กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 71 : หลอมรวมพลังทะลวงจุดเสินถิง
ในชีวิตของ อู่ อวี้ นับจากนี้ จะไม่ได้อยู่เพียงล าพังอีก
ต่อไป เขาจะต้องมี หมิงซวง เพิ่มมาด้วยอีกคน
ด้วยเวลาสั้นๆเพียง 2 วัน จึงท าให้เขายังไม่ทันได้
ตระหนักถึงเรื่องนี้ การปรากฏตัวของนางในครั้งนี้ดีไม่
ดี อาจจะอยู่กับเขาไปอีกหลายร้อยปี หรือ อาจจะ
มากกว่านั้น
สิ่งที่เขาอยากกระท ามากที่สุดในเวลานี้ คือการหา
หนทางช่วยเหลือ องค์หญิง อู่ หยู๋
ยังไม่สายเกินไป
อู่ อวี้ รีบวิ่งกลับไปยังภูเขาตะวันแดงราวกับพายุคลั่ง
” เจ้าเด็กน้อย ผืนแผ่นดินนี้ไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์แม้แต่
น้อย ไม่ง่ายเลยที่เจ้าจะทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับต่อไป ”
” ท่านชี้แนะข้าได้หรือไม่ ? ”
” ฝันไปเถอะ เจ้าคิดว่าเวลามันผ่านมานานเท่าไร
แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบัญญัติก่อก าเนิดเลย กระทั่ง
ความทรงจ าเดิมข้ายังแทบลืมไปหมดแล้ว ”
” ถ้าเช่นนั้นท าไมท่านถึงยังจ า ‘เคล็ดมหาพลัง
ศักดิ์สิทธิ์’ ? ”
” เหลวไหลสิ้นดี วิญญาณของข้าติดอยู่ในพลอง
ด้ามนี้ มานานขนาดไหนแล้ว ถ้าเป็นเจ้า จะลืมได้รึ
ยังไงถ้าเห็นมันทุกวัน? ”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
นอกจากนี้ดูเหมือนความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง จะ
ดีกว่าในตอนแรก เนื่องจากว่านางได้มอบ “เคล็ดมหา
พลังศักดิ์สิทธิ์” ให้แก่เขา หากพิจารณาแค่นี้ก็ถือว่า
มากมายแล้ว
อู่ อวี้ เชื่อมั่นว่าในโลกนี้ หากปรารถนาสิ่งใดแล้ว ก็
ต้องจ่ายมันเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
หมิงซวงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง นางได้ยื่นข้อเสนอ
‘โอสถถามวิญญาณ ‘ ให้กับเขา หาก อู่ อวี้ ไม่ยอมตก
ลงนางจะไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ในแง่ของเคล็ดวิชาเต๋าแล้ว เขาจ าเป็นจะต้องกลับไป
ยังเทือกเขาคราม เพื่อฝึกฝนเรียนรู้จาก เฟิง ซัวหยา
หลังจากหลอมรวมลมปราณ จะสามารถโคจรพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ลงสู่เท้า เพื่อช่วยกระตุ้นความเร็วให้ อู่ อวี้
เพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์ผสานเข้ากับเลือด
เนื้อมากเท่าใด ความเร็วก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากการเดินทางผ่านไปได้ครึ่งวัน ในที่สุด อู่ อวี้ ก็
มาถึงโดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วยาม[1]เท่านั้น
เหนือหน้าผา ผลก าเนิดชีวิตได้ถูกเด็ดออกมา ทิ้งไว้
เพียงรากสีด าเอาไว้เบื้องหลัง หากพิจารณาอย่าง
