กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 678: เมฆาตลบฟ้า
พลังอิทธิฤทธิ์ที่มีหมิงซวงมอบให้เขา มีคุณค่าและ
ทรงประสิทธิผลอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม แค่เพียงก็บบรรลุขั้นแรกของพลัง
อิทธิฤทธิ์นี้ ก็ครอบคลุมทั้งเคล็ดก้าวเทวะ และ
เทียมฟ้าจรดดิน อย่างสิ้นเชิง สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
คือมันคงอยู่ได้อย่างยาวนาน แถมยังไม่จำเป็นต้อง
สูญพลังอะไรมาก เพราะนี่ไม่ใช่การเดินข้ามผ่าน
ปกติ แต่มันคือการเดินทางข้ามผ่านห้วงมิติ
ถึงแม้ว่ามันจะเดินทางเป็นวิถีโค้ง ทว่ามันก็เร็วกว่า
มาก
“แล้วขั้นที่สองล่ะ?”
หมิงซวง กัดริมฝีปากแล้วกล่าวว่า ” ขั้นหนึ่งยังไม่
บรรลุด้วยซ้ำ แต่กลับหาญกล้าถามถึงขั้นสอง ”
” อย่าชักแม่น้ำทั้งห้า อธิบายสั้น ๆ มาก็พอ ”
” ถ้าเจ้าตั้งใจถามด้วยใจจริง เช่นนั้นข้าจะยอม
สงสารบอกเจ้าก็ได้ หากบรรลุขั้นที่สอง เจ้ากับ
เมฆาตลบฟ้าจะสามารถผสานกันเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าก็สามารถใช้บัญญัติเวทส่วน
ใหญ่ของเมฆาตลบฟ้า ทะลวงฝ่าข้อจำกัดแห่งห้วง
มิติออกมาได้โดยตรง เช่น คราที่เจ้าติดอยู่ในม่าน
ปราการของเวทีเซียนเหลียว มันย่อมไม่สามารถ
ขวางกั้นเจ้าไว้ได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามหาก
เจ้าไม่ใส่ใจทุ่มเทฝึกฝน การจะบรรลุขั้นที่สองนั้น
ย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเจ้าหมั่นเพียร การจะบรรลุ
ขั้นที่สองก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ทุก ๆ ที่ในขอบเขต
ปัจจุบันของเจ้า ตราบใดที่เจ้าไม่พานพบสถานที่
ผิดแผกพิสดาร เจ้าสามารถกระโดดผ่านค่ายกล
ม่านปราการขวางกั้นไปอีกฝั่งนึงได้ อย่างน้อย ๆ
หลังจากที่ข้าฝึกฝนมัน ก็ไม่มีผู้ใดสามารถกักขัง
หรือหยุดยั้งข้าได้ ”
ฟังดูแล้วเหมือนธรรมดา แต่อันที่จริงแล้วมันยอด
เยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง
ไม่มีค่ายกลวงเวทหรือสถานที่ใด ที่สามารถหยุดยั้ง
หรือต่อต้านการรุกรานของเขาได้
เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า เขาสามารถ
ใช้เมฆาตลบฟ้า พลิกตลบทะยานหนีออกไป ทำให้
ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางสังหาร อู่ อวี้ ได้
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม หมิงซวง จึงกล่าวว่า
หลังจากบรรลุขั้นที่ 2 โอกาสในการมีชีวิตรอดของ
เขาจะเพิ่มขึ้นอีกนับสิบเท่า หากต้องเข้าไปใน
สถานที่ซึ่งมีผู้คนตกตายไปมากมาย ตัวเขาก็จะ
รอด
อย่างภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลก่อนหน้านี้
เห็นได้ชัดว่ามีอยู่หลายสถานที่ ซึ่งมีสมบัติวิเศษ
ซ่อนอยู่มากมาย แต่ อู่ อวี้ ไม่สามารถเข้าไปได้
เช่นประตูทองสัมฤทธิ์ภายในสุสาน บางทีเขา
อาจจะข้ามผ่านมันไปได้หากได้ร่ำเรียนพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่ว่า
ถึงแม้จะบอกว่ามันมิได้มีพลังโจมตีใด ๆ ทว่า
หลายครั้งหลายครา การเอาชีวิตรอดก็สำคัญกว่า
การโจมตี ในกรณีของ อู่ อวี้ ตราบใดที่เขายังไม่
ตาย และเมื่อมีมรดกเซียนอมตะนี้อยู่ เขาก็ไม่เกรง
กลัวสิ่งใด
หลังจากตกตะลึงพรึงเพริดกับความสามารถของ
ขั้นที่สอง อู่ อวี้ ก็อดถามขั้นที่สาม กับ หมิงซวง
ด้วยความสงสัยใคร่รู้อย่างช่วยไม่ได้
” ขั้นสาม? ข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่ถ้าให้เดา ดู
เหมือนว่าจะสามารถนำเมฆาตลบฟ้ามาใช่ร่วมใน
การต่อสู้ได้ ในช่วงเวลานั้นเมฆาตลบฟ้าจะขยาย
ใหญ่ขึ้น สร้างเป็นเขตแดนกักขังศัตรูไว้ภายใน
เสมือนดังขนมสายไหมที่มีความเหนียวหนืดอันน่า
