กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 715: จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
หากอินอิงไม่พูดเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่ทราบจริง ๆ
เนื่องจากการฝึกฝนบ่มเพาะกายาเพชรอมตะ ทำให้
สิ่งมีชีวิตประหลาดภายใน ‘ พิภพต่างมิติ ‘ คุ้มคลั่ง
เดือดพล่านเช่นนั้นหรือ?
” อันที่จริงแล้วเราต้องใช้ ‘แหล่งกำเนิดความร้อน’
เพื่อดึงดูดสิ่งมีชีวิตประหลาด ทว่าการจะหามาได้แต่
ละชิ้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ประการแรก
‘แหล่งกำเนิดความร้อน’ ดี ๆ นั้นหาได้ยากยิ่ง
โดยทั่วไปแล้วมันไม่สามารถใช้ดึงดูดสิ่งมีชีวิต
ประหลาดได้ ประการที่สอง หากแหล่งกำเนิดความ
ร้อนใช้งานได้ดีเกินไป มันจะดึงดูดสิ่งมีชีวิต
ประหลาดที่ทรงพลังอย่างแท้จริงเอาได้ง่าย ๆ ซึ่งนั่น
หมายความว่าชีวิตของพวกเราต้องตกอยู่ในความ
เสี่ยง ประการที่สาม สิ่งมีชีวิตประหลาดไม่ได้โง่ ถ้า
มันรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นกับดักเพื่อล่อลวงพวกมัน มันก็
จะไม่ยอมติดกับง่าย ๆ เพราะมันรู้ว่าในบริเวณ
แหล่งกำเนิดความร้อนมียอดฝีมือกำลังรอพวกมันอยู่
ทว่า… เจ้าดูไม่ค่อยเก่งสักเท่าใดนัก ดังนั้นเจ้าจึงเป็น
เหยื่อล่อที่ดีที่สุด การที่ข้ากล่าวเสมือนดั่งคนเห็นแก่
ตัวเช่นนี้ออกมา เจ้าถือโทษโกรธเคืองข้าหรือไม่ ? ”
ทั้งน้ำเสียงแล้วท่าทางของ อินอิง เต็มไปด้วยความไร้
เดียงสานางจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาแป๋วบ้องแบ๊ว
” ข้าไม่ถือโทษโกรธเคืองเจ้าหรอก แต่นี่ถือเป็นสิ่ง
สำคัญที่แม่นางควรบอกข้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ” ถึงเขา
จะกล่าวเช่นนั้น ทว่าในทางกลับกันผลตอบแทนที่พึง
จะได้รับนั้นถือว่ารวดเร็วทีเดียว ถ้าให้ประเมินคาด
ว่าน่าจะได้ถึง 150 แต้มผลงาน จำนวนที่กล่าวมานี้
หากเป็น องครักษ์หมิงไห่ ทั่ว ๆ ไปคงจะต้องใช้เวลา
สะสมนานหลายปี อาจจะมากกว่า 10 ปีเลยด้วยซ้ำ
” เจ้ามั่นใจเลย พวกเราทั้งสองจะต้องเข้าสู่พื้นที่
ระดับห้าได้แน่ ๆ ในเขตพื้นที่นั้นสิ่งมีชีวิตประหลาด
ที่เรียกได้ว่าตัวอันตรายอยู่มาก จนสังหารไม่หวัดไม่
ไหวเลยทีเดียวเชียวแหละ ” อินอิงกล่าว
ถ้ากล่าวถึงอันตราย อู่ อวี้มิได้หวาดกลัววิตกกังวล
เลยแม้แต่น้อย นั่นเป็นเพราะว่าเขามี เสี่ยวโต่ว ไม่ว่า
เขาจะอยู่ในวิกฤติอันตรายร้ายแรงเพียงใด เขามั่นใจ
อย่างยิ่งว่าตัวเองจะสามารถหลบหนีออกไปได้
สำหรับอินอิง … หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนางก็ถือ
ว่านางโชคไม่ดีก็เท่านั้น อู่ อวี้ ไม่สามารถพานางขึ้น
นั่งบนเสี่ยวโต่วถึงสองคนได้
เหมือนอย่างอินอิงกล่าว ยิ่งถ้า อู่ อวี้ นำ ‘พลองหมื่น
มังกร’ ออกมาใช้ในพื้นที่ระดับ 5 มันจะยิ่งดึงดูด
สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดเข้ามาหามากขึ้น บางทีมัน
อาจจะมาพร้อมกันในคราเดียว
‘ สิ่งมีชีวิตประหลาด ‘ ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางสวรรค์
ปฐพี กล่าวได้ว่ามันมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโดยตรง
กับมหาวิถีแห่งเต๋าในสวรรค์แลปฐพี
ระหว่างการต่อสู้ อู่ อวี้ ใช้สายตาเนตรเพลิงสังเกต
หลายสิ่งหลายอย่างของมันโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็น
วิธีการโจมตี โครงสร้างร่างกายอันยอดเยี่ยม
บางส่วนของสิ่งมีชีวิตประหลาด ทำให้เขารู้สึกสนอก
สนใจมันเป็นพิเศษ
ประสิทธิภาพในการสังหารของ อู่ อวี้ เหนือกว่าอิน
อิงประมาณสามเท่า ส่วนทางฝั่งของ อินอิง ก็
หัวเราะอย่างมีความสุขพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ หากเป็น
เช่นนี้ต่อไป ก่อนที่ข้าจะบรรลุเข้าสู่ระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 7 ข้าก็จะมีแต้มผลงานมาก
เพียงพอ เจ้ายอดเยี่ยมจริงๆ เจ้าต้องการ…หรือไม่ ?
”
สายตาของนางแพรวพราวเล่นหูเล่นตา ท่าทีของนาง
อาจจะสื่อความหมายแอบแฝงอะไรบางอย่าง?
” ขออภัย ข้าไม่สนใจ” อู่ อวี้ ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
อินอิงยิ้มแล้วเอ่ยว่า ” ข้าหยอกเย้าเจ้าเล่นก็เท่านั้น มี
ผู้ใดไม่รู้บ้างวาเจ้ามีใจให้แก่อิสตรีคนใด ข้ามิกล้าไป
แย่งชิงผู้ชายขององค์หญิงหรอกนะ ”
กล่าวได้ว่าการรวมตัวของพวกเขาทั้งสอง เรื่องของ
ผลประโยชน์ล้วน ๆ หาก อู่ อวี้ ไม่มีนางเขาเองก็ไม่รู้
ว่าจะอยู่ที่ใดตอนนี้ บางทีความสามารถหลายสิ่ง
หลายอย่างอาจถูกเปิดเผยภายใต้สายตาของคน
เหล่านั้นก็เป็นได้
ลึกเข้าไปในพื้นที่ระดับ 5 ต้องพบเจอกับสิ่งมีชีวิต
ประหลาดมากมายไร้สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นสรรพเทวะ
วิญญาณ หรืออสรพิษอัสนีขย้ำที่ปรากฏอยู่ใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล สิ่งมีชีวิตประหลาดเหล่านี้ ก็
ถือกำเนิดขึ้นในพายุพลังฟ้าดินอันเย็นยะเยือกด้วย
เช่นกัน
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ กับ อินอิง เดินอยู่กลางพายุ
ทะเลทรายสีดำ หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปอยู่ใน
สภาพแวดล้อมดังกล่าว คงยากที่จะยืนหยัดต้านทาน
อยู่ได้ ขนาดอินอิงเมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อม
เลวร้ายเช่นนี้ นางต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
เพื่อรักษาสมดุล
“เต๋า”
นี่คือจุดประสงค์ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับการเดินทางของ
อู่ อวี้ มันทำให้เขากระตือรือร้นอยากเข้าสู่ระดับ ก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ โดยเร็วที่สุด
