กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 702: หวัง เมี่ยว
กองร้อยหยวนโย่ว ทั้งเก่าและใหม่ ล้วนเผชิญหน้าซึ่ง
กันและกัน
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่เขาก็มองกวาด
ผ่านๆ ซึ่งดูแล้วจำนวนของอีกฝ่ายก็ไม่ต่างกันมากนัก
อย่างไรก็ตามอายุของพวกมันก็มากกว่าอยู่หน่อย ซึ่งดู
แล้วน่าจะฝึกตนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ปี
ยิ่งไปกว่านั้นเห็นได้ชัดว่าพวกมันฝึกฝนอยู่ภายใน
กองทัพหมิงไห่มาแล้วหลายปี ยาวนานจนถึงหลายสิบ
ปีก็ยังมี บรรยากาศอันดุร้ายของแต่ละคนจึงพุ่งสูงราว
กับจะทะลวงสวรรค์ ในแววตายังแฝงเอาไว้ด้วยจิต
สังหาร แม้ว่าความแข็งแกร่งจะไม่ต่างกันนัก แต่
ในตอนนี้พวกมันกลับกำลังคุมเชิงอยู่ ความรู้สึกราวกับ
ว่าพยัคฆ์กำลังเผชิญหน้ากับลูกแกะน้อย
พวกมันล้วนเปรียบพยักฆ์เฒ่าที่รอฮุบเหยื่อ ในยามที่
คนหนุ่มสาวทั้งหลายเพิ่งจะเข้ามาภายในตำหนัก พวก
มันพลันจ้องมองพลางลิ้นเลียริมฝีปาก
เมื่อพวกเขามาถึง ก็พบเห็นเหล่าทหารเก่าทั้งหลาย
กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานพร้อมจ้องมองมาด้วย
สายตาอันน่าหวาดกลัวยิ่ง
หยวน ซุนอวี้ ไม่ได้ขัดขวางอะไร มันเร่งเรียกรวมพล
ทั้งหมด พร้อมกับเอ่ยอย่างก้องกังวาน “พวกหน้าใหม่
จงฟัง คนเหล่านี้ต่อไปจะกลายมาเป็นพี่น้องของพวก
เจ้า พวกเขาจะสอนสิ่งต่างๆให้พวกเจ้าว่าจะต้องทำตัว
เช่นไรจึงจะเป็นองครักษ์หมิงไห่ที่ทรงเกียรติ คนที่อยู่
ด้านหน้าทั้ง 10 คนนี้เป็นหัวหน้าหมู่ พวกเจ้าจะถูก
แบ่งไปอยู่ตามหมู่กองของหัวหน้าหมู่เหล่านี้ และต่อไป
เหล่าหัวหน้าหมู่ จะพาพวกเจ้าไปเลือกที่พักของตัวเอง
ภายในที่พัก จะมีกฏระเบียบทหาร รวมถึงอุปกรณ์ของ
กองทัพหมิงไห่จัดเตรียมเอาไว้ไห้อยู่ ทุกสิ่งที่พวกเจ้า
จำเป็นจะต้องรู้ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้หมดแล้ว เพื่อให้
พวกเจ้าได้ทำความคุ้นเคยกับมัน ข้าจะให้เวลาพวก
เจ้า 3 วันในการปรับตัว หลังจาก 3 วันผ่านไปแล้ว ทุก
คนจะต้องท่องจำกฏระเบียบทหารได้ทุกข้อ! หลังจาก
3 วันผ่านไป ทุกคนจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติในการ
เป็นองครักษ์หมิงไห่ที่ครบถ้วน! แน่นอน ก่อนหน้านั้น
ก็มีกฏบางอย่างที่สืบทอดกันมาระหว่างองครักษ์เก่า
และองครักษ์ใหม่ เมื่อมาอยู่ที่นี่จะต้องก่อให้เกิด
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เช่นนั้นก่อนอื่นเราจะมาทำ
การกระชับมิตรกันสักหน่อย”
“กระชับมิตร?” เมื่อเหล่าทหารใหม่ได้ยินประโยคนี้จึง
รู้สึกสนใจ แม้ว่าทหารเก่าเหล่านี้จะยังยิ้มแย้มต้อนรับ
ดูเหมือนจะไม่มีพิษไม่มีภัยอันใด แต่อย่างไรก็ตามกลับ
รู้สึกขนลุกขนพองแปลกๆ?
