กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 674: เหตุการณที่ไมคาดคิด
ถึงแม้เขาจะไม่ทราบว่า หลังจากผ่านไป ‘ 5 กาล
สมัย ‘ ความสามารถของนางจะได้รับความ
เสียหายไปมากเท่าใด แต่ทว่าครั้งหนึ่งเมื่อนางยังมี
ชีวิตอยู่ ได้สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้แก่คน
ทั้งโลกหล้า อีกทั้งยังเผชิญหน้ากับเหล่าทวยเทพ
ชัดเจนว่า อู่ อวี้ ในปัจจุบัน ย่อมไม่สามารถ
เทียบเคียงกับนางได้
เมื่อ อู่ อวี้ ต้องมาอยู่ต่อหน้านาง เขาก็ไม่ต่างจาก
มนุษย์สามัญธรรมดาทั่วไป ความสามารถใน
ปัจจุบันของนางเสมือนดั่งเทพเซียน โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อนางได้กลืนกิน ชวี่ ห้าวหยาง และไพร่
พลของมันไปอย่างง่ายดาย
สตรีซึ่งอยู่เบื้องหน้าของเขามีริมฝีปากแดงระเรื่อ
ดวงตาสีแดงสดประหนึ่งโลหิต เมื่อแลมองชวนสะ
พรึงขนพองสยองเกล้า ความรู้สึกเจ็บปวดเสียด
แทง แล่นแปร๊บเข้ามาบริเวณทรวงอกของ อู่ อวี้
เห็นได้ชัดว่าในเวลานี้นางกำลังฉีกร่างของเขา เพื่อ
ค้นหา ‘ พลองทองสมปรารถนา ‘
แต่กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ไม่รู้ว่า ‘ พลองทองสมปรารถนา
‘ อยู่ที่ใด
” กายเนื้อของเจ้า ถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลก
หล้านี้ มันต้องเป็นวิธีบ่มเพาะของเทพเซียนอย่าง
แน่นอน ภายในร่างกายของเจ้ามี ศาสตราเซียน
ซุกซ่อนอยู่ เป็นแค่เพียงมนุษย์แต่กลับสามารถ
ครอบครองสมบัติสวรรค์ มีมนุษย์มากมายนับไม่
ถ้วนอยู่ภายในโลกนี้ กลับไม่มีผู้ใดโชคดีเช่นเจ้า ไม่
เคยคิดเลยว่าในวันที่ข้าถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ จะได้
พบกับเจ้าช่างโชคดีเสียจริง ๆ ถ้าให้ข้าเดา สิ่งนี้
จะต้องเป็นอาวุธแน่ ๆ ”
ระหว่างที่นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มือของ
นางก็ยังคงพยายามควานหา ‘ พลองทองสม
ปรารถนา ‘ อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ ทำได้
แค่เพียงรู้สึกเจ็บปวดเท่านั้น
ในช่วงเวลาที่ผ่าน ๆ มา เขาไม่เคยรู้สึกว่าตนเอง
จวนเจียนใกล้ตายมากมายเท่ากับยามนี้มาก่อน
การที่นางควานหา พลองทองสมปรารถนา ภายใน
ร่างของเขาเยี่ยงนี้ เป็นไปได้ว่านางอาจจะทราบ
ตำแหน่งของมันก็เป็นได้
“ เจ้าไม่เพียงแค่จะมอบร่างใหม่ให้ข้าเท่านั้น ทว่า
ยังจะได้ครอบครองอาวุธของเจ้าด้วย ดีนะ…ที่ข้า
เป็นคนมีเมตตาเลยจะเก็บชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าไว้
แต่…ถึงเจ้าจะมีชีวิตอยู่ มันก็ไม่ได้ต่างจากสัตว์
เลี้ยงของข้าดี ๆ นี่เอง ”
ขณะกล่าว นางได้มองไปที่หมาปั่าร่างสีดำที่อยู่
ด้านหลัง ซึ่งหมาปั่าตัวนี้มันคือสรรพเทวะวิญญาณ
“ ว่าแต่… เจ้าอยากเป็นอะไรล่ะ? สุนัขหมาปั่า
หรือ สุนัขเฝั้าบ้าน อย่าบอกนะว่าอยากเป็นเจ้าลิง
