กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 69 : หายนะหมิงซวง
” ปะ … ปีศาจผู้ไร้เทียมทาน? ”
เขามองไปยังเด็กสาวตัวน้อย ที่ดูแล้วไม่น่าจะสามารถ
สร้างอันตรายต่อมนุษย์ หรือ สัตว์ จากนั้นในใจของ
เขาก็นึกถึงภาพของปีศาจผู้ไร้เทียมทาน มันยิ่งท าให้
ภายในจิตใจ อู่ อวี้ รู้สึกสับสนอย่างยิ่ง
” เจ้าไม่เชื่อข้าใช่หรือไม่ ? เมื่อหนึ่งแสนสองหมื่นปี
ก่อน โลกได้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งมันถูก
เรียกว่า ‘หายนะหมิงซวง’ มนุษย์บนโลกได้ผนึกก าลัง
ร่วมกับผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า ผู้คนจ านวนมากต่าง
ตามไล่ล่าเข่นฆ่าข้าแต่เพียงผู้เดียว ในท้ายสุดท่านย่า
หมิงซวงผู้นี้ก็จ ากัดพวกมันจนล้มตายหายไปกว่าครึ่ง
มีผู้คนมากมายร้องระงมด้วยความทุกข์ทรมาน
เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และ ตกตายนับล้านศพ
อาาา∼∼ มันช่างเป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งนัก … เจ้าไม่
เคยได้ยินเรื่องนี้เลยอย่างนั้นรึ ? ”
อู่ อวี้ ตกตะลึง เขาส่ายศีรษะ เพื่อตอบว่าเขาไม่เคย
ได้ยินมาก่อน
แต่อย่างไรก็ตาม การที่อีกฝุายออกปากมาอย่าง
หน้าตาเฉยเช่นนี้ ผู้ที่ฟ๎งคงต้องรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่
น้อย หากสังเกตดูแล้วค ากล่าวนี้ดูโม้เกินจริงไปเสีย
หน่อย ฉะนั้นเขาจึงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ส่ายหัว เด็กสาวตัวน้อยนามว่า ‘หมิ
งซวง’ ก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก จากนั้นนางก็กล่าว
ว่า ” เฮ้อ∼ เจ้านี่ช่างเหมือนกบใต้บ่อ[1] มีตาหามี
แววไม่ เจ้าก็รู้เพียงแค่นี้ ต่อให้เป็นโต๊ะจีนกบ มันก็คง
จะไม่เลิศรสอยู่ดี ”
ท าไมทุกครั้งที่นางกล่าว จะต้องน าเรื่องนู้นเรื่องนี้ มา
เชื่อมโยงกับอาหารการกินได้ทุกครั้งไปกันนะ ?
นับตั้งแต่หมิงซวงปรากฏกายขึ้น มันท าให้รู้สึกว่าตัว
เขานั้นช่างเป็นคนโง่เขลา การที่มีภูตผีวิญญาณ
ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขานั้น มันก็ถือว่าเป็นเรื่อง
เหลือเชื่ออย่างยิ่งแล้ว เขายังคงพยายามที่จะซักถาม
ต่อไปว่า ” อาวุโสหมิงซวง ท่านกับ ‘พลองสม
ปรารถนา’ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ? ”
ซึ่งถ้ามีความเกี่ยวข้องกันจริง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
เนื่องจากเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันท าให้ อู่ อวี้
ต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพียงแค่
เงยหน้าขึ้นมองก็จะเห็นเงื่อนปมที่ผูกติดเอาไว้กับ อู่
หยู๋ เสมือนเป็นตัวก าหนดชะตาชีวิตของนางว่าจะอยู่
หรือตาย
ดวงตาของหมิงซวงเบิกกว้าง นางจ้องมองไปยัง อู่ อวี้