หยวน ซุนอวี้ เดินไปทางทิศหนึ่งซึ่งมีเก้าอี้ตั้งตระหง่าน
มันค่อยๆนั่งลงไปด้วยท่าทีที่เกียจคร้าน บนแววตาของ
มันพลันปรากฎความไม่แยแสออกมา
การแสดงสนุกๆกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ในการเผชิญหน้านี้ เหล่าทหารใหม่ยังคงรู้สึกลังเล เป็น
เพราะทหารเก่าเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ ซึ่ง
หนึ่งในพวกมันก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “ทุกครั้งที่มี
การรับองครักษ์ใหม่เข้ามาก็จะต้องทำการเชื่อม
ความสัมพันธ์กันนิดหน่อย นี่เป็นกฏที่สืบทอดกันมา
การที่มีพี่น้องมาเข้าร่วมมากมายเช่นนี้ ยิ่งทำให้การ
กระชับมิตรนี้สำคัญขึ้นยิ่งกว่าเดิม นี่เป็นโอกาสที่ดี
ที่สุดที่จะทำให้ทุกคนได้รู้จักตัวเจ้า นอกจากนี้ก็ยังเป็น
โอกาสที่จะให้พวกเจ้าได้รู้จักพวกข้าด้วยเช่นกัน ใน
ท้ายที่สุด ทุกคนก็จะได้รู้จักกันและกัน พี่น้องใหม่
ทั้งหลายคงจะไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่?”
เหล่าองครักษ์ใหม่ทั้งหลายมองหน้ากันและกัน พวก
เขารู้สึกลังเลอยู่เล็กน้อย แต่ว่าคนส่วนใหญ่ก็รีบกล่าว
ตอบออกไป “แน่นอน….”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะถือว่าทุกคนได้ตกลงแล้ว
แน่นอนว่าทุกคนก็จะต้องสงสัยในวิธีที่พวกเราจะทำ
การกระชับมิตรกันนี้ อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า
การแนะนำตัวเอง จากนั้นก็แสดงฝีมือและความ
แข็งแกร่งของตัวเองออกมา ให้พวกเราทุกคนได้รู้ถึง
ความแข็งแกร่งที่เจ้ามี และการต่อสู้ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่
จะแสดงความแข็งแกร่งออกมา ดังนั้นพวกเราทุกคน
จึงตัดสินใจว่าจะให้พวกเจ้าองครักษ์ใหม่กับองครักษ์
เก่าได้เรียนรู้ซึ้งกันและกัน ทุกคนน่าจะไม่มีปัญหาอัน
ใดใช่หรือไม่?”
ในความเป็นจริงพวกเขาเพิ่งจะมาถึง ถึงแม้ว่าจะรู้สึก
ยำเกรงคนรอบๆ แต่เรื่องการที่จะได้แสดงความ
แข็งแกร่งของตนเองออกมา มันก็ทำให้ทุกคนรู้สึก
กระตือรือร้น พวกเขากระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมในการ
กระชับมิตรในครั้งนี้ ทั้งยังกระตือรือร้นที่จะให้ทุกคน
ได้รู้จักตัวตนของตนเอง ให้รู้ว่าพวกเขาก็สามารถ
กลายเป็นองครักษ์หมิงไห่ได้ ในใจจะไม่มีความรู้สึก
ภาคภูมิใจได้อย่างไร?
