายผู้ที่
รังแกคนอ่อนแอ
นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย!
ย๊ากกกกกกกก!
ทั้งสองพุ่งเข้าหากันหมายสังหาร
แน่นอนว่านี่คือการต่อสู้ในแบบสี่รุมหนึ่ง โดยมี อู่
อวี้ กับ หุ่นเชิดทั้งสาม!
ในความเป็นจริง องค์หญิงโย่วเสี่ย กับพรรคพวก
ของนางไม่ได้อ่อนแอแต่อย่างใด เพียงแค่
ความสามารถของ อู่ อวี้ เกินกว่าที่พวกเขาจะ
จินตนาการได้เท่านั้น เมื่อ องค์หญิงโย่วเสี่ย อยู่ใน
สถานะสูงสุด แม้แต่ยมทูตขาวด า ก็ยังยากที่จะ
จัดการได้
“ผลึกเหมันต์ทมิฬจ าแลง”
แรกเปิดฉากการต่อสู้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ใช้มหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ ระหว่างที่เขาต่อสู้กับพญาอินทรี
ทองค าแปดปีก เขาก็เห็นนางใช้พลังอิทธิฤทธิ์นี้
มาแล้ว อันที่จริง องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ใช้ทุกสิ่งทุก
อย่างที่มีไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาเต๋าหรือพลังอิทธิฤทธิ์
ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การคาดการณ์ของ อู่ อวี้
ภายใต้กระแสไอเย็น ทันใดนั้น องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็
กลายเป็นผลึกน้ าแข็งสีด า ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในที่นี้
กลายเป็นผลึกน้ าแข็งจนหมดสิ้นราวกับรูปปั้น
ท่าทางแลสีหน้าของนางตอนนี้ดูเย็นชาไร้ซึ่งความ
แยแส เมื่อ องค์หญิงโย่วเสี่ย อยู่ภายใต้พลังอ านาจ
ของพลังอิทธิฤทธิ์พลังปูองกันของนางจะสูงเป็น
อย่างมาก แม้ว่า อู่ อวี้ จะหักผลึกน้ าแข็งออกจาก
ร่างกายของนาง หลังจากนั้นก็บดขยี้ผลึกน้ าแข็งจน
หมดสิ้น แต่มันก็คืนสู่สภาพดังเดิม เพราะว่าภายใต้
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์นี้ ร่างกายครึ่งหนึ่งของนางจะ
กลายเป็นอมตะชั่วคราว
ในเวลาเดียวกันนั้นผลึกน้ าแข็งอันหนาวเหน็บ ก็แผ่
ไอหมอกทมิฬอันเย็นเยียบออกมา ส่งผลให้อุณหภูมิ
ทั่วทั้ง เวทีเซียนเหลียว ลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมา
ก่อน เพียงไม่นานซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่ เริ่ม
ถูกแช่แข็ง จนแปรเปลี่ยนกลายเป็นประติมากรรม
น้ าแข็งทมิฬทีละชิ้น ๆ ส่วนหุ่นเชิดทั้งสามของ อู่ อวี้
ในเวลานี้ได้ปลดปล่อยพลังออกมามากเป็นพิเศษ
มิฉะนั้นพวกมันก็จะถูกแช่แข็งด้วยเช่นกัน
ส าหรับ อู่ อวี้ บัดนี้กายาเพชรอมตะของเขาก าลัง
เผาไหม้อย่างรุนแรง เมื่อใดที่แตะสัมผัสหรือสูดดม
ไอเย็นนี้เข้าไป เพียงชั่วครู่มันก็ถูกเผาผลาญด้วย
เปลวเพลิงอันร้อนแรงภายในร่างของ อู่ อวี้
นอกจากนี้น้ าแข็งที่ปกคลุมเวทีเซียนเหลียว ซึ่งอยู่ใต้
ฝุาเท้าของ อู่ อวี้ ก็ยังเริ่มหลอมละลายเช่นเดียวกัน
“เขตแดนเพลิงเหมันต์ทมิฬ!”
องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่ครอบครองกายาผลึกเหมันต์
ทมิฬ ยังคงปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง เพื่อปูองกันไม่ให้ อู่ อวี้ เข้าใกล้นาง ตอนนี้
มือทั้งสองข้างของนางก าลังร่ายร าสร้างเป็น
สัญลักษณ์เต๋า ก่อรูปขึ้นเป็นเคล็ดวิชาเต๋า ปากเล็ก
ๆ แดงระเรื่อประดุจดอกเชอรี่ของนางอ้าออก
ปลดปล่อยเปลวเพลิงทมิฬ ลุกโหมกระหน่ าปั่นปุวน
โกลาหลสู่ภายนอก เสมือนดั่งคลื่นมหาสมุทรเปลว
เพลิง ม้วนบิดเป็นเกลียวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้ง
เวทีเซียนเหลียว จนดูเหมือนว่าจะไม่มีที่ให้หลบซ่อน
แม้แต่น้อย!
