กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 714: ศิลาแสงตะวัน
ณ ค่ายผลาญนภา นครหมิง
คฤหาสน์ของ ขุนพลโย่วหมิง ตั้งอยู่ภายในเวทีผลาญ
นภา ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก หากไม่ได้รับ
อนุญาตจากขุนพลโย่วหมิงไม่มีผู้ใดสามารถล่วงล้ำ
ผ่านเข้ามาได้
หลังจากต้วนอี้มาอยู่ที่นี่ มันก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น
‘คฤหาสน์ผลาญนภา’
ข้างในคฤหาสน์ผลาญนภาเปิดโล่ง มีเพียงแสงเหลือง
นวลจากดวงประทีป ที่กำลังถูกเพลิงเผาไหม้อยู่บน
เชิงเทียนกำลังสั่นไหว โดยที่ทุกสิ่งยังคงเหลืออยู่
ภายในห้องตกแต่งหรูหรา สามารถแลเห็นกลุ่มหญิง
ชายวัยหนุ่มสาวกำลังนั่งจิบเมรัยพูดคุยกันอย่าง
ครื้นเครงชื่นมื่น
ผู้ที่นั่งในหัวโต๊ะคือนายกองของ ‘ค่ายผลาญนภา’ ผู้
เข้ารับตำแหน่งขุนพลโย่วหมิงคนใหม่นั่นก็คือ ‘ ต้วน
อี้ ‘ มันใส่ชุดคลุมสีม่วง ดูหรูหราราคาแพงเป็นอย่าง
มาก ถูกประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณี รูป
โฉมหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่งเป็นสันคม ดวงเนตร
คมกริบประดุจเหยี่ยว ดูหมดจดไร้ที่ติ
ส่วนผู้ที่นั่งรายล้อมอยู่คือชายหญิงอีกหลายคน แต่
ละคนล้วนโดดเด่นไม่ธรรมดา ไม่ว่าผู้ใดมาพบเห็นแค่
เพียงแค่แว๊บแรก ก็สามารถล่วงรู้ได้ว่าคนเหล่านี้
ไม่ใช่แค่เพียงมั่งคั่งทางด้านทรัพย์สินเงินทองอย่าง
เดียว ไม่ว่าจะเป็นกิริยามารยาทหรือบทสนทนา
พูดคุย ล้วนเป็นลูกหลานที่ถูกเลี้ยงดูมาจากชาติ
ตระกูลใหญ่โต
กล่าวได้ว่าคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้ ช่างเป็นบุคคลที่น่า
ริษยาอย่างยิ่ง
พวกมันพูดคุยหัวเราะกันอย่างสำเริงสำราญ หากคน
นอกมาพบเห็นต่างก็คิดว่า การที่ตนเองจะเข้าไปร่วม
วงสนทนากับคนเหล่านี้คงเป็นเพียงแค่ความฝัน
” ทุก ๆ ท่านข้าขอตัวสักครู่ พอดีมีข้อความถูกส่งมา”
หลังจากขอตัวตามมารยาท พอได้รับข้อความจาก
ตราประทับสื่อสาร ต้วนอี้ ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
นอกตำหนักอันหรูหรา หลังจากอ่านข้อความคิ้วของ
มันก็ขมวดเข้าหากันทันที
เมื่อกลับมา ทุกคนก็ยังคงพูดคุยหัวเราะกันอย่าง
สนุกสนาน แต่เมื่อเห็นว่าต้วนอี้มีท่าทางไม่ค่อยพึง
อารมณ์สักเท่าใดนัก ใครบางคนในกลุ่มจึงเอ่ยปาก
ถามขึ้นว่า “ ข่าวจากพิภพต่างมิติเช่นนั้นหรือ มี
ปัญหาอันใดเกิดขึ้นหรือไม่? ”
คำถามของคนผู้นั้น คือสิ่งที่ กง เสิ่นจุน รู้สึกกังวล
มากที่สุด
เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มอึมครึม ทุกคนหยุดพูดคุยแล้ว
มองต้วนอี้
ดวงตาของต้วนอี้มืดทึบลง มันกล่าวว่า ” ถูกต้อง…มี
ปัญหาเกิดขึ้นแล้วหัวหน้ากองร้อยมาแจ้งข่าวว่า อู่
อวี้ ได้ถูกอินอิงพาตัวไป ทั้งสองร่วมมือกันตามล่า
สิ่งมีชีวิตประหลาด หัวหน้ากองร้อยไม่อาจหยุดยั้ง
พวกเขาได้ ”
” อู่ อวี้ มันไปร่วมมือกับอินอิงได้อย่างไร? ” เมื่อได้
ยินเรื่องนี้ทุกคนต่างหน้านิ่วคิ้วขมวด จากนั้นต่างก็
หันไปมองคนผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สีทองคำมันผู้นี้ก็คือ