ละเอียดถี่ถ้วนจะเห็นว่ารากสีด าเหล่านี้คมกริบราว
ใบมีด หนามแหลมเล็ก ๆ ขึ้นอยู่บนรากนั้น ส่องแสง
ประกายระยิบระยับออกมาอย่างหนาวเย็น
มีนกสีด าไม่กี่ตัวอยู่บนพื้น คาดว่าหลังจาก เจียง จุน
หลิน เดินทางออกจากที่นี่ นกเหล่านี้คงจะได้กลิ่น
หอมหวานของมัน แต่เป็นเพราะว่า รากของผล
ก่อก าเนิดชีวิตดิบนั้นมีพิษรุนแรงมาก
” รากนี้ไม่เลวเลย หากน ามาหลอมท าเป็นโอสถพิษ
หากมีสัก3ชิ้นละก็ การจะทะลวงผ่านสู่หลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 5 ก็มิใช่ปัญหา”
ความทรงจ าที่เหลือของ หมิงซวง มีข้อมูลเกี่ยวกับ ‘
ผลก าเนิดชีวิต ‘ อยู่ด้วย
ผลก าเนิดชีวิตถือเป็นสมบัติล้ าค่าของดินแดน มูลค่า
ของรากเทพนี้ มีคุณค่ามากกว่าเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณหลายร้อยเท่า หรือจะให้พูดอีกอย่าง มัน
เทียบเท่ากับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ 30 เม็ด
” แล้วข้าจะเก็บมันได้อย่างไร? ” เนื่องจากว่าราก
ของผลก าเนิดชีวิตมีพิษรุนแรงมาก
” ห้ามลืมเด็ดขาด โอสถถามวิญญาณ 1 เม็ด ” หมิ
งซวง ย้ าเตือนอีกครั้ง ราวกับว่านางไม่ต้องการให้
ความช่วยเหลือนั้นสูญเปล่า
” มั่นใจได้เลย ถ้ามีอยู่จริง ข้าก็จะหาให้ท่านอย่าง
แน่นอน ”
” ได้ตกลง… ขั้นแรกเจ้าต้องขุดรากของมันออกมา
ก่อน แล้วก็จ าไว้ด้วยว่าห้ามสัมผัสมันเด็ดขาด หาก
เผลอไผลไปโดนมันเข้า แม้แต่ข้าก็ช่วยไม่ได้ ”
” เยี่ยม! ”
ตู้มมม!!!!
อู่ อวี้ ใช้พลองพิชิตมารทุบท าลายก้อนหิน เมื่อก้อน
หินถูกท าลายลง รากสีด าก็ปรากฎออกมาให้เห็น ราก
ของมันนั้นเขียวชอุ่ม ล าต้นของมันมีขนาดกว่าหนา
3 ฉือ และ ยาวกว่า 3 จ้าง อีกทั้งยังเปี่ยมล้นไปด้วย
พิษอันรุนแรง
” แล้วก็ ”
อู่ อวี้ ใช้ พลองพิชิตมาร เกี่ยวรากขึ้นมา
” จากนั้นก็ใช้เพลิงเผาผลาญพิษ ”
” มันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ ? ”
” จะว่าง่ายมันก็ง่าย แต่ถ้าไม่มีข้า….เจ้าจะรู้ถึง
ความยอดเยี่ยมของมัน ? ในเมื่อข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าก็
อย่าลืมน าโอสถถามวิญญาณ มาให้ข้าด้วยเพื่อเป็น
การตอบแทน”
” ตกลง ”
แม้ว่าเขาจะล่วงรู้อยู่แก่ใจดี ว่าเรื่องนี้มันเป็นกลอุบาย
ของคนเจ้าเล่ห์ แต่มันก็ท าให้สถานการณ์พลิกร้ายให้
เป็นดีได้ อย่างน้อยสิ่งนี้มีความส าคัญใหญ่หลวงต่อ อู่
อวี้
บนพลองพิชิตมารมี “เพลิงผนึกทะยานฟ้า” เมื่อ อู่ อวี้
ส่งพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในพลองพิชิตมาร เข้าไปในค่าย
กลผนึกเพลิง ทันใดนั้นเองตรงปลายของพลองก็เกิด
เปลวเพลิงร้อนแรงลุกโชติช่วงขึ้น
เมื่อ อู่ อวี้ ยื่นพลองพิชิตมารไปข้างหน้า เพลิงก็เริ่ม
ลุกโชนเผาไหม้
ฟู่ววว!!!
