กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 706: ราชครูกรมอาญา
เวลานี้บนท้องถนนค่อนข้าง ๆ สับสนอลหม่าน ร้าน
รวงบังเกิดความวุ่นวายยุ่งเหยิง เห็นได้ชัดว่ามีใครบาง
คนสร้างมันขึ้นมา
สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า ‘หอลึกลับ’ เป็นร้านค้าที่ขาย
สมบัติหายาก วิญญาณเซียน สมบัติวิเศษ ศาสตราเต๋า
วิถีแท้ ฯลฯ สถานที่แห่งนี้มีอักษรเขียนคำว่า ‘ลึกลับ’
เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกอย่างชัดเจน
อันที่จริงช่วงกลางวันที่ลาดตระเวน อู่ อวี้ ได้ผ่านร้าน
นี้มาแล้ว คราหนึ่งแรกเห็นเขาก็รู้สึกประทับใจอยู่ไม่
น้อย ผู้ดูแลร้านนี้เป็นสาวน้อยถักเปียสองข้าง กำลังนั่ง
ศึกษาวงเวทด้วยอิริยาบถผ่อนคลายอย่างที่สุด ด้วย
เพราะร้านแถวนี้ไม่ค่อยมีผู้ใดแวะเข้ามามากนัก
คนที่สามารถเปิดร้านค้าภายในนครหมิงได้นั้น
จำเป็นต้องมีตำแหน่งและสถานะเป็นของตนเอง
ฉะนั้นเจ้าของ ‘หอลึกลับ’ จะต้องไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน แล้วยังมีใครหาญกล้ามาสร้างปัญหาที่นี่อีก
นอกจากนี้ยังทำเสียงอึกทึกครึกโครมเสียใหญ่โต
ในตอนนี้ก็ได้ยินเสียงร้องอยู่ด้านใน ถ้าให้ อู่ อวี้ คาด
เดาเสียงร้องนี้จะต้องเป็นของสาวน้อยที่เฝ้าร้านเป็น
แน่
” ผู้ใดกล้ามาสร้างปัญหาที่นี่! ” หยวน ซุนอวี้ ตะเบ็ง
เสียงอย่างโกธรเกรี้ยว มีผู้คนใคร่รู้มาเกาะติด
สถานการณ์มุงดูกันแน่นอยู่หน้าร้านมากกว่ายี่สิบคน
เมื่อเห็นว่ากองทัพหมิงไห่มาถึงต่างก็รีบเปิดทางให้พวก
เขาเข้ามาทันที
อู่ อวี้ อยู่ท่ามกลางฝูงชน เขามองตรวจสอบเข้าไปด้าน
ใน มีคนสวมอาภรณ์สีเข้มห้าคนอยู่ด้านใน ดูจาก
ลักษณะการแต่งกายเหมือนกับพวกอันธพาลเรียกเก็บ
ค่าคุ้มครอง ท่าทางของพวกมันดูดุร้ายเกรี้ยวกราด อีก
ทั้งยังแข็งแกร่งมีฝีมือสูงส่ง ดูเหมือนเป็นผู้ฝึกตน
บำเพ็ญเพียรกลายเป็นเซียนที่มีความแข็งแกร่งลึกล้ำ
ทีเดียว
คนทั้งห้ายังอยู่ในวัยหนุ่มสาว ชายหนุ่มรูปร่างท้วมสวม
ใส่ชุดคลุมสีน้ำเงิน คนผู้นี้ค่อนข้างอ่อนเยาว์พื้นฐานฝึก
ตนของมันอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 5
หรือไม่ก็ขั้นที่ 6 โดยประมาณ ท่าทางของมันเต็มไป
ด้วยความก้าวร้าวหยิ่งผยอง มันใช้แซ่ยาวฟาดลงบน
พื้นหลายรอบ สมบัติวิเศษภายในหอลึกลับถูกทำลาย
เสียหายจำนวนมาก กระจัดกระจายปลิวว่อนอยู่ทั่วทั้ง
อากาศแทบไม่มีชิ้นดี โดยเฉพาะวิญญาณเซียนถูก
ทำลายไปมากทีเดียว ทั้ง ๆ ที่พวกมันเป็นวิญญาณ
เซียนที่ล้ำค่าหายากยิ่ง
” หูหนวกหรือไง เมื่อไหร่จะมอบเจ้าตัวเล็กให้กับข้า
หากส่งตัวมันมาให้เราแต่โดยดี ข้าก็จะหยุด ไม่เช่นนั้น
ข้าจะทำให้ร้านของเจ้าพังพินาศ หอลึกลับ แห่งนี้
