กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 677: พลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่ 4
แม้ว่าภายในใจของของ อู่ อวี้ จะวิตกกังวลมาก
เพียงใด ทว่าเขาก็ล่วงรู้เป็นอย่างดีว่าคงไม่มีทาง
หานางพบ
เว้นเสียแต่ว่า สักวันหนึ่งเขาจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป
กว่านี้ เมื่อถึงเวลานั้นต่อให้ต้องการค้นหาผู้หนึ่งจน
ทั่วทั้งโลกหล้า ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด
วันนี้เขาออกจาก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ด้วย
เพราะต้องการประสบความสำเร็จแข็งแกร่งมาก
ยิ่งขึ้น อู่ อวี้ สานต่อความปรารถนาอันยาวนาน
แบกความปรารถนาอย่างแรงกล้ามุ่งหน้าไปยัง
ดินแดนบราณเหยียนหวง
ด้วยเพราะที่นั่น สามารถทำให้เขาแข็งแกร่ง
เทียบเท่าได้กับ ลั่วผิน ที่นั่นคือโอกาสที่จะทำให้
เขาได้กลายเป็นเซียนอมตะ
เมื่อหนึ่งแสนสองหมื่นปีก่อน หมิงซวง เคยใช้ชีวิต
อยู่ที่นี่ และเคยประสบพบเจอกับเรื่องราวอันน่าตื่น
ตะลึง มีชื่อเสียงเลื่องลืออยู่ช่วงเวลาหนึ่ง
อู่ อวี้ มีความแน่วแน่เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะ
กังวลเกี่ยวกับ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มากมาย
แค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้
ร่างกายแลจิตวิญญาณของเขามีความปรารถนา
อย่างแรงกล้า กระตือรือร้นใคร่อยากโลดแล่นไล่
ตามโลกอันกว้างใหญ่ ไขว่คว้าหาประสบการณ์
ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า
ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของเขาคือ การเป็น
เซียนอมตะ
เส้นทางเบื้องหน้านั้นกว้างใหญ่ไพศาล ตอนนี้มัน
ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของ อู่ อวี้ แล้ว เขามีสอง
ทางเลือกที่จะเลือกเดิน
” ดินแดนโบราณเหยียนหวง ถูกปกครองโดย
ราชวงศ์ผู้ฝึกตน ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง, อาณาจักรเป่ยหมิง,
ราชวงศ์มารฟ้า, ราชวงศ์มู่ซวี, อาณาจักรเซียน
เมฆา ฯลฯ รวมทั้งสถานที่เล็ก ๆ อย่างอาณาเขต
เหมันต์, หุบเขาวายุปีกคราม ก็ยังไม่มีข้อยกเว้น
แต่ละกองกำลังล้วนแข็งแกร่ง ทั้งหมดล้วนอยู่
ภายใน ดินแดนโบราณเหยียนหวง ซึ่งถูกแบ่งแยก
ออกไปในแต่ละพื้นที่ ข้าสามารถไปยังอาณาจักร
ใดก็ได้ ข้าคือผู้ไร้ตัวตนภายในอาณาจักรนี้ ทั้งยังไร้
ซึ่งภูมิหลัง แน่นอนว่าชีวิตของข้าย่อมไม่ปลอดภัย
อาจถูกฆ่าตายได้ทุกเมื่อ ”
สถานที่ที่เขาจะไปหาใช่ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
หาใช่ นิกายเซียนซูซัน, หรือ พรรคจงหยวน ฯลฯ
นครจักรพรรดิเพลิง เป็นเพียงแค่อาณาจักรแห่ง
หนึ่ง หาใช่ประเทศที่พิทักษ์ปกป้องเขตชายแดน
อย่างหนาแน่น ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะมีล่วงล้ำ
กล้ำกรายเข้าไป อาณาจักรผู้ฝึกตนที่อื่น ๆ
ส่วนรูปแบบของที่นี่คล้ายคลึงกับ อาณาจักรเซียน
มนุษย์
” ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น หนึ่ง
