กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 660: วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
เนื่องจากว่า ‘พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์’ มีมังกร
อยู่นับหมื่นตัวสลักอยู่ภายบนตัวพลอง ดังนั้นจึงรู้สึก
ว่าตัวพลองค่อนข้างหยาบ
มังกรตัวเล็กๆแต่ละตัวที่สลักอยู่ท าให้สามารถรับรู้
ถึงพลังอ านาจของมันอย่างชัดเจน พลังอ านาจที่
สามารถสั่นคลอนฟูาสวรรค์ ซึ่งพวกมันล้วนเชื่อมต่อ
กับ อู่ อวี้ ด้วยพันธะสัญญาเลือด
ดังนั้นเมื่อใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ความรู้สึกลึกๆที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความหยาบกระด้าง
แต่เป็นพลังท าลายล้างที่รุนแรง
หลังจากที่ อู่ อวี้ ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ท าให้
พละก าลังกายเนื้อเพิ่มขึ้นอีก 6 เท่า เขาควงพลอง
หมื่นมังกรอย่างสบายๆ แต่น้ าหนักจริงๆของพลอง
หมื่นมังกรนั้น มันช่างหนักเกินตาเห็นไปมากแล้ว!
องค์หญิงโย่วเสี่ย ใช้พลังอิทธิฤทธิ์ ‘เขตแดนเยือก
แข็ง’ เพื่อขัดขวางค่ายกลสังหารยมทูตขาวด า และ
การโจมตีของ อู่ อวี้ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งส าหรับนาง
แล้วมันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากล าบาก!
ฟึบบบ ฟึบบบ…….
บางทีในยามนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ท าได้เพียงแค่ฟัง
เสียงฉีกกระชากนภากาศอันว่างเปล่าของพลอง
หมื่นมังกร ฉึก!
ครู่ต่อมา เหมันต์ทมิฬจ านวนมหาศาลซึ่งลอยคว้าง
อยู่บนอากาศได้เข้าปกคลุมร่างกายของนาง มันมี
ลักษณะเป็นบอลทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 จั้ง
รอบๆลูกบอลน้ าแข็งนั้นเต็มไปด้วยหนามอันแหลม
คม ส่องแสงอันคมกริบออกมาให้เห็น
แต่ทว่า เมื่อพลองที่มีพลานุภาพสั่นคลอนฟูาดินของ
อู่ อวี้ หวดเข้ากับลูกบอลน้ าแข็ง ส าหรับพลังอ านาจ
ที่ อู่ อวี้ ครอบครองในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดมหา
วิถีเชื่อมสวรรค์อะไรก็ล้วนแต่เปล่าประโยชน์
ตูม!
ลูกบอกลน้ าพลันแข็งระเบิดออก เปลี่ยนกลายเป็น
เศษน้ าแข็งปลิวว่อนออกไปทั่วทุกทิศทาง!
เหมันต์ทมิฬ กระจัดกระจายตกลงเต็มพื้นดิน
ก่อให้เกิดเสียงน้ าแข็งกระทบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อู่ อวี้ รู้ดีว่าการต่อสู้นี้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แต่เดิมเขา
นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี
การสนับสนุนจากยมทูตขาวด า ท าให้ตัวเขา
ครอบครองพลังอ านาจในการสังหารที่น่าหวาดกลัว
บางทีหาก อู่ อวี้ ต้องต่อสู้กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย
เพียงล าพัง ตัวเขาคงไม่สามารถรับมือได้
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะต่อสู้ตัดสินเป็นตายกับนาง อู่
อวี้ ได้ศึกษาเคล็ดวิชาและความแข็งแกร่งของนาง