จะต้องปิดลง และขับไล่เจ้าสองพ่อลูกต้องออกไปจาก
นครหมิง! ”
ชายคนนี้เป็นแค่ผู้เยาว์แท้ ๆ กลับทำตัวน่าละอายเยี่ยง
สุนัข ใช้พลังฝีมือที่มีมาข่มขู่เรียกค่าคุ้มครองจากผู้อื่น
ดูจากการกระทำของมันแล้วนี่คงไม่ใช่ครั้งแรก
ฝีมืออันน้อยนิดของมัน เมื่อเทียบกับสองพ่อลูกนี้ช่าง
แตกต่างราวฟ้ากับดิน พลังฝีมือของสองพ่อลูกอยู่ใน
ระดับก่อร่างกำเนิดเทวะ ขั้นที่ 4 ซึ่งเทียบเท่ากับ
หัวหน้ากองร้อย ทั้งยังไม่ได้ด้อยกว่าอันธพาลที่อยู่
ด้านหลังเด็กผู้นี้ ผู้เป็นบิดานั่งคุกเข่าอ้อนวอน ” นาย
น้อย ไม่ใช่ว่าเราไม่ต้องการขายให้ท่าน แต่ ‘เสี่ยวหยุน’
ไม่ใช่ของซื้อของขาย เสี่ยวหยุนยังเล็กนัก ข้าและ
บุตรสาวเลี้ยงดูนางเสมือนบุตรแท้ ๆ ในไส้ พวกเรา
สองพ่อลูกมีความผูกพันกับมันอย่างลึกซึ้ง นางไม่ใช่
สัตว์ หรือ สิ่งของที่จะเอามาซื้อขาย นางคือคนใน
ครอบครัวของเรา … ”
เขากล่าวด้วยความอัดอั้น ไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
ข้างหลังเขาคือบุตรสาว สาวน้อยผู้นี้ อู่ อวี้ เคยเห็น
นางมาก่อน นางกำลังซุกตัวแอบอยู่ในมุมห้องร่างกาย
สั่นเทา นั่งน้ำตาอาบนองหน้า อุ้มสัตว์สีขาวตัวน้อยที่ดู
เสมือนดังลูกสุนัขไว้ในอ้อมแขน นางกำลังจ้องมองไป
ยังทิศทางของเด็กหนุ่มด้วยความหวาดกลัว
สัตว์ตัวน้อยที่นางอุ้มอยู่คือสรรพเทวะวิญญาณ ทั้ง
สามารถกลายร่างเป็นลูกสุนัขได้ แต่หลังจากนั้นมันก็
กลายเป็นเมฆเมฆานับเป็นรูปแบบที่น่าสนใจมาก
ทีเดียว นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่ามันคือสรรพเทวะวิญญาณที่
กระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมโลก
เด็กหนุ่มที่มาข่มขู่ดูโอหังหยิ่งผยองเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่
สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องการที่จะ
ครอบครอง สรรพเทวะวิญญาณ ทีมีชื่อว่าเสี่ยวหยุน
มันไม่คาดคิดว่าเจ้าของ หอลึกลับ ผู้ครอบครองสมบัติ
ล้ำค่านี้ไว้ในมือ จะต่อต้านขัดขืนมัน
ในเวลานี้ หยวน ซุนอวี้ ได้เห็นเด็กหนุ่มคนนี้แล้ว ส่วน
ทางด้านเด็กหนุ่มอันธพาลก็เห็นเขาเช่นกัน แต่สีหน้า
ของเด็กหนุ่มผู้นี้ก็มิได้สลดลงแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายยัง
ปากกล้าพูดขึ้นว่า ” เห๊อะ!กองทัพหมิงไห่งั้นหรือ ก็แค่
หน่วยเล็ก ๆ มีแต่เด็กน้อย รีบ ๆไสหัวไปซะ อย่าได้มา
กวนอารมณ์นายน้อยผู้นี้ ”
หยวน ซุนอวี้ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็พยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า ” ได้ขอรับ เชิญท่าน
สำราญต่อ ”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของมัน ก็สามารถคาดเดาได้ว่ามันคง