ก็คือ ‘อาณาจักรโบราณเหยียนหวง’ ซึ่ง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ตั้งอยู่ใจกลาง
ดินแดนโบราณเหยียนหวง แต่มันก็กินอาณาเขตถึง
แนวชายฝั่ง เนื่องจากว่าท้ายสุดแล้ว มันคือ
อาณาจักรอันกว้างใหญ่เหลือเกิน ข้าจะสามารถ
เข้าสู่ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ด้วยแนว
ชายฝั่งนี้ เพียงแค่ … ”
เมื่อมาถึงจุดนี้ดูเหมือน อู่ อวี้ จะลังเล
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง คือเป้าหมายใน
อนาคตของเขา คือสถานที่แห่งเดียวกับ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง ใฝ่ฝันอยากจะไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น โอรสเล่อ , องค์ชาย
น้อย , ชวี่ ห้าวหยาง ฯลฯ ล้วนเป็นคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อย
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ในบรรดาคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง อู่ อวี้ คือคนที่มีพลัง
ฝีมืออ่อนด้อยมากที่สุด เป็นคนที่ถูกสบประมาทดู
แคลนมากที่สุด
ชวี่ ห้าวหยาง หาได้มีความเคารพต่อ อู่ อวี้ มัน
เพียงปรารถนาจะครอบครอง พลองหมื่นมังกร
แล้วแย่งชิงมันไปจากเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ด้วยเรื่องนี้จึงทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อย หาก
เขาเหยียบเข้าไปใน อาณาจักรโบราณของเหยียน
หวง เกรงว่าทุกคนคงจะรู้ตัวตนของเขา แล้ว
ต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง? ในเมื่อทุก
คนรู้ว่าเขาเป็นผู้ที่มาจากดินแดนทุรกันดารอย่าง
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตนเอง
คงไม่สามารถเก็บรักษา พลองหมื่นมังกร เอาไว้ได้
นานนัก
เมื่ออยู่ในอาณาจักรซึ่งมีแต่ผู้แข็งแกร่งอยู่เต็มไป
หมด ถ้าเขาไม่มีผู้หนุนหลัง เกรงว่าคงไม่สามารถที่
จะหลบซ่อนตัวได้ อาจจะเลวร้ายถึงขั้นถูกผู้ใดบาง
คนล้วงความลับ ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนผู้นั้นจะล่วงรู้
ความลับอันยิ่งใหญ่ของ อู่ อวี้
หลังจากได้เจอกับกองทัพมังกรเพลิง ก็ยิ่งทำให้ อู่
อวี้ ตระหนักดีว่า อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ไม่ใช่สถานที่ที่จะไว้วางใจผู้ใดได้ ทุกหนทุกแห่ง
เต็มไปด้วยภยันอันตรายอย่างไม่มีสิ้นสุด
” เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ไม่ทราบว่าข้ามี
ความลับอันยิ่งใหญ่ซ่อนเอาไว้อยู่ ดังนั้นท่านบอก
ให้ข้าทุ่มเทอุทิศตนเพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ให้จงได้ ข้ารู้ว่ามี
หลายคนอยากรู้เรื่องราวความลับของข้า ด้วย
เพราะตัวข้าไม่มีผู้หนุนหลังคอยปกป้อง ข้าคงไม่
อาจทนรับมือกับคนโลภเหล่านั้นได้ ”
อันที่จริงด้วยพลังฝีมือ และ อายุปัจจุบันของ อู่ อวี้
ภายในชมพูทวีปโลกธาตุ เขาถือเป็นสุดยอด
อัจฉริยะ กล่าวได้ว่าปัจจุบัน โอรสเล่อ ก็ยังหาใช่คู่
ต่อสู้ของเขา
ต่อให้เป็นสุดยอดอัจฉริยะ ถ้าไม่มีคนหนุนหลังหรือ
มีผู้ใดให้หลบลี้หนีภัย หากภายภาคหน้าต้องการจะ
เหนือกว่า โอรสเล่อ คงเป็นเพียงแค่ความเพ้อฝัน
เกินจริง!