จ๋อ ช่างน่ารักน่าชังเสียจริง ๆ ” ระหว่างที่นาง
กล่าวนางหัวเราะคิกคักอยู่ตลอดเวลา ในเวลานี้
ความเจ็บปวดพลันแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของ
อู่ อวี้ นางใช้กรงเล็บอันแหลมคมฉีกกระชากเลือด
เนื้อกระดูก ควานหา พลองทองสมปรารถนา ไป
ทั่วร่างทั่วร่างกายของเขา
ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมใด อู่ อวี้ ไม่สามารถต้านทาน
นางได้แม้แต่น้อย ความรู้สึกอยากจะตกตายเสียให้
รู้แล้วรู้รอด ยังดีเสียกว่ามีชีวิตอยู่นี้ นับเป็น
ประสบการณ์ที่เขาไม่มีวันลืมเลือนได้จริง ๆ
“เจอแล้ว” ทันใดนั้นนางก็ยิ้มด้วยความดีใจ
” จบกัน ถูกมันค้นพบแล้ว! ” หมิงซวง กรีดร้องซ้ำ
แล้วซ้ำอีก
นางหวาดกลัว บรรพชนมารกลืนสวรรค์ จริง ๆ
ในช่วงเวลานี้แม้กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกถึงการมีอยู่
ของ พลองทองสมปรารถนา สีทองสลับสีดำ
ปรากฏออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ มันได้กลมกลืนอยู่
ภายในเลือดเนื้อของเขาจนแทบจะแยกไม่ออก จึง
ทำให้กระทั่งตัว อู่ อวี้ เองก็ยังไม่รู้สึกถึงมัน
ตอนนี้มือของนางทะลุทะลวงทุกสรรพสิ่ง มา
ปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้า พลองทองสมปรารถนา
” ดูจากพลังอำนาจที่แผ่ออกมา มันอาจจะเป็น
สมบัติสวรรค์ เป็นของเก่าแก่ที่อยู่มานาน แต่
กลับมาตกอยู่ในมือของเจ้าได้ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง
นัก! อาาา∼ สวรรค์ไม่ลืมเลือนข้า ๆ มีโอกาสแก้
แค้นแล้ว … ”
นางยิ้มแย้มเริงร่าดีใจ ในเมื่อนางเจอมันแล้วก็ไม่
จำเป็นต้องห่วงกังวลอีกต่อไป เพียงแค่เอื้อมมือ
ออกไปคว้าจับมัน ก็สามารถครอบครองมันได้แล้ว
โดยปกติแล้วการจะครอบครอง พลองทองสม
ปรารถนา นั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ฉะนั้นการที่จะดึง
มันออกมาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
แม้ อู่ อวี้ จะไม่ยอมพ่ายแพ้ เขายังคงพยายามพูด
เกลี้ยกล่อมแลดิ้นรน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไร้
ประโยชน์
อย่างไรก็ตามเขามาที่นี่ ทั้งหมดก็เพื่อความ
ปลอดภัยของ ทวีปแห่งทวยเทพ ดังนั้นเขาจึงไม่
คิดเสียใจ
การได้ครอบครอง พลองทองสมปรารถนา ถือเป็น
จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง และบางทีก็ถือเป็นจุด
จบเช่นกัน ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงทำได้แค่เพียงยิ้มรับกับ
โชคชะตาที่กำลังเผชิญอยู่เท่านั้น ผู้ใดจะไปคาดคิด
กันบนโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ ตัวเขาต้องได้พบ
เจอกับอสูรร้ายที่สร้างความวุ่นวายปันปั่วนให้แก่
โลกใบนี้ มันคือมารที่สังหารได้แม้กระทั่งทวยเทพ
?