อินเสวียน ปัจจุบันอาการบาดเจ็บที่มันได้รับยังคง
ตกค้างไม่หายดี ความสาหัสเกือบจะทำให้มันมาที่นี่
ไม่ไหว
ดวงตาของอินเสวียนดูไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจาก
นั้นมันก็พูดขึ้นว่า “ น้องสาวของข้าเป็นคนเอาแต่ใจ
ตนเองอย่างที่สุด แถมนางยังดื้อรั้นต่อต้านข้าเรื่อง
การหาคู่ให้ เรื่องที่เกิดขึ้นกับนาง ข้าหาได้มีส่วน
เกี่ยวข้องด้วยไม่ แต่ข้าเองก็ไม่ทราบว่านางไปสนอก
สนใจอะไรในตัว อู่ อวี้ ได้อย่างไร ด้วยอุปนิสัยซุกซน
ของนาง หากได้พบกับคนที่ทำให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย
สนใจ นางจะต้องสนอกสนใจอยากรู้อยากเห็นอย่าง
แน่นอน ”
กง เสิ่นจุน พรวดพราดลุกขึ้นยืนแล้วก็กล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงหงุดหงิดรำคาญใจว่า ” แล้วจะทำเช่นไร ? นี่
ขนาดข้าใช้เครื่องรางติดตามยังหามันไม่พบเลย แล้ว
อย่างนี้แผนของเราจะสำเร็จได้อย่างไร? ”
” การที่พวกเราควานหาตัวคนทั้งสองในพิภพต่างมิติ
มันก็เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทรก็มิปาน ” ยามนี้
ทุกคนอยู่ในอารมณ์ไม่ค่อยพอใจนัก
แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นแผนการของ กง เสิ่นจุน
เพราะว่าทุกคนก็ต่างลงหัวจมท้าย จึงมีอารมณ์ร่วม
ด้วย
ในเวลานี้ทุกคนต่างปวดเศียรเวียนเกล้าไปตาม ๆ กัน
ต้วนอี้กวาดสายตามองทุกคนแล้วมันก็เอ่ยขึ้นว่า ”
อันที่จริงข้ามีคำถามอยากจะถามอยู่เหมือนกัน ท่าน
วางแผนว่าจะใช้โอกาสนี้ส่ง อู่ อวี้ ไปลงนรก โดยที่ไม่
ทิ้งร่องรอยหลักฐาน อย่างไม่สามารถจับมือผู้ใดดมได้
ใช่หรือไม่? ”
” ว่าอย่างไรนะ! จะส่งมันไปลงนรก? ” เมื่อได้ยิน
เช่นนั้นผู้คนเงียบงัน ด้วยเพราะในตอนแรกตาม
แผนการของ กง เสิ่นจุน เพียงแค่สั่งสอน อู่ อวี้ ให้
หลาบจำเท่านั้น พวกมันไม่คิดว่าจะบานปลายเลย
เถิดถึงขั้นนี้
“ องค์หญิงโย่วเสี่ย ให้ความสำคัญกับมันไม่น้อย
หากท่านส่งมันไปลงนรก แล้วท่านไม่คิดว่าจะมี
ปัญหากลับมาหาบ้างเช่นนั้นหรือ? ” คนพูดหนึ่งใน
กลุ่มของพวกมันเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
กง เสิ่นจุน กัดฟันเอ่ยขึ้นว่า ” อันที่จริงมันอาจจะ
เป็นเช่นนั้นก็ได้ พวกท่านอย่าได้ลืมว่ามันผู้นี้หาใช่คน
ของจักรวรรดิเป่ยหมิงของเราแต่อย่างใด มันบังอาจ
ใช้ประโยชน์จากองค์หญิงโย่วเสี่ย ถ้าปล่อยให้เวลา
ล่วงเลยไปช้านานคงไม่ได้การ มันต่ำช้าเช่นนี้ ถ้าจะ
นิ่งเฉยทำไม่แยแสได้อย่างไร เราต้องรีบตัดไฟเสียแต่
ต้นลม ไม่ให้มันได้คืบจะเอาศอก! อีกอยากมันใกล้ชิด
สนิทสนมกับองค์หญิงของเรามากเกินพอดี เรา
จะต้องทำให้องค์หญิงกลายมาเป็นพวกของเราให้จง
ได้ … ”
ต้วนอี้ กล่าวเสริมขึ้นว่า ” ข้าขอกล่าวตามตรง คนผู้นี้
มันสมควรตาย! ”
อินเสวียน เงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” พี่น้อง
ทั้งหลายข้าเองก็คิดเห็นเช่นนั้น องค์หญิงของเรา
ยังคงอ่อนเยาว์นัก ง่ายต่อการที่จะถูกหลอกลวงจาก
พวกปลิ้นปล้อนต่ำช้า!”