จะเจอกับลูกหลานคนใหญ่คนโตของนครหมิง ส่วน
ทางฝั่งของสาวน้อย ในตอนแรกแอบหลงคิดว่าจะมี
วีรบุรุษยื่นมือมาช่วยเหลือ ทว่าเมื่อนั้นนางเห็นสิ่งที่
เกิดขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะเผยท่าทางสิ้นหวังออกมาให้เห็น
“ ถ้าท่านเอาเสี่ยวหยุนไป ข้าจะฆ่าตัวตาย! หากเกิด
การฆาตกรรมขึ้นใน นครหมิง จะต้องมีการไต่สวน
เกี่ยวกับการตายของข้า! ” สาวตัวน้อยกัดฟันพูดอย่าง
ข่มขืน
เด็กหนุ่มตะโกนกลับมาว่า ” นังโง่! คนไร้ค่าอย่างแกฆ่า
ตัวตาย คิดว่าคนอย่างข้าจะต้องสนใจด้วยงั้นรึ!? ”
หยวน ซุนอวี้ กำลังพาทุกคนออกไป ทหารใหม่ของ
กองทัพหมิงไห่ไม่เข้าใจในการกระทำของมัน ทุกคนอึ้ง
ตะลึงไปชั่วครู่ใหญ่ อย่างเช่นหลิวชิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อู่
อวี้ อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “ไฉนท่านไม่หยุดมันล่ะ?”
หยวน ซุนอวี้ ร้อนรนอยากจะออกไปจากนี่ให้เร็วที่สุด
อู่ อวี้ เห็นว่าโอกาสนั้นมาถึงแล้ว
ความอยุติธรรมมีอยู่มากมายภายในโลกนี้ ซึ่งก็มีคน
มากมายที่กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทำอะไรมัน
ได้ มันคือสัจธรรมของโลก แต่ความอยุติธรรมเบื้อง
หน้าที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้ เขาสามารถจัดการมันได้
สามารถสร้างความแตกต่างได้ แล้วเขาก็หาได้เกรง
กลัวแม้แต่น้อย
ยิ่งกว่านั้น สิ่งนี้จะช่วยเป็นสะพานให้เขาบรรลุ
เป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น
ฉะนั้นในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ กองทัพหมิงไห่ กำลัง
หันหัวขบวนกลับ อู่ อวี้ ก็ลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งทะยานไป
ยังทิศทางตรงข้ามของกองทัพ มาปรากฏตัวอยู่เบื้อง
หน้าหอลึกลับ
” อู่ อวี้ เจ้าคิดจะทำอะไร!” หยวน ซุนอวี้ ตกตะลึงจน
แทบลมจับ จากนั้นมันก็รีบพุ่งทะยานติดตามเขาไป
ด้วยสีหน้าตึงเครียดทันที
อู่ อวี้ ดึงดูดความสนใจของทุกผู้คน เขาชี้ไปที่หอ
ลึกลับ พร้อมกล่าวขึ้นว่า ” ไม่ใช่ว่า จุดประสงค์ในการ
ลาดตระเวนของเรา คือการหยุดยั้งผู้ที่สร้างความ
วุ่นวายในนครหมิง อาศัยอำนาจรังแกผู้อ่อนแอ ไม่ใช่
ว่านี่คือการกระทำความผิดเช่นนั้นหรือ? ตอนนี้ทุก
ผู้คนล้วนประจักษ์เป็นสักขีพยานในสิ่งที่เกิดขึ้น คนผู้นี้
ได้ละเมิดกฎระเบียบของนครหมิง ทุบทำลายร้านค้า
ในฐานะที่เราเป็นทหารภายในกองทัพหมิงไห่ ได้รับทั้ง
ทรัพยากรฝึกตนและคุณความชอบจากกองทัพหมิงไห่
เช่นนั้นเราก็ควรทำเพื่อนครหมิง เพื่อจักรวรรดิเป่ย
หมิง”
ไม่คาดคิดว่าจะมีบุคคลเช่นนี้อยู่ภายในกองทัพหมิงไห่
แม้กระทั่งผู้เยาว์หนุ่มสาวก็ยังอยู่เดิน แล้วจ้องมองไป
ยัง อู่ อวี้ อย่างโง่งม
