กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 712: ธาราทมิฬ
การที่ หยวน ซุนอวี้ ต้องนำกองทัพเข้ามาในภพต่าง
มิติ หาใช่ความตั้งใจดั้งเดิมของมัน วัตถุประสงค์หลัก
ก็เพื่อคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ให้ลดลง
ส่วนวัตถุประสงค์การมาของ อู่ อวี้ คือการต่อสู้! ยิ่ง
พบเจอกับประสบการณ์ต่อสู้อันยิ่งใหญ่มากเท่าไหร่ก็
ยิ่งดี ‘วายุทมิฬ’ แม้ว่ามันดุร้าย แต่สำหรับเขาแล้ว
มันแค่น้ำจิ้มเท่านั้น เขาสามารถจัดการมันได้อย่าง
ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
แต่ถ้าหากต้องพบเจอกับสิ่งมีชีวิตประหลาดที่รับมือ
ได้อย่างยากเย็น อย่างน้อยเขาก็ยังมี ‘ยันต์แสง
ทำลายรัตติกาล’ เมื่อถึงเวลาคับขันก็สามารถจุดมัน
ได้ทุกเมื่อ
สิ่งมีชีวิตประหลาดที่อยู่ภายในพื้นที่เขต 2 นั้นมิได้
แข็งแกร่งมากมายจนเกินไป เนื่องจากพวกที่
แข็งแกร่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่
ระดับสูงขึ้น จึงทำให้ที่นี่มีแต่พวกอ่อนแอ
ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะไม่สามารถ
ปรากฎตัวในพื้นที่แถวนี้ได้
หลังจาก หยวน ซุนอวี้ พูดจบมันก็ไปปรากฏตัวอยู่
ต่อหน้า อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
อีกครั้งว่า ” ถ้าอยากไปนัก เช่นนั้นเจ้าก็จงไปยังทิศ
ดังกล่าว เมื่อเสร็จแล้วข้าจะมารับภายหลัง ไม่ต้อง
ห่วง”
สิ่งที่ หยวน ซุนอวี้ กล่าวนั้นราวกับหาได้สำคัญ
สำหรับมันไม่
เมื่อมันพูดเช่นนั้นออกมา ยมทูตดำก็มายืนอยู่
ด้านข้าง อู่ อวี้ ฝีมืออันร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวของ
หุ่นเชิด เพียงพอที่จะต่อต้านระดับก่อร่างกำเนิดจิตต
เทวะ ขั้นที่ 6 ความน่าเกรงขามนี้ทำให้ หยวน ซุนอวี้
กับคนอื่นไม่กล้าที่จะปริปากพูดอันใด
อันที่จริงพลังฝีมือของ หยวน ซุนอวี้ ก็ไม่ได้อ่อนน้อย
อันใด มันอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 5
ยมทูตดำ ทะยานเข้าไปภายในทะเลทรายทมิฬ ด้วย
เพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดเห็นตัวมันได้อย่างชัดเจน
แล้วในชั่วพริบตานั้นเอง อู่ อวี้ ก็หายไปต่อหน้าต่อตา
ของทุกผู้คน
ทุกคนต่างมองหน้ากัน สีหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วย
ความสยดสยอง จากนั้นก็มอง หยวน ซุนอวี้ ด้วย
ท่าทางสับสน
หยวน ซุนอวี้ กัดฟันแล้วพูดว่า “ไปรอทางโน้น!”
มันเร่งตาม อู่ อวี้ ที่มุ่งหน้าไปยังทิศทางของยันต์แสง
ทำลายรัตติกาล
” ถ้าเช่นนั้น เดี๋ยวข้าจะเตร็ดเตร่อยู่ภายในอาณาเขต
ระดับหนึ่งก่อนก็แล้วกัน จงอย่าได้เข้าไปด้านใน รอ
ให้เขากลับมาก่อน”
ในเมื่อมันยังไม่ได้รับอนุญาต มันก็ไม่กล้าเข้าไปใน
พื้นที่ระดับ 2 โดยพลการ ด้วยเพราะกลัวว่าจะโดน
ลงโทษทหาร โดยการหักแต้มผลงาน
ระหว่างที่พวกมันยังคงวนเวียนอยู่ในพื้นที่ระดับ 1 อู่
อวี้ ก็ใช้ ‘เมฆาตลบฟั้า’ มุ่งหน้าไปยังทิศทางของยันต์
แสงทำลายรัตติกาล ด้วยความเร็วระดับค้นหาเต๋า
ด้วยความเร็วระดับนี้แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่สามารถ
ปรับตัวได้ การทะลวงฝั่ามิตินับว่ามันเร็วมากเกินไป!