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในเวลานี้เพลิง
ก าลังเผาไหม้ ปรานสีด าก็พุ่งทะยานขึ้น บรรยากาศ
โดยรอบในตอนนี้ก าลังถูกปกคลุมห่อหุ้มไปด้วยปราณ
สีด า เวลานี้ทุกอย่างโดยรอบเริ่มโรยราเหี่ยวเฉา ขณะ
ฝูงวิหคสวรรค์บินผ่าน ยังร่วงตกตายลงมาทั้งฝูงราว
เพราะพิษที่ล่องลอยขึ้นไปราวกับใบไม้ร่วง
แม้ อู่ อวี้ ยืนอยู่บนขอบด้านข้าง ก็ยังได้รับผลกระทบ
จากพิษบางส่วน
โชคดีที่เขาฝึกวิชากายาเพชรอมตะ จึงท าให้ร่างกายมี
ความแข็งแกร่ง และ สามารถทานทนได้
” อีกนานแค่ไหน ? ” อููอวี้ถามขึ้น
” เผาต่อไปเถอะน่า ” หมิงซวงตอบ
เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม และ ดู
เหมือนว่า หมิงซวง ไม่มีทีท่าว่าจะให้เขาหยุดลง
หลังจาก อู่ อวี้ เผารากเสร็จสิ้น ก็น ารากนั้นไปชะล้าง
สิ่งสกปรกกลางแม่น้ า หลังจากท าความสะอาดเสร็จ
สิ้น สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือรากอันขาวสะอาด
มันได้แผ่กลิ่นอายสวรรค์ และ ปฐพี ออกมาอย่างท่วม
ท้น เวลานี้ อู่ อวี้ สามารถมองเห็น และ กลายเป็นผู้
ครอบครองรากฐานเซียน!
“ได้แล้ว”
หมิงซวง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เพราะจู่ๆก็จะมี
คนน าโอสถถามวิญญาณมาส่งให้ถึงในมือเช่นนี้
” หากเจ้าเด็กน้อยนี่ล่วงรู้ว่า โอสถถามวิญญาณ
เพียงหนึ่งเม็ด ล้ าค่ามากกว่าผลก าเนิดชีวิตทั้ง
เทือกเขา เจ้าเด็กน้อยจะร่ าไห้รึเปล่านะ? ”
นางคิดเรื่องนี้อยู่ในหัวเพียงล าพัง จากนั้นก็เผลอ
หัวเราะด้วยน้ าเสียงเจ้าเล่ห์ออกมา
หึ! หึ!
” ท่านหัวเราะอะไร? ” อู่ อวี้ เห็นนางหัวเราะแปลก
ๆ จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย
หมิงซวงรีบกล่าวขึ้นว่า ” ข้าหัวเราะอะไรเช่นนั้นน่ะ
เหรอ ? หัวเราะเพราะโชควาสนาของสาวน้อยผู้นี้ ก็
ไม่ได้เลวร้ายอะไร”
……
อู่ อวี้ มองไปยังรากผลก าเนิดชีวิต ที่แผ่กลิ่นอายฟ้า
ดินออกมาเป็นจ านวนมาก จากนั้นเขาก็หยิบรากของ
ผลก าเนิดชีวิตที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์นี้ขึ้นมา แล้ว
ใส่ลงไปในถุงจักรวาล หลังจากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไร
แล้วก็รีบกลับทันที
” เจ้าควรกลั่นสกัดมันเสียที่นี่ ”
“ข้าจะไปกลั่นสกัดที่นครหลวง เย่ว อู่”
ในตอนนี้เขาต้องแข่งกับเวลา ยิ่งไปกว่านั้นเขาต้อง
ค านึงถึงสถานการณ์ของ อู่ หยู๋ ด้วย
” เจ้าวางใจเถอะ ตัวของเจ้านั้นได้ท าการบ่มเพาะ
กายาเพชรอมตะเป็นพื้นฐานขั้นต้น รากฐานของเจ้า
นั้น ถือได้ว่ายากที่จะหาผู้ใดในสวรรค์ และ ปฐพีนี้
เทียบเคียง เจ้าสามารถทนรับพลังของรากผลก าเนิด
ชีวิตและสามารถดูดซับมันได้อย่างสมบูรณ์ กล่าวได้
ว่ารากของมันนั้น มีคุณประโยชน์ไม่ได้ด้อยไปกว่าเม็ด
ยาหลอมรวมลมปราณ ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 2 วัน เจ้าก็
สามารถทะลวงผ่านจุดเสินถิงเปิดบัญญัติก่อก าเนิดจุด
ที่ 2 ได้ ”
การที่ อู่ อวี้ สามารถท าได้เช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะกายา
เพชรอมตะ ส าหรับผู้อื่นแล้ว หลังจากท าการหลอม
รวมลมปราณส าเร็จขั้นที่ 1 แล้ว ต่อให้มีเม็ดยาหลอม
รวมลมปราณมากมายเพียงใด แต่จะมีใครที่ไหนกล้า
จะเปิดบัญญัติก่อก าเนิดจุดที่ 2 ทันทีเช่นนี้?