ด้วยดวงตาบริสุทธิ์ไร้เดียงสา พร้อมกล่าวขึ้นว่า ”
อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โง่เขลา จนถึงขั้นไร้หนทางเยียวยา
รักษา ถูกต้อง… ข้าคือเจ้านายของพลองด้ามนี้ เป็น
เพราะหายนะหมิงซวงที่สร้างขึ้นในครั้งนั้น ข้าจึงถูก
ไล่ล่าจนเกือบต้องตกตายไป ขณะที่ข้าหลงเหลือจิต
วิญญาณเพียงแค่ครึ่ง และ สติสัมปชัญญะอันน้อยนิด
ข้าก็ได้ถูกพลองด้ามนี้ดูดกลืนเข้าไป ซึ่งมันท าให้ข้าไม่
สามารถไปเกิดใหม่ได้ แถมตายก็ไม่ได้เช่นกัน ข้าจึง
ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ไปจนตราบชั่วนิจนิรันดร์ ”
ค าพูดในช่วงท้าย ท าให้สามารถสัมผัสได้ถึงความโดด
เดี่ยว
” ท่านอายุ 120,000 ปี จริงๆหรือนี่ ? ”
ถ้าเป็นเช่นนั้น การติดอยู่ในพลองทองด้ามนี้ ถึง
120,000 มันช่างเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก
” ทุกๆ 129,600 ปี บรรจบ จวบตั้งแต่หายนะหมิ
งซวงจนถึงป๎จจุบัน ได้ผ่านพ้นไป ‘หนึ่งรอบ’
ช่วงเวลาแล้ว ไม่อย่างนั้น เจ้าคงจะไม่สามารถปลุก
พลองสมปรารถนาแล้วกลายเป็น ‘ผู้ถูกเลือก
ครอบครอง’ ไปได้?” หมิงซวงเหลือบมองขึ้นด้านบน
พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
หนึ่งรอบเวลา สองรอบเวลา ที่นางกล่าวมานั้น อู่ อวี้
ไม่เข้าใจแม้สักนิด แน่นอนว่าย่อมเป็นเช่นนั้น เพราะ
ประวัติศาสตร์ที่เขาสามารถพอจะเข้าใจได้สูงสุดก็อยู่
ที่ 10,000 ปี
แค่เพียงประวัติ 10,000 ปีก่อน ของอาณาจักรทั่วทั้ง
แผ่นดินนี้ ก็แทนวีรกรรมและหลายสิ่งอย่างของผู้คน
หลายชั่วอายุคนจ านวนนับไม่ถ้วนแล้ว
” อะไรคือ ‘ผู้ถูกเลือกครอบครอง’? ”
พลองทองปรารถนา ถือเป็นความลับอันใหญ่หลวง
ที่สุดของเขา เมื่อกล่าวถึงประเด็นนี้ขึ้นมา มันก็ท าให้
เขารู้สึกสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง
” เช่นนั้นข้าจะใจดีกับเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน
ความสามารถที่เจ้าได้มานั้น มันเป็นแค่หนึ่งในเศษ
เสี้ยวเคล็ดวิชาลับของ ‘ราชาวานร’ เหล่าผู้คนล้วนแต่
มิอาจก้าวข้ามกาลเวลาได้ เมื่อเวลาผ่านไปผู้ถือครอง
ย่อมดับสูญตามความเป็นไป ฉะนั้นจึงจ าเป็นที่จะต้อง
มีผู้ถูกเลือกคนต่อไปยังไงล่ะ เมื่ออดีตที่ผ่านมาข้า
เกือบจะสามารถทะยานขึ้นสู่ความเป็นอมตะ หากข้า
ท าได้ส าเร็จ ข้าจะกลายเป็นนายที่แท้จริงของพลองนี้
ยังไงล่ะ ” หมิงซวงทุบหน้าอกของนาง แล้วกล่าว
ออกมาอย่างภาคภูมิใจ
” ทะยานขึ้นสู่ความเป็นเซียนอมตะ? ”
ด้วยประโยคนี้ท าให้ อู่ อวี้ ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
ไม่อาจจินตนาการได้ว่า ครั้งหนึ่งแม่นางน้อยผู้นี้มี
ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใด? อู่ อวี้ ไม่ทราบว่านาง
จะมีความแข็งแกร่งมากกว่า ท่านอาจารย์เฟิง ซัวหยา
มากน้อยเพียงใด?