ด้วยเหตุผลมากมายทำให้ อู่ อวี้ ต้องพิจารณา
อย่างรอบคอบ เมื่อต้องไปยังสถานที่แปลกใหม่
‘ ทวีปเป่ยหมิง ‘ ตั้งอยู่เหนือสุด ดินแดนโบราณเห
ยียนหวง อาณาจักรเหนือส่วนใหญ่ถูกครอบครอง
โดย ‘ จักรวรรดิเป่ยหมิง ‘
มันคือสถานที่แห่งความตาย ซึ่งเปี่ยมล้นไปห้วง
แห่งเหมันต์ และ ความหนาวเหน็บถึงขีดสุด
สำหรับที่นั่น อู่ อวี้ ต้องเผชิญกับศัตรู ทั้งภยัน
อันตรายจากทุกด้าน คงต้องกล่าวว่าที่นั่นอันตราย
ยิ่งกว่า อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เสียอีก หาก
ที่นั่นไม่มี องค์หญิงโย่วเสี่ย อยู่ อู่ อวี้ ย่อมไม่หยิบ
ยกมันมาเป็นตัวเลือกอย่างแน่นอน
” องค์หญิงโย่วเสี่ย ถูก วงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณ มันคือพันธะทาสอย่างแท้จริง ถึงแม้ข้า
จะไม่คิดว่านางเป็นทาสก็ตามแต่ ทว่าครั้งนี้คง
จำเป็นต้องให้นางยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ข้า
จะต้องค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปใน ดินแดนโบราณ
เหยียนหวง อันกว้างใหญ่นี้และกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของมันให้จงได้ ”
ภายใต้การไตร่ตรองชั่งใจ มันทำให้ อู่ อวี้ เชื่อมั่น
ใน วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ มากขึ้น
ดังนั้นเป้าหมายของเขาคือ : จักรวรรดิเป่ยหมิง!
ท่ามกลางมหาสมุทรอันบ้าคลั่งไร้สิ้นสุด เขาได้
เปลี่ยนเป้าหมายการเดินทางจากทิศตะวันตกเฉียง
ใต้ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
หลังจากตัดสินใจ จิตใจของเขาก็แน่วแน่ชัดเจน
มากยิ่งขึ้น
” รอข้า ข้ากำลังจะไปหา ” อู่ อวี้ สั่งองค์หญิงโย่ว
เสี่ยผ่านความคิด หลังจากอีกฝ่ายได้รับข้อความ
นางก็แสดงความรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย แต่ใน
ความหวาดกลัวนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น และ
คาดหวัง
เมื่อทุกอย่างถูกตัดสินใจ อู่ อวี้ ก็ยังไม่รีบร้อนที่จะ
ออกเดินทาง นอกจาก พลองหมื่นมังกร แล้ว เขา
ยังต้องการเพิ่มทุนรอดติดตัวขึ้นอีกเล็กน้อย ด้วย
เพราะ ‘พลองหมื่นมังกร’ ค่อนข้างโดดเด่นชัดเจน
จนเกินไป
อันที่จริงพื้นฐานฝึกตนเมื่อเข้าสู่ระดับ ‘ ตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 8 ‘ แล้ว อู่ อวี้ จึงสามารถ
ฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์ขั้นสุดท้ายได้
แต่ในยามนั้นเขาหาได้มีเวลามากมายเช่นนั้น
ทว่าปัจจุบัน อู่ อวี้ มีเจดีย์ล่องกำเนิดอยู่ในมือ
ฉะนั้นเขาจึงมีเวลาอีกมาก
ก่อนหน้านี้ด้วยเพราะ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ประสบเคราะห์กรรมมรสุมสาดซัดผ่านเข้ามา ทำ
ให้เขาไม่สามารถใคร่ครวญเรื่องราวต่าง ๆ อย่าง
ละเอียดถี่ถ้วน ดังนั้นเขาจึงคิดจะมาพักผ่อนที่ริม
หาดชั่วระยะเวลาหนึ่ง
เขาเข้าไปใน เจดีย์ล่องกำเนิด ที่จมอยู่ในห้วงทะเล
ลึก ความลึกของมันอยู่ในระดับเรียกได้ว่า ไม่
สามารถมองเห็นได้แม้กระทั่งนิ้วมือ เขาจมอยู่
ภายในก้นทะเลทรายอันมืดมิด ถูกปกคลุมไปด้วย
ทรายสีดำ
เมื่ออยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด อู่ อวี้ ก็
‘เตรียมพร้อมทุ่มเทไปกับการชี้แนะ’ ของ หมิงซวง
และสิ่งที่เขาได้รับจาก หมิงซวง ในยามนี้คือพลัง
อิทธิฤทธิ์วิถีสุดท้าย!