หากไม่ระวัง พลังศักดิ์สิทธิ์อาจแตกซ่าน หรือไม่ก็อาจ
ถูกท าลายจนร่างกายสูญสลาย
ต่อให้คนผู้นั้นเปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ ดังเช่น ซือตู๋
หมิงหลาง อย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลากว่า 1 ปี ในการ
หลอมรวม และ ทะลวงจุด
อู่ อวี้ วิ่งไปตลอดทางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใน
ที่สุดหลังจากผ่านไป 2 ชั่วยามเขาก็กลับมาถึงนคร
หลวง เย่ว อู่ กลับมาอยู่ในต าแหน่งเดียวกับที่เขาเคย
อยู่มาก่อนหน้านี้
เขาเงยหน้าขึ้นมามอง โชคดีที่เขายังเห็น อู่ หยู๋ ถูกมัด
ไว้ในต าแหน่งเดิม
ตลอดเวลา 1 วันที่ผ่านมา นางนั้นอ่อนแอลงมาก
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตอนนี้นางนั้นใกล้
จะตกตายเต็มที
“อู่ หยู๋!”
เมื่อมองเห็นภาพนี้ เขาไม่สามารถอดกลั้นความรู้สึก
ไม่ดีเอาไว้ได้ นางมิได้เกรงกลัวความทุกข์ทรมานที่
ตนเองแบกรับแม้แต่น้อย เจียง จุนหลิน ยังคงนั่งอยู่
ด้านข้างนางด้วยท่าทางไม่แยแส พร้อมกับเล่นผลไม้
ในมือ รอให้ อู่ อวี้ มางับเหยื่อ
“เจียง จุนหลิน !”
ตอนนี้เจตนาฆ่าฟันที่ อู่ อวี้ มีต่อ เจียง จุนหลิน นั้น
พุ่งทะยานขึ้นไปจนถึงสวรรค์
จนกว่าเขาจะสามารถฝึกฝน เปลี่ยนแปลง
ความสามารถของตนเอง เขามิอาจกระท าการหุนหัน
พลันแล่นได้
“พี่หญิง ข้าสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้ท่านรอนาน
เกินไป!”
อู่ อวี้ กัดริมฝีปากของตนเอง ภายในดวงตาของ อู่ อวี้
นั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชน แต่เพราะความเป็น
จริงที่อยู่เบื้องหน้าท าให้ตัวของเขาต้องสงบลง ตอนนี้
สิ่งที่จะท าให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ก็
คือ รากของ ‘ผลก าเนิดชีวิต’
เขาอยู่ภายในนครหลวง เย่ว อู่ ท าให้ อู่ อวี้ สามารถ
ตรวจสอบสถานการณ์ของ อู่ หยู๋ ได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ต าแหน่งของเขายังอยู่ห่างจาก เจียง จุน
หลิน พอสมควร ท าให้เขาสามารถบ่มเพาะพลังได้
อย่างสงบ
” จุดที่ 2 ของบัญญัติก่อก าเนิด ”
คือจุดเสินถิง จุดทวารกึ่งกลางศีรษะ เชื่อมต่อจาก
ศีรษะไปยังกล้ามเนื้อด้านซ้ายและขวา
ทั้งจุดถางจง และ จุดเสินถิง สามารถท าการบ่มเพาะ
เปิดจุดได้โดยตรง
การทะลวงผ่านบัญญัติก่อก าเนิดจุดที่ 2 เขา
จ าเป็นต้องเปิดจุดเสินถิงให้ได้ซะก่อน
เนื่องจากว่ามันอยู่ตรงจุดกึ่งกลางศีรษะ ดังนั้นเขา
จ าเป็นต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่
ควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ให้ดี เกรงว่ามันจะระเบิดหัวของ
เขาเสียเองแล้ว
” รากของผลก าเนิดชีวิต ”
อู่ อวี้ จ้องมองไปยังกลุ่มหมอกแสงสีขาวขนาดใหญ่
มันคือวิญญาณเซียนที่มีลักษณะราวกับดอกบัว
“ข้าอิจฉาเจ้าจริง ๆ เจ้าสามารถเพลิดเพลินไปกับ
อาหารอันโอชะในผืนแผ่นดินนี้ ท่านเทพสวรรค์ได้
โปรดท าให้ข้าได้กินสักค าหนึ่งก็ยังดี ข้าหิวจนจะแย่
อยู่แล้ว!”
