กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 703: กลุมมดปลวกหวาดกลัว
เมื่อองครักษ์หมิงไห่ผู้มาใหม่ ขึ้นไปต่อสู้บนเวที
ประลอง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับชัยชนะกลับมา
แต่ในหมู่คนเหล่านั้น ก็มีผู้ที่จงใจพ่ายแพ้ด้วยเช่นกัน
ความแตกต่างในการฝึกฝนของกองทัพหมิงไห่นั้นมี
ความชัดเจนยิ่ง ผู้ที่อยู่มาก่อนล้วนมีความแข็งแกร่ง
อยู่ในระดับก่อร่างกำหนดจิตเทวะขั้นที่ 2 นอกจากนี้
ยังเชี่ยวชาญในรูปแบบการต่อสู้แทบทุกชนิด
บนร่างกายมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ รวมถึงยันต์
เครื่องรางต่าง ๆ ฯลฯ
ส่วนองครักษ์ผู้มาใหมัทั้งหลาย แต่ละคนล้วนถูก
คัดเลือกมาจากกองทหารสำรองจากทุกแห่งหน
กุญแจสำคัญคือพวกมันเพิ่งผ่านการประเมินมา
หมาด ๆ จึงเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกอ่อนล้า เมื่อต้อง
ต่อสู้กับจิ้งจอกเฒ่าเหล่านี้ แน่นอนว่ามีผู้ที่ได้รับชัย
ชนะไม่มากนัก
ประโยชน์จากการต่อสู้กระชับมิดครั้งนี้มีเพียงอย่าง
เดียว คือทุกคนต่างรู้จักมักหน้าซึ่งกันและกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตามรางวัลหนึ่งร้อยเม็ดยาจิตเทวะ นับว่า
เป็นจำนวนที่มากโขอยู่ที่เดียว
ในเวลานี้พวกมันต่างจับจ้อง อู่ อวี้ เป็นตาเดียวอีก
ครั้ง
” ไฉนถึงยังอยู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต! ” เหล่า
ทหารเก่าพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากคน
อื่นๆได้เลือกคู่ต่อสู้ไปหมดแล้ว ฉะนั้นจึงเหลือตก
มายัง อู่ อวี้ ไม่มากนัก
อย่างไรก็ตามที่เหลือล้วนอยู่ในระดับหัวหน้าหมู่
ทั้งหมด ซึ่งคนอื่น ๆ ก็หวาดกลัวจะท้าทายคนเหล่านี้
จึงทำให้พวกมันยังไม่ถูกเลือก
” ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนจากตระกูลเปั่ยหมิงอย่าง
พวกเรา แต่จะเป็นคนที่มาจากตระกูลเหยียนหวง? ”
ดูเหมือนว่าองครักษ์หมิงไห่ผู้มาใหม่ จะรู้จัก อู่ อวี้ ดี
ฉะนั้นจึงไม่อยากพูดอะไรมาก เนื่องจากพวกมันรู้ถึง
ชื่อเสียงกิตติศักดิ์ความแข็งแกร่งประดุจตำนานของ
อู่ อวี้ ดังนั้นพวกมันจึงต้องการให้เขาสอนบทเรียน
พวกทหารเก่า
ถึงกระนั้นก็ยังมีหลายคนไม่รู้จักเขา เช่นกลุ่มจิ้งจอก
เฒ่าเหล่านี้ พวกมันไม่เห็นว่า อู่ อวี้ อยู่กับองค์หญิง
โย่วเสี่ยมาก่อน แน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่รู้จัก อู่ อวี้
อีกทั้ง หยวน ซุนอวี้ ยังไม่เคยเอ่ยนามเขามาก่อน
” เอาล่ะคนสุดท้าย รีบ ๆ ขึ้นมา อย่ามัวเสียเวลา มัน
จะไม่ดีสำหรับเจ้า ” หลังจากการต่อสู้คู่เก่าสิ้นสุดลง
มันก็ยังคงท้าทายต่อไป นอกจากนี้ยังได้รับเม็ดยาจิต