ด้วย กายาเพชรอมตะ กับพลังอิทธิฤทธิ์อีก 4 วิถี
ที่เกือบจะเป็นความรู้ทั้งหมดของ หมิงซวง คาดว่า
หลังจากนี้ อู่ อวี้ จะต้องสื่อสารกับพลองสม
ปรารถนา เพื่อได้รับความรู้แจ้งด้วยตนเองแล้ว
” ความมหัศจรรย์ของพลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่ 4
หลังจากเริ่มฝึกฝน ถึงแม้จะสำเร็จเพียงขั้นแรก แต่
มันก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอดของเจ้าขึ้น
อีกสามเท่า ถ้าสำเร็จขั้นที่สอง มันจะช่วยเพิ่มขึ้น
อย่างน้อยหลายสิบเท่า หากสำเร็จขั้นที่สาม เจ้าก็
จะมีโอกาสมากยิ่งขึ้น แต่ช่างน่าเสียดายนัก ที่ข้า
เพิ่งฝึกฝนจนบรรลุขั้นที่สองเท่านั้น มิเช่นนั้น ข้า
คงไม่มีจุดจบเช่นนี้ ”
พลังอิทธิฤทธิ์ เช่นใดกัน ถึงเพิ่มโอกาสในการมี
ชีวิตรอดเช่นนี้?
แถมยังมากกว่าสามเท่า นี่ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย
สำหรับเรื่องนี้ ดูเหมือนว่า หมิงซวง จะคำนวณ
เอาไว้แล้ว พลังอิทธิฤทธิ์นี้มีไว้เพื่อป้องกัน ในกรณี
ที่เขาถูกผู้ที่มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงหรือมีความ
แข็งแกร่งยิ่งกว่าปิดล้อม
” เจ้าไม่ต้องคาดเดาให้มากความ ”
ช่วงเวลาที่เขาไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ จิตใจสงบ
และมั่นคงถึงขีดสุด จึงเหมาะสำหรับการขบคิด
ไตร่ตรอง พลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่สี่เป็นอย่างยิ่ง
” พลังอิทธิฤทธิ์ นี้มีชื่อว่า : เมฆาตลบฟ้า ”
อู่ อวี้ คิดว่าแม้แต่นามของมันยังดูแปลกขนาดนี้
แล้วความสามารถของเมฆานี้คืออะไร? แล้วคำว่า
ตลบฟ้า ล่ะ?
มันหมายความว่าเมฆาที่พลิกกลับหัวรึเปล่านะ?