หยวน ซุนอวี้ หวาดกลัวจนตัวสั่น มันรีบกล่าวขึ้นว่า
“เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร มันคือบุตรคนเล็กของ
‘ราชครูกรมอาญา’ ‘กง สิงเว่ย’ ! ราชครูกรมอาญา
เป็นผู้ควบคุมการลงทัณฑ์ทั่วทั้งราชอาณาจักร สั่งคุม
ขังนักโทษ ผู้คนต่างเรียกเขาว่า ‘ราชานรกแห่งแดน
เหนือ’! มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงล้ำยิ่ง! เหนือยิ่งกว่า
ขุนพลเทียนหมิงในกองทัพหมิงไห่เสียอีก! ”
กลายเป็นว่าบิดาของมัน มีตำแหน่งใกล้เคียงกับ
ผู้บังคับบัญชาแห่งกองทัพหมิงไห่ ไม่แปลกใจว่าทำไม
หยวน ซุนอวี้ ถึงได้แสดงท่าทางหวาดกลัวเช่นนี้
มันกล่าวเช่นนี้ เพราะต้องการให้ อู่ อวี้ หลีกหนีจาก
สถานการณ์ยากลำบาก เนื่องจากว่า อู่ อวี้ ไม่รู้จักคนผู้
นี้
สิ่งที่มันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยก็คือ เมื่อมันกล่าวจบ
อู่ อวี้ จะเปล่งเสียงหัวเราะดังก้องกังวาล ตามมาด้วย
เสียงแหวกผ่าสายลม ทันใดนั้นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา! ซึ่งมันก็คือพลอง
หมื่นมังกรพิภพอนันต์!
เขาถือพลองหมื่นมังกรไว้ในมือ พร้อมกับทะยานขึ้นไป
ยังศาลาเจินฉีโดยตรง พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
อันชอบธรรม ” ผู้คนที่อยู่ภายในร้านค้าของนครหมิง
ถือว่าอยู่ภายใต้การคุ้มครองจากนครหมิง กองทัพหมิง
ไห่ มีหน้าที่เฝ้าพิทักษ์ปกป้องร้านค้าเหล่านี้ หากมีผู้ใด
ก่อให้เกิดความเสียหายสามารถขับไล่ออกไปได้
โดยตรง แต่ถ้าหากสถานการณ์ร้ายแรงถึงขั้นวิกฤต ก็
สามารถลงมือสังหารได้ทันที ”
เสียงของเขาดังก้องกังวาล จนสั่นสะเทือนไปทั่วทุก
สารทิศ แม้กระทั่งเจ้าเด็กน้อยผู้นั้นก็ยังต้องก้าวถอยไป
เบื้องหลัง บิดากับบุตรสาวผู้เป็นเจ้าของร้านค้า ไม่
คาดคิดว่าจะมีบุคคลเช่นนี้ปรากฏขึ้น
“สังหารเจ้าลาโง่นี่ทิ้งเสีย!” เด็กหนุ่มก้าวถอยไป
เบื้องหลัง ตะโกนก้องด้วยความอัปยศอดสูยิ่ง มันไม่
คาดคิดว่าจะมาเจอคนโง่เง่า ที่ทำให้เรื่องราวใหญ่โตถึง
เพียงนี้
ภายใต้คำสั่งของมัน องครักษ์ห้าคนที่อยู่เบื้องหลัง ก็
พุ่งทะยานเข้ามาโดยหมายสังหารเขาทันที
ทั้งสองฝ่าย พุ่งทะยานเข้าห่ำหั่นประหัตประหาร โดย
มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
เดิมทีผู้คนคิดว่านี่จะเป็นการรุมสังหารหมู่ อู่ อวี้ ไม่
คาดคิดว่าทุกอย่างจะกลับตาลปัตร ทุกผู้คนต่างแล
เห็นอย่างชัดเจน ว่าบัดนี้ อู่ อวี้ ดูเสมือนดั่งเทพ
สงคราม พลองของเขาถูกฟาดออกไปห้าครั้งติดต่อกัน
พวกมันทั้งห้าอัดกระแทกลงสู่พื้น ด้วยท่าทางที่ดู
เสมือนดั่งคนไร้สติ น้ำลายฟูมปาก พ่ายแพ้อย่างหมด
รูป
นี่คือความสามารถขององครักษ์หมิงไห่เช่นนั้นหรือ?