เมื่อ กง เสิ่นจุน เห็นว่าคนทั้งหมดมีความคิดเห็น
ตรงกันเช่นนี้ มันจึงเอ่ยขึ้นว่าด้วยหัวใจที่ท่วมท้นไป
ด้วยโทสะ ” ในเมื่อทุกคนคิดเห็นตรงกัน ถ้าเช่นนั้นก็
ขอให้ทุกท่านยกมือขึ้นเพื่อลงคะแนนเสียง กฎกติกา
คือเสียงข้างน้อยพ่ายแพ้ให้แก่เสียงข้างมาก หาก
ผลสรุปออกมาว่าต้องฆ่า ขอให้ทุก ๆ ท่านเก็บเรื่องนี้
ไว้เป็นความลับ! ”
หลังจากนั้นพวกมันก็เริ่มยกมือให้คะแนนเสียง
แน่นอนว่า ต้วนอี้ กับ อินเสวียน รีบยกมือขึ้นด้วย
เพราะพวกมันทั้งสองได้ประโยชน์กับการสังหารครั้ง
นี้
เมื่อเห็นคนทั้งสามเห็นด้วย คนทั้งหมดก็ต้องจำใจยก
มือขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน อันที่จริงพวกมันทั้งหมดหา
ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากมายแต่อย่างใด แต่
สุดท้ายแล้วก็ต้องมาร่วมหัวจมท้ายลงเรือลำเดียวกัน
เมื่อใดที่พวกมันร่วมมือ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะถูก
สอบสวนสืบสาวราวเรื่อง
“ เยี่ยม… ผลสรุปเป็นเอกฉันท์ ถ้าเช่นนั้นเราจะต้อง
เปลี่ยนเป้าหมายกันก่อน เราต้องมุ่งเป้าไปที่การ
สังหารมันภายใน พิภพต่างมิติ จะต้องลงมืออย่าให้
มันได้รู้ตัว แล้วก็อย่าได้ทิ้งร่องรอยให้สืบสาวมาถึงเรา
” ดวงตาของต้วนอี้ท่วมท้นไปด้วยจิตสังหาร มันได้
เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาทันที
แล้วหญิงงามผู้หนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า ” แต่ท่านอย่าลืม…
ปัญหาตอนนี้ของเราคือ เราไม่ทราบข่าวคราว อู่ อวี้
ว่ามันอยู่ที่ใดกันแน่ไม่ใช่หรือ? ยามนี้ อู่ อวี้ รอดพ้น
สายตาหลุดการควบคุมของพวกเราไปแล้ว แล้วเรา
จะหามันเจอได้อย่างไร? ”
ต้วนอี้กล่าวว่า ” อันที่จริงทุกท่านตั้งใจมาหาข้า
เพราะข้าเป็นขุนพลโย่วหมิง ทว่าอันที่จริงแล้วข้ามี
เจตนาสังหารมันตั้งแต่แรก นับตั้งแต่ที่ข้ารู้ว่ามันจะ
เข้าสู่พิภพต่างมิติ ข้าได้เตรียมแผนการซ้อนไว้แต่เนิ่น
ๆ แล้ว ”
ทุกคนต่างเริ่มให้ความสนใจ
“ ไอ้พวกคนป่าไร้สกุลแห่งทวีปผนึกปีศาจ คิดกล้ามา
กำแหงกับคนเป่ยหมิงอย่างข้า มันเป็นการหยาม
น้ำหน้ากันมากเกินไป ขอเพียงแค่ท่านเอ่ยมา ว่าจะ
ใช้วิธีการใด? ”
ต้วนอี้กล่าวว่า “ วิธีนี้ค่อนข้างซับซ้อนเกินกว่าที่จะ
บรรยายออกมาเป็นคำพูด หัวใจสำคัญของแผนนี้ก็
คือสิ่งมีชีวิตประหลาดที่อยู่ภายใน ‘พิภพต่างมิติ’
สิ่งมีชีวิตประหลาดทั้งหมดท่วมท้นไปด้วยแรง
ปรารถนาที่จะทำลายการ ‘แผดเผามอดไหม้’ เมื่อใด
ก็ตามที่มันต้องเผชิญกับความร้อน มันจะต้องทน
ทุกข์ทรมาน จนรู้สึกอยากจะบดขยี้สิ่งนั้น เห็นได้ชัด
ว่ามันเป็นคนจากตระกูลเหยียนหวง กล่าวได้ว่าใน