บางที องค์หญิงโย่วเสี่ย อาจทราบว่า อู่ อวี้ ไม่
สามารถเข้าใกล้ตัวนางได้ ดังนั้นในเวลานี้นางจึง
เลือกใช้การโจมตีจากระยะไกลแทน โดยคิดจะหยุด
ไม่ให้ อู่ อวี้ เข้ามาใกล้ ซึ่งเป็นวิธีการหลบหนีที่ดี
ที่สุดที่นางคิดได้ในตอนนี้
” ดูเหมือนว่าข้าจะดูถูกความมุ่งมั่นในการมีชีวิตอยู่
ของนางมากเกินไป ”
อู่ อวี้ เห็นนางใช้เคล็ดวิชาเต๋า ‘เขตแดนเพลงเหมันต์
ทมิฬ’ ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเปลวเพลิงนี้ ก าลังลุก
โหมกระหน่ าอย่างบ้าคลั่ง ทว่าสิ่งใดก็ตามที่ถูกเปลว
เพลิงนี้แผดเผา จะถูกแช่แข็งด้วยความเย็นสุดขั้ว
ในทันที!
หาก อู่ อวี้ ถูกเพลิงทมิฬนี้แผดเผา ร่างกายของเขา
จะถูกความหนาวเย็นสุดขั้วเข้าคืบคลาน เมื่อใดที่ถูก
แช่แข็ง ก็เท่ากับว่าอยู่ไม่ห่างจากความตายแล้ว
เนื่องจากว่าเพียงสัมผัสแค่ครั้งเดียว ร่างกายของเขา
ก็จะถูกบดขยี้จนแหลกเหลว
เศษซากร่างกายของ พญาอินทรีทองค าแปดปีก
ก่อนหน้านี้ ได้ถูกเปลวเพลิงมหาศาลลุกโหมกลืนกิน
เข้าใส่ ดังนั้นมันจึงได้รับความเสียหายอย่างใหญ่
หลวงจากการโจมตี
บัดนี้เขตแดนเพลิงเหมันต์ทมิฬอันกว้างใหญ่ ได้ปิด
กั้นเส้นทางไม่ให้ อู่ อวี้ รุกคืบไปด้านหน้า โดยที่ไม่
อาจหลีกเลี่ยงแม้แต่น้อย หาก อู่ อวี้ ต้องการฝุาเข้า
ไป เขาก็จะต้องอดทนต่อการเผาผลาญจากเขตแดง
เพลิงเหมันต์ทมิฬนี้
“ช่างมัน ข้าจะฝุาเขาไป!” ถึงจะมีเพลิงทมิฬขวางกั้น
ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังคงตัดสินใจเตรียมพร้อม ล าดับแรก
เขาใช้ร่างจ าแลงเซียนวานร แปรเปลี่ยนกลายเป็น
วานรทองค า ท าให้เจตจ านงและร่างกายแข็งแกร่งดุ
ร้ายอหังการมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การควบคุม พลอง
หมื่นมังกร ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมอิสระมากยิ่งขึ้น
จากนั้นก็ใช้พลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟูาจรดดิน
ปลดปล่อยพลังออกมาถึงขีดสุด โดยการยืดหด
ร่างกายได้อย่างอิสระ ส่งผลให้พลังและความเร็ว
ของเขา เพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า! โดยเฉพาะความ
แข็งแกร่งทางร่างกาย!
บัดนี้เขตแดนเพลงเหมันต์ทมิฬ ก าลังลุกโหม
กระหน่ าเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ยามนี้ อู่ อวี้ ได้
ถูกบีบบังคับให้ฝุาเข้าไปโดยเร็วที่สุด ถ้าให้กล่าวถึง
ความสามารถในการต้านทานความหนาวเย็นจาก
น้ าแข็ง จัดว่า อู่ อวี้ ดีกว่าหุ่นเชิดหลายเท่า ดังนั้นใน
เวลานี้เขาจึงสั่งให้หุ่นเชิดติดตามมาด้านหลัง เพื่อรุก
คืบไปเบื้องหน้า
ฟูม!
ชั่วพริบตานั้น ประกายแสงสีทองก็กระโจนเข้าสู่
เปลวเพลิงทมิฬอันบ้าคลั่งทันที!
