กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 711: ยันตแสงทําลายรัตติกาล
เริ่มต้นสู่พิภพต่างมิติ!
พิภพต่างมิติเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก ทั้งมืดมิด ทั้งเงียบ
สงัดราวกับอยู่ปรโลก ท่ามกลางพายุไต้ฝุั่นพลังฟั้าดิน
อันฟุั้งตลบโอบล้อมไปด้วยเสียงทรายเสียดสี ผสาน
กับเสียงหวีดหวิวของกระแสสายลม ราวเสียงกรีด
ร้องคำรามของสัตว์ประหลาด เม็ดทรายอันมืดทะมึน
ปลิวตลบปกคลุมไปทั่วท้องนภา
ถูกต้องแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของพิภพต่างมิติเป็น
ทะเลทราย ทรายสีดำฟุั้งตลบไปทั่ว อีกทั้งเม็ดทราย
เหล่านี้ ยังมีความแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง
ภายใต้การม้วนกวาดของพายุพลังฟั้าดิน ส่งผลให้
ทรายสีดำฟุั้งตลบกระจายไปทั่วทั้งท้องเวหา เมื่อ
แตะสัมผัสบนใบหน้า อานุภาพของมันก็ไม่ต่างจาก
อาวุธ
หลังจากทหารใหม่พบเจอกับปรากฏการณ์ดังกล่าว
พวกมันเริ่มหวาดกลัวลนลาน หากไม่มีผู้ใดนำ
กองทัพแน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่กล้าแม้แต่จะก้าว
เดินไปข้างหน้า
หยวน ซุนอวี้ เมื่อเห็นสภาพหวาดกลัวของทหารใหม่
มันก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้แล้วก็พูดขึ้นว่า ”
เอ้าทุกคนกล้าเข้าไว้ จงสังเกตมองดูรอบ ๆ ตัวของ
พวกเจ้า พื้นที่ตรงนี้ความน่ากลัวของมันอยู่เพียงแค่
ระดับหนึ่งเท่านั้น”
ในฐานะหัวหน้ากองร้อย ผู้เคยเดินลึกเข้าไปถึงพื้นที่
ระดับ 3 หรือแม้กระทั่งระดับ 4 กล่าวได้ว่าการเป็น
ผู้นำกองทัพในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับมัน
มันยังคงก้าวเดินไปข้างหน้า ส่วนขบวนทหารเดิน
ตามหลังท่ามกลางความมืดมิด มันร้องเตือนให้ขบวน
เหล่าทหารหมั่นสอดส่องสายตาสังเกต
สภาพแวดล้อมรอบข้าง ความมืดมิดที่แผ่ปกคลุมไม่
สามารถมองเห็นแม้แต่ขอบเขตพื้นที่ อีกทั้งยังต้อง
คอยปั้องกันทรายสีดำที่คมกริบราวใบมีด นอกจากนี้
ยังเป็นไปได้ว่า ‘สิ่งมีชีวิตประหลาด’ อาจปรากฏตัว
ออกมาได้ทุกเมื่อ
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงตรวจสอบสภาพแวดล้อม อันที่
จริงเขาต้องการแยกจากคนกลุ่มนี้ เพื่อไปแสวงหา
ประสบการณ์ด้วยตนเอง แต่เมื่อไตร่ตรองอยู่หลาย
ตลบ หากเขาทำเช่นนั้นก็จะเป็นการละเมิดกฎ
กองทัพ ซึ่งเหมือนกับการหาเหาใส่หัวโดยใช่เหตุ
ส่วนอีกเรื่องก็คือเขายังไม่ชำนาญเส้นทางในพิภพ
ต่างมิติ ทั้งตนเองยังเป็นคนต้นคิดที่จะเข้ามายังพิภพ
ต่างมิตินี้ ทหารใหม่จึงกล้าเข้ามา ถ้าเขาปล่อยให้คน
เหล่านี้อยู่กันเองตามลำพังหากมีอันใดเกิดขึ้น เขาคง
จะโทษตัวเองเพราะรู้สึกผิด
ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป เขาควรรอดู
สถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ไม่นานนักพวกเขาทั้งหมดก็เดินลึกเข้ามาภายใน
พิภพต่างมิติ เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นนครหมิงอี้ที่
