กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 705: ลาดตระเวนในนครหมิง
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ ใช้เวลาไปกับการเรียนรู้ทำความเข้าใจใน
ภารกิจ การจัดระบบ กฎระเบียบรายละเอียดต่าง ๆ
ของกองทัพหมิงไห่ ให้ขึ้นใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โดยพื้นฐานเขาอยากรู้อยู่แล้ว
ตัวอย่างเช่นเมื่อต้องเข้าไปยังพิภพต่างมิติ มีเงื่อนไข
จำเป็นอันใดบ้าง?
ประการแรกต้องให้หัวหน้ากองร้อยเป็นผู้นำกอง
องครักษ์หมิงไห่ถึจะสามารถเข้าสู่พิภพต่างมิติได้ หาก
องครักษ์หมิงไห่กองใดไม่มีหัวหน้าหน่วยเป็นผู้นำ ก็จะ
ถือว่าไร้ซึ่งคุณสมบัติไม่สามารถเข้าสู่พิภพต่างมิติได้
ประการที่สอง กองที่จะเข้าสู่พิภพต่างมิติได้ จะต้อง
ได้รับอนุญาตจากหัวหน้ากองพันเสียก่อน หากหัวหน้า
กองพันไม่อนุญาตหัวหน้ากองร้อยก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไป
ซึ่งในข้อนี้ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับ อู่ อวี้ มากทีเดียว
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าหากเขาต้องการจะเข้าไป
ทุกคนก็จะต้องติดตามเขาไปด้วย โดยมี หยวน ซุนอวี้
เป็นผู้นำ
งานนี้จำเป็นต้องร่วมมือกัน
เขารู้ว่าการเป็นหัวหน้ากองร้อย โดยผู้ติดตามเป็น
ทหารใหม่กันทั้งหมด โดยพื้นฐานแล้วลำดับแรก
จำต้องเริ่มต้นภารกิจ โดยลาดตะเวนทำภารกิจในเมือง
หลวง นครหมิง หรือไม่ก็ไปยืนเฝ้าประตูเมือง
โดยทั่วไปเพียงแค่ตระเวนไปรอบ ๆ ส่วนปัญหาที่ต้อง
แก้ไขก็มีไม่ได้มากมายนัก ยกเว้นเสียแต่ว่ามีใครบาง
คนดันสร้างปัญหาในนครหมิง
การลาดตระเวนอันแสนน่าเบื่อ มันช่างไร้ความหมาย
สำหรับ อู่ อวี้ อย่างสิ้นเชิง หลังจากเขาได้รู้ว่าที่นี่มี
‘พิภพต่างมิติ’ อยู่ จิตใจของเขาก็จดจ่อไปที่การเข้าสู่
‘พิภพต่างมิติ’ นอกนั้นก็ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจสำหรับเขา
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถเข้าสู่ ‘พิภพต่างมิติ’ ได้ด้วย
ตนเอง เขาจะต้องร่วมมือกับ หยวน ซุนอวี้ และ เฮยคู
” ข้าจะต้องรีบขึ้นเป็น ‘หัวหน้ากองร้อย’ จากนั้นก็ขึ้น
ไป ‘หัวหน้ากองพัน’ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่เช่นนั้นแล้วข้าจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อื่น
เมื่อต้องเข้าไปยัง ‘พิภพต่างมิติ’ ”
หลังจากผ่านไปสามวัน รุ่งอรุณของเช้าวันรุ่งขึ้น หยวน
ซุนอวี้ ถือธงนำทัพองครักษ์หมิงไห่หลายร้อยนาย มา
รวมตัวกันยังจัตุรัส ด้วยเพราะวันนี้จะต้องท่อง
กฎระเบียบกองทัพ
สำหรับทหารใหม่เรื่องนี้ถือว่าสำคัญยิ่ง ทุกคนต้องรู้
กฎระเบียบข้อบังคับของกองทัพอย่างชัดเจนถ่องแท้