เทวะเป็นรางวัลจำนวนมากมาย มันคือผู้ที่ทำผลงาน
ได้ดีที่สุด ฉะนั้นมันจึงต้องการรับผลตอบแทนให้
มากกว่านี้
ดังนั้นยามนี้มันจึงรู้สึกดีเป็นอย่างมาก
นานแล้วที่ไม่ได้มีทหารใหม่จำนวนมาก มารวมตัวกัน
อยู่เช่นนี้
บัดนี้ทหารใหม่กำลังซึมเศร้า ท่วมท้นไปด้วย
ความรู้สึกเสียใจ และหดหู่ยิ่ง
หยวน ซุนอวี้ เริ่มมีเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ด้วยเพราะ
มันรู้สึกเกลียดคร้านที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป
ถัดจาก อู่ อวี้ ก็คือ หลิวชิง เด็กคนนี้ไม่เคยคิดว่า
ตนเองจะพ่ายแพ้จนหมดรูปเช่นนี้ แค่วันเดียวมัน
กลับพ่ายแพ้ถึงสองครั้งสองครา ดังนั้นดวงตาของมัน
แดงก่ำแล้วหันมาพูดกับ อู่ อวี้ ว่า ” ข้ารู้นะที่เจ้าไม่
ยอมขึ้นไปก็เพราะว่ากลัว ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก หากรู้
ว่าตนไม่มีทางได้รับเม็ดยาจิตเทวะ 100 เม็ด ก็ส่งให้
พวกมันเปล่า ๆ ไปซะเลยสิ … ”
อู่ อวี้ ไม่คิดว่ามันจะมีมุมมองกับตนเองเช่นนี้
เขาก็คิดจะลงมือเช่นกัน แต่มันเสียเวลามากเกินไป
ในเวลานี้เขาเห็นทหารใหม่กำลังถูกรังแกอย่างไร้ทาง
สู้ ในฐานะที่เป็นทหารใหม่ เขาก็รู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย
เช่นกัน
หลิวชิง ไม่ได้คาดหวังว่า อู่ อวี้ จะยิ้มให้ หลังจากนั้น
เขาก็เดินไปยังจุดศูนย์กลาง ภายใต้การจับจ้องของ
ฝูงชน
“ เฮ้ยนั่น… พื้นฐานฝึกตนของเจ้าไม่ได้อยู่ในขั้นก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ยังกล้าเดินออกมาท้าทายอีก
เช่นนั้นหรือ? ” อีกฝั่ายรู้สึกประหลาดใจ
“ พวกเราไม่เห็นต้องสนใจ ถ้าเช่นนั้นก็หยิบเม็ดยา
จิตเทวะออกมา เจ้าตัวประหลาดนี้ มีเม็ดยาจิตเทวะ
อยู่ในตัวเท่าใด? ”
การเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ กลายเป็นจุดสนใจของทุก
คน ยามนี้ อู่ อวี้ ไปปรากฏกายอยู่ภายในสนาม
ประลอง จากนั้นก็หยิบถุงจักรวาลออกมาแล้วล้วงมือ
เข้าไปหยิบ เม็ดยาจิตเทวะ จำนวน 100 เม็ดออกมา
จากนั้นก็เทเม็ดยาจิตเทวะลงไปบนพื้น
เม็ดยาจิตเทวะล่าสุดที่เขาได้รับครั้งล่าสุด ยังคงมี
เหลืออีกมากมาย
เม็ดยาร่วงลงพื้นอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็ครบ
จำนวนหนึ่งร้อยเม็ด
คนเหล่านั้น ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ลาภลอยมาเป็น
ร้อยเม็ดเช่นนี้ มันจึงหัวเราะออกมาอย่างรื่นเริง
ต่อมาพวกมันก็ต้องตกตะลึง เมื่อ อู่ อวี้ ยังคงไม่หยุด
เทเม็ดยาจิตเทวะออกจากถุงจักรวาล เม็ดยาหนึ่งเม็ด
ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ตามด้วยอีกหนึ่ง
ร้อยเม็ด!