ที่อยู่ห่างไกลออกไปมาก สามารถมองเห็นวงเวทค่าย
กลที่ห่อหุ้ม นครหมิงอี้ มันช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นยิ่ง
นัก คาดว่าสถานที่แห่งนี้สิ่งมีชีวิตประหลาดจะต้อง
ยำเกรงเป็นอย่างมาก
” เจ้าจะต้องตื่นตัว ที่นี่คือสนามรบจริง ๆ !” หยวน
ซุนอวี้ หันหลังไปเตือนเหล่าทหาร ให้ตื่นตัวอยู่
ตลอดเวลาเป็นครั้งคราว
เมื่อสิ่งมีชีวิตประหลาดปรากฏขึ้น มันจะฆ่า แล้วก็ฆ่า
โดยที่กองทัพยังไม่ทันได้ขยับเขยื้อนเสียด้วยซ้ำ
แต่สำหรับ อู่ อวี้ มองเห็นทุกอย่างแจ่มชัดใสแจ๋ว
อย่างน้อยก็เห็นแจ่มชัดยิ่งกว่า หยวน ซุนอวี้ นับสิบ
เท่า รวมถึงถึงทรายสีดำที่อยู่ใต้ฝั่าเท้าของทุกคนก็ไม่
อาจเล็ดลอดสายตาของเขาไปได้
เวลาผ่านไป
แม้ว่าได้ออกมายังพื้นที่พิภพต่างมิติแล้ว ทว่าจวบจน
ปัจจุบันพวกเขาก็ยังไม่ได้ออกจากพื้นที่ระดับหนึ่ง
เลย มีคนเคยกล่าวว่าต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่า
จะข้ามเขตพื้นที่ระดับหนึ่งไปได้
ในช่วงเวลานี้เขาได้พบกับกองกำลังคนอื่น ๆ อีก
หลายกอง
“ ไม่เห็นเจอสิ่งมีชีวิตประหลาด ?” หลายคนเริ่ม
ผ่อนคลายหลังจากเวลาผ่านไปพวกมันก็พบว่า ความ
น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ภายในพิภพต่างมิตินี้ เป็นเพียง
แค่ตำนานเรื่องเล่าเท่านั้น
” ยังผ่อนคลายไม่ได้ สิ่งมีชีวิตประหลาดจะโผล่มา
ตอนเราเผลอ! พวกมันคือสรรพเทวะวิญญาณ พวก
มันไม่จำเป็นต้องมีร่างกาย มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลก
ประหลาดมาก ๆ ”
คำเตือนของ หยวน ซุนอวี้ นับว่าถูกต้องแล้ว
ขบวนของพวกเขายังคงเดินมุ่งตรงไปข้างหน้า แหวก
ฝั่าพายุทรายสีดำ ทันใดนั้นภายใต้คลองจักษุของเขา
ก็เห็นมีอะไรบางอย่างอยู่ในก้อนเมฆา
มีบางสิ่งกำลังใกล้เข้ามา!
แล้วทันใดนั้นเอง!
อู่ อวี้ ถึงกับปวดเศียรในทันที สิ่งที่เขาเห็นก็คือนก
อินทรีตัวใหญ่สีดำ ความมืดทะมึนของมันเทียบเท่า
กับความมืดของพิภพต่างมิติแห่ง มันบินฉวัดเฉวียน
อยู่ท่ามกลางพายุทราย ซึ่งยิ่งทำให้หาตัวมันได้ยาก
มากยิ่งขึ้น
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ อยู่ ๆ นกอินทรีดำก็หายตัวไป
แล้วมาปรากฏอยู่ที่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
มันคือพายุสีดำ ที่พุ่งทะลวงเจาะเข้าใส่ศีรษะของทุก
คนอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ ค้นพบว่าอยู่ ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับแหวก
ฝั่ามิติออกมา!
“ระวังงงงง!” เขารีบร้องเตือนทุกคนทันทีที่เห็น
สิ่งมีชีวิตประหลาด จากนั้นก็ลงมือโจมตีทันที
อันที่จริงแล้วก่อนที่เขาจะร้องเตือนทุกคน เหล่า
ทหารยังไม่ทราบว่าสิ่งมีชีวิตประหลาดกำลังพุ่งเข้า
มาใกล้ แม้กระทั่ง หยวน ซุนอวี้ ก็ยังไม่ทันสังเกต
พายุไต้ฝุั่นยิงเข้าใส่กองทัพทหาร อานุภาพของมัน
เป็นเสมือนดั่งระเบิดกัมปนาทตกลงกลางฝูงชน!