เมื่อ หมิงซวง เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา นางก็เปล่ง
เสียงหัวเราะดังลั่น พร้อมกับกล่าวว่า ” เจ้าอย่าได้
ดูถูก เมฆาตลบฟ้า ถึงแม้ว่านามของมันจะฟังดู
ธรรมดา แต่บทบาทที่แท้จริงของมัน คือการช่วย
เพิ่มโอกาสในการกลายเป็นเซียนอมตะของเจ้าขึ้น
อีกมาก อย่างน้อย ๆ ภายใต้สถานการณ์วิกฤตยาม
คับขัน มันจะช่วยให้เจ้ามีชีวิตรอดต่อไปได้ แค่
ประโยชน์นี้เพียงอย่างเดียว ก็เหนือล้ำยิ่งกว่าพลัง
อิทธิฤทธิ์ทั้งสามแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ข้าก็รู้สึกเศร้า
ใจมากจริง ๆ เนื่องจากข้ามิได้สนใจ เมฆาตลบฟ้า
เท่าที่ควร ทั้งยังมิได้ไตร่ตรองถึงบทบาทของมัน
อย่างรอบคอบ มิเช่นนั้น ท่านย่าผู้นี้คงมีอำนาจ
เทียมฟ้าไปแล้ว คงไม่ต้องมาเกาะติดกับปีศาจน้อย
เช่นเจ้าแบบนี้ ”
” ข้าเข้าใจแล้ว ” อู่ อวี้ ทราบว่านางไม่ได้ล้อเล่น
เนื่องจากความตายคือสิ่งที่นางเสียใจมากที่สุดใน
ชีวิต ดังนั้นนางจึงไม่คิดจะล้อเล่นอย่างแน่นอน
” พลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่สี่ เกี่ยวข้องกับชีวิต แน่นอน
ว่าท่ามกลางพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งหมด เมฆาตลบฟ้า
นั้นทรงพลังมากที่สุด ดังนั้นจึงเหมาะสมที่ เจ้าจะ
ขัดเกลาฝึกฝนมันในเวลานี้ ” หมิงซวง กล่าว
อู่ อวี้ ถามด้วยความอยากรู้ว่า ” เมฆาตลบฟ้า นี้
มีความมหัศจรรย์เช่นใดรึ? มันคือพลังอิทธิฤทธิ์
ชนิดใด?”
พลังอิทธิฤทธิ์ทั้ง 3 วิถีก่อนหน้านี้ เพียงแค่นามก็
ล้วนทราบชัดกระจ่าง เช่น ‘เทียมฟ้าจรดดิน’ นั้น
เกี่ยวข้องกับร่างกาย
โดยเฉพาะเนตรเพลิง ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่
เทียมฟ้าจรดดิน ถึงแม้นามของมันจะดูคลุมเครือ
เล็กน้อย แต่ก็ไม่ยากจะเข้าใจ ว่ามันคือการยืด
ขยายร่างกายให้ใหญ่เทียมฟ้า เล็กเท่าปฐพี
แต่ เมฆาตลบฟ้า นี้ นามของมันเหมือนกับของเล่น
เด็ก
ในเวลานี้ หมิงซวง ก็แสดงท่าทางภาคภูมิใจยิ่ง
นางลากเสียงยาวพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้าว่า
“ ช่วงสั้น ๆ ที่เจ้าเริ่มปลูกฝังพลังอิทธิฤทธิ์นี้ ใน
ระหว่างกระบวนการเจ้าจะต้องพบเจอกับก้อน
‘เมฆ’ ที่แปลกประหลาด ก้อนเมฆาที่อยู่ภายใต้การ
ควบคุมของเจ้า เต็มไปด้วยผลจากเวทอันน่า
มหัศจรรย์มากมาย ทว่ามีกี่ขั้น หรือมีกี่ชนิดข้าคง
ไม่อาจทราบได้ เนื่องจากข้ารู้เพียง 3 ขั้นแรก
เท่านั้น นอกจากนี้ยังฝึกฝนได้ถึงขั้นที่ 2 ”
ก้อนเมฆาอันแปลกประหลาด?