อู่ อวี้ สวมใส่ ‘ชุดเกราะหมิงไห่’ ยืนตระหง่านอยู่
ท่ามกลางฝูงชน พร้อมกับทำการโค้งคำนับเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาทำให้
หยวน ซุนอวี้ สามารถมองเห็นเขาได้อย่างรวดเร็ว มัน
รีบแสร้งทำเป็นไม่หวาดกลัวต่อเขาอีกต่อไป ซึ่งในเวลา
นี้มันเร่งผ่อนคลายสุขุมลงในทันใด มันค่อย ๆ เริ่ม
ทดสอบองครักษ์หมิงไห่ทีละคน ๆ ให้ทหารเริ่มท่อง
กฎระเบียบทบทวน หากผู้ใดไม่สามารถท่องออกมาได้
อย่างคล่องแคล่ว ก็จะถูกลงทัณฑ์อย่างไม่คาดคิด มัน
ได้หยิบศาสตราเต๋าวิถีแท้ซึ่งเป็นแส้ออกมา
เตรียมพร้อมลงทัณฑ์
แต่นับว่ายังดีที่เหล่าทหารส่วนมากสามารถท่อง
กฎระเบียบต่างๆได้
เมื่อถึง อู่ อวี้ หยวน ซุนอวี้ ก็ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใด
ออกมา ส่วนเขาเองก็ไม่อยากกระทำอันใดเป็นพิเศษ
เขาท่องกฎระเบียบได้อย่างแม่นยำชัดเจน ระหว่างนี้
หยวน ซุนอวี้ รู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย ด้วย
เพราะกังวลว่า อู่ อวี้ จะกระทำบางอย่างที่ไม่ไว้หน้า
ตนเอง เมื่อไม่มีอะไรติดขัดมันก็รู้สึกโล่งใจ
หลังจากสิ้นสุด หยวน ซุนอวี้ ก็กล่าวคำชมเชยยกย่อง
” กองร้อยโย่วหยวนของพวกเรา มีทหารใหม่เข้าร่วม
มากกว่าครึ่ง กองทัพหมิงไห่ของพวกเราไร้ซึ่งสงคราม
มาสักพักหนึ่งแล้ว กองร้อยโย่วหยวน ของเราต้องทำ
หน้าที่ลาดตระเวนตรวจตราในเมืองหลวง แล้วก็เฝ้า
ประตูเมือง สำหรับภารกิจนี้ง่ายที่จะได้รับรางวัลตอบ
แทน หากลาดตระเวนทุกเดือนก็จะได้แต้มผลงาน
เล็กน้อย! ”
ความหมายของเล็กน้อยคือ 8 ปี ได้แต้มผลงาน 100
แต้ม เช่นนั้นจำต้องลาดตระเวนเป็นเวลา 80 ปี แต้ม
ผลงานจึงจะเพียงพอต่อการเลื่อนยศขึ้นเป็นหัวหน้า
กองร้อย
แน่นอนว่าการรักษาความปลอดภัยของ นครหมิง เป็น
ภารกิจของกองทัพหมิงไห่ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นก็
ยังคงมีโอกาสจะได้รับแต้มผลงานอันยิ่งใหญ่ ทว่ากว่า
จะได้แต้มผลงานตามที่ต้องการก็ต้องใช้เวลาสะสม
นานหลายปี อย่างไรก็ตามคนชั่วกระจายตัวอยู่ทั่วทุก
นครหมิง แต่ก็ไม่ได้มากมายนัก
ผู้คนไม่มีความเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ ด้วย
เพราะผู้ที่ตัดสินใจก็คือ หยวน ซุนอวี้
” เลิกแถว เริ่มต้นภารกิจพรุ่งนี้! แล้วข้าจะเป็นผู้นำกอง
เอง! ” เมื่อ หยวน ซุนอวี้ อยู่ต่อหน้าองครักษ์หมิงไห่
คนอื่น ๆ ดูหยิ่งผยองเด็ดขาดเป็นอย่างยิ่ง ทว่ายาม
เมื่อมันกวาดสายตาผ่าน อู่ อวี้ มันจะรีบเลี่ยงและเดิน
จากไปในทันที
หลังจากแยกแถว ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกระจายตัวกัน
ออกไป ในเวลานี้ อู่ อวี้ มายืนอยู่เบื้องหน้า หยวน