อย่างที่ทุกคนทราบดี โดยทั่วไปแล้ว องครักษ์หมิงไห่
จะมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะขั้นที่ 1 หรือไม่ก็ขั้นที่ 2 …
และองครักษ์ของ ‘กง สิงเว่ย’ นั้นมีความสามารถ
เทียบเท่ากับระดับของ ‘หัวหน้ากองหมู่’
การต่อสู้ครั้งนี้ที่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือด และจบลงอย่าง
รวดเร็ว เมื่อแลเห็นองครักษ์ของมันร่วงหล่นลงสู่พื้น
โดยที่ อู่ อวี้ สามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย
มันจึงจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาเบิกกว้าง ไม่
อยากจะเชื่อ
” เจ้ารู้ตัวตนของข้าแล้ว ยังบังอาจเหิมเกริมเช่นนี้อีก
งั้นหรือ เจ้าสมควรตายนับหมื่นครั้ง ไม่ว่าเจ้าจะเป็น
ใคร นครหมิงแห่งนี้ ก็คืออาณาเขตของข้า หากเจ้า
หาญกล้าแตะต้องข้าแม้แต่ปลายเล็บ ข้า กง สิงเว่ย จะ
ทำให้เจ้าตกตายจนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด! ทำให้เจ้าต้อง
สำนึกเสียใจที่ที่เกิดขึ้นมาบนโลกนี้! ”
เด็กหนุ่มผู้นั้นหน้าซีดเผือด การแสดงออกของมันใน
เวลานี้ ดูน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง
“ โอ้ เช่นนั้นข้าก็จะรอดู ” อู่ อวี้ เอื้อมมือออกไป
แน่นอนว่ามันอยู่เพียงระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
เท่านั้น เมื่ออยู่ภายใต้เงื้อมมือของเขา เด็กหนุ่มผู้นี้จึง
แสดงท่าทางหวาดกลัวมาอย่างเห็นได้ชัด
” บังอาจนัก เจ้ากำลังรนหาที่ตาย! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! มิ
เช่นนั้นข้าจะสั่งประหารเจ้า! จากนั้นก็จะผนึกวิญญาณ
แล้วส่งไปเป็นอาหารของแมลงกู่!”
มันตะเบ็งเสียงข่มขู่คุกคาม แต่เมื่อต้องสัมผัสกับ
ดวงตาที่ลุกโชนประดุจดวงตะวันของ อู่ อวี้ มันก็
หวาดกลัวจนฉี่รดกางเกง เด็กผู้นี้ มักจะใช้ตัวตนของ
มัน มากล่าวอ้างข่มขู่ผู้อื่น แต่อันที่จริงแล้วมันกลับขี้
ขลาดไร้ซึ่งความกล้าหาญใด ๆ
นอกเหนือจากตัวตนของมัน ก็เป็นแค่ขยะไร้ค่า
เท่านั้น
” อู่ อวี้ เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!” หยวน ซุนอวี้ กรีดร้อง
ลั่น เดิมทีมันคิดว่า การพา อู่ อวี้ ออกมาลาดตระเวน
ในครั้งนี้ คงไร้ซึ่งปัญหาใด ๆ ใครไปจะใครคิดว่าเรื่อง
เช่นนี้จะเกิดขึ้น!