เพียงชั่วพริบตาเขาก็ออกจากพื้นที่ระดับ 1 รัศมีแสง
วงเวทที่อยู่บนพื้นถือเป็นจุดแบ่งเขต หลังจากผ่าน
แสงสีแดงนี้ไป ก็จะเข้าสู่พื้นที่ระดับ 2
หลังจากผ่านเข้าไปแล้ว ความเร็วของ อู่ อวี้ ก็ยังไม่
ลดลง
ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเขาก็มาถึงที่นี่ ยันต์แสง
ทำลายรัตติกาล ในเวลานี้มันยังคงสว่างไสว อันที่จริง
แสงที่สว่างไสวนี้ ไม่เพียงเพื่อดึงดูดความสนใจของ
ผู้คน มันยังดูสิ่งมีชีวิตประหลาดอีกด้วย
หลังจากศึกษามาเป็นเวลาหลายหมื่นปี จึงพบว่า
ความเร็วในการมาถึงที่นี่ของสิ่งมีชีวิตประหลาด ไม่มี
ทางอยู่ในระดับเดียวกับองครักษ์หมิงไห่อย่าง
แน่นอน ด้วยเวลาที่ผันผ่านทำให้สิ่งมีชีวิตประหลาด
ค่อย ๆ มีพัฒนาการขึ้น ฉลาดมีไหวพริบมากขึ้น
ฉะนั้นทุก ๆ ครั้งที่ยันต์แสงทำลายรัตติกาลปรากฏ
ขึ้น มันก็จะไม่เสียเวลามาวุ่นวายที่นี่
อู่ อวี้ ลดระดับความสูงของเมฆาตลบฟั้าให้ลดต่ำลง
เพราะต้องการเห็นการต่อสู้ของทั้งสองฝั่ายให้ชัด ๆ
ในบรรดาทหารของกองทัพหมิงไห่ ดูเหมือนว่าจะมี
สตรีผู้หนึ่งสวมใส่กระโปรงยาวสีชมพูอ่อน กำลังร่าย
รำอยู่กลางเวหาปลดปล่อยคลื่นเหมันต์ไปไกลหลาย
พันลี้ เกล็ดเหมันต์กลายเป็นผลึกสีชมพูอย่างน่า
อัศจรรย์ยิ่ง ดูสวยงามอย่างสุดแสน ไอเย็นแผ่ออกมา
จนสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็น ภายใต้การควบคุม
ของสตรีนางนั้น ผลึกน้ำแข็งอันแหลมคมกำลังลอย
หมุนคว้างฉวัดเฉวียนอยู่ท่ามกลางท้องเวหา
นางคือผู้ที่ยิง ยันต์แสงทำลายรัตติกาลออกไป
อู่ อวี้ รู้สึกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่า
เพราะสตรีผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม แต่เป็นเพราะความ
แข็งแกร่งของนางอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 6! ทั้งอายุอานามของนางยังไม่สูงมาก แต่ความ
แข็งแกร่งที่นางมีนับสูงกว่าที่ควรจะเป็นมากทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นการที่นางถูกบีบบังคับจนต้องใช้งาน
ยันต์แสงทำลายรัตติกาล นี่ก็แสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้
ของนางแข็งแกร่งมาก
ทว่าตอนนี้ อู่ อวี้ ยังไม่เห็นคู่ต่อสู้ของนาง
แต่พอใช้เนตรเพลิงก็เห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้น
” นางกำลังต่อสู้กับ ‘ธาราทมิฬ’! มันคือสิ่งชีวิตแปลก
ประหลาดที่หาได้ยาก มันมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้
อย่างไร?”