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา คือ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
ในเวลานี้นางเอื้อมมือไปหยิบจับ พลองทองสม
ปรารถนา พยายามบังคับฝืนดึงดันมันออกมาทันที
“ ช่างเยี่ยมยอด ช่างเป็นสมบัติวิเศษที่เยี่ยมยอด
เสียเหลือเกิน! ” ท่าทางของนางในเวลานี้ เต็มไป
ด้วยความตื่นตระหนกระคนอื่นตะลึง
สำหรับนางแล้ว สมบัติวิเศษเช่นนี้ได้ตกอยู่ในกำ
มือของนางแล้ว ยามนี้ไม่มีผู้ใดจะสามารถหยุดยั้ง
นางไม่ให้เกิดใหม่ได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ไม่เคยคาดคิดว่า โลกใบนี้
ช่างน่าอัศจรรย์พันธุ์ลึกเป็นอย่างยิ่งมาก
ในช่วงวินาทีสุดท้าย สตรีที่อยู่เบื้องหน้าของเขา
ตอนนี้ก็ยังคงหัวเราะออกมาอย่างต่อเนื่อง สีหน้า
ของนางซีดเผือด นางแผดเสียงกรีดร้องออกมา
ด้วยเพราะแทบจะทนไม่ไหวที่จะถูกทำลายโดย
พลองทองสมปรารถนา
ระหว่างนี้เกิดอันใดขึ้นบ้าง อู่ อวี้ มิอาจล่วงรู้ได้
เลย เขาเพียงแค่รู้สึกได้ว่า พลองทองสมปรารถนา
กำลังตื่นขึ้น มันเป็นความรู้สึกลึกลับอัศจรรย์ยาก
จะอธิบายพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ แล้วทันใด
นั้นเขาก็สัมผัสได้ว่ามีพลังบางอย่างที่ทำให้ บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ ตื่นกลัว ซึ่งพลังนั้นพลันพวย
พุ่งออกมา
อู่ อวี้ เห็นด้วยตาของตนเอง ในเวลานี้ดวงตาสี
แดงโลหิตของนางได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีขาว
ร่างกายแลศีรษะของนางเริ่มสั่นสะท้านบิดเบี้ยว
สภาพบิดเบี้ยวของนางเหมือนดั่งอาภรณ์ที่ถูกบิด
“ไม่! ไม่!” อู่ อวี้ ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องของนาง
สองครั้ง ร่างกายของนางก็ถูกบิดเป็นเกลียว ทั้งยัง
มีขนาดเล็กลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้นเองร่างกาย
ของนางก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของ อู่ อวี้ ที่
บริเวณทรวงอกของเขา คงไม่ต้องกล่าวก็คงจะ
ทราบได้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของ พลองทองสม
ปรารถนา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ยัง
ตกตะลึง
ท่ามกลางความคลุมเครือเขาเห็น พลองทองสม
ปรารถนา ยังคงอยู่ที่นั่นไม่ไหวติง แต่ตอนนี้ทำให้
เขารู้สึกตกตะลึงไม่น้อยทีเดียว ดูเหมือนว่าเวลานี้
จะมีผู้ติดอยู่ภายใน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของ พลอง
ทองสมปรารถนา มีจุดด่างดำปรากฏขึ้น แล้วผู้ที่
อยู่ตรงจุดด่างดำนั้นก็คือ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
ที่กำลังดิ้นรนอยู่ภายใน พลองทองสมปรารถนา
ทว่าการดิ้นรนของมันนั้นไร้ประโยชน์ มันยังคงถูก
กักขังสะกดอยู่ภายใน พลองทองสมปรารถนา
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กลับมาเป็นปกติสามารถควบคุม
ร่างกายตนเองได้ดังเดิม
เขารีบก้มมองบริเวณทรวงอกของตนเอง แล้วได้
เห็นหลุมลึกขนาดใหญ่ที่อาบชกไปด้วยโลหิต ภาพ
อันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้เขาเกือบจะล้มจับสิ้นสติ
ในเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกอ่อนเพลียมากจริง ๆ ร่างกาย
ของเขาอ่อนแอจนน่าหวาดกลัว
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ นั้นแข็งแกร่งน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
แต่ดูเหมือนว่า นาง กับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
จะไม่เคยคาดคิดว่า พลองทองสมปรารถนา ของ ฉี
เทียนต้าเซิ่น จะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ไม่เพียง
น่าสะพรึงกลัว แต่ยังไร้ซึ่งความแยแสหรือสนใจใด
ๆ หลังจากขวางกั้นบรรพชนมารกลืนสวรรค์ไว้
มันก็สยบนางทันที
ช่วงเวลาต่อมา อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการ
ดำรงอยู่ของพลองทองสมปรารถนาได้อีก ทั้งยังไม่
อาจรู้สึกถึงการดำรงอยู่ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
ด้วย หากไม่มีอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้นจน บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ หลบหนีไป คาดว่าคงต้องใช้เวลา
อีกพอสมควรกว่ามันจะออกมาได้
” ไม่น่าเชื่อ! มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ! ” หมิงซวง
กระโดดออกมาอย่างตื่นเต้น สีหน้าของนางเต็มไป
ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นนางก็ตะโกน
ออกมาอย่างบ้าคลั่งเสียสติว่า ” พลองทองสม
ปรารถนา คือศาสตราวุธที่ฝืนชะตาฟั้าอย่าง
แท้จริง! แม้แต่บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ก็ยังยาก
จะหลบหนีออกไปได้ นี่คือการสยบอย่างสิ้นเชิง! โอ้
สวรรค์ ฉีเทียนต้าเซิ่น ผู้หาญกล้าต่อกรกับพระ
พุทธองค์ ในท้ายสุดแล้วท่ามกลางเหล่าทวยเทพ
เขาเป็นคนเช่นไรกัน? แค่เพียงศาสตราวุธ ก็
สามารถสยบ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ลงได้แล้ว
เช่นนั้นหรือ? ”
นางอยู่ในพลองทองสมปรารถนา ดังนั้นจึง
ตระหนักและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนกว่า อู่ อวี้
มาก
“ เป็นไปได้หรือไม่ว่า บรรพชนมารกลืนสวรรค์ จะ
ออกมา? ” อู่ อวี้ ถามขึ้นอย่างรวดเร็ว
” ถึงแม้จะไม่เด่นชัดนัก แต่นี่คือการสยบอย่าง
สิ้นเชิง นางย่อมถูกสยบไว้นานกว่า 5 กาลสมัย
หรือมากกว่า 600,000 ปี เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมา ยัง
ไม่ทันได้รับการเนื้อใหม่ด้วยซ้ำ แถมทั่วทั้งร่างยัง
เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บจากการโจมตีของ
กองทัพมังกรเพลิง ทั้ง ๆ ที่อ่อนแอขนาดนี้ ยัง
หาญกล้าไปท้าทาย พลองทองสมปรารถนา
ท้ายสุดแล้วก็ต้องจบลงด้วยสภาพอเนจอนาถ
เช่นนี้ ฮ่าฮ่า! ”
นางที่ตายไปแล้ว กลับกระโดดโลดเต้นราวกับยังมี
ชีวิต
อู่ อวี้ ที่รอดชีวิตมาได้ ก็ยืนนิ่งอึ้งอยู่นานเช่นกัน
จนบัดนี้หลังของเขาอาบซุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