ซุนอวี้ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ” หัวหน้ากองร้อย
ข้าต้องการเข้าไปยัง พิภพต่างมิติ ท่านจะพาเข้าไปได้
หรือไม่? ”
เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเกียจคร้านที่จะ
พูดจาเหลวไหล
ส่วนเรื่องปัจจุบันมีเพียงทหารจาก กองทัพหมิงไห่
เท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าไปในพิภพต่างมิติได้
สีหน้าของ หยวน ซุนอวี้ เปลี่ยนในทันทีมันส่ายหัวแล้ว
พูดว่า ” ตามกฎแล้วมีทหารใหม่มากเกินไป เราเข้าไป
ในพิภพต่างมิติไม่ได้ ถ้าหัวหน้ากองพันไม่เห็นด้วย สิ่ง
สำคัญที่สุดเราต้องนึกถึงทหารใหม่ พวกเขายังไม่
พร้อม พวกเขายังไม่รู้จักซึ่งกันและกันดีพอเลย จากที่
ข้าเคยเข้าไปในภพต่างมิติ ข้าต้องพบเจอกับสิ่งมีชีวิต
ประหลาด พวกมันล้วนแข็งแกร่งและยากจะจัดการ
เข้าไปในนั้นมันเสี่ยงมากรู้ไหม ข้าจะต้องรับผิดชอบ
ชีวิตของผู้อื่น! ”
อู่ อวี้ คิดไว้อยู่แล้วว่ามันจะต้องพูดเช่นนี้ เขาจึงยิ้ม
แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ” อยู่กับข้าพวกเขา
ปลอดภัยมากกว่าหน่วยอื่นถึงสิบเท่า ข้าอยากเข้าไป
ในพิภพต่างมิติ เจ้าเห็นด้วยหรือไม่? ”
เขาไม่คิดว่า หยวน ซุนอี้ จะมีท่าทีลังเลเช่นนี้ หลังจาก
นั้นมันก็กัดฟันพูดขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง
แต่เจ้ากำลังทำให้ข้ากลัวรู้ไหม!? กองทัพหมิงไห่
จะต้องทำตามกฎระเบียบกองทัพ หากเจ้าข่มขู่
มากกว่านี้ข้าจะนำเรื่องไปรายงานเบื้องบน เมื่อนั้นเจ้า
จะต้องถูกขับออกจากกองทัพ โดนโทษตามวินัยทหาร!
เจ้าคือ องครักษ์หมิงไห่ ไม่ควรกระทำเรื่องนี้! กฎคือ
กฎถึงเจ้าจะมีพลังมากกว่า กองทัพหมิงไห่ ข้าจะไม่
ยอมปล่อยเจ้าออกนอกนู่นนอกทางเด็ดขาด! ”
งานนี้มันถึงกับต้องงัดกฎทหารออกมาอ้าง เมื่อสามวัน
ก่อน อู่ อวี้ ยังไม่รู้กฎระเบียบกองทัพ มันกลัวว่า อู่ อวี้
โวยวายเสียงดังจนผู้อื่นได้ยิน เพราะในความจริงแล้ว
คำขอของ อู่ อวี้ มันสามารถทำตามได้
มิเช่นนั้น การที่มันถูก อู่ อวี้ รังแกคงถือเป็นเรื่อง
อัปยศยิ่ง แผลที่ถูกพลองฟาดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มัน
ยังรู้สึกเจ็บปวดมาจนถึงตอนนี้
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่ามันจะปากแข็งถึงเพียงนี้ เขาพูดว่า ”
อันที่จริงแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทางเป็น
ปฏิปักษ์กับข้าขนาดนั้นก็ได้ การที่ข้าบอกว่าจะพาเจ้า
เข้าสู่พิภพต่างมิติ แน่นอนว่าข้าต้องปกป้องเจ้าให้
ปลอดภัย นอกจากนี้ทุกคนยังได้รับแต้มผลงานมากขึ้น
ดีหรือไม่? ในเมื่อมันไม่เป็นอันตรายกับเจ้า ไฉนจึงต้อง
รู้สึกอัดใจกับข้าขนาดนั้น? เจ้าก็เห็นนี่ ว่าข้าพูดคุย
