กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 675: วิชาเตาลืมตัวตน
ขณะนี้ ปีศาจหมาปั่าทมิฬ ไม่ได้ทะยานขึ้นมาด้วย
ความจริงหากว่ามันไม่เห็น อู่ อวี้ ใช้กุญแจ
เปิดทาง ด้วยสติปัญญาของมัน ก็ยังคงไม่รู้ว่า
ทางออกนั้นอยู่ที่ไหน
ท้ายที่สุดภายในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ กลับ
กลายเป็นความมืดมิดเข้าปกคลุม ทั่วทั้ง 4 ทิศ
ล้วนมืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด
แต่ยกเว้น ปีศาจหมาปั่าทมิฬ ที่ยังคงเป็นปัญหา
ใหญ่ อู่ อวี้ ไม่อาจวางใจได้สงบหากว่ามันยังอยู่
หากปล่อยมันไว้เช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่ามัน
จะกลายเป็นหายนะลำดับต่อไปบนทวีปแห่งนี้
เขายืนอยู่บนแท่นกลมและขบคิด
“ชวี่ ห้าวหยาง และคนอื่นๆ ไม่สามารถจัดการ
ถอนรากถอนโคน บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ ได้
จึง ทำให้พวกมันทั้งหมดตกตาย ดังนั้นอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง กระทั่งทั้ง ดินแดนโบราณเห
ยียนหวง แน่นอนว่าจะต้องมีการตอบสนอง นี่มัน
ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว”
“เรื่องใหญ่เช่นนี้ พวกมันส่งมาเพียงแค่ กลุ่มของ
ชวี่ ห้าวหยาง เท่านั้น นับว่ามักง่ายเป็นบ้า ต้อง
ขอบคุณ พลองทองสมปรารถนา ไม่เช่นนั้นคงเกิด
หายนะแล้ว”
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้ดี เป็น พลองทองสม
ปรารถนา ที่จัดการแก้ไขปัญหา บรรพบุรุษมาร
กลืนสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงลำบากยิ่งกว่าเก่า
“กลุ่มของ ชวี่ ห้าวหยาง ตายไปหมดแล้ว แล้วจะ
อธิบายยังไงดี เรื่อง พลองทองสมปรารถนา ก็ไม่
สามารถพูดออกมาได้ เช่นนั้นข้าจะต้องไม่ให้ใครรู้
ว่าตัวข้าอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่คนจำนวนมากก็
เห็นว่าตัวข้านั้นกลับมาจาก เส้นทางเซียนบรรพ
กาล แล้ว…..”
นี่ก็ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ชวนปวดหัวยิ่ง
หลังจากที่ขาดการติดต่อจาก ชวี่ ห้าวหยาง ทาง
ฝังของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง จะต้องส่งคน
มาตรวจสอบอย่างแน่นอน
อู่ อวี้ ย่อมไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้กับคนเหล่านั้น
ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกี่ยวข้องกับ พลอง
ทองสมปรารถนา
ยิ่งไปกว่านั้นบนร่างของเขาก็ได้แบกรับเรื่องการ
สังหารบน เวทีเซียนเหลียว หากพวกมันทำการ
ตรวจสอบความทรงจำของตัวเขา มันจะยิ่งยุ่งยาก
มากกว่าเดิม และเขาจะต้องพบจุดจบอย่างไม่ต้อง
สงสัย
“จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าข้าเข้ามายังที่นี่ แต่ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูและคนอื่นๆ เห็นข้าหมดแล้ว เช่นนั้น
ข้าจะทำอย่างไรดี?”
ปัญหาเหล่านี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกอับจนหนทาง
เพราะว่าบนร่างของเขาเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าจึง
ทำให้มีทุกวันนี้ได้
บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ ไม่มีอีกต่อไปแล้ว แต่ไม่
สามารถบอกได้ว่าจัดการนางไปด้วยวิธีใด
“เฮ้อ…ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้วสินะ หลังจากนี้คาด
ว่าทั่วทั้ง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง จะต้อง
ควานหาข้าเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง หมิงซวง
หากเป็นเจ้าเจ้าจะทำอย่างไร!”