หมิงซวงกระโดดขึ้นกระโดดลง ราวกับว่านางได้เสีย
สติไปแล้ว
“ข้าเกลียดคนที่กินของต่อหน้าต่อตาข้ามากที่สุด!”
นางแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับกรีดร้อง นาง
ก าหมัดเล็ก ๆ ของตนเองแน่นแล้วส่งเสียงร้องตะโกน
ออกมา
นางไม่ได้ส่งผลกระทบกับ อู่ อวี้ และตัวเขายังคง
มุ่งมั่นในการบ่มเพราะต่อไป
“พี่หญิงของข้าก าลังตกอยู่ในอันตราย และข้ามีแค่
ทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยนางได้ นั่นก็คือการทะลวง
บัญญัติก่อก าเนิดจุดที่ 2 ให้จงได้”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเล็กน้อย ในยามนี้ความสนใจของเขา
ทั้งหมด อยู่บนรากของผลก าเนิดชีวิตนี้
“กินมัน”
สิ่งนี้คือวิญญาณเซียนจากจิตวิญญาณธรรมชาติ อาจ
กล่าวได้ว่าโดยทั่วไปแล้ว การที่กลืนกินวิญญาณเซียน
เข้าไปโดยตรงนั้น การปรับแต่ง และ ดูดซับถือเป็น
เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอย่างยิ่ง แถมคุณประโยชน์ของ
มันนั้นยังด้อยกว่าเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
แต่รากผลก าเนิดชีวิตนี้ถือเป็นข้อยกเว้น ถึงแม้จะเป็น
สมบัติวิเศษที่มีพิษสูง แต่ภายในของมันนั้นกลับมี
ความบริสุทธิ์ และ ใสสะอาดไร้มลทินเป็นอย่างยิ่ง
หน้าที่และความสัมคัญของมันนั้น คือส่วนรากที่คอย
ดูดซับสารอาหารส่งไปให้ผลก าเนิดชีวิต
“รากเหล่านี้ หากน ามาใช้ปรุงเป็นเม็ดยา หรือ
น ามาใช้เป็นส่วนเสริมกับของวิเศษชนิดอื่น ๆ จะเพิ่ม
คุณภาพขึ้นอย่างน้อย หกสิบส่วน”
อ๊า หกสิบส่วน!
ตอนนี้เขาได้น ามันมาใช้เพื่อท าการทะลวงบัญญัติ
ก่อก าเนิดจุดที่ 2 ท าให้มันต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ไป
ก็ตามที แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก
ในระหว่างที่กลืนกิน เขาสัมผัสได้ถึงรสชาติหอมหวาน
ราวกับอ้อย ระหว่างกระบวนการกลั่นสกัด และ ดูด
ซับ หมิงซวงได้จ้องมองมาที่เขาด้วยน้ าลายไหลย้อย
บางครานางก็จะท าท่าคลุ้มคลั่งราวกับว่านางอยาก
กินใจจะขาด ในที่สุดนางก็ทนดูต่อไปไม่ไหว และ
กลับเข้าไปในพลองทองสมปรารถนา
“มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน”
หมิงซวงกล่าวขึ้น มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ถือเป็น
เคล็ดวิถีบ่มเพาะขั้นหลอมรวมลมปราณ ที่ติดอันดับ
ในสวรรค์ และ ปฐพีนี้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเรื่องที่กล่าวมา
นี้เป็นความจริงหรือเท็จ แต่อย่างน้อย อู่ อวี้ ที่ท าการ
บ่มเพาะมันอยู่ ก็รู้สึกได้ว่าเคล็ดวิถีบ่มเพาะนี้มีความ
ลึกล้ าพิสดารเป็นอย่างยิ่ง
“จุดเสินถิง”
ยามนี้การกลั่นสกัด และ ดูดซับรากก าเนิดชีวิตนั้น
ถือได้ว่าค่อนข้างเพียงพอในการทะลวงเพื่อเปิดจุด
บัญญัติก่อก าเนิด จุดที่ 2 เลยทีเดียว
มีคุณค่ามากกว่าเม็ดยาหลอมรวมลมปราณนับสิบเท่า
“กลั่นสกัด มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน”
ด้วยการเปลี่ยนแปลงผกผันของหยินหยางแห่งสวรรค์
และ ปฐพี พลังอ านาจของรากฐานเซียน ได้เจาะ
ทะลวงเข้าไปในจุดเสินถิง