เนื่องจากเขาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นจริง ๆ
ทั้งยังเตรียมใจพร้อมตายเอาไว้แล้วด้วย
การหลบหนีลี้รอดจากความตายมาได้ ทำให้เขา
พบว่า การมีชีวิตอยู่ช่างดีเหลือเกิน
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ชวี่ ห้าวหยาง และ
พรรคพวกของมันตกตายไปจนไม่มีเหลือ ทำให้ที่นี่
ช่างอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงหมา
ปั่าทมิฬเท่านั้นที่จับจ้องมายัง อู่ อวี้ ด้วยความ
สับสน เนื่องจากว่ามันหาใช่สรรพเทวะวิญญาณที่
มีความฉลาดเฉลียวสูงส่งเท่าใดนัก ดังนั้นมันจึงไม่
เข้าใจว่า บรรพชนมารกลืนสวรรค์ นั้นหายไปไหน
อย่างไรก็ตาม เมื่อแลเห็น อู่ อวี้ ยังมีชีวิตอยู่ ท่าที
ของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายมากยิ่งขึ้น ในเวลา
นี้ อู่ อวี้ ก็ก้มลงไปหยิบถุงจักรวาลของ ชวี่ ห้าวห
ยาง ขึ้นมา หลังจากเปิดมัน ‘พลองหมื่นมังกร
พิภพอนันต์’ ก็กลับมาอยู่ในมือของเขาอีกครั้ง
” ไม่คาดคิดว่า ข้าจะต้องแยกจากเจ้าเพียงช่วงสั้น
ๆ เท่านั้น… ” หากทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น อู่ อวี้ คง
มอบศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ให้มันไป
ตั้งแต่แรกแล้ว
เขาไม่คาดคิดว่า ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด
อย่างเรื่องของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ บัดนี้ได้
ถูกคลี่คลายลงแล้ว ถึงแม้จะไม่มั่นใจว่านางจะ
ออกมาอีกครั้งหรือไม่ แต่อย่างน้อย ๆ ตอนนี้ เขาก็
ยังสามารถรักษาชีวิตต่อไปได้…
สำหรับภัยพิบัติที่ ชวี่ ห้าวหยาง ต้องประสบพบ
เจอ อีกทั้งการกระทำที่มันแสดงออกกับ อู่ อวี้
ก่อนหน้านี้ จึงทำให้เขาหาได้เห็นใจมันแม้แต่น้อย
ที่จริงแล้วถุงจักรวาลพวกมันยังคงอยู่ครบ
เนื่องจากว่า บรรพชนมารกลืนสวรรค์ กลืนกิน
เพียงแค่ร่างกายของมันเท่านั้น แต่อาภรณ์และถุง
จักรวาลของ ชวี่ ห้าวหยาง ก็ตกอยู่ในกำมือของ อู่
อวี้ เมื่อกวาดสายตามองดู เขาสามารถแลเห็นได้
อย่างชัดเจนว่ามีสมบัติมากมายอยู่ภายใน มากเสีย
ยิ่งกว่าองค์ชายน้อยเสียอีก
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดปัญหาเป็น
อย่างมาก เขาจึงเลือกวางมันลงเอาไว้ก่อน แล้ว
หยิบเพียงพลองหมื่นมังกรของตนเองกลับคืนไป
เท่านั้น ถึงแม้รากเหง้าแห่งปัญหาอย่างเรื่องของ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ จะคลี่คลายลงแล้ว แต่
เขาก็ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่
บ้าง ดังนั้นหากกระทำการผลีผลาม อาจทำให้
เรื่องราวยุ่งเหยิงขึ้นไปอีก!
เนื่องจากว่า ชวี่ ห้าวหยาง และพรรคพวกของมัน
ล้วนตกตายไปสิ้น อีกทั้งบรรพชนมารกลืนสวรรค์ก็
หายไปแล้วเช่นกัน
เมื่อคิดขึ้นเช่นนี้ หมาปั่าปีศาจทมิฬก็เตรียมพร้อมจู่
โจมเข้าใส่ อู่ อวี้ มันกรีดร้องคำราม ส่วน อู่ อวี้ ก็
มิได้เอิ้อนเอ่ยวาจาใด ๆ พร้อมกับฟืนคืนสิทธิ์การ
ควบคุมไม้พลอง แล้วฟาดลงไปอย่างรุนแรง!