พิภพต่างมิติยังไม่เคยมีคนจากตระกูลเหยียนหวงเข้า
มาเหยียบย่างเลยแม้แต่น้อย ถ้าให้ข้าเดาระหว่างที่
ร่างกายของมันเผาผลาญความร้อนอย่างไม่รู้ตัว เมื่อ
นั้นจะดึงดูดสิ่งมีชีวิตประหลาดจำนวนมากเข้ามา
โจมตี โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ดุร้ายอย่างยิ่ง
ซึ่งเรื่องนี้ อู่ อวี้ น่าจะไม่รู้ ”
ทันใดนั้นพวกมันก็เห็น กง เสิ่นจุน ยกนิ้วให้กับต้วนอี้
แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ” ช่างเป็นแผนที่
เยี่ยมยอด มันจะต้องคิดไม่ออกเป็นแน่ ถ้าเช่นนั้นก็
หมายความว่าเราไม่ต้องมือเปื้อนเลือด สิ่งมีชีวิต
ประหลาดจะฆ่ามันแทนเราใช่หรือไม่? ”
ต้วนอี้ส่ายศีรษะแล้วตอบกลับ ” ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็
จะนับว่าพวกเราโชคดีเอามาก ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว
เราไม่รู้ว่ามันจะเข้าไปยังพื้นที่ลึกมากน้อยแค่ไหน
ส่วนสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ดุร้าย ตัวข้าเองก็ไม่ทราบ
ว่ามันจะปรากฏตัวออกมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามพวก
เราจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในภพต่างมิติก่อน”
” แล้วหลังจากนั้นจะทำเช่นใดต่อ? ”
ต้วนอี้เข้าเรื่องทันที หลังจากนั้นมันก็หยิบก้อนศิลา
ขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากถุงจักรวาล หินก้อนนี้ลุก
ไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีทอง เพียงแค่ออกมาอุณหภูมิ
ความร้อนภายในห้องก็สูงขึ้นทันที สีหน้าของทุกคน
เปลี่ยนไป เมื่อเห็นว่าก้อนศิลากลายเป็นสีแดง
“ สมบัติพิเศษชิ้นนี้มันคืออันใดกันแน่ ? ” เมื่อเห็น
สิ่งที่เกิดขึ้นพวกมันทุกคนต่างรู้สึกแปลกประหลาดใจ
อยู่ไม่น้อย
” มันมีชื่อว่า ศิลาแสงตะวัน มีเส้นวิญญาณอยู่เจ็ด
เส้น อันที่จริงมันไม่ได้วิเศษมากมายอะไรถึงเพียงนั้น
ทว่าคุณสมบัติของมันค่อนข้างหายาก มันจะ
ตรวจจับค้นหา ‘แหล่งกำเนิดความร้อน’ เองโดย
ปริยาย แม้ว่ามันจะอยู่ด้านนอกก็ยังสามารถดูดซับ
แหล่งกำเนิดความร้อนได้สูงมาก ซึ่งภายในพิภพต่าง
มิติที่ค่อนข้างเย็นยะเยือกอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่า อู่
อวี้ ย่อมเป็นเพียง ‘แหล่งกำเนิดความร้อน’ แต่เพียง
หนึ่งเดียวเท่านั้น โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ยันต์
ติดตามอีกต่อไป แค่เพียงมีศิลาแสงตะวัน ก็สามารถ
ค้นหา อู่ อวี้ ได้! ”
ทุกคนผู้คนต่างร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง
แม้แต่ อินเสวียน ก็รู้สึกชื่นชมมันอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