ดังนั้นองครักษ์ใหม่ทุกคนจึงจะต้องทำการประลอง
แลกเปลี่ยนกับองครักษ์เก่าทุกคน ซึ่งก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน
และเพื่อจะดูว่าตัวเองและคนกลุ่มนี้สุดท้ายแล้วจะมี
ช่องว่างห่างกันมากน้อยเพียงใด ท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่าย
ก็จะเข้ามาคอยควบคุมพวกเขา หากไม่ทำให้ยอมรับ
ในใจก็จะเกิดความรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
“พวกเจ้าเห็นด้วยหรือไม่? หากว่าเจ้าเห็นด้วย ก็อย่า
มาเสียใจที่หลังที่เลือก จงจำเอาไว้ที่แห่งนี้ก็คือ
กองทัพหมิงไห่ ทุกคนต่างมีศักดิ์ศรี หากว่าพยักหน้า
แล้วจงรออย่างกล้าหาญ หากหวาดกลัว ก็จะ
กลายเป็นที่ขายหน้า! ท้ายที่สุดหากไม่มีความ
แข็งแกร่ง แต่กลับอยู่ภายในกองทัพหมิงไห่ จะ
กลายเป็นที่ครหาได้”
คนที่กล่าวออกมาน่าจะเป็นหัวหน้าหมู่คนหนึ่ง ค่อยๆ
โน้มน้าวให้ทุกคนเข้าสู่กับดักของตน
“หากผู้ใดมีความกล้าพอที่จะแสดงความแข็งแกร่ง
ออกมา ก็ให้ก้าวออกมา แสดงให้พวกข้าได้เห็น!” เมื่อ
เขากล่าวจบ เหล่าองค์เก่า ก็ได้ก้าวออกมาข้างหน้า 1
ก้าว เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ส่วนทางฝั่งของทหารใหม่
หลิวชิงที่ยืนอยู่ด้านหน้ายามนี้โลหิตภายในกำลังเดือด
พล่าน กล่าวด้วยเสียงดังว่า “นี่เป็นการแลกเปลี่ยน
ความรู้เพียงเท่านั้น! มีผู้ใดบ้างจะไม่กล้า ข้าขออาสา
เป็นคนแรก!”
เมื่อมีคนริเริ่ม โลหิตขององครักษ์หนุ่มทั้งหลายจึงพุ่ง
พล่านขึ้นราวกับเป็นโรคจิตต่อ บนเส้นทางสายนี้ส่วน
ใหญ่ล้วนถูกกดดันควบคุมเป็นธรรมดา ยามนี้เมื่อมี
โอกาสที่จะได้แสดงความสามารถของตนเอง ทุกคนจึง
ก้าวออกไปข้างหน้าอย่างไม่คิด คนที่ดูเหมือนว่าไม่
ต้องการจะเข้าร่วมก็ยังก้าวมาข้างหน้าเช่นกัน
อีกฝ่ายจึงหัวเราะขึ้น แล้วกล่าวว่า “ข้าขอชื่นชนพวก
เจ้าทุกคนที่มีความกล้าหาญเช่นนี้! คนยอมที่จะรับการ
ทดสอบ ข้าขอชื่นชมจากใจจริง แม้ว่าพวกเจ้าจะอายุ
ยังน้อย แต่พวกเจ้าก็สามารถกลายเป็นองครักษ์หมิง
ไห่ที่ดีได้ อนาคตพวกเจ้าย่อมไร้ขีดจำกัด! เจ้าอยากจะ
ท้าทายผู้ใด? ลืมบอกพวกเจ้าอย่างหนึ่ง พวกเจ้า
สามารถเลือกพวกข้าทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นคู่มือได้
แน่นอนว่าแต่ละคนสามารถท้าทายได้เพียงแค่หนึ่งครั้ง
ดังนั้นพวกเจ้าทุกคนจะต้องก้าวออกมาให้เร็วที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ ”
“ไม่มีปัญหา ข้าต้องการท้าทายเจ้า!” หลิวชิง รู้ว่าอีก
ฝ่ายที่กำลังพ่นลมอยู่นั้น จะต้องแข็งแกร่งอย่าง
แน่นอน และเขาก็ต้องการที่จะท้าทายแต่ยอดฝีมือ
เท่านั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเขามีนิสัยเช่นนี้
“ดีมาก!” คนผู้นั้นหัวเราะขึ้น พร้อมกับยกนิ้วให้กับ
หลิ่วชิง จากนั้นก็หันไปกล่าวกับ หยวน ซุนอวี้ ว่า
“ท่านผู้บัญชาการ ข้าถูกเจ้าเด็กผู้นี้มาก ท่านให้มันเข้า
มาอยู่ในหมู่ของข้าได้หรือไม่?”