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ความเร็ว
ระดับนี้ทำให้ทุกคนไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนอง เมื่อ
คนทั้งหมดถูกอัดกระแทกเข้าอย่างจัง มันก็
เหมือนกับโดนระเบิดลูกใหญ่พุ่งเข้าใส่ก็มิปาน ร่าง
ของพวกเขาปลิวกระจัดกระจายออกไปคนละทิศคน
ละทางตามแรงอัดกระแทกนั้น
อู่ อวี้ ไม่ได้หยุดมัน หลังจากนั้นสิ่งมีชีวิตประหลาดก็
พุ่งลงไปในทรายสีดำ แล้วก็หายไปเพียงชั่วพริบตา มี
เพียงแค่ อู่ อวี้ เท่านั้นสามารถมองเห็นทุกอย่างที่
เกิดขึ้น เขาเห็นว่ามันกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว
สูงล้ำอยู่ใต้ทรายสีดำ ปิดล้อมกลุ่มองครักษ์หมิงไห่ที่
แตกกระเจิงกันออกไป
อู่ อวี้ ปรากฏตัวตรงตำแหน่งที่อินทรีทมิฬกำลังพุ่ง
ทะยานเข้าใส่คนพูดหนึ่ง เขาไม่พูดอะไรนอกจาก
หยิบพลองหมื่นมังกรศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ออกมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับนกอินทรีดำพุง
ทะลวงออกมาจากพื้นทราย จากนั้นก็เหวี่ยงพลอง
ฟาดเข้าใส่อย่างจัง
ตูมมมมมมมม!
ขณะสิ่งมีชีวิตประหลาดกำลังเปลี่ยนเป็นพายุ ฝั่า
ออกมาจากพื้นทราย ทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นก็โดน
พลองฟาดเข้าใส่ เมื่อความเร็วกับความเร็วปะทะกัน
การระเบิดจึงเกิดขึ้น!
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้ว่าสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้ยังไม่
ตาย ถึงแม้ว่ามันจะถูกทุบทำลายเป็นชิ้น ๆ หลังจาก
นั้นไม่นานนัก มันก็ผสานหลอมรวมกลายเป็นพายุ
ลมกรดอีกครั้ง เป็นไปได้ว่ามันคงทราบแล้วว่า อู่ อวี้
ได้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ ดังนั้นมันจึงรีบหนีไป
ทันที!
นี่คือความมหัศจรรย์ของสรรพเทวะวิญญาณ ถึงแม้
มันจะถูกบดขยี้ทำลาย แต่ก็อาจจะยังไม่ตาย
การสังหารสรรพเทวะวิญญาณ จำเป็นต้องใช้การ
โจมตีด้วยพลังอำนาจอันมหาศาล และต้อง
เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วที่สุด
ถึงแม้ว่าฝั่ายตรงข้ามจะหลบหนีไป หากสถานการณ์
ยังคงเป็นปกติ อู่ อวี้ ก็ยังมั่นใจว่าสามารถตามมันได้
ทัน เมื่อถึงตอนนั้นจะถือว่าเขาได้รับแต้มผลงาน
อย่างแท้จริง
อู่ อวี้ เคยอ่านข้อมูลของสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้มาก่อน
ในจักรวรรดิเปั่ยหมิง มันถือเป็นนกอินทรีย์ชนิดหนึ่ง
ที่มีนามว่า ‘วายุทมิฬ’ มันคือสิ่งมีชีวิตประหลาดที่
ยากจะจัดการได้ การสังหารวายุทมิฬเพียงตัวเดียว
จะได้รับแต้มผลงาน 10 แต้ม ซึ่งเทียบเท่ากับการ
ลาดตระเวนในนครหมิงเป็นเวลา 1 ปีเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม คนในหน่วยของเขายังอยู่ที่เดิม ส่วน อู่
อวี้ ก็ไล่ล่าติดตามมันไป แน่นอนว่าด้วยความเร็วของ
‘วายุทมิฬ’ ในพิภพต่างมิติ ทำให้ยากที่จะย้อนกลับ
มาที่นี่ได้อีกครั้ง
แต่ อู่ อวี้ ก็มีเวทมหัศจรรย์เป็นของตัวเองเช่นกัน
ภายในความมืดมิดนี้ เขาสามารถอัญเชิญ ‘ยมทูต
ดำ’ ออกมาจากภายในเจดีย์ล่องกำเนิดได้ พร้อมทั้ง