ในช่วงหลัง ความเร็วในการไหลลงมายิ่งเพิ่มสูงมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ตรงเท้าของเขากองพะเนินไปด้วย
เม็ดยา ผู้คนที่ตกตะลึงนั้นรวมถึงหยวน ซุนอวี้ และ
หลิวชิง เม็ดยาจิตเทวะกองขนาดเท่าภูเขาขนาดย่อม
อยู่ตรงเท้าของเขา คาดว่าน่าจะมีอยู่สักประมาณห้า
พันเม็ด หรืออาจจะมากกว่านั้น …
สำหรับองครักษ์หมิงไห่ทั้งหมดนี้คือสมบัติมหาศาล!
ยามนี้พวกมันมีแรงปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะ
เอาชนะมากขึ้น!
ผู้ใดจะไปคาดคิดว่า อู่ อวี้ จะเอาเม็ดยามากมาย
เช่นนี้ออกมาเดิมพัน!
“เจ้ากำลังทำอันใดอันใดกันแน่…?”
สีหน้าของหวังเมี่ยวเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ขณะ
จ้องมองไปยัง อู่ อวี้
ในเวลานี้มีเม็ดจิตเทวะก็อยู่ตรงหน้ามากมาย มันช่าง
โดดเด่นสะดุดตาเสียจริง ๆ
” อู่ อวี้ เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าไง! ” หยวน ซุนอวี้
ยืนขึ้นสายตาเบิกกว้างจ้องมอง อู่ อวี้ ความละโมบ
สาดประกายให้เห็นภายในดวงตาอยู่ชัดเจน
” มันมีมากแค่ไหนกันแน่ … ” หลิวชิงกัดลิ้นขณะจ้อง
มอง
ในเวลานี้สายตาของผู้คนหลายร้อยคู่จ้องมอง อู่ อวี้
ด้วยเพลิงปรารถนาอันลุกโชน ต่างกำลังเฝั้ารอ
คำตอบของเขาด้วยความลุ้นระทึก ส่วน อู่ อวี้ กับ
ตอบด้วยท่าทางผ่อนคลายว่า ” แน่นอน นี่เป็นการ
พนัน ถ้าผู้ใดเอาชนะข้าได้ก็เอาไปเลย ”
จะได้ทั้งหมด?
คำตอบนี้ทำให้ทุกคนงงงันเป็นอย่างมากขึ้น แต่ด้วย
นิสัยไร้สมองของพวกมัน พวกมันจึงไม่อยากคิดอะไร
ซับซ้อนให้มันวุ่นวายมากนัก เนื่องจากเจตนาที่ อู่ อวี้
ต้องการจะสื่อนั้นชัดเจนยิ่ง นั่นก็คือการเดิมพันต่อสู้
หลังจากนั้นหวังเมี่ยวก็หันไปรอบ ๆ แล้วพูดขึ้นว่า ”
ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เลือกคู่ต่อสู้ได้เลย ยังเหลืออีกไม่กี่คน
ที่เจ้าจะเลือกได้ หากเจ้าแพ้ของเดิมพันจะตกเป็น
ของผู้นั้น! ”
ถึงมันจะพูดเช่นนั้น แต่อันที่จริงแล้วผู้ใดก็ตามที่ชนะ
แล้วครอบครองรางวัลนี้ จะถูกแบ่งปันกันไปไม่
สามารถผูกขาดเพียงผู้เดียวได้
ในเวลานี้พวกมันกำลังเฝั้ารอ อู่ อวี้ ตัดสินใจเลือก
กล่าวได้ว่านับเป็นช่วงเวลาสำคัญ ความรู้สึกนี้เสมือน
ดั่งเวลาได้หยุดนิ่ง
พวกมันเห็น อู่ อวี้ เริ่มเคลื่อนไหว โดยที่ไม่ทราบว่า
เขาถือสิ่งใดไว้ในมือ แล้วทันใดนั้นเขาก็เปั่ามัน
ออกไป ฉับพลันปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น อู่ อวี้ นับพันคน
ปรากฏขึ้นในขณะเดียวกันต่อหน้าต่อตาของพวกมัน!