“ไม่มีปัญหา” หยวน ซุนอวี้ หรี่ตาเอ่ยออกมาอย่าง
เกียจคร้าน
“เยี่ยมมาก!” ในใจ หลิวจิง รู้สึกตื่นเต้น
“เนื่องจากว่าพวกเจ้าทุกคนยอมรับแล้ว หลังเริ่มไป
แล้วพวกเจ้าแต่ละคนไม่อาจจะมานั่งเสียใจภายหลัง
มิฉะนั้นเจ้าจะอาจจะโดนคนอื่นดูถูกเอาได้ เชื่อว่าทุก
คนล้วนเป็นอัจฉริยะจึงจะสามารถเข้าร่วมกับกองทัพห
มิงไห่ได้ คงไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นคนขลาดเขลาหรอกใช่
หรือไม่?”
“วางใจเถอะ พวกข้าทุกคนจะลงสนาม! รับรองว่าไม่มี
ผู้ใดมีปัญหาแน่นอน!”
เลือดในกายของเหล่าองครักษ์ใหม่กำลังเดือดพล่าน
อยากเข้าไปต่อสู้เข้าไปให้เร็วที่สุด
หัวหน้าหมู่ผู้นั้นยิ้มขึ้นแล้วกล่าวว่า “ตกลง เช่นนั้นเรา
มาเริ่มกันเถอะ อย่างไรก็ตามนี่ก็เพื่อการเรียนรู้ซึ่งกัน
และกัน เพื่อไม่ให้เป็นการยุ่งยากจนเกินไป ทุกคนก็ไม่
จำเป็นจะต้องทุ่มเทพลังทั้งหมดออกมา ตามกฏเดิม
ของพวกเรากองทัพหมิง หากผู้ที่ชนะในการประลอง
กระชับมิตรจะได้รับเม็ดยาจิตเทวะ 100 เม็ด ผู้ที่แพ้ไม่
ว่าจะเป็นผู้ใด จะต้องเต็มใจลงเดิมพัน ให้กับอีกฝ่าย นี่
เป็นกฏที่สืบทอดกันมา ข้าเชื่อว่าทุกคนจะไม่ใส่ใจ
เกี่ยวกับเรื่องนี้”
เมื่อได้ยินประโยคนี้เหล่าองครักษ์ใหม่ถึงกับตกตะลึง
สำหรับพวกเขาแล้ว เม็ดยาเหล่านี้ไม่ใช่เม็ดยาจำนวน
น้อยๆ อย่างไรก็ตาม……..ทุกคนก็ได้ตกลงไปแล้ว ดู
เหมือนว่าการที่จะกลับลำในตอนนี้มันจะกลายเป็น
เรื่องที่น่าขายหน้าไปเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนคิด
เพียงว่าจะเป็นการต่อสู้กระชับมิดเท่านั้น
“หากไม่มีผู้ใดคัดค้าน เช่นนั้นพวกเรามาเริ่มกันเถอะ
ข้าจะขอกล่าวอีกรอบหนึ่ง ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้เข้าร่วม
การกระชับมิตรในครั้งนี้กันหมดแล้ว”
แน่นอนว่า อู่ อวี้ รู้ว่านี่เป็นกับดักของพวกมัน แต่
ความจริงแล้วมันก็ได้ผลอย่างยิ่ง เนื่องจากโลหิตที่พลุ่ง
พล่านของเหล่าองครักษ์หน้าใหม่เหล่านี้ พวกมันทุก
คนต่างก็เชื่อมันว่าตนเองจะต้องไม่พ่ายแพ้อย่าง
แน่นอน สำหรับเม็ดยาจิตเทวะทั้ง 100 เม็ดนี้ ถึงแม้ว่า
จะเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ยังไงนี้ก็เป็นการกระชับมิตร
ที่สำคัญ……..