มาอย่างดี ท าให้ถึงแม้เขาจะให้เวลานางพักฟื้นอีก
2-3 วัน เขาก็ยังคงสามารถเอาชนะนางได้อยู่ดี
เมื่อพลองหมื่นมังกรฟาดลงไป องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็
ไม่อาจจะต้านรับได้ไหว
แม้ว่านางคิดที่จะมีชีวิตรอด แต่ยามนี้นางก็ไม่
อาจจะท าสิ่งใดได้แล้ว
เจตจ านงและอ านาจในการสังหารของ อู่ อวี้ ได้
ท าลายบดขยี้ความตั้งใจเอาชีวิตรอดของนางจนปุน
ปี้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจคือ
ภายใต้การฟาดพลองด้วยอานุภาพท าลายล้าง องค์
หญิงโย่วเสี่ย กลับยังไม่ตกตายไปในทันที นางยังคง
หายใจอยู่อย่างรวยริน เมื่อลูกบอลเหมันต์แตกออก
นางซึ่งแตกกระจายราวกับกระจก ค่อยๆฟื้นฟู
กลับมาสู่ในรูปแบบมนุษย์ดังเดิม
ทว่าตัวนางในยามนี้ซีดเซียว ไร้ซึ่งพลัง ไม่ว่าจะเป็น
เลือดเนื้อ หรือว่ากระดูก ภายใต้พลังท าลายล้างของ
พลองหมื่นมังกร ร่างกายแทบจะทุกส่วนของนางจึง
ถูกบดขยี้จนแหลกเหลว ตัวนางในตอนนี้นอนหอบ
หายใจถี่รัวอยู่บนพื้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่นางจะ
ยืนขึ้นเลย เพียงแค่จะขยับนิ้วสักนิ้วก็ท าได้อย่าง
ยากล าบาก
กายเนื้อของนางถูกท าลายจนสิ้น
เศษน้ าแข็งซึ่งเป็นส่วนของร่างกายนางได้กระจัด
กระจายไปยังทุกส่วนของนาง
ความจริงหากเป็นผู้อื่นโดนเช่นนี้ จะต้องตกตายไป
ในทันที อู่ อวี้ ไม่คาดคิดเลยว่านางจะยังคงยืนหยัด
อยู่ได้
ยามนี้ความตั้งใจของ อู่ อวี้ ได้บรรลุแล้ว ร่างกายจึง
เริ่มผ่อนคลายลง เขาเก็บยมทูตขาวด าให้กลับเข้าไป
ภายใน เจดีย์ล่องก าเนิด จากนั้นย่างก้าวเข้าไปหา
ร่างอันแหลกเหลวของ องค์หญิงโย่วเสี่ย เมื่อเขา
เดินไปถึงด้านข้างของอีกฝุาย เขาก็ใช้พลองหมื่น
มังกรเกี่ยวเอาถุงจักรวาลที่เป็นถึงศาตราเต๋าวิถีแท้
ซึ่งอยู่บนร่างของ องค์หญิงโย่วเสี่ย ขึ้นมาถือไว้ในมือ
ดวงตาสีนิลของนาง ยามนี้ไม่หลงเหลือซึ่งความเย็น
ชาอีกต่อไป แต่กลับแทนที่ด้วยอาการสั่นสะท้าน
หวาดกลัวและสิ้นหวังอย่างแท้จริง ตัวนางราวกับว่า
กลายเป็นกวางน้อยที่อยู่ใต้ฝุาเท้าของนักล่า มองไป
ที่ อู่ อวี้ ด้วยแววตาที่สั่นกลัว
กล่าวตามตรง อู่ อวี้ รู้ดีว่าตนเองได้ตัดสินใจท า
เรื่อง
ที่บ้าบิ่นไป ก่อนที่เขาจะเข้ามาภายในเส้นทางเซียน
บรรพกาล หรือว่าก่อนที่เขาจะมาอยู่บนยอดเขา
แห่งนี้ เขาไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดว่าจะเกิด
เหตุการณ์ดั่งเช่นในตอนนี้ขึ้น
สมบัติของพวกมัน ตราบใดที่มีความเกี่ยวข้องกับ
สถานะและขุมอ านาจของพวกมัน ไม่ว่าจะเป็น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ยันต์เวท หรือว่าสิ่งต่างๆ อู่ อวี้ ก็
จะทิ้งมันไปอย่างไม่เสียดาย
หากว่าเต๋าในใจของเขาไม่มุ่งมั่นมากพอ การท าสิ่ง
บ้าบิ่นเช่นนี้ย่อมเกิดเป็นความสับสนขึ้นได้ แต่ อู่ อวี้
กลับไม่มีความสับสนนี้อยู่เลยเพียงเสี้ยว เขารู้ถึงกฏ
ของโลกแห่งการฝึกตนอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังรู้ถึงสิ่งที่