สะพรึงกลัวก็มิปาน ผู้ที่ติดอยู่ภายใน ไม่ว่าจะ
เคลื่อนไหวหรือกระทำการใด ๆ ล้วนติดขัดลำบาก
ยิ่ง ส่วนเจ้าก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แต่
นี่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดนะ ”
พลังอิทธิฤทธิ์ประเภทนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้ทรงพลัง
อะไร แต่ถ้าหากนำมาใช้งานจริงแล้ว
ความสามารถของมันจะมีประโยชน์ต่อ อู่ อวี้ เป็น
อย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาสมควรทำต่อไปก็คือ การทำ
จิตใจให้สงบลง มีเพียงแค่พลังอิทธิฤทธิ์ที่สามารถ
ปลูกฝังบ่มเพาะได้สำเร็จเท่านั้น มันจึงจะ
กลายเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ของตัวเขาเองอย่างแท้จริง
หมิงซวง ท่องสัจจคาถา เมฆาตลบฟ้า ให้เขาฟัง
ระหว่างที่นางกำลังท่องสัจจคาถาอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็
สัมผัสได้ถึงเค้าลางการมีอยู่ของ ‘พลองทองสม
ปรารถนา’ ทุกถ้อยคำที่นางเอ่ยออกมา ตัวอักษร
เหล่านั้นก็จะปรากฏขึ้นบนพลอง
สัจจคาถาเหล่านี้ไม่เพียงแค่ให้ความรู้สึกเก่าแก่ลึก
ล้ำ ทว่ายังมีรูปแบบสัญลักษณ์บางอย่างปรากฏขึ้น
เมื่อ หมิงซวง ท่องสัจจะคาถาไปเรื่อย ๆ รูปแบบ
สัญลักษณ์เหล่านั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการ
เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เกิดขึ้นอยู่ภายในส่วนลึกจิตใจ
ของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังสามารถมองเห็นจุดสีดำอยู่
บน พลองทองสมปรารถนา แม้มันจะมีเพียงแค่
ไม่กี่จุดก็ตาม แต่ดูเหมือนว่ามันกำลังกระเสือก
กระสนดิ้นรน ท่ามกลางการดิ้นรน สามารถแลเห็น
เค้าลางของตราผนึกอสูรได้ภายใน
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ไม่ได้หายไปไหน มันถูก
กักขังอยู่ที่นี่ ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามหลบหนีอย่าง
สุดชีวิต บางทีสักวันหนึ่งมันอาจจะหลบหนีไปได้
เมื่อวันนั้นมาถึง อู่ อวี้ คงไม่โชคดีเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเรื่องนี้จะยังเป็นไปไม่ได้
ในตอนนี้
เขาพร่ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ วิธีเดียวที่สามารถจะ
สยบมันได้ ก่อนมันจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง นั่นก็
คือเขาจะต้องแข็งแกร่งมากพอที่จะสยบมัน
ระหว่างที่เขากำลังไตร่ตรองทำความเข้าใจพลัง
อิทธิฤทธิ์ ‘เมฆาตลบฟ้า’ ที่ปรากฏขึ้นบนพลอง
ทองสมปรารถนา อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่ากำลังเผชิญกับ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ไปด้วย
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ซึ่งถูกผนึกอยู่ในพลอง สามารถ
แลเห็น อู่ อวี้ ได้อย่างชัดเจน ทว่านางไม่อาจเอื้อม
เอ่ยถ้อยวจีคำใดได้
ระหว่างที่ อู่ อวี้ ไม่สามารถแลเห็นปฏิกิริยาของ
ฝ่ายตรงข้าม แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันน่า
หวาดกลัวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่
ในเวลานี้เขากำลังมุ่งมั่นจดจ่ออยู่ที่พลังอิทธิฤทธิ์
‘เมฆาตลบฟ้า’ ไม่ว่าจะเป็น บัญญัติเวท ข้อความ
อักษร รูปแบบสัญลักษณ์ซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง
ภาพทั้งหมดล้วนแจ่มชัดอยู่ภายในจิตใจของเขา
หนึ่งวันต่อมา หมิงซวง ก็ท่องสัจคาถาส่วนที่สาม
ของ ‘เมฆาตลบฟ้า’ เสร็จสิ้น หลังจากท่องสัจจ
คาถาจนเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็เริ่มไตร่ตรองเข้าสู่ห้วง
ภวังค์แห่งความรู้แจ้ง จมลึกลงไปในความทรงจำ