หลิวชิงนั้นไม่คิดสิ่งใด นำเม็ดยาจิตเทวะทั้ง 100 เม็ด
ออกมาวางไว้บนพื้นแล้วกล่าวว่า “ทุกท่านจงดูให้ดี ข้า
มีนามว่า หลิวชิง มาจาก‘แคว้นเป่ยจี้’ทางภาคเหนือ
ฝึกตนมาแล้ว 37 ปี อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะระดับที่ 1 ”
ตัวเขาชื่นชอบการแสดงความสามารถเป็นพิเศษ
ดังนั้นจึงเสนอตัวก้าวออกมาในทันที
คนที่เขาได้ท้าทาย หัวเราะขึ้น กล่าวว่า “แคว้นเป่ยจี้
มักจะมีอัจฉริยะอยู่เสมอ หลิวชิง นอกจากจะเป็น
วีรบุรุษหนุ่มแล้ว ตัวข้าเป็น 1 ในหัวหน้าหมู่แห่ง
กองร้อยหยวนโย่ว มีนามว่า หวังเมี่ยว อยู่ในขอบเขต
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 4 ไม่สิระดับที่ 3 …..
วันนี้ประการแรกพวกเราต้องการที่จะประลองเพื่อ
กระชับมิตรภาพระหว่างกัน ประการที่สอง ก็เพื่อที่จะ
ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ขอให้ทุกท่านที่อยู่ที่นี่
เพลิดเพลินและมีความสุขไปกับการประลองนี้!”
การประลองในครั้งนี้ แน่นอนว่าย่อมไม่มีอะไรต้องเป็น
ห่วง หลิวชิง แสดงฝีมือออกมาได้ไม่เลว แต่ก็ยังต้อง
พ่ายแพ้ให้กับ หวังเมี่ยว หวังเมี่ยวได้แสดงพลังของ
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 3 ออกมา แต่ อู่
อวี้ รู้ว่าความจริงแล้วตัว หวังเมี่ยว อยู่ในขอบเขตก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 4
หลิวชิง ได้สูญเสีย เม็ดยาจิตเทวะไป แต่เขาก็ยังคง
รู้สึกตื่นเต้นอยู่มาก พร้อมกับประสานมือคาราวะไปยัง
หวังเมี่ยว และกล่าวออกมาว่า “ขอขอบคุณพี่ใหญ่
หวังเมี่ยวที่ให้คำชี้แนะ!”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็วิ่งกลับไปรวมกลุ่มด้วยความดีใจ
เมื่อการประลองได้เริ่มขึ้นแล้ว คนต่อไปก็รีบคว้า
โอกาสออกมาลงสนาม เนื่องจากว่ายิ่งลงสนามเร็ว
เท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้เลือกคู่ต่อสู้มากขึ้นเท่านั้น
แม้ว่าเม็ดยาจิตเทวะ 100 เม็ดจะเป็นจำนวนไม่น้อย
แต่ว่าเมื่อเทียบกับโอกาสที่ตนเองจะได้แสดง
ความสามารถเพียงครั้งเดียวนี้ก็นับว่าคุ้มค่า ยิ่งไปกว่า
นั้นพวกเขาก็ต้องการที่จะชนะการเดิมพันกับเหล่า
องครักษ์เก่าเหล่านี้…….