ตามบันทึกมันควรจะอยู่ในพื้นที่ระดับ 4 หรือ ระดับ
5 สิ่งชีวิตประหลาดระดับหายากเช่นนี้ ส่วนใหญ่แล้ว
จะปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ระดับห้าเท่านั้น
เท่าที่ อู่ อวี้ จำไม่ผิดการสังหาร’ธาราทมิฬ’เพียงตัว
เดียว จะได้รับแต้มผลงานมากกว่าหนึ่งร้อยแต้มเลย
ทีเดียว ซึ่งมากกว่า ‘วายุทมิฬ’ ถึงสิบเท่า! สิ่งนี้
สามารถอธิบายได้ถึงระดับความอันตรายความร้าย
กาจของ ‘ธาราทมิฬ’ ที่มีต่อจักรวรรดิเปั่ยหมิง
รูปแบบของ ธาราทมิฬ เป็นไปตามชื่อของมัน!
ในเวลานี้ท่ามกลางวายุทมิฬพลังฟั้าดิน สามารถแล
เห็นธาราทมิฬที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่กลางท้องเวหา
ไหลเอื่อยอย่างไม่อาจคาดเดา ไร้ซึ่งรูปร่างตายตัว
เนื่องจากว่ามันคือสายวารี ฉะนั้นมันจึงสามารถ
เปลี่ยนเป็นรูปร่างใด ๆ ก็ได้ รูปลักษณ์ปัจจุบันของ
มันได้กลายเป็นยักษ์สีดำน่ายำเกรง สะกดข่มสตรีใน
อาภรณ์สีชมพูไว้
ยามนี้สีหน้าของสตรีอาภรณ์ชมพูได้แปรเปลี่ยนเป็น
ซีดเผือด บ่งบอกถึงความอ่อนล้า หายใจหอบถี่ เม็ด
เหงื่อผุดท่วมทั้งสรรพางค์ร่าง ร่างกายบอกบางอรชร
ละเอียดอ่อนประณีต ดวงตากลมโตเงางามประดุจ
หยาดน้ำค้าง มีละอองสีชมพูฟุั้งกระจายทุกอิริยาบถ
การเคลื่อนไหว ช่างดูมีเสน่ห์น่ารักเป็นอย่างยิ่ง
ดูใบหน้าของนางเหมือนว่าจะยังมีอายุไม่มากนัก
ค่อนไปทางอ่อนเยาว์ในวัยหนุ่มสาว พวงแก้มอวบอัด
งดงามไร้ที่ติ เรือนร่างภายใต้ชุดกระโปรง ดูอ้อนแอ้น
อรชรเต็มไปด้วยความสง่างาม ร่างกายอันหมดจดไร้
ที่ติเต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน ดูราวกับปีศาจก็มิปาน
เอวคอดกิ่ว สะโพกกลมกลึงผึ่งผาย ขาเรียวผิวพรรณ
ขาวนวลราวหิมะ เพียงแค่รูปร่างของนางก็มาก
พอที่จะทำให้ทุกผู้คนที่ได้พบเห็น ถึงแม้จะไม่ได้แล
มองรูปโฉมอันอ่อนละมุนของนาง เพียงเรือนร่าง
ระหงก็ทำให้ต้องตื่นตะลึงตกอยู่ในห้วงภวังค์
อู่ อวี้ เฝั้าสังเกตการณ์โจมตีของนาง อย่างไรก็ตาม
ต่อให้นางโจมตีไปเท่าใด แต่มันก็ไร้ผล ด้วยเพราะ
‘ธาราทมิฬ’ เสมือนมีร่างกายอมตะ ดูจากพลัง
ฝีไม้ลายมือแล้ว นางถือได้ว่าเป็นคนเก่งมีฝีมือผู้หนึ่ง
ในจักรวรรดิเปั่ยหมิงเลยทีเดียว เคล็ดวิชาเต๋า พลัง
อิทธิฤทธิ์ และ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ของนางเป็นพลัง