อู่ อวี้ กล่าวออกมาอย่างปวดหัว
“ในที่สุดก็คิดถึงข้าแล้วเรอะ ตอนนี้อยากจะฟัง
ความเห็นข้าแล้วรึยังไง? ข้าเพิ่งบอกให้เจ้าหนี
ทำไมเจ้าถึงไม่ฟัง ” หมิงซวง กล่าวพร้อมกลอกตา
มองบน
“นายท่านนนน อย่ามาคิดเรื่องหยุมหยิมกับข้าเลย
บางครั้งข้าก็เป็นคนที่โผงผางไปหน่อย ท่านน่าจะ
เข้าใจ” เมื่อ อู่ อวี้ ได้ฟังการตอบกลับอันน่ากวน
โมโหเช่นนี้ จึงทำให้แน่ใจได้ว่านางจะต้องมีวิธี
อะไรสักอย่างแน่นอน!
หลายต่อหลายครั้ง นางมักจะมีวิธีจัดการเสมอ
เมื่อนางถูก อู่ อวี้ ประจบ ก็กล่าวออกมาอย่าง
ภาคภูมิใจว่า “วิธีมันก็มีอยู่ หากว่าเจ้าไม่ต้องการ
ให้คนอื่นรู้ว่าเจ้านั้นกลับมาแล้ว ก็ลบความทรงจำ
ของพวกมันทิ้งซะ เพียงลบความทรงจำที่
เกี่ยวข้องกับตัวเจ้าก็จบ ซึ่งถือเป็นวิธีสะกดจิตชนิด
หนึ่ง โดยการเปลี่ยนแปลงความทรงจำไปว่า เจ้า
ยังไม่ออกมาจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล”
“ลบความทรงจำ? สะกดจิต? มันง่ายเช่นนั้นเลยรึ
ไง! มันจะไปมีวิธีบ้าๆแบบนี้ได้ยังไง?” อู่ อวี้ รู้
เพียงแค่ว่า โอรสเล่อ มีวิธีที่จะตรวจสอบความทรง
จำของตัวเขา
หมิงซวง แสยะยิ้ม พร้อมเอ่ยออกมาว่า “การพูด
กับกบก้นบ่อเช่นเจ้านับว่าเป็นการเสียเวลาจริงๆ
สำหรับมุมมองของประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูและคน
อื่นๆแล้ว เจ้าไม่มีบทบาทใดๆมากมาย พวกเขา
ไม่ได้เข้ามาเห็นเหตุการณ์ด้วยซ้ำ ดังนั้นสำหรับ
พวกเขาแล้ว การที่มีเจ้าหรือไม่มี ผลลัพธ์ของเรื่อง
นี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งไปกว่านั้นระดับการฝึกตน
ของพวกเขาก็ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นเจ้าก็ใช้เคล็ดวิชา
สะกดจิต บอกพวกเขาว่าเจ้ายังอยู่ภายใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล พวกเขาก็จะลืมเรื่องที่เจ้าออกมา
จนหมดสิ้น”
ความจริงหาก อู่ อวี้ ต้องการให้ทุกคนเก็บ
ความลับเอาไว้ ทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่ อู่
อวี้ กลัวว่าคนจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เกียจคร้านจะฟังคำอธิบาย และใช้วิธีการเดียวกับ
ที่ โอรสเล่อ เคยจะใช้กับเขา หากเป็นเช่นนั้น ทุก
สิ่งทุกอย่างจะถูกเปิดโปง
“ที่เจ้ากล่าวมาก็มีเหตุผล แต่ข้าจะไปมีเคล็ดวิชา
สะกดจิตได้อย่างไร”
หมิงซวง เอ่ยพร้อมยิ้มออกมา “ยามนี้เจ้า
จำเป็นต้องใช้วิชาสะกดจิตที่เรียนรู้ง่ายและไว ซึ่ง
วิชาที่ว่าจะต้องง่ายดายกว่า เคล็ดวิชาล้วงความ
ทรงจำของ โอรสเล่อ อย่างไรก็ตามวิชาสะกดจิต
ทั่วๆอาจจะหลงเหลือร่องรอยตกค้างจึงนับว่าสุ่ม
เสี่ยง แต่เจ้าที่กำลังดิ้นรนหลบหนี ซึ่งก็นับว่าเจ้ามี
วาสนาที่ไม่เลว ในปีนั้นข้า หมิงซวง เคยได้ร่ำเรียน
อยู่วิชาหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า ‘วิชาเต๋าลืมตัวตน’ ด้วย
วิชาสะกดจิตนี้ เจ้าจะสามารถใช้งานกับคนทั้งกลุ่ม
ได้เลย ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ทั้งหลายต่างก็เป็น
เพียงแค่พวกผู้เยาว์ ข้ามีความมั่นใจถึง 10 ส่วนว่า
จะสำเร็จ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันไม่ทิ้งร่องรอย
ใดๆแม้แต่น้อยอีกด้วย ซึ่งหากไม่โชคร้ายจริงๆ ก็
แทบจะไม่มีผู้ใดตรวจพบความผิดแปลก”
วิชาเต๋าลืมตัวตน?