ปกติ หาได้ข่มขู่คุกคามเจ้าแม้แต่น้อย ”
เรื่องที่เขากล่าวดูสมเหตุสมผลยิ่ง แต่ดูเหมือนว่า
หยวน ซุนอวี้ จะยังคงเก็บความรู้สึกไม่พอใจเรื่องที่
เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันก่อนเอาไว้ ดังนั้นมันจึงคิดจะใช้กฎ
กองทัพมาข่มขู่คุกคาม มันยังคงยืนยันเสียงแข็งกับ อู่
อวี้ ว่า ” ไม่ว่าจะอย่างไรกฎก็ย่อมเป็นกฎ ตาม
บทบัญญัติของเรา อย่างน้อย ๆ ต้องใช้เวลาในการ
ฝึกฝนขัดเกลาตนกว่าครึ่งปี จึงจะสามารถเข้าสู่พิภพ
ต่างมิติได้! กองทัพหมิงไห่ทั้งหมด ไม่มีทางยอม
เปลี่ยนแปลงกฎเพื่อเจ้าเพียงคนเดียว เจ้าจงกลับไป
เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการลาดตระเวนในวันพรุ่งนี้
ขอลา! ”
หลังกล่าวจบ มันก็รีบวิ่งหนีไปทันที คาดว่ามันคงรู้สึก
กังวลว่า อู่ อวี้ จะหาเรื่องมัน
แท้จริงแล้วการที่ฝ่ายตรงข้ามหันมาโต้เถียงกับตนเอง
เช่นนี้ อู่ อวี้ คิดว่ามันไม่มีประโยชน์อันใดเลย อย่างไร
ก็ตามเขารู้สึกว่าการที่ข่มขู่มันตั้งแต่แรกนั้น ดูเหมือน
จะไม่เป็นผลดีสักเท่าใดนัก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะ
มัวมานั่งกังวลใจ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถกระทำอันใด
ได้
ซึ่งเขาก็ตั้งใจจะใช้ช่วงเวลานี้ ไตร่ตรองการกลั่นสกัด
ปรุงโอสถ และ การวาดค่ายกลวงเวท เนื่องจากว่าเขา
ได้ปล่อยปละละเลยมันมานานพอสมควรแล้ว
” ท่านต้องการเข้าไปในพิภพต่างมิติเช่นนั้นหรือ? ”
หลิวชิง ที่อยู่ถัดออกไป คอยเหลือบมอง อู่ อวี้ อยู่
ตลอดเวลา และในช่วงเวลานี้เอง มันก็อดกล่าวขึ้น
อย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากทัศนคติที่มันมีต่อเขา
ในตอนนี้ นั้นแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“อืม”
” นอกจากนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของท่านในปัจจุบัน
การสังหาร ‘สิ่งมีชีวิตประหลาด’ จะช่วยยกระดับท่าน
อย่างรวดเร็วและในอีกไม่ช้า ท่านก็จะเลื่อนขั้นขึ้นจาก
หัวหน้ากองหมู่ เป็นหัวหน้ากองร้อยอย่างแน่นอน ”
หลิวชิงกล่าว
” การสังหารอสูรภายในพิภพต่างมิติ ช่วยปกป้อง
คุ้มครองความสงบของนครหมิง คือความปรารถนา
และความใฝ่ฝันของข้า!” หลิวชิง กล่าวขึ้นด้วยท่าทาง
ซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยแรงปรารถนา
” เช่นนั้นก็ดี จงพยายามให้มากขึ้น ” อู่ อวี้ มีอายุ
ใกล้เคียงกับมัน แต่เขากลับเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก
หลังจากนั้นเขาก็ย้อนกลับไปที่วังของตนเอง แล้วเข้า
ไปในเจดีย์ล่องกำเนิด พร้อมกับเริ่มศึกษาไตร่ตรองวง
เวทค่ายกล และ การกลั่นสกัดปรุงยา ตอนนี้เขามี