อู่ อวี้ คิดเพียงว่าคนเหล่านี้โลภในเม็ดยาจิตเทวะ
เท่านั้น ถึงแม้ว่าจะกล่าวได้สวยหรูเพียงใด แต่นี่ก็ยัง
เป็นกับดักอยู่ดี
ในความเป็นจริงแล้วพวกมันล้วนแข็งแกร่งกว่าเหล่า
องครักษ์ใหม่เหล่านี้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน
การต่อสู้ เหล่าองครักษ์ใหม่หลายสิบคนมีเพียงไม่กี่คน
เท่านั้นที่จะมีโอกาสได้รับชัยชนะมา
พวกมันจงใจซุกซ่อนความแข็งแกร่งของตนเองไว้ เส
แสร้งทำมให้ดูเหมือนว่าตนเองต่อสู้ได้ยากลำบาก แต่
ตอนสุดท้ายก็พลิกกลับมาเอาชนะคู่ต่อสู้อยู่เสมอ เมื่อ
เหล่าองครักษ์หน้าใหม่อยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง พวก
มันก็จะแกล้งพ่ายแพ้เพื่อสร้างเป็นแรงกระตุ้นใหม่ ทำ
ให้พวกเขายังคงส่งมอบเม็ดยาจิตเทวะออกมาเรื่อยๆ
……
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้พวกมันก็จะนำมาแบ่งกันที
หลัง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะสามารถกระตุ้นความทะเยอทะยาน
ขององครักษ์ใหม่ให้คิดอยากเอาชนะเหล่าองครักษ์เก่า
ให้ได้ แม้ว่าสุดท้ายจะรู้ว่าพวกเขาจะต้องสูญเสียเม็ด
ยาจิตเทวะเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่คิดจะหยุดราวกับ
เป็นนักพนันผู้เสพติด ส่วนใหญ่ล้วนเข้าร่วมการ
ประลองแล้วทั้งสิ้น หากตนเองไม่กล้าเข้าร่วมก็จะขาย
หน้าต่อคนจำนวนมาก แล้วจะสามารถอยู่ร่วมกับคน
เหล่านี้ได้อย่างไร?
การประลองนี้ได้กินเวลาไปแล้ว 1 วันเต็ม เหล่า
องครักษ์ใหม่ที่พ่ายแพ้พลันปรากฎสีหน้าเขียวคล้ำ แต่
คนที่เหลืออยู่ก็ยังคงเข้าร่วมการประลองนี้โดยไม่ขาด
สาย พวกเขาล้วนเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าการเดิมพันที่เสีย
ไป ในความเป็นจริงมันก็ถือเป็น ‘ค่าเล่าเรียน’ อย่าง
หนึ่ง โค้งสุดท้าย เหล่าองครักษ์หน้าเก่าไม่คิดออมมือ
อีกต่อไป พร้อมกับปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
“พวกมันช่างน่ารังเกียจจริงๆ!” หลิวชิง ผู้ที่ออกไปทำ
การประลองเป็นคู่แรก ยามนี้เขาก็ได้เข้าใจถ่องแท้แล้ว
ปรากฎว่าเขาเป็นเพียงแค่หนูลองยาเท่านั้น มันจึงร่ำ
ไห้ออกมาอย่างไม่ขาดสาย
มันถึงกับร่ำไห้ถึงหนึ่งวันเต็ม!
ครู่ต่อมา ดูเหมือนจะเป็นตาของ อู่ อวี้ แล้ว เพราะ
นอกจากเขา คนอื่นๆที่ขึ้นไปทำการประลองก็ได้พ่าย
ไปจนหมดแล้ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