“หากข้าจะเริ่มเรียนตอนนี้มันจะต้องใช้เวลา
เท่าไหร่?”
อู่ อวี้ รู้สึกปิติยิ่ง เนื่องจาก หมิงซวง มักจะ
ช่วยเหลือเขาได้ในเวลาสำคัญเสมอ
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของนาง อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขา
ต้องการในตอนนี้ก็คือวิชาสะกดจิตที่มีระดับความ
ยากค่อนข้างน้อย เพียงแค่ให้ผู้คนลืมถึงการมีอยู่
ของตัวเขาเองเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องค้นลงลึกเข้าไป
ในความทรงจำของอีกฝั่าย อีกทั้งยังไม่กระทบถึง
ความทรงจำส่วนใดๆของอีกฝั่ายเลยแม้แต่น้อย
ที่สำคัญคือวิชานี้ไม่หลงเหลือร่องรอยใดๆอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับ
เวลา หากเขาฝึกฝนล่าช้ากว่าคนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ที่จะมาในอีกไม่ช้า เช่นนั้นเขา
คงไม่รอด
“ไม่ใช่ให้เจ้าใช้เสียหน่อย ระดับของเจ้ามันต่ำไป
ข้าว่าให้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ร่ำเรียน เคล็ดวิชา
เต๋าลืมตัวตน จะเป็นการเหมาะสมที่สุด คิดว่าเพียง
แค่วันเดียวเขาก็น่าบรรลุ วิชานี้เป็นวิชาเต๋าสาย
นอก ซึ่งสิ่งที่ร้ายกาจมากที่สุดของ เคล็ดวิชาเต๋า
ลืมตัวตน นั่นคือวิชานี้สามารถทำการสะกดจิต
ตัวเองได้ด้วย หากให้เขาเรียนรู้เคล็ดวิชานี้แล้วใช้
กับทุกคนจากนั้นค่อยมาทำการสะกดจิตตนเอง
เรื่องนี้ก็ย่อมไม่เป็นปัญหา”
แม้ หมิงซวง จะกล่าวว่านี่เป็นเคล็ดวิชาสายนอก
แต่เมื่อได้ฟังแล้ว วิชานี้สามารถสะกดจิตได้
แม้กระทั่งตัวเอง นับว่าสามารถรักษาแผลทาง
จิตใจได้ดีไม่น้อย!
อู่ อวี้ รั้งรออยู่ที่นี่สักครู่หนึ่ง แต่ทว่าปีศาจหมาปั่า
ทมิฬก็ยังไม่ออกมา คาดว่ามันน่าจะหาทางออกไม่
เจอ
เขาได้ออกมาอยู่ในคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง และได้
ส่งข้อความไปหา ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู จอม
จักรพรรดิ และคนอื่นๆ ให้เข้ามาข้างใน
คนที่อยู่ข้างนอกยามนี้ต่างรู้สึกตรึงเครียด กำลังรอ
คอยอย่างจดจ่อ ทันใดนั้นยันต์สื่อสารก็พลัน
ปรากฎ แต่ อู่ อวี้ มิได้อธิบายเรื่องราวต่างๆ เขา
บอกแค่ว่าให้ทุกคนเข้ามาหาเท่านั้น…..
จะต้องรู้ว่า กองทัพมังกรเพลิง ได้กล่าวห้ามไม่ให้
พวกเขาเข้าไป
สุดท้ายพวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะเชื่อใจ อู่ อวี้
ดังนั้นจึงเดินทางมายัง นครจักรพรรดิเพลิง เข้าไป
ภายในคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง เมื่อมาถึงหลุมบรรพ
กาลจักรพรรดิเพลิง ก็เห็นได้ว่า อู่ อวี้ กำลังรอคอย
พวกเขาอยู่
หาดทรายสีเหลืองอร่ามฟุั้งกระจายเต็มท้องนภา มี
เพียง อู่ อวี้ คนเดียวเท่านั้นที่อยู่ใกล้บริเวณแท่น
กลม และด้านหน้าเป็นกำแพงที่กักขัง ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย และบุตรสาว ซึ่งในเวลานี้มันกลายเป็น
เศษซาก รอบด้านเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง
“อู่ อวี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้น! แล้วคนอื่นๆล่ะ!”