มันกล่าวขึ้นว่า ” ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะมีสิ่ง
ประหลาดเช่นนี้อยู่ ดูเหมือนว่าทันทีที่ล่วงรู้ถึงการ
ดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ ท่านจะตระเตรียมการมาอย่าง
พรั่งพร้อมมากมายเลยทีเดียว ”
ต้วนอี้ ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความชั่วร้าย มันกล่าว
ตอบไปว่า ” ถูกต้องแล้ว…ข้าเตรียมพร้อมมาอย่างดี
ตามที่ท่านกล่าว หาหข้าไม่มั่นใจว่าสามารถสังหาร
มันได้หรือไม่ ข้าก็จะไม่หยิบออกมาอย่างเด็ดขาด ”
” ว่าแต่ท่านตัดสินใจ จะใช้งานมันอย่างไร? หรือคิด
จะไปสังหารมันด้วยตนเอง? ”
ต้วนอี้ หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ” ฮ่า ๆ ๆ ย่อม
ไม่เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน แต่ข้าอยากจะเตือนท่าน
เอาไว้อย่าง ถึงแม้ว่า ‘ศิลาแสงตะวัน’ จะมี
ความสามารถในการค้นหาแหล่งกำเนิดความร้อน
แต่ตัวของมันก็ถือว่ามีอุณหภูมิความร้อนด้วย
เช่นเดียวกัน หากข้านำมันเข้าไปในพื้นที่ส่วนลึก ๆ
มันจะต้องไปดึงดูด ‘สิ่งมีชีวิตประหลาด’ ที่ทรงพลัง
เข้าอย่างแน่นอน ฉะนั้นข้าจึงต้องอยู่ด้านนอก แล้ว
ใช้ศิลาแสงตะวันตรวจสอบตำแหน่งของ อู่ อวี้ เมื่อ
สิ่งมีชีวิตประหลาดมาถึงตัวของมัน เมื่อนั้นเป้า
หมายความเกลียดชังหมายสังหารก็จะมีเพียง อู่ อวี้
ผู้เดียวเท่านั้น ”
หลังจากฟังคำอธิบายทั้งหมด คนที่เหลือต่างก็มอง
หน้ากันจากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นอย่างพร้อม
เพรียง
ทุกคนต่างหัวเราะอยากมีความสุข
เสียงหัวเราะของมันเกิดจากความสุขที่ ต้วนอี้ ได้
เตรียมแผนสังหาร อู่ อวี้ อย่างเบ็ดเสร็จพรั่งพร้อม
เช่นนี้
ถ้าให้กล่าว ก่อนหน้านี้โอกาสของพวกมันเกือบหลุด
มือ เพราะไม่สามารถใช้ยันต์ติดตามได้
แต่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ มันกลับสามารถตระเตรียม
แผนการได้อย่างลึกซึ้ง เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็น
คนร้ายกาจยิ่งนัก อินเสวียนจ้องมองที่ต้วนอี้ ขณะ
ภายในใจของมันนั้นรู้สึกหวาดกลัวหวั่นเกรงกับคู่แข่ง
คนนี้อยู่ไม่น้อย หากให้กล่าวถึงด้านศักดิ์ฐานะ ถึงแม้
ตัวของมันจะสูงส่งกว่า แต่เมื่อเทียบกันในด้านเล่ห์
เหลี่ยมแผนการแล้วลึกล้ำ ความเหี้ยมเกรียมดุร้าย
ของมันนั้นเกินกว่าตนเองมากนัก
ระหว่างนั้นก็มีคนผูฎหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า ” ปัญหาเดียว
ของแผนนี้ก็คือ อินอิง นางอยู่กับ อู่ อวี้ ด้วย หาก
นางถูกสิ่งมีชีวิตประหลาดโจมตีจนตกตายจะทำ
อย่างไร?”