มาถึงป๎จจุบัน อู่ อวี้ ค่อนข้างเชื่อในสิ่งที่นางได้กล่าว
ออกมา
สิ่งเดียวที่เขาไม่อาจท าใจให้เชื่อได้นั่นก็คือ แม่นาง
น้อย หมิงซวง ได้กล่าวว่าตนเองนั้นเป็นปีศาจผู้ไร้
เทียมทาน แต่เขากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นแม้แต่น้อย
” เอาล่ะ ๆ การที่ท่านย่าผู้นี้ตื่นขึ้นมาได้ ก็เพราะได้
ดูดกลืนพลังศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า ข้าไม่ได้ตื่นมาเพื่อ
พูดคุยเรื่องสัพเพเหระเช่นนี้กับเจ้า ข้าต้องการให้เจ้า
ท าข้อแลกเปลี่ยนกับข้า”
เมื่อรู้เช่นนั้นเขาก็เริ่มคลายข้อสงสัย หลังจากที่เขา
ก้าวสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ แล้วได้เปิดจุดบัญญัติ
ก่อก าเนิด พลังศักดิ์สิทธิ์ที่พวยพุ่งออกมานั้น ได้ถูก
ดูดกลืนหายไปอย่างรวดเร็วจนแทบหมดสิ้น นั่นก็เป็น
เพราะว่าแม่นางน้อยผู้นี้ดูดกลืนมันไปนั่นเอง
แม้แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขา นางยังสามารถดูดซับไป
ได้หมด ท าให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าหมิงซวง จะต้องมี
เคล็ดลับบางอย่าง และ ต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
” ข้อแลกเปลี่ยน? ”
หมิงซวง กล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ และ น่ารักน่า
เอ็นดู ” ถูกต้อง … ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามาก
เดิมทีท่านย่าผู้นี้เกือบจะบรรลุเข้าสู่ขั้นเซียนอมตะ
แล้ว แต่เมื่อได้รับสมบัติวิเศษนี้มา ท าให้ข้าได้ล่วงรู้ว่า
ยังมีเคล็ดวิถีมากมายที่ยังไม่ได้ฝึกฝน ซึ่งเคล็ดวิถี
เหล่านี้ จ าเป็นต้องใช้การปลูกฝ๎งรากฐานเซียนในขั้น
หลอมรวมลมปราณ เข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภาตามล าดับ
เสียก่อนถึงจะฝึกฝนพวกมันได้ ข้าที่ก้าวบนเส้นทาง
อันผิดตั้งแต่แรก จึงได้พลาดมันไป การฝึกตนของเจ้า
ในเส้นทางแห่งเต๋านี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น การที่
เจ้าได้มาพานพบกับข้าถือว่าเป็นโชคอึหมาอย่างยิ่ง
(หมายถึงมีโชควาสนาอย่างยิ่ง) ถ้าพูดถึงเรื่องอึ ข้าก็
เคยไป ‘โลกเบื้องล่าง’ ชาวพื้นเมืองของที่นั่นได้ใช้มูล
ของแมวมาท าเป็นเครื่องดื่ม ช่างน่าขยะแขยงเสีย
จริง!”
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า ไม่ว่า หมิงซวง จะ
กล่าวถึงเรื่องใด ในทุกบทสนทนาของนางจะเกี่ยวโยง
ไปถึงเรื่องอาหารทั้งสิ้น เช่นนั้นแล้วเขาจ าเป็นต้อง
กรองค าพูดของนางอย่างถี่ถ้วน
หมิงซวง ท าท่าทางนึกย้อนไปถึงเครื่องดื่มอุจจาระ
แมว หลังจากผ่านไปนาน นางก็นึกขึ้นมาได้ว่าพวก
เขาก าลังคุยกันเรื่องข้อแลกเปลี่ยนอยู่ นางกระแอมไอ
ล้างคอสองครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า ” อ่ะแฮ่ม ๆ เช่นนั้น
ข้าขอถามเจ้า เจ้ามี เคล็ดวิถีบ่มเพาะของขั้นหลอม
รวมลมปราณหรือไม่? ”
” ไม่มี แต่ถ้าข้าได้กลับไปยังหุบเขาครามอีกครั้ง ก็
จะมีได้ เป็นเพราะท่านอาจารย์ของข้าเป็นท่านเทพ
เซียนที่อยู่ในระดับขั้นสร้างแกนนภา ”
“อุ๊บ!”
หมิงซวงพยายามจะกลั้นหัวเราะ จนไม่สามารถยืนตัว
ตรงได้ ท่าทางของนางช่างดูร่าเริงสดใสเป็นอย่างยิ่ง
” แค่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาเท่านั้น กลับริอาจ
อวดอ้างว่าเป็นเทพเซียนแล้วรึ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ท่านแม่ผู้นี้
รู้สึกขันยิ่งนัก!”