ตนเองได้ท าลงไป แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตก
ตะลึงอย่างยิ่งเมื่อโลกรับรู้ แต่ด้วยสถานะของผู้ที่สืบ
ทอดมรดกของเซียนอมตะเช่นตัวเขาแล้ว นี่มันก็
ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด
เต๋าของเขาสูงส่งจนพวกมันไม่อาจจะเทียบได้
ในเวลานี้เขามองลงมาพบกับหญิงสาวที่มาจาก
ดินแดนทางฝั่งเหนือของ ดินแดนโบราณเหยียนหวง
จะต้องบอกว่าความตายก าลังอยู่เบื้องหน้าของนาง
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงดงาม แต่จะกลายเป็น
เพียงแค่ความว่างเปล่าในไม่ช้า เนื่องจากว่าเมื่อใดที่
นางตกตายไป ก็เหลือไว้เพียงแค่กระดูกเท่านั้น
นับว่าไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน
“ขอให้เจ้าไปสู่สุคติ” อู่ อวี้ ยกพลองหมื่นมังกรขึ้น
เตรียมปิดบัญชีนาง เมื่อมองเห็นลมหายใจสุดท้าย
ของนาง ยังคงยืนหยัด จึงท าให้รู้ว่านางไม่อาจ
ยอมรับถึงความตายนี้ได้
“ไม่ ข้าไม่อยากตาย อู่ อวี้ ข้ามีหนทางที่จะให้เจ้า
สามารถไว้ชีวิตข้าได้ นี่เป็นวิธีที่เจ้าจะต้องไม่กังวล
ถึงสิ่งใดอีกต่อไป” องค์หญิงโย่วเสี่ย มองไปที่เขา
ด้วยแววตาที่สั่นเทา ภายในดวงตาของนางพลัน
ปรากฎเส้นเลือดฝอยมากมายผุดขึ้นมา
นางต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อให้อยู่รอด ไม่
ว่ายังไงนางก็จะท า
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่คิดที่จะน าตนไปเสี่ยง หาก
นางยังคงมีชีวิตอยู่ มันก็จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อ
ชีวิตของ อู่ อวี้ ได้ในภายภาคหน้า
เขายังคงไม่หยุดมือ ตราบใดที่พลองหมื่นมังกรฟาด
ไปถึงตัวของนาง นางก็จะต้องอ าลาโลกใบนี้อย่าง
แท้จริง
“ชาติหน้าเราค่อยพบกันใหม่ เมื่อถึงเวลานั้น อย่าได้
กลายเป็นศัตรูกับข้าก็พอแล้ว” อู่ อวี้ กล่าวออกมา
ด้วยสีหน้าที่ไม่แยแส
องค์หญิงโย่วเสี่ย เข้าใจดีว่าสิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการคือ
ความปลอดภัยเรื่องความลับทั้งหลายทั้งปวง ในช่วง
เวลานี้ น้ าตาของนางหลั่งรินออกมาเต็มใบหน้า
กล่าวด้วยน้ าเสียงสะอื้น “ข้ามีของบางอย่างที่จะท า
ให้เจ้าสามารถควบคุมข้าได้ราวกับเป็นทาสของเจ้า!
เช่นนั้นเจ้าสามารถปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่ได้ เจ้า
สามารถใช้ จักรวรรดิเปุยหมิง อันรุ่งเรืองมาคอย
สนับสนุนเจ้าได้! เจ้าจะสั่งให้ข้าท าอะไรก็ได้ทั้งสิ้น
เนื่องจากข้าไม่อาจขัดค าสั่งได้! เจ้าจะล่วงรู้ความคิด
ทั้งหมดของข้าได้อย่างง่ายดาย ข้าจะกลายเป็นหุ่น
เชิดของเจ้า อู่ อวี้ เพียงแค่เจ้าไม่สังหารข้า จะถือว่า
เจ้าเก็บเกี่ยวก าไรได้อย่างมหาศาล และตัวข้าก็ไม่
สามารถหลบหนีจากการควบคุมของเจ้าได้ตลอด
กาล!”
คราแรก อู่ อวี้ ไม่คิดเปลี่ยนใจ
แต่เมื่อได้ยินค าพูดของนาง เขาก็อยากรู้ว่าที่นาง
กล่าวออกมาเช่นนี้ มันหมายความว่าอะไร? ทาส?
จักรวรรดิเปุยหมิง? มีชีวิตดั่งหุ่นเชิด?