ไม่คาดคิดว่า หมาปั่าปีศาจทมิฬ ตนนี้จะแข็งแกร่ง
กว่าแต่ก่อนเสียอีก นอกจากนี้ยังมีความสามารถใน
การกลืนกินอีกด้วย! เมื่อเผชิญหน้ากันอีกครั้ง อู่
อวี้ ก็ตกเป็นฝั่ายที่ถูกบังคับให้ต้องล่าถอย เมื่อเห็น
ว่าฝั่ายตรงข้ามกำลังจะกลืนกินอีกครั้ง อู่ อวี้ ก็ใช้
พลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน กับ เคล็ดก้าวเทวะ
ถอยฉากออกไปทันที
หากต่อสู้อย่างต่อเนื่อง บางทีเขาอาจจะถูกหมาปั่า
ปีศาจทมิฬกลืนกิน
จากคำกล่าวของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
‘อาหาร’ ส่วนหนึ่งจะถูกมอบให้กับหมาปั่าปีศาจ
ตนนี้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รีบถอยฉาก แล้วหลบหนี
ออกไปอย่างรวดเร็ว
จาก หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง ไปจนถึงประตู
ทางเข้าคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ จากนั้นก็แท่น
ศิลาทรงกลม เขาแลเห็นการการซ่อมแซมของค่าย
กลอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา วงเวท
ผนึกส่วนใหญ่ล้วนเสื่อมสภาพไปหมดแล้ว แต่การ
ซ่อมแซมในเวลานี้ ได้ปิดผนึกที่นี่ไว้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามหลังจาก เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา เข้ามา
นางก็นำ กุญแจศิลาลงมาด้วย อีกทั้งนางก็ไม่ได้
เก็บมันขึ้นมา ดังนั้น อู่ อวี้ จึงใช้เนตรเพลิงควาน
หาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไป
หยิบกุญแจขึ้นมาทันที
” หากข้าออกไปข้างนอกโดยตรง มันจะต้อง
ทำลายทางออกแล้วตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้นข้า
ต้องทำให้มันสับสนก่อน ” เปั้าหมายของ อู่ อวี้ คือ
การหยุดยั้งหมาปั่าปีศาจทมิฬเอาไว้ที่นี่
จากนั้นเขาก็แยกร่างอวตารออกมาเป็นสามร่าง
แล้วสั่งให้พวกมันกระจายตัวออกไป 3 ทิศทาง
ชั่วขณะต่อมา หมาปั่าปีศาจทมิฬ ก็สับสนโง่งมกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นทันที มันตัดสินใจไล่ล่าติดตามหนึ่งใน
ร่างอวตารไป
อู่ อวี้ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ใช้กุญแจศิลาพุ่ง
ทะยานขึ้นสู่ท้องเวหาออกไปทันที ส่วนทางฝังของ
หมาปั่าปีศาจทมิฬ เนื่องจากมันมิได้ฉลาดเฉลียว
เท่าใดนัก มันจึงไล่ล่าติดตามร่างอวตารของ อู่ อวี้
ต่อไป
ส่วนร่างอวตารสองสามตนที่ปล่อยไปนี้ อู่ อวี้ จะ
ทิ้งมันเอาไว้ก่อน
เขาปรากฏตัวขึ้นบนหลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง
พร้อมกับเหยียบอยู่บนแท่นศิลาทรงกลม ยามนี้
เพื่อปั้องกันไม่ให้หมาปั่าปีศาจทมิฬทะลวงฝั่า
ออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อม
สำหรับคิดแผนการต่อไป
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