อู่ อวี้ นับพันคน!
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวคำว่า ‘บุก’ ทันใดนั้นร่างอวตาร
จำนวนนับพันก็ปรากฏขึ้น จากนั้นก็กระจายตัวออก
โดยรับมือ 1 ต่อ 20
ส่วน อู่ อวี้ ร่างต้นก็ร่วมวงอยู่ในนั้นด้วย
ตูมมมม!
จัตุรัสระเบิดเป็นจุลในบัดดล
พวกทหารเก่าต่างตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่า
เปั้าหมายของ อู่ อวี้ คือพวกมันทุกคน ในชั่วพริบตา
นี้เองพวกมันไม่มีเวลามากพอให้ครุ่นคิดไตร่ตรอง ว่า
ทำไม อู่ อวี้ ถึงมีความสามารถเช่นนี้ พวกมันจึงทำได้
เพียงต้านรับ หากช้ากว่านี้อีกเพียงก้าว พวกมันคงลง
ไปกองกับพื้นแล้ว
เป็นการต่อสู้ที่ชุลมุนแบบสุด ๆ
ไม่เพียงทหารเก่าเท่านั้นที่ตกตะลึง ผู้มาใหม่ต่างก็ตก
ตะลึงไม่แพ้กัน ในเวลานี้พวกมันต่างมารวมเป็นกลุ่ม
กันเพื่อตั้งรับ
” ข่าวที่ได้ยินมาไม่กี่วันมานี้ เรื่องที่ผู้ติดตามของ
องค์หญิงโย่วเสี่ย สามารถเอาชน อิน เสวียน ได้เป็น
เรื่องจริงหรือ? ถ้าเช่นนั้น เขาก็มีความแข็งแกร่ง
เทียบเท่ากับหัวหน้ากองพันเลยน่ะสิ … ” ผู้มาใหม่
บางคนเคยได้ยินเรื่องของ อู่ อวี้ มาบ้าง แต่ในวันนี้
พวกมันได้ประจักษ์แก่สายตาจึงเชื่อในที่สุด
ท่ามกลางผู้คนทั้งหมด ผู้ที่รู้สึกตกตะลึงมากที่สุด
ย่อมหนีไม่พ้น หยวน ซุนอวี้ มันตกใจจนแทบตก
เก้าอี้ร่วงล้มลงบนพื้น จากนั้นก็พยายามลุกขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ซึ่งในเวลานี้ อู่ อวี้ มายืนอยู่เบื้องหน้าของ
มัน เขาถือพลองหมื่นมังกรไว้ในมือ ท่ามกลางสายตา
ของ หยวน ซุนอวี้ เขาดูเสมือนดังเทพสงคราม
ทองคำ อู่ อวี้ ยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็กล่าวว่า ” หัวหน้า
กองร้อย เนื่องจากว่านี่นี้เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ ท่านก็
ต้องมีส่วนร่วมด้วย เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนอื่น ๆ ”
“ข้า …”
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ พลองของ อู่ อวี้ ก็ฟาดเข้ามา
หามันแล้ว หยวน ซุนอวี้ กรีดร้องพร้อมกับเบี่ยงตัว
หลบ และคิดจะปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋ากับพลัง
อิทธิฤทธิ์ต่อต้านการโจมตีของ อู่ อวี้ แต่มันไม่
คาดคิดว่าความเร็วของเขาจะร้ายกาจยิ่ง มันยังไม่
ทันได้ตอบสนองใด ๆ ไม้พลองก็ถูกฟาดลงมาใส่
ศีรษะแล้ว ร่างของมันอัดกระแทกลงพื้น ศีรษะแตก
โลหิตสาดกระเซ็น ร่างของมันโซซัดโซเซบิดหมุนรอบ