ถือเป็นเรื่องยากที่ อู่ อวี้ จะเข้าใจได้
หมิงซวง กล่าวอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
” การยกระดับแต่ละขั้น ดูเหมือนว่าจะมีความ
แตกต่างค่อนข้างใหญ่หลวงเลยทีเดียว เช่นขั้นแรก
เริ่มการควบแน่น เมฆาตลบฟ้า จากนั้นเจ้าก็
สามารถนั่งบน เมฆาตลบฟ้า นี้ได้ และกลายเป็น
คนที่มีอิสระเสรีมากที่สุดในสวรรค์ปฐพีแห่งนี้
เมฆาตลบฟ้า มีความสามารถในการข้ามผ่านมิติ
จัดได้ว่าเป็นความรวดเร็วที่สูงล้ำยิ่ง ถึงแม้จะไม่ใช่
ความเร็วสูงสุดก็ตาม แต่มันก็คือการเดินทางข้าม
ผ่านมิติ ข้ามผ่านห้วงแห่งจักรวาลพิภพ เช่น
ระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่ง หากเจ้าใช้เคล็ดก้าว
เทวะ พุ่งทะยานไปเป็นเส้นตรง เจ้าจะรู้สึกได้ว่ามัน
รวดเร็วมาก แต่ถ้าเจ้าขี่ เมฆาตลบฟ้า เจ้าจะรู้สึก
ว่ามันเป็นการบินแบบโค้ง เสมือนดั่งหมุนเป็น
วงกลมขนาดใหญ่ แต่ในที่สุดเจ้าก็จะพบว่า มัน
ช่วยประหยัดเวลาให้เจ้ามากกว่าครึ่ง! ”
อู่ อวี้ รับฟังความลึกลับของเมฆานี้
” อันที่จริงแล้ว เต๋าของ เมฆาตลบฟ้า นั้น
เกี่ยวข้องกับ ‘มิติ’ ถือเป็นเต๋าที่มีความลึกลับ
ซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ตำนานเล่าขานว่า มีเพียง
เซียนอมตะเท่านั้นที่สามารถเข้าใจมัน แต่พลัง
อิทธิฤทธิ์นี้ ช่วยให้เราเข้าใจ และ สามารถดึง
ความสามารถในวิถีนี้ออกมาใช้ก่อนเล็กน้อย โดย
ปลดปล่อยออกมาผ่านทางพลังอิทธิฤทธิ์ ”
ห้วงแห่งมิติ และ เอกภพ
อู่ อวี้ เริ่มเข้าใจเล็กน้อย
” กล่าวคือ เมฆาตลบฟ้า เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่
รวดเร็วยิ่ง แต่เจ้าจะมิได้รู้สึกว่ามันรวดแล้ว ทว่า
มันคล้ายกับการ ‘กระโดดข้ามห้วงมิติ’ ในชั่ว
พริบตา ถือได้ว่าเส้นทางแห่งเต๋านี้มีความลึกลับยิ่ง
ดังนั้น เมฆาตลบฟ้า ก็น่าพิศวงเช่นกัน แท้จริงแล้ว
มหาวิถีแห่งมิติถือเป็นเต๋าที่ยากจะเข้าใจยิ่ง หาก
เปรียบเทียบกับพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดอื่น ๆ พลัง
อิทธิฤทธิ์ชนิดนี้ถือว่าใช้งานเรียบง่ายและง่ายดาย
ยิ่ง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างชัดเจน
”
หมิงซวง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังชัดเจน
” หากเปรียบเทียบความเร็วที่แท้จริงของ เมฆา
ตลบฟ้า นี้ ก็คงจะเร็วกว่าความเร็วปกติของเจ้านับ
สิบเท่า ดังนั้นเมื่อยู่บนวิถีแห่งการมีชีวิตรอด ไม่ว่า
ฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแรงมากเพียงใด ทันทีที่ก้าวขึ้น
ไปขี่บน เมฆาตลบฟ้า เจ้าก็จะพุ่งทะยานหายไปใน
ชั่วพริบ แล้วผู้ได้จะไล่ตามจับเจ้าได้ทัน? เมฆา
ตลบฟ้า จะคงอยู่กับเจ้าตลอดเวลา ครอบคลุมทั้ง
ในด้านการต่อสู้ เช่นการควบแน่นมันเพื่อใช้
ต้านทานการโจมตี ฯลฯ … ”
ความรวดเร็วแบบกระโดดข้ามมิติเอกภพ ช่าง
น่าสนใจมากจริง ๆ
ทว่า เมฆาตลบฟ้า แท้จริงแล้วเป็นเช่นไร?
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