ในบางครั้งเขาก็รู้สึกว่า ยิ่งตนเองกระตือรือร้นมาก
เท่าไหร่ โอกาสก็ยิ่งอยู่ไกลมากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้คิดมากมายเกินไปในเรื่องนี้ แต่ยังคง
เพลิดเพลินไปกับการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตประหลาด ยิ่ง
เข้าไปในพื้นที่ลึกมากใด ก็ยิ่งพบเจอกับสิ่งมีชีวิต
ประหลาดที่ดุร้ายมากยิ่งขึ้น โจมตีรุนแรงหนักหน่วง
มากยิ่งขึ้น ระยะเวลาการต่อสู้ก็ยาวนานขึ้น
ตามลำดับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะ อู่ อวี้
ต้องการค้นหาตัวเองในโลกกว้างใหญ่ไพศาลนี้
“ การคิดใคร่ครวญรู้แจ้งในเต๋าด้วยวิธีนี้ ถือเป็น
แนวทางที่ค่อนข้างแปลกใหม่ อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิต
ประหลาดมีวิถีแห่งเต๋าในตัวของมันเอง หากเจ้า
เข้าใจรูปแบบของมันมากเท่าไหร่ เจ้าก็มีโอกาสที่จะ
ก้าวหน้าเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ด้วยเพราะปัจจุบัน
พื้นฐานฝึกตนในปัจจุบันของเจ้ามันต่ำมากเกินไป
ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่องอะไรเช่นนี้ จึงง่ายดาย
มากยิ่งขึ้น ” การที่นางกล่าวเช่นนี้แสดงว่า อินอิง
ย่อมเห็นจุดประสงค์ของเขาอย่างแน่นอน
ท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมิดหนาวเย็น กายาเพชร
อมตะของ อู่ อวี้ ไม่ได้ต่างจากตะเกียงที่ส่องสว่างอยู่
ท่ามกลางความมืดมิด เมื่อนั้นจะสามารถมองเห็น
ผีเสื้อราตรีจำนวนนับไม่ถ้วนมาห้อมล้อมรอบเปลว
เพลิง
……
“พื้นที่ระดับเจ็ด!”
ท่ามกลางความมืดมิด ต้วนอี้ สวมชุดคลุมสีม่วงยืน
อยู่ที่นี่
” สำหรับข้า มันก็ยังหาใช่พื้นที่ปลอดภัยแต่อย่างใด ”
มันมองเข้าไปยังส่วนลึก ซึ่งยามนี้กำลังยืนอยู่
ท่ามกลางพายุทรายอันมืดมิดที่คมกริบราวใบมีด
เสียงหวีดหวิวคำรามแผดร้องดังก้องไปทั่วทั้ง พิภพ
ต่างมิติ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถแลเห็นได้ในโลกแห่ง
นี้ มีเพียงฝุ่นทรายสีดำทมิฬที่ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่ง
ทุกแห่งหนเท่านั้น
เม็ดทรายสีดำตลบอบอวลฟุ้งกระจาย อยู่ท่ามกลาง
พายุไต้ฝุ่น ความแหลมคมร้ายกาจของมันประดุจดั่ง
ศาสตราที่สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้ ความร้ายกาจของ
มันสามารถฉีกกระชากได้แม้แต่ศาสตราเต๋าวิถีแท้
ทั่วไปเลยทีเดียว
ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว องครักษ์หมิงไห่ ธรรมดา ๆ ไม่
สามารถเข้ามายังพื้นที่นี้ได้ โดยพื้นฐานเมื่อมันยังไม่
พบเจอสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ต้องการ มันก็จะเดินลึก
เข้าไปมากเรื่อย ๆ
” ระหว่างที่ข้าเดินทางเข้ามาในอาณาเขตนี้ อู่ อวี้
มันน่าจะอยู่ในพื้นที่ระดับ 5 ”