แม่นางน้อยผู้นี้ คราแรกก็อ้างตนว่าเป็นท่านย่า แล้ว
ตอนนี้กลับแทนตนเองว่าเป็นท่านแม่ นี่มัน…
ดูเหมือนว่าฝุายตรงข้ามของเขา จะดูถูกเทพเซียนผู้
อยู่ในระดับขั้นสร้างแกนนภา อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็
รู้สึกเกียจคร้านที่จะต้องถกเถียงกับนาง
” ข้ามีทางเลือกให้แก่เจ้า มันเป็นเคล็ดวิชาหนึ่งจาก
‘พลองทองสมปรารถนา’ ถือว่าเป็นเคล็ดวิถีบ่มเพาะ
ที่ดีที่สุด ที่ใช้ในการบ่มเพาะตั้งแต่เริ่มต้นในขั้นหลอม
รวมลมปราณ แน่นอนว่าข้านั้นไม่เคยได้ฝึกฝนมันมา
ก่อน อีกทั้งเคล็ดวิถีบ่มเพาะนี้ยังมีคุณค่าเหนือยิ่งกว่า
‘กายาเพชรอมตะ’ เสียอีก ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ
เคล็ดวิถีบ่มเพาะจากอาจารย์ของเจ้า เจ้าจะเลือกใช้
เคล็ดวิชาไหนในการหลอมรวมลมปราณ? ”
อู่ อวี้ ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง
” ท่านที่ไม่ได้ท าการฝึกบ่มเพาะมันตั้งแต่เริ่มต้น
แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าเคล็ดวิถีบ่มเพาะที่ท่านได้มา
นั้น จะเหนือกว่า‘กายาเพชรอมตะ’…”
” เจ้าเด็กน้อย ข้าจะกล่าวอะไรให้ฟ๎งเอาไว้อย่าง นี่
คือบัญญัติเคล็ดวิชาหลอมรวมลมปราณวิถีไร้ผู้ต้าน
ดั้งเดิมในโลกใบนี้ นี่คือเคล็ดวิชาแห่งสวรรค์ และ
ปฐพีที่ไม่มีวิชาใดเทียบได้ มีผู้เดินอยู่บนเส้นทาง
ถูกต้องมากมาย ต่างไขว่คว้าช่วงชิงเคล็ดวิชาเต๋าที่
แสนพิเศษนี้ ถ้าเจ้าไม่ตัดสินใจเลือกมัน ในอนาคตเจ้า
จะต้องรู้สึกเสียใจ จนล าไส้เขียวเชียวแหละ”
หมิงซวงกระพริบตา ด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยวใจ
เล็กน้อย
” เงื่อนไขอันใด ”
เนื่องจากว่านี่ เป็นการตกลงท าข้อแลกเปลี่ยน อีก
อย่างฝุายตรงข้าม ก็ไม่น่าจะเลือกข้อตกลงที่ท าให้
ตัวเองเสียเปรียบอีกด้วย
ส าหรับตอนนี้ เป็นเรื่องยากมากที่เขาจะท าการติดต่อ
เชื่อมโยงกับพลองทองสมปรารถนา ซึ่งเขาก็กังวล
เรื่องนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะการที่นางหยิบยื่น
ข้อเสนอมาให้ถือเป็นโชควาสนาในคราวเคราะห์
หรือไม่ และจะสามารถพาไปสู่จุดสูงสุดในขั้นหลอม
รวมลมปราณได้หรือไม่ เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน
จนถึงขณะนี้ หมิงซวงท าท่าเท้าสะเอว พร้อมกับการ
แสดงออกที่แปลกประหลาด และ ปลดปล่อยกลิ่น
อายที่ดูเก่าแก่โบราณออกมา นางกล่าวออกมาว่า ”
นั่นง่ายมาก ข้าต้องการกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ข้าอยาก
ลิ้มลองรสอาหารอร่อย ๆ ทั้งหมดที่อยู่บนโลกนี้ ข้า
ต้องการจะกิน! จะกิน! จะกิน! จะกิน! นี่คือความ
ปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ของข้า หมิงซวง ผู้นี้! ดังนั้น
เจ้าต้องสัญญากับข้า ในอนาคตนับจากนี้เจ้าต้องท า
ให้ข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพราะยามนี้ข้านั้นใกล้สูญ