ความตั้งใจเพื่อให้มีชีวิตรอดสุดท้ายของ องค์หญิง
โย่วเสี่ย ได้ท าให้เขายังไม่รีบสังหารนางลงไป ไม่ว่า
ผู้ใดก็มีความตั้งใจที่จะอยากเอาชีวิตรอด ภายในช่วง
หัวเลี้ยวหัวต่อนี้นางได้เอ่ยถึงสิ่งที่จะแก้ปัญหาทุก
อย่างได้ อู่ อวี้ จึงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้วจุดประสงค์ของเขาเดิมทีไม่ได้มาเพื่อ
สังหารผู้ใดอยู่แล้ว เนื่องจากว่า เขาท าเพื่อที่จะ
รักษาชีวิตจึงต้องถูกบีบบังคับให้ท าการสังหารคน
อย่างช่วยไม่ได้
ยามนี้ อู่ อวี้ มองเข้าไปภายในแววตาของนาง เขา
เห็นเพียงแต่ความหวาดกลัวและสับสน บางทีนาง
อาจจะหวาดกลัว อู่ อวี้ ลึกไปถึงในชั้นจิตวิญญาณ
“หมายความว่ายังไง?” ในเวลานี้ อู่ อวี้ เอ่ยขึ้น ท า
ให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย มองเห็นความหวังที่จะมีชีวิต
รอด
นางยังคงมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่หวาดกลัว
นางพยายามท าให้ตัวเองใจเย็นลง หากนางไม่กล่าว
ออกมาให้ชัดเจน นางก็อาจจะตายได้
นางกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ข้าได้เข้าไปภายในซาก
โบราณสถานแห่งหนึ่ง และได้รับวงเวทโบราณมา
อย่างหนึ่ง มันมีชื่อเรียกว่า ‘วงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ’ หากเจ้าสลักวาดมันลงไปบนร่าง
ของข้า หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ข้าก็จะ
กลายเป็นทาสของเจ้า ความคิดทั้งหมดไม่ว่าข้าจะ
คิดถึงสิ่งใด ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ห่างจากข้าขนาดไหน เจ้า
ก็จะล่วงรู้ถึงมันได้ เจ้าเพียงแค่เพ่งจิต ก็สามารถท า
ให้ข้าตายได้ทุกที่ทุกเวลา เจ้าจะกลายเป็นนายแห่ง
ข้า เจ้าสามารถสั่งให้ข้าท าได้ทุกอย่าง รวมถึงหาก
เจ้าต้องการใช้ จักรวรรดิเปุยหมิง เป็นที่หลบภัย
รวมถึงตัวข้า เจ้าก็ล้วนท าได้ทุกอย่าง…….”
นางยังไม่ทันกล่าวจบ หมิงซวงก็วิ่งออกมา กล่าว
อย่างตกตะลึงว่า “วงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณรึ? มันเป็นวงเวทต้องห้าม ท าไมมันถึงยัง
หลงเหลืออยู่มาจนถึงตอนนี้? ในยุคของข้า เมื่อ
120,000 ปีก่อน ‘วงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณ’ ได้สูญหายไปแล้วโดยการถูกปิดผนึก ยัย
หนูนี่ไปที่ซากโบราณแห่งไหนถึงพบ วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ ได้กัน? นี่เป็นวงเวทที่สูญ
หายไปแล้วมากกว่า 1 ยุค ว่ากันว่ามันหายไปจาก
โลกมนุษย์ราวกับภูติผี มันคือสิ่งที่แสนจะน่ารังเกียจ
และไร้ซึ่งมนุษยธรรม ดังนั้นจึงถูกทุกคนร่วมมือปิด
ผนึกเอาไว้ และวิธีในการสร้างมันก็ถูกเผาท าลายจน
หมดสิ้น”
“สูญหายไปราวกับภูติผี?” อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่า
ระดับของสมบัติชิ้นนี้สูงส่งมากเพียงใด และมันก็
เป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวจนถึงขั้นต้องถูกปิดผนึก
“นี่ไม่ใช่วิธีการอันโหดร้ายของผู้ฝึกตนนอกรีต ถึงจะ
กล่าวว่าหากผู้ใดที่ถูกประทับ วงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ ลงบนร่าง เกรงว่าคงจะน่าเวทนา
ไม่น้อยก็ตามที แต่นางกลับกล้าที่จะเสนอเรื่องวง
เวทนี้ออกมาด้วยตัวเอง เห็นทีส าหรับนางแล้ว การ
เป็นทาสอาจจะดีกว่าตกตายไปก็ได้ม้างง” หมิงซวง
กล่าวออกมาพร้อมแสยะยิ้ม
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” อู่ อวี้ ถาม
หมิงซวง หัวเราะขึ้น กล่าวว่า “จากที่ข้าเคยได้ยิน