ให้มันทะยานลงสู่ผืนทรายทมิฬ แล้วไล่ล่าติดตาม
ศัตรูไปทันที
“เขากำลังวิ่งไปไหน?” หยวน ซุนอวี้ รีบไล่น่าติดตาม
เขาไปทันที สีหน้าของมันกระตุกเล็กน้อยจากนั้นก็
กล่าวว่า ” ไม่คาดคิดว่าภายในพื้นที่ระดับ 1 ยังมี
‘วายุทมิฬ’ หลงเหลืออยู่! ช่างโชคดีจริงๆ ! ”
เมื่อมองย้อนกลับไป จะเห็นได้ว่ามีเพียงไม่กี่คน
เท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสำหรับทหารใหม่หลายคน
ๆ แล้วนี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวกมันได้พบกับสิ่งมีชีวิต
ประหลาด จึงทำให้พวกมันรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย บาง
คนถึงขนาดหวาดกลัวจนแทบอยากจะวิ่งหนีกลับไป
เลยทีเดียว
” พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป ในพื้นที่ระดับ 1 ยากที่จะ
พานพบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดได้ ถ้าเป็นศัตรูตัวอื่น
ๆ พวกมันจะอ่อนแอและไม่ได้มีความเร็วเท่านี้ ”
เมื่อได้ยิน หยวน ซุนอวี้ กล่าวเช่นนี้ จิตใจของเหล่า
ทหารใหม่ก็เริ่มมั่นคงขึ้น อีกทั้งการโจมตีด้วยพลอง
ของ อู่ อวี้ ในช่วงเวลานั้นยังน่าตื่นตะลึงยิ่ง ทำให้
พวกมันมีขวัญกำลังใจในการมุ่งมั่นทำงานมากยิ่งขึ้น
” ถ้าย้อนกลับไปคราวนี้ ข้าจะสั่งให้ทุกคนเริ่มฝึกฝน
การจัดตั้ง ‘ค่ายกลสงคราม’ การเคลื่อนพลภายใน
สมรภูมิหากใช้ ‘ค่ายกลสงคราม’ จะสะดวกมากยิ่ง
กว่า นอกจากนี้ยังไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย
หรือมีทหารแตกขบวนอีกด้วย ”
ระหว่างที่ หยวน ซุนอวี้ กำลังพูด มันก็พบว่า อู่ อวี้
ได้มุ่งหน้าออกไปตามทิศทางของ ‘วายุทมิฬ’
ทันใดนั้นเองก็มีบางสิ่งปรากฎตัวอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
พร้อมกับวางบางอย่างไว้บนมือของเขาและจาง
หายไปอย่างรวดเร็ว หยวน ซุนอวี้ ยังไม่ทันได้
ตอบสนอง อู่ อวี้ ก็หันศีรษะกลับมา โดยถือ
บางอย่างไว้ในมือ เขายิ้มแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า ” ‘วายุ
ทมิฬ’ ตนนี้ ข้าเป็นผู้สังหารมันด้วยตัวคนเดียว แต้ม
ผลงานควรจะเป็นของข้าใช่หรือไม่? ”
แต้มผลงานของกองทัพหมิงไห่ มีวิธีคำนวณอยู่
มากมาย หากสังหารด้วยตัวคนเดียว แน่นอนว่าแต้ม
ผลงานย่อมต้องตกเป็นของคนผู้นั้น แต่ถ้าเป็นการ
ร่วมมือสังหารจากหลาย ๆ คน หรือเป็นแบบกลุ่ม
รูปแบบการคิดคำนวณจะแตกต่างออกไป ยิ่งมีคนมา
เกี่ยวข้องมากเท่าไหร่ การหารแต้มผลงานก็ยิ่งมาก
ขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าอยู่ในรูปแบบของหน่วยเช่นนี้ ผู้ที่
ได้รับมากที่สุดก็จะเป็น หยวน ซุนอวี้
สิ่งที่ อู่ อวี้ กำลังถืออยู่ตอนนี้คือร่างของ ‘สรรพเทวะ
วิญญาณ’ มันดูเหมือนดั่งศิลาสีดำที่มีรูอยู่บนร่างกาย
มากมาย สิ่งนี้คือร่างของสรรพเทวะวิญญาณจริง ๆ
เหตุผลที่ว่าทำไมรูปลักษณ์ของมันถึงเปลี่ยนไป ก็เป็น
เพราะว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของมัน
” มะ มันเป็นของเจ้า” หยวน ซุนอวี้ รีบพูดอย่าง
รวดเร็ว
มันยอมรับหมดใจว่าพลังฝีมือของ อู่ อวี้ นั้นช่างร้าย