ของเขาอย่างลึกซึ้ง ในเวลานี้ พลองทองสม
ปรารถนา ได้หายไปแล้ว อีกทั้งยังไม่สามารถ
สัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องเขาอยู่ก่อนหน้านี้
เวลาผันผ่านไปได้ห้าวัน ถึงแม้เขายังไม่ได้เริ่ม
ฝึกฝน แต่เขาสามารถจดจำสัจจคาถาทุกตัวอักษร
ได้อย่างขึ้นใจ
ขณะนี้ อู่ อวี้ ได้ล้มเลิกความคิดเรื่องขั้นที่ 2 กับ
ขั้นที่ 3 ไปก่อน สำหรับเขาสิ่งสำคัญอันดับแรกคือ
รากฐาน สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาต้องการให้ ‘เมฆา
ตลบฟ้า’ ปรากฎขึ้นมา หลังจากนั้นเขาถึงจะ
สามารถไปขั้นต่อไปได้
โลกภายนอก เจดีย์ล่องกำเนิด ผ่านไปเพียงสามวัน
เท่านั้น
หากเข้าอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดสองเดือน เวลา
ที่อยู่ด้านนอกก็เท่ากับแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น
บัดนี้เขากำลังไตร่ตรองทำความเข้าใจใน ‘มหาวิถี
แห่งมิติ’ ของพลังอิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้า อู่ อวี้ รู้ดี
ว่ามันยาก ระดับความลึกล้ำของมัน เหนือล้ำยิ่ง
กว่าเทียมฟ้าจรดดิน ท่ามกลางพลังอิทธิฤทธิ์ทั้ง 4
วิถี เนตรเพลิงนั้นง่ายดายสุด ส่วนร่างอวตารนอก
วิถีก็จัดว่ามีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างต่ำที่สุด แต่
ก็เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ ที่ง่ายต่อการฝึกฝนบำเพ็ญเพื่อ
บรรลุสู่ระดับที่สูงขึ้นมากที่สุด
เพียงแต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ถือเป็นเรื่องยากมากที่
จะยกระดับพัฒนา
อู่ อวี้ เชื่อว่าตนเองสามารถเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้ง
ด้วยเวลาที่มากเพียงพอเขาจึงมุ่งมั่นอดทน ในยาม
นี้เขาลืมเลือนทุกสรรพสิ่งแล้วดื่มด่ำไปกับพลัง
อิทธิฤทธิ์นี้
บางครั้งบางครา เขาได้ออกจากการฝึกฝนเพื่อ
ตรวจสอบดูสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของ ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง และ อู่หยู๋
แล้วบางครั้งเขาก็ตรวจสอบสถานการณ์ต่าง ๆ ที่
เกิดขึ้นภายใน ดินแดนโบราณเหยียนหวง ผ่านทาง
องค์หญิงโย่วเสี่ย ด้วยเพราะเวลานี้ เส้นทางเซียน
บรรพกาล จะปิดลงใกล้เข้ามาทุกขณะ ซึ่งบรรดา
เหล่าคนสำคัญ ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่กลับมา
ขั้วอำนาจกองกำลังหลัก กำลังเฝ้ารอคอยอัจฉริยะ
รุ่นเยาว์ของพวกมันกลับมา
จากหนึ่งเดือน กลายเป็นสองเดือนผันผ่านไป
เขาใช้ชีวิตอยู่ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด เป็นเวลาสี่
เดือน ซึ่งก็เท่ากับเวลาของภายนอกผ่านไปได้สอง
เดือน
หลังจากดำดิ่ง จมอยู่ในห้วงแห่งการฝึกฝนอย่าง
เข้มข้นเป็นเวลาสี่เดือน ในที่สุดเขาก็พบว่า เมฆา
ตลบฟ้า มันช่างเสมือนดั่งการเลี้ยงดูเด็กทารก
ส่วนที่ยากที่สุดนั้นก็คือการเริ่มต้น หลังจากนั้นก็
ปล่อยให้มันเติบใหญ่เป็นไปตามธรรมชาติ เฝ้ารอ
จนกว่าจะได้เห็นผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอันจริง ๆ
สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือ ‘การฟูมฟักเลี้ยงดู’
ในเรื่องนี้ หมิงซวง ยังสามารถให้คำชี้แนะ
บางอย่างกับ อู่ อวี้ เพื่อช่วยย่นระยะเวลาการ
เรียนรู้ทำความเข้าใจเป็นอย่างมาก
กล่าวได้ว่าเขาไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในมหาวิถี
แห่งมิติของพลังอิทธิฤทธิ์นี้ แต่เขาก็จำเป็นต้อง
ปลูกฝังตราประทับของพลังอิทธิฤทธิ์นี้ ลงบน
กำแพงสุดท้ายในตำหนักม่วง
อู่ อวี้ ค่อย ๆ สัมผัสได้ว่าตนเองกำลังเคลื่อนที่เป็น
วิถีโค้งมุ่งไปด้านหน้า ราวกับว่ามันช่วยให้เขามุ่ง
หน้าไปถึงปลายทางได้รวดเร็วขึ้น?