วัตถุดิบมากมาย อีกทั้งยังมีเวลาเหลือเฟือ การศึกษา
ทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ความอดทน
อย่างยิ่งยวด ซึ่งเขาก็ไม่ได้รีบร้อนอันใด
หากต้องการบรรลุอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
เขาก็ไม่อาจใจร้อนรีบกินเต้าหู้ร้อนลงไปได้
รุ่งอรุณต่อมา หยวน ซุนอวี้ ก็ตะโกนเรียกรวมพล
สมาชิกทั้งหมดใน ‘ค่ายหยวนโย่ว’ เพื่อเตรียมพร้อม
ออกลาดตระเวน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ง่ายดายมากที่สุด
ภายในกองทัพหมิงไห่แห่งนี้ สิ่งที่พวกมันต้องกระทำมี
เพียงการตั้งขบวน เดินเรียงแถวตรวจตราสถานที่ต่าง
ๆ ในนครหมิง
อู่ อวี้ มิได้รีบร้อน แค่การตรวจตรานครหมิง ทำ
ความคุ้นเคยกับที่นี่ ก็ไม่ได้เลวร้ายอันใด
เมื่อ หยวน ซุนอวี้ เห็นอู่ อวี้ออกมายืนอยู่ด้านหน้า
อย่างเป็นระเบียบ มันก็ถอนหายใจออกมาด้วยความ
โล่งอก กล่าวตามตรงตอนที่มันถูก อู่ อวี้ เล่นงาน ทำ
ให้มันรู้สึกหวาดกลัวและอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง แต่มันก็
ไม่อาจกล้ำกลืนความอัปยศลงไปได้ มันคิดว่าตนเอง
เป็นหัวหน้ากองร้อย แต่ทำไมต้องมาถูกองครักษ์หมิง
ไห่ผู้หนึ่งกลั่นแกล้ง แถมมันยังเป็นพวกต่างแดนอีก
ด้วย!
มีข่าวลือดังหนาหูอยู่ภายนอกว่า อู่ อวี้ มีความสัมพันธ์
บางอย่างกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย
เป็นแค่คนบ้านนอกจากต่างแดน แต่กลับหาญกล้า
หมายปององค์หญิงโย่วเสี่ย คาดว่าบุรุษทุกคนในเป่ย
หมิง คงรู้สึกไม่พอใจเขาเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อมีกฎของกองทัพอยู่ในมือ หยวน ซุนอวี้ ก็รู้สึก
มั่นใจมากยิ่งขึ้น
“เริ่มออกเดินได้”
อู่ อวี้ กับกลุ่มองครักษ์หมิงไห่อีกจำนวนหนึ่ง มุ่งหน้า
ออกจากค่ายหมิงไห่ ต้องเข้าสู่ถนนภายใน นครหมิง
สำหรับทหารใหม่ การได้สวมใส่ ‘กองทัพหมิงไห่’ เป็น
ครั้งแรกต่างรู้สึกตื่นเต้น หลิวชิง ก็เช่นเดียวกัน
” พวกเจ้าไม่ต้องกังวล โดยปกติสถานการณ์ นครหมิง
ราบรื่นสงบสุขปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นไม่น่าจะมี
ปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น เมื่อนั้น
พวกเจ้าทุกคนจะได้รับแต้มผลงานอย่างง่ายดาย ”
หยวนซุน อวี้ พูดขึ้นต่อหน้าทุกคน
ทุกคนเป็นฝึกตนระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ดังนั้น
กองทัพนี้มีระเบียบวินัยเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง พวกเขา
ทั้งหมดดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง แผ่แรงกดดันอัน
หนาวเย็นออกมาอย่างท่วมท้น เสมือนอาวุธสังหารอัน
ยิ่งใหญ่ ระหว่างเดินตามท้องถนน นครหมิง