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความวิตกกังวล พร้อม
ถาโถมเข้าหา อู่ อวี้
อู่ อวี้ ได้จดบันทึก ‘เคล็ดวิชาเต๋าลืมตัวตน’ จาก
คำอธิบายของ หมิงซวง มาแล้ว เขาไม่รู้ว่านาง
ได้รับเคล็ดวิชานี้มาจากที่ใด แต่มันช่างยอดเยี่ยม
จริงๆ หากไม่มีเคล็ดวิชาเต๋าลืมตัวตนนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่
รู้แล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป
เขากล่าวว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้าไม่สามารถบอก
พวกท่านทุกคนได้ แต่ข้าอยากให้ทุกคนเชื่อว่า
เรื่องของ บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ ได้รับการ
แก้ไขแล้ว แต่ว่าอย่าได้เอ่ยถามเรื่องนี้อีก”
การที่ อู่ อวี้ จริงจังเช่นนี้ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมรู้
ว่าจะต้องมีสาเหตุ แต่ยังดีที่เรื่องของ บรรพบุรุษ
มารกลืนสวรรค์ ได้ถูกจัดการไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ว่าภายในนั้น
จะต้องเกิดบางสิ่งบางอย่างที่ซับซ้อนยิ่ง จนไม่
สามารถให้คนอื่นรู้ได้
พวกเขารู้ดีว่าจะเป็นการดีที่สุดถ้าไม่รู้เบื้องลึก
เบื้องหลัง
“ทุกท่าน มีเรื่องผลิกผันจนยากจะแก้ไข ดังนั้น
ด้านรายละเอียด ข้าว่าพวกท่านไม่รู้จะดีที่สุด ข้ามี
เคล็ดวิชาหนึ่ง ที่จะสามารถทำให้พวกท่านลืมว่า
ข้ากลับมายัง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง แล้วข้า
อยากให้ ‘ท่านประมุขศักดิ์สิทธิ์’ได้ร่ำเรียนมัน
ขอให้ทุกท่านเชื่อใจข้า ข้าจะต้องรีบไปซ่อนตัว ทุก
ท่านไม่ต้องกังวล บางทีหากข้าแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่าง
ราบรื่น ข้าอาจจะเดินทางไปยัง ดินแดนโบราณเห
ยียนหวง”
พวกเขาล้วนเชื่อมั่นในตัว อู่ อวี้ เมื่อเห็นท่าทางที่
อู่ อวี้ แสดงออกมา ก็รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์
ในตอนนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน
“อู่ อวี้ วางใจเถอะ พวกเราจะทำตามที่เจ้าบอก
การกลับมาจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ในครั้งนี้
ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องได้รับแรงกดดันมาไม่น้อย ไม่ว่า
เจ้าจะจัดการอย่างไร พวกเราล้วนไม่มีปัญหา พวก
เราเชื่อใจเจ้า” จอมจักรพรรดิ เอ่ยออกมาด้วย
ท่าทีเคร่งขรึม
เมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ คนอื่นๆก็ไม่มีความเห็น
ขัดแย้ง
ผู้อาวุโสเหล่านี้ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความรู้สึก
สงสัยแคลงใจ แต่พวกเขาก็ยังคงไว้วางใจเต็ม
เปียมไปด้วยเชื่อมั่น มันจึงทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ขอบคุณจากใจจริง จริงๆแล้ว อู่ อวี้ ไม่สามารถให้
พวกเขารู้ได้มากเกินไป เพราะยิ่งรู้เยอะมาก
เท่าไหร่ มันก็ยิ่งยากที่จะลืมเลือนไปได้
เขาแยกไปคุยกับ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เพียงลำพัง
อธิบายถึงวิธีการใช้ เคล็ดวิชาเต๋าลืมตัวตน
“อู่ อวี้ เรื่องของ บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ ได้รับ
การแก้ไขแล้ว เจ้าเดินทางอย่างไร้กังวลเถิด ตราบ
ใดที่พวกเราไม่พูดว่าเจ้าได้กลับมาแล้ว เจ้าก็จะ