เหมันต์ ซึ่งเมื่อต่อสู้กับธาตุน้ำอย่างธาราทมิฬ ซึ่งก็
เป็นผลดีกับมัน กล่าวได้ว่าแทบจะเป็นอมตะเลย
ทีเดียว
จึงส่งผลให้ยามนี้สาวน้อยนางนั้น ต้องตกเป็นฝั่ายถูก
ธาราทมิฬสะกดข่มอย่างไร้ซึ่งหนทาง การโจมตีที่นาง
สาดประเคนเข้าใส่มันนั้นไร้ผลอย่างสมบูรณ์ การ
ต่อสู้ครั้งนี้เสมือนว่า ‘ธาราทมิฬ’ กำลังหยอกเย้าเล่น
กับนางอยู่
แต่ทันใดนั้นเองร่างของธาราทมิฬก็ระเบิดขึ้น การ
ระเบิดครั้งนี้กลายเป็นห่าพิรุณครอบคลุมพื้นที่ขนาด
ใหญ่ จากนั้นมันก็หดตัวลงอย่างรวดเร็วครอบคลุม
ร่างสตรีอาภรณ์ชมพู แม้ว่าก้อนน้ำทรงกลมจะไม่ถูก
แช่แข็ง แต่มันก็เย็นยะเยือกจนน่าสะพรึงกลัว ยิ่งตรง
จุดศูนย์กลางความหนาวเย็นยิ่งทวีความรุนแรง มัน
กลืนกินเข้าใส่สตรีผู้นี้โดยตรง!
‘ธาราทมิฬ’ ลงมือสังหาร!
ถ้าสถานการณ์ออกมาในรูปนี้ เป็นไปได้ว่านาง
อาจจะดับสูญ
“ มัวแต่มองอะไรอยู่ รีบมาช่วยข้าสิ ” เมื่อตกอยู่ใน
ช่วงเวลายากลำบากนางหันไปทาง อู่ อวี้ เพื่อร้องขอ
ความช่วยเหลือ เมื่อดูจากสารรูปของนางตอนนี้ นาง
อยู่ในสภาพที่เรียกว่าสิ้นหวัง อู่ อวี้ เพียงแค่เดินทาง
มาสังเกตการณ์ ไม่ได้คิดว่าจะมาช่วยชีวิตนางแต่
อย่างใด
อันที่จริงจริง อู่ อวี้ เตรียมพร้อมจัดการกับธาราทมิฬ
อยู่แล้ว เขาคงไม่โง่ที่จะปล่อยให้ให้แต้มความสำเร็จ
มากกว่าหนึ่งร้อย หลุดมือไปได้แน่ ๆ ในเมื่อเขา
อยากจะสะสมแต้มเพื่อขึ้นเป็นหัวหน้ากองร้อย แล้ว
เขาจะพลาดเรื่องนี้ได้อย่างไร?
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง
ส่องสว่างเจิดจ้าราวกับดวงตะวัน หลอมรวม
กลายเป็นคลื่นเปลวเพลิง เพียงชั่วครู่ความเย็นยะ
เยือกภายในภายในพิภพต่างมิติ ก็ถูกดวงตะวันขนาด
ใหญ่แผ่ขยายกลืนกินไว้ภายใน ซึ่งบัดนี้ธาราทมิฬก็
กำลังถูก อู่ อวี้ กักขังกลืนกินโดยตรง!
ระเบิดอำนาจมหาศาลสยบทั่วทั้งโลกหล้า
พลังอิทธิฤทธิ์เขตแดนเนตรทองคำ ถือเป็นวิชาที่ใช้
รับมือสรรพเทวะวิญญาณอย่าง ‘ ธาราทมิฬ ‘ ได้ดี
เยี่ยม บัดนี้ด้วยพลังอำนาจน่าสะพรึงกลัว ธาราทมิฬ
ได้ถูกกลืนกินจนหายไป!
ก่อนหน้านี้มันเพิ่งกลืนกินสตรีอาภรณ์ชมพู แต่บัดนี้
ธาราทมิฬกำลังถูกกลืนกินโดยเขตแดนเนตรทองคำ
ของ อู่ อวี้ ซึ่งมีความร้อนแรงประดุจดวงตะวัน!