มา นางนั้นกล่าวได้ถูกต้องครบถ้วน หากเจ้า
ต้องการท าพันธะสัญญาทาส เจ้าก็เพียงแค่สลักวง
เวทลงบนตัวนาง นางจะกลายเป็นทาสของเจ้า ชีวิต
ของนางจะถูกผูกติดกับตัวเจ้า หากว่าเจ้าตกตาย
นางก็ตายไปเช่นเดียวกัน เจ้าสามารถล่วงรู้ถึงสิ่งที่
นางก าลังคิด หากเป็นเช่นนี้ นางย่อมไม่อาจจะหัก
หลังเจ้าได้ หากยามใดที่นางคิดคดทรยศหรือว่ามี
ความคิดเช่นนั้น เจ้าก็จะสามารถรู้ได้ในทันที และ
จุดที่ส าคัญคือ เพียงแค่ความคิดเดียวเจ้าก็สามารถ
ส่งนางไปสวรรค์ได้ในทันที เจ้าว่า ‘วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ’ นี้ร้ายไม่เบาเลยใช่มั้ยล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น คนอื่นๆยังไม่อาจจะรับรู้ถึงการคงอยู่
ของวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณนี้บนร่างของ
ตัวทาสอีกด้วย อย่างน้อยในโลกนี้ก็ไม่มีคน
เช่นเดียวกับนาง แม้จะกล่าวว่า เจ้ามันเป็นสิ่งที่น่า
รังเกียจจนต้องถูกปิดผนึกเอาไว้ แต่ก็ไม่
เปลี่ยนแปลงที่ว่ามันร้ายกาจสุดๆ”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินค ากล่าวเหล่านี้ตัวเขาก็รู้สึกตก
ตะลึง
บนโลกใบนี้ไยจึงมีพันธะสัญญาทาสที่น่ารังเกียจนี้
อยู่ด้วย ผู้ใดที่ถูกสลักวงเวทนี้ลงไปบนร่าง ก็แทบจะ
ไม่ต่างกับสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งเลยหรือไง แน่นอน
ว่าตราบใดที่คอยรับใช้เจ้านายด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ก็จะถือว่าไม่โหดร้ายเกินไปนัก
หากว่ากลายเป็นทาสด้วยวิธีเช่นนี้ หลังจากที่ออกไป
แล้ว ไม่ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะมีความคิดเช่นใด อู่
อวี้ ก็จะรับรู้ทั้งหมด ทั้งยังสามารถสังหารนางได้
ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้นหากตัวเขาตาย นางก็จะ
ตายไปพร้อมกับเขา
หากเป็นเช่นนี้ยามที่ออกไปเขาก็ไม่ต้องกังวลว่านาง
จะเพ่งเล็งจัดการกับเขา เพราะว่าการที่เขาสามารถ
รู้ความคิดของอีกฝุาย ก็เพียงพอแล้วที่ อู่ อวี้ จะ
จัดการก าจัดนาง
นับว่าน่ากลัวจนขนลุกขนพอง ตราบใดที่ท าพันธะ
สัญญาได้ส าเร็จ ทาสก็จะต้องซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย
คนทั่วไปนั้นหวาดกลัวการถูกท าพันธะสัญญาทาส
ด้วย ‘วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ’ ดังนั้นจึง
ร่วมมือกันปิดผนึกมัน เพราะว่าทุกคนไม่ต้องการที่
จะกลายเป็นทาสของผู้ใด ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ
ความตายแล้ว องค์หญิงโย่วเสี่ย กลับยอมที่จะ
กลายเป็นทาสด้วยวิธีที่ร้ายแรงเช่นนี้
ดูเหมือนว่านางรักตัวกลัวตายอย่างแท้จริง
“อู่ อวี้ ข้าคิดอย่างรอบคอบแล้ว เพื่อที่จะมีชีวิตรอด
ต่อไป หลังจากนี้เจ้าจะกลายเป็นเจ้านายของข้า ข้า
จะยอมรับใช้เจ้าไปชั่วชีวิต” องค์หญิงโย่วเสี่ย เอ่ย
ออกมาด้วยท่าทีจริงจัง
บางทีนางคงทิ้งความเกลียดชังไปแล้ว เพื่อที่นางจะ
ได้มีชีวิตรอด
“เห้ นี่เป็นถึงองค์หญิงแห่งราชวงศ์ของผู้ฝึกตนเลย
นะ เจ้าจะได้กลายเป็นเจ้านายของนางเชียวนะ
ตราบใดที่นางคอยปกปูองเจ้า เจ้าจะมีอ านาจ
ภายใน จักรวรรดิเปุยหมิง เช่นเดียวกับนาง ยิ่งไป
กว่านั้น เจ้ายังสามารถท าเรื่องน่าอับอายกับนางได้
ตลอดเวลาด้วยนะ” หมิงซวง ยกยิ้มอย่างชั่วร้าย
อู่ อวี้ ไม่เอางั้นขอซื้อต่อได้ปะของชอบเลยย
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