ทั้งสองข้างทางมีร้านรวงอยู่มากมาย ขายทรัพยากร
ต่าง ๆ ของผู้ฝึกตน นอกจากนี้ยังมีโรงเตี๊ยมร้านอาหาร
หลายแห่ง สถานเริงรมย์มากมายหลาย สถานที่เหล่านี้
นำพาความรื่นรมย์คึกคักมีชีวิตชีวา
ขณะ อู่ อวี้ ลาดตระเวน เขาก็เพลินจำเริญใจไปกับ
การชมวิถีชีวิตประจำวันของพลเมืองของ นครหมิง
อันที่จริงถึงแม้พวกเขาเหล่านี้จะเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ไม่
ว่าจะมีพื้นฐานฝึกตนสูงมากเพียงใด หากมองกันดี ๆ
แล้วพวกเขาเหล่านี้ก็คือมนุษย์ธรรมดาสามัญดี ๆ
นี่เอง ระหว่างลาดตระเวนผู้ฝึกตนจับกลุ่มสนทนา
หารือประมาณ 2-3 คน บางครั้งบางครา อู่ อวี้ ยังเคย
ได้ยินพวกเขาพูดคุยกันถึงโอรสเล่อ
ในบทสนทนาจับใจความได้ว่า หลังจากโอรสเล่อ
กลับมาจากเส้นทางเซียนบรรพกาล พื้นฐานฝึกตนของ
เขาก็ทะยานสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ในเวลานี้อาณาจักร
โบราณเหยยีนหวง หาคู่ต่อกรได้ยากยิ่ง
“มีปัญหาแล้ว” เมื่อนึกถึง โอรสเล่อ เขาก็ขมวดคิ้ว
อย่างคิดหนัก
หลังจากลาดตระเวนมาทั้งวัน ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
แม้แต่น้อย สำหรับ อู่ อวี้ มันช่างเสียเวลาอย่างแท้จริง
ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวที่เขาได้รับก็คือทำ
ความคุ้นเคยกับ นครหมิง
พอถึงยามราตรีเขาก็ทำการลาดตระเวนต่อ
ในวันนี้แม้แต่ หลิวชิง ผู้เคยคึกคักครื้นเครง ก็ยังมาเริ่ม
โอดครวญด้วยความโศกเศร้า เขาหันไปหาทหารเก่าที่
อยู่ข้าง ๆ ขึ้นว่า “เมื่อไหร่ข้าจะได้เข้าพิภพต่างมิติ?”
อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า ” เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ทุกอย่าง
ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการ อีกอย่างเจ้าอย่าลืมสิว่าหน่วย
ของพวกเรามีแต่ทหารใหม่เพิ่งเข้ามาทั้งนั้น ข้าเองก็
อยากเข้าไปเหมือนกัน แต่ก็ยากเหลือเกิน เจ้าควร
ตั้งใจสะสมแต้มผลงานเอาไว้ดีกว่า! ”
อันที่จริงทุกคนต้องการจะเข้าไป
ขณะกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ตรงด้านหน้าของพวกมันก็
มีโรงเตี๊ยมอันหรูหราตั้งตระหง่านอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียง
ร้องคำรามดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงต่อสู้อันดุเดือด เสียง
อึกทึกนี้ดึงดูดความสนใจของทุกผู้คน ฝูงชนอยากมี
ส่วนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ต่อสู้ครั้งนี้ ในเวลานี้กองทัพห
มิงไห่ออกมาด้านหน้า …
หยวน ซุนอวี้ ลืมตาขึ้นขณะที่ผ่านจุดเกิดเหตุ ด้วย
ท่าทางเกียจคร้าน
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