สลายเต็มที ”
“ หา? ”
ข้อแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ช่างน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง อู่ อวี้
ท าได้เพียงส่ายศีรษะ พร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า ” เรื่อง
นี้แทบเป็นไปไม่ได้เลย ข้าไม่ได้มีความสามารถเช่นนั้น
หรอก…”
” หุบปาก! เจ้ามีความสามารถหรือไม่ มีหรือท่านย่า
ผู้นี้จะไม่ล่วงรู้ ? ตอนนี้เจ้ายังท าไม่ได้ แต่เมื่อเจ้าได้
กลายเป็นเซียนอมตะ บางทีมันอาจจะมีความเป็นไป
ได้ขึ้นมาก็ได้ แต่ข้ามองเห็นว่าเจ้าก็มีความเป็น
สุภาพบุรุษ ซึ่งเมื่อสุภาพบุรุษเอ่ยวาจาออกมาแล้วจะ
ไม่สามารถคืนค าได้ ในวันนี้เจ้าได้สัญญากับข้าแล้ว
ในอนาคตเมื่อเจ้ามีความสามารถเพียงพอ เจ้าจะต้อง
ท าให้ท่านย่าผู้นี้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง มิฉะนั้นข้า
จะสาปแช่งให้เจ้าหาสตรีแต่งงานด้วยไม่ได้ ไม่
สามารถหาสหายเคียงคู่ หากเจ้ามีบุตร ก็จะมิได้
บุตรชาย”
หมิงซวง ส่งสายตาข่มขู่ อู่ อวี้
” บอกตามตรง ที่ท่านเรียกว่าทะยานสู่ความเป็น
เซียนอมตะ ในความเป็นจริงแล้วมันแทบเป็นไปไม่ได้
เลย … อีกอย่าง หากข้าสามารถบรรลุถึงการเป็น
เซียนอมตะได้ แล้วท่านมีวิธีที่จะคืนชีพตัวท่านเองได้
อย่างนั้นหรือ?” อู่ อวี้ไม่ต้องการหลอกลวงนาง
เนื่องจากว่ายังไงเขาก็ไม่ใช่เจ้าของความสามารถนี้
“ไม่มี!”
หมิงซวงหายใจออกด้วยโทสะ นางยังไม่เคยเจอคนที่
จริงจังเหมือน อู่ อวี้ มาก่อน ซึ่งว่ากันตามตรง ด้วย
ค าพูดของนางที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ นางคิดว่า อู่ อวี้
จะต้องยอมรับข้อเสนอที่จะรับเคล็ดวิถีบ่มเพาะมา
ส่วนเรื่องการคืนชีพให้แก่นางนั้น เขาจะต้องค่อยคิด
ทีหลังอย่างแน่นอน…
และการที่นางต้องการท าข้อตกลงกับ อู่ อวี้ ขนาดนี้
เป็นเพราะนางรู้ว่า อู่ อวี้ เป็นคนที่รักษาสัญญา
” เจ้ามิต้องพูดอะไรแล้ว ไม่ว่าในภายภาคหน้าเจ้า
จะสามารถท าได้หรือไม่ แต่เจ้าต้องสัญญากับข้าก็พอ
หากเจ้ามีความสามารถมากเพียงพอ เจ้าจะต้องไป
ค้นหาวิธีที่จะคืนชีพให้แก่ข้า ในตอนนี้หากเจ้าให้ค า
สัตย์สาบานกับข้าก็พอแล้ว ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเล็กน้อย เพราะหลังจากนี้เขาอาจจะ
ต้องร่วมหัวจมท้ายไปกับนาง ใครจะไปรู้ว่า ในภาย
ภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
เขาเป็นคนมีความกตัญํูรู้คุณ ถ้าวันนี้ข้อเสนอจาก
หมิงซวงท าให้เขาได้รับโชควาสนา ฉะนั้นถึงแม้วันนี้
จะไม่ใช่การตกลงแลกเปลี่ยน ถึงแม้จะไม่จ าเป็นต้อง
กล่าวสัตย์สาบาน ถ้ามันช่วยสนับสนุนและส่งผลดีต่อ
ตัวเขา เขาก็จะพยายามกระท าทุกอย่างเพื่อตอบแทน
” ตกลง ข้าสัญญา ” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็ได้
ตัดสินใจเอาไว้แล้ว