กาจจริง ๆ นอกจากนี้ในตัวของเขายังเก็บซ่อน
ความลับอยู่มากมาย
” หากไม่ผิดพลาด มันจะต้องเป็นหุ่นเชิดอย่าง
แน่นอน! สามารถใช้หุ่นเชิดเพียงแค่ตัวเดียวก็
สามารถสังหาร ‘วายุทมิฬ’ ได้ ช่างร้ายกาจยิ่งนัก! ”
ผู้คนจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยความริษยา
“ไปกันต่อเถอะ”
เมื่อมองไปที่ อู่ อวี้ แล้วเห็นว่าเขายังอยู่ดีเช่นนี้ พวก
มันก็รู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมาก
ภายในพิภพต่างมิติ มีสิ่งมีชีวิตประหลาดระดับนี้อยู่
เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่วันต่อมา พวก
เขาก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดอีก
อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตประหลาดค่อนข้างอ่อนแอ อู่
อวี้ จึงไม่สนใจไม่เข้าร่วมการต่อด้วย หยวน ซุนอวี้
เป็นผู้นำกองทัพในการสังหารครั้งนี้ ซึ่งถ้าหากนับ
รวม อู่ อวี้ เขาเป็นหนึ่งในนั้น เขาก็ยังสามารถได้
แบ่งปันแต้มผลงานติดไม้ติดมือมาบ้าง
วิธีการคำนวณแต้มผลงานนั้นซับซ้อนมาก อู่ อวี้ จึง
มิได้ตรวจสอบส่วนนี้อย่างละเอียด
โดยทั่วไปแล้วการที่ อู่ อวี้ สังหารวายุทมิฬเพียง
ลำพัง เขาจะได้รับรางวัลสิบแต้มผลงาน
หากทั้งกองร้อยหยวนโย่วร่วมมือกันช่วยสังหาร บาง
ทีทุกคนก็อาจจะได้รับแต้มผลงานกันอย่างถ้วนหน้า
ส่วนหัวหน้ากองร้อยก็จะได้มากกว่าพลทหารสองถึง
สามเท่า การแบ่งแต้มผลงานให้แต่ละคนจะได้รับไม่
เท่ากัน
ยิ่งกว่านั้นแต้มผลงานที่แต่ละคนได้รับ ขึ้นอยู่กับ
ผลงานการต่อสู้ของแต่ละคนว่าใครโดดเด่นมากน้อย
กว่ากัน อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหัวหน้า
กองร้อย
อู่ อวี้ พบว่าสิ่งมีชีวิตประหลาดในที่แห่งนี้ไม่มี
รูปแบบเฉพาะ มันสามารถกลายร่างได้หลายรูปแบบ
ซึ่งมันทำให้หูตาของเขาเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้หากย้อนนึกไปถึง หนามเขียว, บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ รวมถึง เจ้าอสูรกำเนิดอัคคี ใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น
ล้วนมันมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
โดยทั่วไปสามารถจำแนก สรรพเทวะวิญญาณ
ประเภทนี้ให้อยู่ในรูปแบบของ ‘ความมืด’ นับว่ามัน
แข็งแกร่งร้ายกาจเป็นอย่างมาก ดูได้จากความดุร้าย
ในการโจมตีองครักษ์หมิงไห่
บางทีการที่มันดุร้ายบางคลั่งขนาดนี้ อาจเป็นเพราะ
ความเกลียดชังอาฆาตแค้นสั่งสมมานานหลายปี ฝัง
ลึกเข้าไปในสายโลหิตของพวกมัน
แต่พวกเขาทั้งหมดก็ต้องก้าวต่อไป!
พวกเขายังคงเร่ร่อนอยู่ในพื้นที่ระดับ 1 มานานกว่า
3 วันแล้ว อู่ อวี้ มองไปรอบ ๆ ทันใดนั้นเขาก็เห็น
แสงสีแดงพุ่งขึ้นมาจากระยะไกล
“นั่นมัน ยันต์แสงทำลายรัตติกาลใช่หรือไม่? ”
หยวน ซุนอวี้ เงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นมันเขาก็ขมวด
คิ้วแล้วพูดว่า ” คาดว่าน่าจะถูกจุดขึ้นมาจากพื้นที่
ระดับ 2 พวกเราอย่าได้ใส่ใจ! ”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