เสียงของมันไม่สามารถหยุดยั้งอู่ อวี้ได้ บัดนี้ อู่ อวี้ กด
ร่างของ กง สิงเว่ย ลงสู่พื้น ถึงแม้จะได้ยินเสียงร้อง
จากอีกฝ่าย แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ แล้วทันใดนั้นเอง อู่
อวี้ ก็ฟาดพลองหมื่นมังกรอัดกระแทกเข้าใส่ก้นของมัน
ตูมตูมตูม!
ชั่วขณะนี้เอง ใบหน้าของกง สิงเว่ย ซีดเผือด มันเปล่ง
เสียงกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ส่วนทางฝั่งของ อู่
อวี้ ก็แย้มยิ้มอย่างแจ่มใส พร้อมกับฟาดพลองเข้าใส่
ก้นของมันอย่างต่อเนื่อง ภาพที่เกิดขึ้นนี้เป็นเสมือน
หนึ่งความฝัน ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น
“เยี่ยมจริง ๆ !” บัดนี้ หลิวชิง รู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในตัว
ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง ดวงตาของมันเปล่งประกาย
สดใจ สองมือกำแน่น ภายในจิตใจเต็มไปด้วยความฮึก
เหิม อันที่จริงแล้วมีผู้คนมากมายที่รู้สึกเช่นเดียวกับ
เขา เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าคือ
บุตรชายของบุคคลผู้มีตัวตนอันยิ่งใหญ่ ใครจะไปคิดว่า
เขาจะลงมือเฆี่ยนตีเข้าใส่คนผู้นั้นอย่างโหดเหี้ยม?
“อ๊าก!” กง สิงเว่ย ยังคงกรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง
คราแรกมันวางตัวใหญ่โตค้ำฟ้า แต่บัดนี้เมื่ออยู่ภายใต้
เงื้อมมือของ อู่ อวี้ มันกลับหวาดกลัวตัวสั่น จนแทบ
จะคุกเข่าร้องขอความเมตตา
“ ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้ายังกล้าสร้างปัญหาใน นครหมิง
อีกหรือไม่? ” อู่ อวี้ เอ่ยถามขึ้นอย่างเย็นชา
“มิกล้า มิกล้า!” กง สิงเว่ย น้ำหูตาไหลรีบพูดอย่างลน
ลาน
“ เจ้าจะตอบโต้ข้าหรือไม่? ”
“ ไม่ ข้ามิกล้าตอบโต้ โปรดให้อภัยข้าด้วย!” กง สิง
เว่ย อ้อนวอน
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดสองพ่อลูกเห็นเต็มสองตา
โดยเฉพาะบุตรสาวผู้เห็นทุกอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน ส่วน
เจ้า ‘เสี่ยวหยุน’ ก็ยังคงอยู่ภายในอ้อมแขนของนาง
ดวงตากลมโตสีดำของมันเบิกกว้างชัดเจน
อู่ อวี้ และ กง สิงเว่ย พร้อมกับคนอื่น ๆ รวมหกคนได้
ออกจาก ‘หอลึกลับ’ แล้วล่าวว่า ” เอาล่ะ จงใช้ตรา
ประทับสื่อสารเรียกญาติพี่น้อง ให้มารับพวกเจ้าที่นี่ ”
อันที่จริง อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องพูด กง สิงเว่ย ก็เตรียม
ตัวใช้ตราประทับสื่อสารขอความช่วยเหลือ ดู
เหมือนว่ามันไม่ได้ขอความช่วยเหลือเพียงแค่คนเดียว
แต่ยังคงติดต่อขอความช่วยเหลือคนอื่นอย่างต่อเนื่อง
สภาพของมันในตอนนี้ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ท่ามกลาง
สายตาหลายร้อยคนที่รายล้อม
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