เพื่อทะลวงจุดบัญญัติก่อก าเนิด อู่ อวี้ ต้องทุ่มเท
พยายามอย่างหนัก เขาพบว่ามหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน
มีอ านาจมากมายมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง ภายใต้การ
ชี้น าจากพลังอ านาจของรากฐานเซียน ไม่มีส่วนไหนที่
สูญเสียไปแม้แต่น้อย ทั้งหมดได้ถูกดูดเข้าไปในจุด
เสินถิง
“อึก … ”
ภายใต้การเหนี่ยวน าพลังนี้ จุดเสินถิงของเขาค่อย ๆ
ขยายตัวออก กระแสน้ าวนพลังศักดิ์สิทธิ์ภายในหมุน
กวาดคลุ้มคลั่ง พร้อมกับก าเนิดใหม่นับไม่ถ้วน
มหาสมุทรแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ เริ่มล้นทะลักเปิดออก
ผ่านไปเพียงไม่นาน มหาสมุทรนี้ก็เริ่มเชี่ยวกราก ไหล
หมุนวนอย่างรวดเร็วรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ในภายภาคหน้า หากข้าย้อนกลับไปที่หุบเขาคราม
เกรงว่าข้าจะต้องถูกน าไปเปรียบเทียบกับศิษย์พี่ซูเป็น
แน่แท้ แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นความคืบหน้าของข้าแล้ว
ล่ะก็ จะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน!”
” กลั่นสกัด ! กลั่นสกัด! ”
ทันใดนั้น รากของผลก าเนิดชีวิตที่อยู่ตรงด้านหน้า ก็
ค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง
จุดเสินถิงเริ่มบวมเป่งมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการ
ทะลวงที่รวดเร็วมากเกินไป ท าให้ อู่ อวี้ ต้องทันแบก
รับแรงกดดันมหาศาล จิตวิญญาณของเขาตึงเครียด
ก้าวผิดเพียงหนึ่งอาจถึงตายได้ ถึงจะเป็นอย่างนั้น
ศีรษะของเขาก็บวมเป่งจนแทบจะระเบิดออกได้ทุก
เมื่อ
” ข้าต้องยืนหยัดอดทนต่อไป !”
ภายในจิตใจของเขา มีเส้นทางที่ส่องแสงสว่างออกมา
อย่างชัดเจน
นั่นก็คือ อู่ หยู๋
เขาจดจ าถึงภาพที่ อู่ หยู๋ ถูกผูกมัดไว้บนก าแพงต้อง
ทุกข์ทรมานทนแดดทนฝนอยู่ตลอดเวลา
” การเปิดบัญญัติก่อก าเนิด จุด 2 นั้นถือเป็นเรื่อง
ยากเย็นอย่างยิ่ง แต่เจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้ มีร่างกายที่
ยืดหยุ่นแข็งแกร่งทนทาน ถึงแม้ว่าข้าจะมีสมบัติวิเศษ
มาตั้งแต่แรก แต่ถ้าไม่มีความแข็งแกร่งทนทานขนาด
นี้ ก็คงไม่สามารถท าตามใจปรารถนาอิสระเสรีได้
เช่นนี้ ผลลัพธ์ทุกอย่างคงจะเห็นผลในวันนี้แล้ว เฮ้อ
…”
หมิงซวง ถอนหายใจออกมาเหยียดยาว
“โชคดีที่หลังจากบรรจบครบหนึ่งรอบ พลองสม
ปรารถนา ก็ได้คัดเลือกเจ้าของคนใหม่ ท าให้ข้าได้มี
โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง! ”
” อย่างไรก็ตาม มีโอกาสสูงมากที่ข้าจะไม่ได้
กลายเป็นเซียนอมตะ แถมเจ้าเด็กน้อยนี่ยังอยู่ภายใน
ดินแดนแห้งแล้งอย่างทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง แล้ว
เจ้านี่จะสามารถเป็นเซียนอมตะได้หรือไม่? ”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในยามนี้ องค์หญิง อู่ หยู๋ ก าลังตกอยู่ในภวังค์ นาง
รู้สึกว่าโลกทั้งใบในตอนนี้กลายเป็นสีด ามืดสนิท
เชิงอรรถ
สองชั่วยาม = 4 ชั่วโมง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