เขาเข้าใจว่า บางครั้งบางคราเราอาจจะรับรู้ถึง
บางสิ่งบางอย่างบนโลกนี้ ทว่าสิ่งนั้นไม่อาจ
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า บางทีมันอาจจซับซ้อน คด
เคี้ยว บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยนก็ได้
เส้นทางตรงระหว่างจุดสองจุด แม้ว่ามันจะดูเป็น
การมุ่งตรงผ่านไป แท้จริงแล้วมันอาจบิดโค้งก็ได้
สิ่งที่เรียกว่าการบิดโค้งบางทีมันอาจเป็นเส้นตรง
มากที่สุด คนปกติธรรมดา ไม่สามารถแลเห็นการ
บิดเบือนของพิภพได้ ทำให้การพลิกตลบม้วนกลับ
กลายเป็นเส้นทางที่ใกล้มากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ อู่ อวี้ จะมิได้ขึ้นไปมองทวีปแห่ง
ทวยเทพจากบนท้องนภา แต่เขาก็สามารถรับรู้ได้
ถึงรูปร่างของมันได้
” เช่น หากพูดถึงเสาต้นหนึ่ง มดปกติจะไต่ขึ้นจาก
ทางด้านซ้ายไปถึงทางด้านขวา ซึ่งสำหรับมดแล้ว
นี่อาจเป็นวิธีสั้นที่สุด อย่างไรก็ตาม หากมีมดเจาะ
เข้าไปในเสา ลัดเลาะจากภายใน ผ่าน
เส้นผ่าศูนย์กลางไปจนถึงอีกฝั่ง นี่ย่อมเป็นวิธีที่สั้น
กว่าอย่างแน่นอน และเมฆาตลบฟ้านี้ คือมดที่เจาะ
ผ่านเสาไปยังฝั่งตรงข้าม โดยการเดินทางผ่านมิติ ”
หมิงซวง เปรียบเทียบให้ฟัง
มันเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบที่ทำให้ อู่ อวี้ เข้าใจ
ได้อย่างง่ายดายว่า เมฆาตลบฟ้า นั้นคืออันใด
ทุกผู้คนในใต้หล้า ก็เป็นเสมือนดั่งมดธรรมดา แต่
ถ้าหากนั่งอยู่บนเมฆาตลบฟ้า ก็จะสามารถทะลวง
ฝ่าห้วงมิติได้
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ความรวดเร็วในตัวของ เมฆา
ตลบฟ้า นั้น หาได้มีความเกี่ยวข้องกันเท่าใดนัก
การเปรียบเทียบนี้ เป็นเสมือนดังการรู้แจ้งอย่าง
แท้จริง
เมื่อเข้าใจรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนถ่องแท้ดีแล้ว
ราวกับว่ากำแพงที่กั้นขวางอยู่เบื้องหน้าได้
พังทลายลง ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น
หลังจากนั้นไม่นานภายในมือของ อู่ อวี้ มีก้อนเมฆ
สีขาวเล็ก ๆ อยู่ เมฆก้อนนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือ
เท่านั้นมันกำลังเคลื่อนไหวพริดพริ้วอยู่ภายในมือ
ของเขา
สิ่งที่แปลกยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อู่ อวี้ รู้สึกว่าเมฆาสี
ขาวก้อนเล็ก ๆ นี้ ราวกับว่ามันมีชีวิต เสมือนดั่ง
สัตว์แรกเกิดตัวน้อย ที่กำลังพัวพันนัวเนียอยู่
รอบตัวของ อู่ อวี้ อย่างเริงร่าสนุกสนาน บางครั้ง
บางครั้งก็ขึ้นมาอยู่บนใบหน้าของเขา อย่างสนิท
สนมยิ่ง
สิ่งที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างเกินความคาดหมายสำหรับ
อู่ อวี้ เขารู้สึกราวกับว่าตนเองนั้นกำลังมีบุตร ทั้ง
ๆ ที่มันคือพลังอิทธิฤทธิ์