ปลอดภัยใช่หรือไม่?” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เอ่ย
ถาม
“ใช่แล้วขอรับ” อู่ อวี้ พยักหน้า
“หากเป็นเช่นนั้นก็ตกลง”
สิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องทำก็คือทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าเกิด
เรื่องอะไรขึ้น เมื่อคนอื่นมาถึง พวกเขาก็จะรู้เพียง
แค่ว่า ชวี่ ห้าวหยาง และคนอื่นๆ เข้ายึดครองนคร
จักรพรรดิเพลิง หลังจากนั้นก็เริ่มแก้ไขปัญหา
ต่างๆ ซึ่งหลังจากที่พวกเขาเข้ามาตรวจสอบ
ภายในเมือง ก็กลับกลายเป็นเช่นนี้แล้ว
การที่พวกเขาไม่รู้ว่า ชวี่ ห้าวหยาง และคนอื่นๆไป
ไหนแล้วจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู จ้องมองไปยังเคล็ดวิชาเต๋า
ลืมตัวตน แล้วก็กล่าวออกมาอย่างปลงอนิจจัง
“เคล็ดวิชานี้ไม่ยาก แต่ว่ามันลึกล่ำอย่างยิ่ง คนที่
สรรสร้างเคล็ดวิชานี้ เกรงว่าคงต้องการให้ตนเอง
ลืมเลือนถึงเรื่องบางสิ่ง ดังนั้นจึงต้องทำให้ไม่เหลือ
ร่องรอย ช่างล้ำเลิศยิ่งนัก!”
แม้กระทั่งเขายังเอ่ยปากชื่นชม แสดงว่าน่าจะไม่มี
ปัญหาอะไร อู่ อวี้ จึงบอกให้เขาเร่งมือทันที
ยามนี้พวกเขาได้ออกไปแล้ว แต่ อู่ อวี้ ก็ยังรั้งอยู่
ภายใน นครจักรพรรดิเพลิง เนื่องจากเขากังวลว่า
ปีศาจหมาปั่าทมิฬ จะหลุดออกมา ดังนั้นจึงคอย
เฝั้าระวังอยู่ภายในที่แห่งนี้ ทางฝังของ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ได้ทดลองฝึกมาร่วมวันกว่าๆ เมื่อ
เขาลองใช้มันกับ ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ผู้ที่อยู่
เพียงแค่ขอบเขตสร้างแกนนภา ล้วนตกอยู่ใน
อำนาจอย่างง่ายดาย
เขาทดสอบเคล็ดวิชาอยู่หลายครั้ง ส่วนใหญ่แล้ว
จะสะกดจิตทำให้ทุกคนลืมว่า อู่ อวี้ ได้กลับมาจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้ว
หลังจากที่ทดลองหลายครั้งหลายครา สุดท้าย
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ก็ตัดสินใจเดินทางไปที่ นิกาย
เซียนกระบี่สวรรค์ และ อู่ หยู๋
หลังจากที่ใช้เคล็ดวิชานี้แล้ว พวกเขาก็รู้เพียงแค่
ว่า อู่ อวี้ ยังคงอยู่ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
เขาได้ใช้กับ ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ทั้งกองทัพ
เสร็จสิ้น และก็มาถึงส่วนสำคัญที่สุด นั่นคือ
ทางด้านของ จอมจักรพรรดิ เจ็ดเซียนแห่งซูซาน
และเหล่าผู้ปกครองคนอื่นๆ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้อง
มนต์สะกดจริงหรือไม่
หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ก็
พากันแยกย้ายราวกับได้ลืมเลือนในสิ่งที่เกิดขึ้น
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เร่งสำแดงเคล็ดวิชานี้กับคน
อื่นๆจนครบถ้วน อู่ อวี้ ที่มองมาจากระยะไกลก็
เห็นได้ว่าทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่นไร้กังวล
เมื่อเป็นเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกวางใจ
“หมิงซวง ข้าต้องขอบคุณเจ้ามาก” เคล็ดวิชานี้
มันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง
“ฮี่ฮี่ ครั้งต่อไปข้าบอกให้เจ้าหนี เจ้าก็ต้องเชื่อฟัง
ข้า” หมิงซวง กอดอกทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับใบหน้า
ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