ทันใดนั้น ธาราทมิฬ ก็ส่งเสียงกรีดร้องยังโหยหวน
เจ็บปวด มันดิ้นทุรนทุรายแล้ว ในที่สุดมันก็ต้องยอม
แพ้กับความเจ็บปวด ปลดปล่อยสตรีชมพูให้เป็น
อิสระ หลังจากนั้นก็หดตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งที่มี
รูปทรงเป็นหนามอันแหลมคมสีดำ เพื่อหลบหนีฝั่า
ทะลวงออกจากเขตแดนเนตรทองคำนี้!
หวืดดด!
หนามแหลมผลึกน้ำแข็งสีดำเจาะทะลุฝั่าทะเลเพลิง!
อู่ อวี้ มิได้แยแสว่าธาราทมิฬจะหดตัวกลายเป็นแท่ง
หนามหรือไม่ ระหว่างที่มันฝั่าออกจากเขตแดนเนตร
ทองคำ อู่ อวี้ ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของมันใน
ฉับพลัน พลองหมื่นมังกรในมือของเขาถูกตวัดฟาด
ลงอย่างดุร้าย อัดกระแทกเข้าใส่แท่งน้ำแข็งจนแตก
กระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ !
บดขยี้ทันที!
ผลึกน้ำแข็งหลอมละลายลงอย่างรวดเร็วใน
ทันทีทันใด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขตแดนเนตร
ทองคำ ในทุก ๆ ครั้งที่มันถูกแผดเผา มันจะส่งเสียง
กรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน!
มันยังคงพยายามไม่ลดละ พยายามที่จะกลับมา
รวมตัวกันอีกครั้ง แต่! อู่ อวี้ ยอมไม่ยอมให้มันสม
ปรารถนาอย่างเด็ดขาด เขาเสริมพลังเข้าไปไหนเขต
แดนเนตรทองคำ จนกระทั่งผลึกน้ำแข็งถูกเผาไหม้
อย่างรวดเร็ว และหายไปในที่สุด
ที่นี่คือพิภพต่างมิติ ส่งผลให้รัศมีจากดวงตะวันที่
เปล่งประกายออกมา ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ธาราทมิฬถูกสยบโดย อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
ในการต่อสู้ครั้งนี้ฝั่ายตรงข้ามถูก อู่ อวี้ แผดเผาจนไม่
เหลือซาก
ถ้าไม่หลงเหลือร่างกาย แล้วเขาจะนำมันไปขึ้นแต้ม
ผลงานได้อย่างไร?
ปัญหานี้แก้ไขได้ง่ายมาก ในตัวของทหารจาก
กองทัพหมิงไห่ จะมีอุปกรณ์ขนาดเล็กชนิดหนึ่งติดตัว
สิ่งนั้นเรียกว่า ‘เครื่องบันทึก’ วงเวทจะทำงานด้วย
ตัวเอง หลังจากวงเวททำงานแล้วบันทึกภาพทั้งหมด
เก็บเอาไว้เรียบร้อย เมื่อทำการกระตุ้นวงเวทอีกครั้ง
ภาพที่ถูกบันทึกก็จะปรากฏขึ้น ซึ่งภาพเหล่านี้ก็จะ
เป็นหลักฐาน
เฉกเช่นดั่งการลงมือสังหารธาราทมิฬของ อู่ อวี้ ก็ได้
ถูกบันทึกไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ในวันแรกที่เขาได้
เป็นองครักษ์หมิงไห่เขาได้รับ ‘เครื่องบันทึก’ มาสาม
เครื่อง แถมอุปกรณ์ขนาดเล็กนี้มีราคาถูกมาก
พลังอิทธิฤทธิ์เขตแดนเนตรทองคำ ผนวกกับพลอง
หมื่นมังกร หลังจาก ‘ ธาราทมิฬ ‘ ถูกกำจัดลงอย่าง
สิ้นเชิง สตรีชุดชมพูก็ได้รับอิสระ ขณะ อู่ อวี้ ใช้เขต