หนึ่ง จากนั้นล้มลงกระแทกกับพื้นเสมือนดังสุกรที่
ตายแล้ว ที่ตอนนี้ทำได้เพียงอ้าปากหายใจพะงาบ ๆ
รวยรินเท่านั้น
“ หัวหน้ากองร้อย การเดิมพันครั้งนี้ท่านได้พ่ายแพ้
แล้ว ฉะนั้นข้าขอเม็ดยาจิตเทวะ 100 เม็ดจากท่าน
เลยก็แล้วกัน ” ระหว่างที่มันกำลังพยายามดิ้นรน
กระเสือกกระสน มันก็ได้ยินเสียงของ อู่ อวี้ ดังแว่ว
เข้ามาในหู เพียงชั่วพริบตาถุงจักรวาลของมันก็ถูก
เอาไป หลังจากนั้นก็มาปรากฏอยู่ในมือของ อู่ อวี้
หยวน ซุนอวี้หายใจหอบถี่ มันพยายามลืมตาขึ้นทั้ง
ๆ ที่เปิดแทบไม่ไหว ภาพเบื้องหน้าของมันนั้นพร่ามัว
แต่เมื่อเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น สิ่งที่ปรากฏก็คือทหาร
เก่าหลายสิบคนก่อนหน้านี้ ได้ร่วงหล่นลงไปบิดม้วน
เป็นเกลียวอยู่บนพื้น ร้องโอญครวนคนขอความ
เมตตา แล้วในท้ายสุดพวกมันก็ต้องส่งมอบเม็ดยาจิต
เทวะ 100 เม็ดออกไป เพื่อเก็บรวบรวมเม็ดยาจิตเท
วะ พลองของ อู่ อวี้ ได้ถูกฟาดลงไปเบื้องล่างอย่าง
ต่อเนื่อง
พวกทหารเก่าที่เคยทำท่าทางอวดเบ่งก่อนหน้านี้
พวกมันกลับล้มลงไปกองกับพื้นทีละคน ๆ แม้แต่
หวังเมี่ยวก็ไม่มีข้อยกเว้น อันที่จริงพวกมันส่วนใหญ่
เคยได้ยินชื่อเสียงของ อู่ อวี้ กันมาแล้วถึงสิ้น แค่ไม่รู้
ว่าเขาจะมาปรากฎตัวอยู่ที่นี่ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวก
มันต้องสั่นสะท้านสะเทือนจิตใจ
ในเวลานี้พวกมันต่างจ้องมองไปทาง หยวน ซุนอวี้
แล้วคิดว่าไฉนก่อนหน้ามันถึงไม่พูดว่าเขาคือ อู่ อวี้ ?
แต่เมื่อพวกมันเห็น หยวน ซุนอวี้ อยู่ในสภาพเช่นนี้
ต่างก็เข้าใจอย่างสุดซึ้งว่า อู่ อวี้ นั้นร้ายกาจมาก
เพียงใด …
อู่ อวี้ ยืนอยู่ท่ามกลาง องครักษ์หมิงไห่ ที่ร่างกายสั่น
เทาด้วยความหวาดกลัว ในมือของเขาถือเม็ดยาจิต
เทวะ เขาหัวเราะแล้วกล่าวขึ้นว่า ” ขอบคุณสำหรับ
ความโชคดี ข้า อู่ อวี้ ขอน้อมรับของขวัญนี้ด้วยใจ
แหม…วันนี้ช่างน่ายินดีจริง ๆ ”
หลังจากนั้นเขาก็แบ่ง เม็ดยาจิตเทวะ ออกเป็นหลาย
สิบเม็ดส่งให้กับทหารใหม่ อู่ อวี้ ไม่ได้พูดมาก แต่ส่ง
เม็ดยาของพวกมันกลับคืนไปก็เท่านั้น
เหตุผลที่เขาลงไปต่อสู้ก็เพื่อข่มขู่พวกมัน เพื่อกำจัด
ปัญหาที่ทุกคนมีต่อเขาในครั้งเดียว ด้วยเพราะ
เปั้าหมายของเขาไม่ได้หยุดที่องครักษ์หมิงไห่ แล้วก็
ไม่ใช่แค่หัวหน้ากองร้อย แต่สูงมากกว่านั้น เช่น
หัวหน้ากองพัน หรือไม่ก็ขุนพลโย่วหมิง เพื่อ
เพลิดเพลินกับทรัพยากรจำนวนมากของกองทัพหมิง