คนมองไปที่ อินเสวียน
อินเสวียน กล่าวว่า ” ตัวประหลาดน้อยผู้นั้น ไม่ยอม
ตกตายง่าย ๆ หรอก นางมีไหวพริบเฉลียวฉลาดมาก
อยู่ที่เดียว ”
อันที่จริงสำหรับเรื่องนี้ทุกคนแอบคิดอยู่ในใจ ทั้งสอง
ต่างแข่งขันขัดแย้งมาตั้งแต่เยาว์วัย หากไม่ใช่เพราะ
อินเสวียนหาใช่บุรุษเพศ เกรงว่ามันคงไม่อาจแข่งขัน
กับอินอิงได้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีไม่ว่าจะเป็นคนใน
ครอบครัวหรือ อิน กั๋วกง ต่างรักใคร่เอ็นดูหลานสาว
ผู้นี้เป็นอย่างมาก
ต้วนอี้ จึงเป็นผู้ตอบเองว่า ” เพื่อเป็นการดีที่สุด ข้า
จะลองคิดหาวิธีที่จะนำตัวนางออกมา คงต้องลองดู
ว่าพอจะทำได้หรือไม่? ไม่เช่นนั้นแล้วหากนางโดน
ลูกหลงจนตกตายไป อาจจะเกิดปัญหาจนเกิดการ
สืบสวนค้นหาศพของนาง ”
” ประเสริฐ เอาตามนั้นเถอะ ” กง เสิ่นจุน ยิ้มออกมา
อยู่ชั่วร้าย
ต้วนอี้กวาดสายตามองทุกคนแล้วพูดกันว่า ” เรื่องที่
เราตัดสินใจลงมือกระทำในวันนี้ มีเพียงแค่เรา
เท่านั้นที่รู้เรื่อง ความลับนี้ห้ามแพร่งพรายเปิดเผย
ออกไปสู่คนนอกอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น
ความสัมพันธ์ฉันท์สหายสำหรับพวกเรา คงได้ขาด
สะบั้น เพราะคนที่ทรยศหักหลัง ย่อมเป็นที่รังเกียจ
ของทุกคน”
ทุกคนหัวเราะแล้ว กง เสิ่นจุน ก็เอ่ยขึ้นว่า “ ท่าน
โปรดมั่นใจ แผนการในครั้งนี้พวกเราทุกคนต่างลง
เรือลำเดียว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นต้วนอี้ก็หัวเราะเสียงดัง
นี่คือการสมรู้ร่วมคิดของพวกมันทุกคน หากมีปัญหา
ใด ๆ เกิดขึ้น ก็จะไม่มีผู้ใดมาทำอะไรกับพวกมันได้
นั่นเป็นเพราะว่าพวกมันคืออนาคตของนครหมิง
“ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ให้ข้าเป็นธุระจัดการ ขอให้ทุก ๆ
ท่านรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน ข้าขอตัวลา ”
การที่ ขุนพลโย่วหมิง เข้าไปในพิภพต่างมิติถือเป็น
เรื่องปกติอย่างยิ่ง ยศของมันสามารถเข้าสู่พิภพต่าง
มิติเวลาใดก็ได้
ส่วนทางด้านของ อู่ อวี้ กับ อินอิง กำลังต่อสู้กับ
สิ่งมีชีวิตประหลาด
ยามนี้ทั้งสองเข้ามาสู่พื้นที่ระดับที่ 4 แล้ว สิ่งที่ อู่ อวี้
ไม่คาดหวังก็คือนับตั้งแต่เข้ามาความลึกระดับนี้ ดู
เหมือนว่าจำนวนของมีชีวิตประหลาดก็เพิ่มขึ้นอย่าง
แปลกประหลาด
แม้ว่าแต้มผลงานจะดีดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถึง
กระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังคงเคลือบแคลงสงสัย กับรอยยิ้มที่
แฝงไว้ด้วยเลศนัยของอินอิง เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง
เขาก็หยุดแล้วจ้องมองไปที่ อินอิง ดวงตาเต็มไปด้วย
การสะกดข่มแล้วถามว่า ” เจ้ามีอะไรแอบแฝงก็จง
พูดมาซะ? ไม่เช่นนั้นเราจะแยกย้ายกันตรงนี้ ”
” เห้อ อย่าตีโพยตีพาย ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไป
หน่อยเลยน่า ” อินอิง บุ้ยปากพร้อมบ่นอุบ
“พูดมาเดี๋ยวนี้!”
” ก็ไม่มีอะไรหร๊อก เพียงแค่สิ่งมีชีวิตประหลาดใน
พิภพต่างมิติ เกลียดชังเลือดเนื้อที่มีอุณหภูมิความ
ร้อนสูงในแบบที่เรียกว่าชาตินี้ไม่ยอมญาติดีก็เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เราถึงได้โดนกระหน่ำโจมตีอย่างที่เห็น
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะพลังกายเนื้อของเจ้ามันล่อ
ตาล่อใจพวกมันเอามาก ๆ เจ้าพวกสิ่งมีชีวิต
ประหลาดถึงได้คลุ้มคลั่งเช่นนี้อย่างไรกันเล่า … ”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