แดนเนตรทองคำเมื่อต้องอยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนจัด
แน่นอนว่าสตรีอาภรณ์ชมพูย่อมไม่อาจทานทนกับ
อุณหภูมิที่ร้อนจัดได้ เขาจึงหยุดพลังเขตแดนเนตร
ทองคำลง จากเดิมที่เป็นรัศมีความร้อนจากดวง
ตะวัน ก็เริ่มสลายจางหายไปในทันที
หญิงสาวอาภรณ์ชมพูจ้องมองมาที่ใบหน้าของ อู่ อวี้
นางยิ้มแล้วพูดว่า ” อู่ อวี้ ข้าเกือบจะแข็งตายอยู่แล้ว
ความร้อนจากพลังอิทธิฤทธิ์ของเจ้ามันรุนแรงมาก
เจ้าคงไม่รู้หรอกว่ามันน้ำแข็งปะทะกับไฟมันจะร้อน
และเดือดขนาดไหน? ”
ที่นางกล่าวมานั้นก็คือจริง ก่อนหน้านี้นางถูกแช่แข็ง
จนเกือบตาย ต่อมาก็ถูกความร้อนจากพลังอิทธิฤทธิ์
แผดเผาซ้ำอีก จนยามนี้ใบหน้าของนางแดงกล่ำ ด้วย
น้ำเสียงที่อ่อนโยนผนวกกับความน่ารักน่าชังของรูป
โฉม ทำให้คนฟังอาจตกอยู่ในห้วงภวังค์หลงใหลได้ …
“แม่นางรู้จักข้าด้วยงั้นหรือ?” นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้
ได้เจอกับนาง ฉะนั้นเขาจึงไม่รู้จักนาง
อีกฝั่ายยิ้มแล้วพูดว่า ” ใครบ้างไม่รู้จัก อู่ อวี้ ผู้มี
ชื่อเสียงโด่งดังสหายของ องค์หญิงโย่วเสี่ย เมื่อวานนี้
ข้าได้ยินว่าเพื่อปกปั้องเจ้าแล้วองค์หญิงถึงขนาด สั่ง
สอนบทเรียนให้กับ กง เสิ่นจุน และพรรคพวกของ
มัน แต่ไม่คิดว่าจะได้มาพบเจอกับเจ้าก่อน แถมยัง
ช่วยชีวิตข้าอีกด้วย ”
” ว่าแต่แม่นางเป็นใครกัน? ” อู่ อวี้ จ้องมองอีกฝั่าย
อย่างสงสัย เพราะดูจากท่าทีของนางแล้วเหมือนจะ
ไม่ใช่ศัตรู นอกจากนี้นางยังพูดว่าตนเองได้ช่วยชีวิต
นางไว้ ซึ่งมันก็ไม่ได้เลวร้ายอันใดหากจะมีสหายเพิ่ม
“ชื่อของข้าคือ … อินอิง ถ้าให้พูดข้าเองก็เกี่ยวข้อง
กับเจ้านะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ยิ่งอยากรู้เขายิ้มเราพูดว่า ”
หืม…เข้าไปเกี่ยวข้องกับเจ้าตอนไหนกัน? ”
ฝั่ายตรงข้ามยิ้มขึ้นอย่างยั่วยวนทรงเสน่ห์ จากนั้น
นางก็ตอบด้วยท่าทางเขินอายว่า ” ก็มาไม่กี่วันที่ผ่าน
มา เจ้าเอาชนะอินเสวียนที่นครเซียนเหมันต์ ชายผู้
นั้นก็คือพี่ชายฝาแฝดของข้าเอง ”
พอได้ยินดังกล่าวเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็นึกขึ้นได้ในทันที ไม่
น่าแปลกใจที่เขารู้สึกคนข้างคุณหน้ากับนาง นั่นเป็น
เพราะว่านางเหมือนกับอินเสวียนเอง
อย่างไรก็ตาม มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่นางมายืนกับ
คนที่เอาชนะพี่ชายตนเองในระยะประชิด ทั้งยังไม่
รู้สึกรังเกียจหรือขยะแขยง?
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