” น่ารักใช่ไหมละ? หนึ่งข้าก็เคยมีเจ้าตัวน้อยนี้
เช่นกัน ข้าเรียกมันว่า ‘เสี่ยวหยุนหยุน’ ข้าเป็น
เหมือนกับแม่ของนาง เสี่ยวหยุนหยุนกับข้าสนิท
สนมและรักใคร่กันยิ่ง แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้จบสิ้น
ลงแล้ว ฮือฮือ~~!” เมื่อ หมิงซวง หวนนึกถึงเรื่อง
เศร้า นางก็น้ำตาแตกทันที
เมื่อกี้ยังพูดคุยกันถึงเรื่องการฝึกฝนยกระดับพลัง
อิทธิฤทธิ์ แต่อยู่ ๆ นางก็กลายเป็นมารดาไปเสีย
อย่างงั้น …
ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ หมิงซวง จัดเป็นบุคคล
อันมีนิสัยแปลกประหลาดผู้หนึ่งอย่างแท้จริง…
อย่างไรก็ตาม มันก็ดูน่ารักอย่างที่นางว่าจริง ๆ นั่น
แหละ เสมือนดั่งเด็กน้อยเยาว์วัย ผู้มีจิตใจใสซื่อ
บริสุทธิ์
แน่นอนว่าเมฆาก้อนเล็ก ๆ กำลังบินไปบินมารอบ
ๆ แม้จะไม่ได้ยินเสียงของมัน ก็สามารถรับรู้ได้ว่า
มันกำลังตื่นเต้นดีใจสนุกสนานอย่างเต็มที่ สิ่งที่น่า
ประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่า
ก้อนเมฆาน้อย ๆ นี้กำลัง ‘กระโดด’ อยู่
ระหว่างที่มันกระโดดโลดเต้น อยู่ ๆ มันก็หายวับ
ไปในพริบตาแล้วไปปรากฏตัวอีกที่หนึ่ง
ตัวอย่างเช่นอยู่ ๆ มันก็ออกมาจากร่างของ อู่ อวี้
ไปด้านซ้ายไปด้านขวา แล้วอยู่ ๆ ก็หายไป
จากนั้นอยู่ ๆ ก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเอาซะดื้อ ๆ
นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ เมฆาตลบฟ้า!
แน่นอนว่า พลังอิทธิฤทธิ์วิธีที่ 4 นี้ ย่อมมีแก่นแท้
แฝงเร้นอยู่มากกว่าหนึ่งชนิด!
” เร็ว ๆ รีบตั้งชื่อให้มัน! ถ้าเจ้าไม่ตั้ง ข้าจะตั้งเอง
ในฐานะที่เจ้าเป็นบิดา นามที่ตั้ง ต้องไม่ฟังดูยาก
จนเกินไป อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใกล้เคียงกับ ‘เสี่ยว
หยุนหยุน’ ของข้า!” หมิงซวง เช็ดน้ำตาแล้วกล่าว
อย่างรวดเร็ว
” งั้นก็บอกชื่อที่เจ้าจะตั้งมาได้เลย ” อู่ อวี้ กล่าว
” ไม่ ข้าไม่ใช่มารดาของมันสักหน่อย ” หมิงซวง
กล่าวพร้อมบุ้ยปาก
หากไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ อับจนไร้สิ้นหนทางเกี่ยวกับ
การตั้งชื่อให้กับเมฆน้อยก้อนนี้แล้วจริง ๆ ผู้ใดเล่า
จะโง่เขลาไปร้องขอความช่วยเหลือจากนาง?
” ถ้าเช่นนั้นก็เรียกว่า ‘เสี่ยวโต่ว’ ก็แล้วกัน ” อู่
อวี้ ขบคิดมานานจึงเอ่ยออกไปเช่นนี้
” ชิ! ชื่อนี้ไม่เห็นจะดีเท่ากับของข้า ”
“ เสี่ยวโต่ว ” อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ กำลังหยอก
ล้อเล่นกับ เมฆาตลบฟ้า ด้วยความเอ็นดู ในตอนนี้
เขารู้สึกมีความสุขมากจริง ๆ อีกทั้งสิ่งที่เขา
ต้องการมากที่สุดก็คือ ฟูมฟักเลี้ยงดู เมฆาตลบฟ้า
ให้เติบใหญ่อย่างรวดเร็ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