ความหนาวเย็นมฤตยูสุดขั้ว ก าลังเผาผลาญกัดเซาะ
ร่างกายของ อู่ อวี้ ไปทั่วทุกแห่งหน เจาะทะลวงเข้า
ไปในเลือดเนื้อของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนี้คงอยู่เพียงชั่วพริบตา
เท่านั้น เนื่องจากว่า อู่ อวี้ รวดเร็วเกินไป อีกทั้ง
ร่างกายของเขายังสามารถทนต่อความหนาวเย็นได้
ด้วยความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ท าให้บังเกิด
เสียงวืดครั้งหนึ่ง อู่ อวี้ ก็แลเห็นร่างของ องค์หญิง
โย่วเสี่ย แล้ว!
อีกฝุายก็เห็นเขาเช่นกัน!
บัดนี้ ร่างของ อู่ อวี้ ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง
ทมิฬ แต่มันก็ไม่สามารถท าให้เขาบาดเจ็บได้
เพียงแต่เขตแดนเพลิงเหมันต์ทมิฬนี้ กลับโหม
กระหน่ าพัวพันอยู่รอบกายของเขาก็เสมือนดั่งฝัง
แน่นอยู่ในกระดูกก็มิปาน ส่งผลให้การเอาชนะ องค์
หญิงโย่วเสี่ย กลายเป็นเรื่องยากล าบากยิ่ง
“ตาย!” องค์หญิงโย่วเสี่ย ปลดปล่อยความสามารถ
ทั้งหมด ทุ่มเทชีวิตต่อสู้กับ อู่ อวี้ เพียงแค่นางไม่
ทราบว่ามันเป็นการกระท าอันไร้สาระ
ฟุบฟุบฟุบ!
สิ่งที่ท าให้นางหดหู่เป็นอย่างยิ่งก็คือ นอกจาก อู่ อวี้
แล้วยังมีหุ่นเชิดติดตามเขามาด้วย อีกทั้งความเร็ว
ของ อู่ อวี้ ยังเป็นสิ่งที่นางไม่สามารถหยุดยั้งได้ ด้วย
เพราะขนาดร่างกายของเขามีความสูงเพียงแค่หนึ่ง
ฉื่อ ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาในระหว่างที่ตัว
เล็กจะลดลง อย่างไรก็ตามเมื่อใช้เคล็ดก้าวเทวะ
ผสานกับเทียมฟูาจรดดิน ร่างของเขาก็กระพริบผ่าน
ไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
จากนั้นก็ฟาดพลองโจมตีทันที ส่งผลให้เขตแดนเพิ่ม
เหมันต์ทมิฬของลดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง
หายไป!
เมื่อนางเปิดช่องโหว่ อู่ อวี้ ก็โจมตีอีกครั้ง!
ภายใต้ค าสั่งของ อู่ อวี้ ในช่วงเวลานี้ ยมฑูตขาวด า
พุ่งผ่าน ร่างของเขาไป แล้วมันก็เปิดใช้วงเวทที่
แข็งแกร่งมากสุด
ยมฑูตด า ก็คือ ‘เวทย์อเวจีสลายวิญญาณ’
ยมทูตขาว ก็คือ ‘เวทย์ประทับแสงทลาย’
ทั้งสองนี้ล้วนเป็นวงเวทโจมตีอันรุนแรงทั้งคู่ ขนาบ
มาจากด้านซ้ายและขวา ทางฝั่งของยมทูตด าเป็น
เสมือนดังอสูรทมิฬ ส่วนยมทูตขาวก็ขยายใหญ่ขึ้น
ประกายแสงเจิดจ้าผสานรวมกับเงาทมิฬ โจมตี
ขนาบเข้าใส่ องค์หญิงโย่วเสี่ย ตรึงร่างของนางเอาไว้
ในชั่วพริบตา บัดนี้นางจึงตกอยู่ท่ามกลางมหาวงเวท
ท าลายล้างทั้งสอง!
ในตอนแรก อู่ อวี้ ก็เคยลองต่อต้านวงเวททั้ง 2 ผล
ปรากฏว่าเขาต้องสูญเสียพละก าลังไปเป็นอย่างมาก!
“เขตแดนเยือกแข็ง!”
อย่างไรก็ตาม องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ร้ายกาจไม่เบา
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้นางยังสามารถใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์ สร้างเป็นเขตแดนขึ้นท่ามกลางวงเวท
โจมตีของยมทูตขาวด า ภายในเขตแดนนี้ต่างเต็ม
เปี่ยมไปด้วยความหนาวเย็นสุดขั้ว ส่งผลให้วงเวททั้ง
สองของยมทูตขาวด าถูกแช่แข็งและเชื่องช้าลง ซึ่ง
พอให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย พักหายใจหายคอได้บ้าง
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ ก าลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของ
นาง มีร่างกายสูงใหญ่กว่าสามจั้ง นางท าได้แค่เงย
หน้ามอง อู่ อวี้ เท่านั้น
ทันใดนั้นเขาก็ฟาด พลองหมื่นมังกร ลงมาอย่างไร้
ปราณี
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