” ดีมาก ข้ารู้สึกพึงพอใจกับเจ้ามากทีเดียว ”
เมื่อ หมิงซวง ตกลงข้อแลกเปลี่ยนนี้ได้ส าเร็จ ในที่สุด
นางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
บอกตามตรง ความจริงแล้วนางรู้สึกว่า อู่ อวี้ สนใจ
เรื่องนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่อเห็นเขาแสดง
ท่าทางจริงจัง และ ตอบตกลง ซึ่งมันก็ท าให้นางรู้สึก
โล่งใจมากทีเดียว
“ฟ๎งข้าให้ดี”
หมิงซวงหลับตาลง จากนั้นก็เริ่มกล่าวด้วยเสียงดัง
ก้องกังวาลว่า “นี่เป็นเคล็ดวิถีบ่มเพาะของขั้นหลอม
รวมลมปราณอันดับ 1 ในโลกหล้า ที่มีนามว่า “มหา
เคล็ดวิถีเทียนเซียน” ซึ่งเคล็ดวิถีบ่มเพาะนี้ถือเป็น
รากฐานที่จะปูพื้นเพื่อไปสู่ การบรรลุสู่ขั้นสร้างแกน
นภา อัดแน่นไปด้วยแก่นแท้และขจัดกิเลส เมื่อ
หลังจากท าการบ่มเพาะเสร็จสิ้นจนได้ร่างอันบริสุทธิ์
มาแล้ว ก็จะได้รับรากฐานต้นก าเนิด จากนั้นจะ
กลายเป็นสถิตร่างเทวะ และเข้าสู่การเป็นเทียนเซียน
(เทพเซียน)อย่างแท้จริง เต๋าแห่งคุณธรรมอันยิ่งใหญ่
มีชีวิตยืนยาวเคียงคู่สวรรค์ น้ าไฟเกื้อหนุน โรคภัยมิ
อาจกล้ ากราย หลุดจากวงจรสังสารวัฏ มีความเป็น
อมตะไม่แก่ไม่ตาย สัจจาคาถาเต๋ามากมาย มีชัยเหนือ
ลิขิตสวรรค์และปฐพี ทะลวงสู่ความลี้ลับของดวง
ตะวัน และ จันทรา หลังจากย่างก้าวเข้าสู่ดินแดนนี้
เหล่าเทพอสูรจะมิอาจกล้ ากรายได้!”
หลอมรวมลมปราณ บรรลุแก่นแท้ เข้าสู่ความเป็น
อมตะ กลายเป็นเซียนอมตะอย่างแท้จริง!
“นี่คือเคล็ดวิชาอันดับ 1 ‘มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน’
มันจะช่วยให้ข้าบรรลุกลายเป็น ‘เทียนเซียน’ งั้นรึ?”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินค าพูดอธิบายนั้น เขาก็มั่นใจว่ามันคือ
วิถีแห่งผู้ไร้ต้าน ที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่า
กายาเพชรอมตะ ที่สะเทือนสวรรค์ ปฐพี เป็นร่าง
อมตะไม่แก่ไม่ตาย!
” ใช่ ถ้าเจ้าสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้ส าเร็จ เจ้า
จะกลายเป็นเซียน! เจ้าสามารถทะยานขึ้นไปสู่สรวง
สวรรค์ เมื่อวันที่เจ้าบรรลุกลายเป็นเทพเซียนอย่าง
แท้จริง ชีวิตของเจ้าจะยืนยาวเทียบเท่ากับสวรรค์ มี
ชีวิตอันเป็นนิรันดร์!”
หมิงซวง ค่อย ๆ กล่าวค าอธิบายออกมา
นี่ไม่ใช่เพียงเคล็ดวิถีบ่มเพาะขั้นหลอมรวมลมปราณ
เท่านั้น แต่มันเป็นเคล็ดวิถีบ่มเพาะในขั้นเซียนอมตะ!
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ โลหิตภายในกายของ อู่ อวี้ เดือด
พล่านอย่างรุนแรง การสนทนาในวันนี้ ได้จุดประกาย
บางอย่างขึ้นในจิตใจของเขา!
และประกายจุดนี้มีชื่อว่า ‘เซียนอมตะ’
หลังจากสังหาร ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่า
ตนนั้นไร้เปูาหมาย
ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นแสงสว่างในทันที ราวกับว่า
เส้นทางของเขาได้เปิดออก!