ไห่
ต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรฝึกตน
เขาเชื่อว่า หยวน ซุนอวี้ น่าจะเข้าใจสิ่งนี้ดี แต่
สำหรับบางคนที่เพิ่งเข้ามาเป็นองครักษ์หมิงไห่ เขา
ไม่สามารถห้ามความคิดพวกมันได้
อู่ อวี้ อยู่ท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของผู้มาใหม่
อย่างเช่น หลิวชิง ผู้เคยสงสัยในตัว อู่ อวี้ ยามนี้มัน
ต้องมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างอาปากค้าง ท่าทาง
ของมันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงไม่อาจเอื้อนเอ่ย
ถ้อยวจีใดออกมาได้ หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาจาก
สองตาของมัน ภายในใจเปียมล้นด้วยความซาบซึ้ง
” ไม่ยอมจัดสรรสถานที่ ต้องทบทวนกฎของทหาร
ใหม่หรือไม่? หัวหน้ากองร้อย ” อู่ อวี้ ไม่อยากจะ
เสียเวลาไร้สาระอีกต่อไป เขาจ้องมองแล้วพูดกับ
หยวนซุน อวี้ อย่างรวบรัด ในคราแรก หยวนซุน อวี้
วิงเวียนศีรษะหลังจากนั้นมันก็ค่อย ๆ
ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา บัดนี้กลุ่มของพวกมันรู้สึก
อึดอัด อัปยศยิ่ง
หลังจากนั้นมันก็พยายามกล้ำกลืนความอัปยศ
จากนั้นก็จัดแจงสถานที่ให้แก่ผู้มาใหม่ อู่ อวี้ อยู่ร่วม
กลุ่มกับหวังเมี่ยว ก่อนหน้า หมู่ของหวังเมี่ยวมีอยู่ 5
คน ซึ่งเมื่อรวมคนใหม่ที่เข้ามาก็กลายเป็น 10 คน
พอดี กล่าวได้ว่าหวังเมี่ยวคือหัวหน้าหมู่ที่แข็งแกร่ง
ที่สุด และอนาคตมันคือผู้มีโอกาสไต่เต้าถึงหัวหน้า
กองร้อยได้มากที่สุดด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้นหวังเมี่ยวก็พาพวกเขาไปยังที่พักของตน
ส่วนหลิวชิงก็ติดตามมาด้วยเช่นกัน หลายต่อหลาย
ครั้งมันอยากจะเข้าไปพูดคุยกับ อู่ อวี้ แต่ด้วย
สถานการณ์ตึงเครียดมันจึงต้องถอยหลังกลับไป
ยามนี้หวังเมี่ยวที่เคยพูดมากที่สุด กลับไม่กล้าเอื้อน
เอ่ยวาจาใดออกมา กระทำได้เพียงเดินนำทางไป
เท่านั้น
สถานที่แห่งนี้สำหรับ อู่ อวี้ แล้วเป็นวังขนาดใหญ่
หลังจากทุกคนมาถึง มันก็หยิบแผ่นยันต์ออกมา
พร้อมกับกล่าวว่า ” นี่คือกุญแจสำหรับสถานที่นี้
และมีเพียงสองชิ้นเท่านั้น อีกอันอยู่ในมือของ
หัวหน้ากองร้อย จงอย่าได้ทำมันหายเด็ดขาด ”
” อืม ” อู่ อวี้ หยิบกุญแจแล้วก็เข้าไปด้านใน เขา
อยากจะรู้เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับกองทัพหมิงไห่อ
ย่างเร็วที่สุด
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