เปูาหมายสูงสุดในเส้นทางแห่งการฝึกตน ไม่ใช่ว่ามัน
คือการมีชีวิตยืนยาวเคียงคู่สวรรค์ และการบรรลุเพื่อ
กลายเป็นเทียนเซียนอย่างนั้นหรอกหรือ!
การสละร่างมนุษย์ ถึงแม้จะเป็นการทะลวงจิตวิถี
นักรบ แต่ก็มีชีวิตยืนยาวไปอีกแค่เพียง 100 ปีเท่านั้น
การบรรลุเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 10 และ
ปลูกฝ๎งรากฐานเซียนแล้ว ก็จะมีชีวิตอยู่ไปได้อีกแค่
200 ปีเท่านั้น
เมื่อผ่านไป 200 ปี ร่างกายก็จะสูญสลายกลับคืนสู่ดิน
เหลือง[2] ตกตายไปและชีวิตก็จะจบลง!
ภายในแผนภูมิดินแดนเทพตงเสิงได้บันทึกเอาไว้ว่า
ถึงแม้จะเป็นเซียนเหรินผู้บรรลุเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภา
ในวิถีเส้นทางไร้ผู้ต้าน ก็คาดว่าจะมีชีวิตได้เพียง 300
ปีเท่านั้น หลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไป ก็ถือว่าเป็น
ขีดจ ากัดของชีวิต และ ความตาย ร่างกาย และ
วิญญาณจะเริ่มร่วงโรย จากนั้นเลือดเนื้อจะเริ่มเน่า
เปื่อยสูญสลาย และ ตกตายไป!
มีเพียงการบรรลุเข้าสู่วิถีเซียนอมตะเท่านั้น ถึงจะ
สามารถหลีกหนีจากวงจรสังสารวัฏแห่งสวรรค์ และ
ปฐพีได้ กลายเป็นผู้มีชีวิตยืนยาวอันไร้สิ้นสุด!
เดิมที อู่ อวี้ ก็กลัวความตายอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เขา
ก้าวเข้าสู่วิถีฝึกตนในเส้นทางแห่งเต๋า เขาก็รู้สึก
หวาดกลัวความตายมากยิ่งขึ้น
ถ้าเป็นผู้ฝึกตนในเส้นทางแห่งเต๋า แล้วยังไม่ได้ก้าวเข้า
สู่วิถีเซียนอมตะ ก็อาจกล่าวได้ว่าการฝึกตนที่ผ่านมา
นั้นเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ!
ครั้นตอนที่ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ยังชีวิตอยู่ มันคือ
เปูาหมายเพียงหนึ่งเดียวของ อู่ อวี้ แล้วในที่สุดเขาก็
สามารถสังหารมันลงได้
เมื่อ ฮ่าวเทียน ตายลง วิสัยทัศน์ของเขาก็เปิดกว้าง
ขึ้น เขารู้แจ้งว่าสวรรค์ และ ปฐพีนั้นกว้างใหญ่ไร้
สิ้นสุด แม่น้ ากว้างใหญ่ไพศาล มหาสมุทรอันไร้
จุดสิ้นสุด สิ่งมีชีวิตนับร้อยล้านที่เดินอยู่บนเส้นทาง
แห่งเต๋า เพียงเพื่อบรรลุเปูาหมายหนึ่งเดียว คือการ
บรรลุเป็นเซียนอมตะ!
“ข้า อู่ อวี้ จะกลายเป็นเซียนอมตะ ผู้มีชีวิตยืนยาว
เคียงคู่ไปกับสวรรค์!”
ความจริงแล้ว สิ่งที่ อู่ อวี้ได้ตัดสินใจที่จะท าเป็นอย่าง
แรก คือการใช้ ‘รากฐานเซียน’ ปลูกฝ๎งรากฐานเซียน
ที่แท้จริงลงบนร่างของเขา
—————————————————————
——————-
เชิงอรรถ
1. กบใต้บ่อ หรือ กบในกะลา ( 井底之蛙
jǐngdǐzhīwā ) หมายความว่า คนที่มีโลกทัศน์คับ
แคบ ไม่มีประสบการณ์ชีวิต เปรียบเสมือน อย่าง กบ
ที่อยู่ก้นบ่อ กบในบ่อ
2.ต านานดินเหลือง บางต านานก็เล่าว่าหนี่วาให้
ผู้สร้างมนุษย์จากดินสีเหลือง โดยป๎้นเลียนแบบรูปร่าง
หน้าตาของตัวเอง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