สำหรับมันแล้ว อู่ อวี้ ถือเป็นสิ่งแปลกปลอมในพิภพ
ต่างมิติแห่งนี้ ดังนั้นศิลาแสงตะวัน จึงสามารถสัมผัส
‘แหล่งกำเนิดความร้อน’ ที่แผ่ออกมาจากร่างของ
เขาได้
คราแรกที่มันได้พานพบกับ อู่ อวี้ ศิลาแสงตะวันที่
อยู่บนร่างของมันก็มีปฏิกิริยาอย่างรุนแรง แม้จะอยู่
ในถุงจักรวาล ก้อนศิลาก็ยังคงเคลื่อนไหว ต้วนอี้ จึง
มั่นใจว่ามันสามารถใช้ ‘ศิลาแสงตะวัน’ ค้นหา อู่ อวี้
ได้อย่างแน่นอน
เมื่อมันนำศิลาแสงตะวันออกมาจากถุงจักรวาล
เปลวเพลิงที่ลุกท่วมอยู่บนก้อนศิลาก็แปรเปลี่ยน
เปลี่ยนเป็นสีทองทั้งหมด หลังจากค้นหาอยู่ชั่วครู่
เปลวเพลิงก็หันมุ่งตรงไปยังทิศทางเดียว เห็นได้ชัดว่า
นั่นคือตำแหน่งของ อู่ อวี้
ยิ่งเข้าไปใกล้ อู่ อวี้ มากเท่าไหร่ ปฏิกิริยาของศิลา
แสงตะวันยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
” ขั้นตอนต่อไปก็คือการค้นหา ‘มือสังหาร’ ที่
เหมาะสม!”
พื้นที่ระดับ 7 นี้ ถือเป็นอาณาเขตที่อันตรายอย่าง
ยิ่งยวด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมีเพียงขุนพลโย่วหมิงเท่านั้น
ที่เข้ามาในที่แห่งนี้ และสำหรับพื้นที่ระดับ 8 ไป
จนถึงระดับ 9 มีเพียงขุนพลไห่หมิง และ ขุนพล
เทียนหมิงเท่านั้นที่เข้ามาได้ อาจกล่าวได้ว่ายิ่งเข้าไป
ในพื้นที่ลึกมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นดินแดนของพวก
‘สิ่งมีชีวิต ประหลาด’ เข้าไปเท่านั้น
มันถือศิลาแสงตะวันเอาไว้ในมือ พร้อมกับเดินลึกเข้า
ไปมากเรื่อย ๆ กายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้ ถือเป็น
สุดยอด ‘แหล่งกำเนิดความร้อน’ ซึ่งมันเกินกว่าที่ ต้
วนอี้ คาดคิดเอาไว้มาก มันรู้สึกได้ว่ายิ่งเดินลึกเข้าไป
ใกล้มากเท่าไหร่ ศิลาแสงตะวันก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงการ
ดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ มากเท่านั้น
ศิลาแสงตะวัน ถือเป็นวัตถุที่สามารถดึงดูดและสร้าง
ความไม่พอใจให้กับ ‘สิ่งมีชีวิตประหลาด’ ได้อย่าง
ง่ายดาย
ถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่ระดับ 7 แต่การจะค้นหามือ
สังหารที่เหมาะสม ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เนื่องจากมันต้องการค้นหาสิ่งที่แม้แต่ตัวมันเองก็ยัง
ไม่สามารถรับมือได้ และกระทำได้เพียงหลบหนีไป
เท่านั้น!
ตลอดการเดินทางสิ่งมีชีวิตประหลาดที่พบเจอ ถือว่า
ยังไม่ถูกใจมันซักเท่าใดนัก หลังจากเดินลึกเข้ามาได้
ประมาณหนึ่งวัน ทันใดนั้น ไม่ว่าจะเป็นพายุพลังฟ้า
ดิน ทรายทมิฬที่ลอยฟุ้งตลบอบอวล ปลิวว่อนไปมา
อย่างรุนแรง ก็ถูกแช่แข็งทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งลง
เสมือนกับว่าเวลาได้ถูกหยุดเอาไว้
“ เกิดอะไรขึ้น? ”
ต้วนอี้จ้องมองไปยังพื้นที่ระดับ 8 ด้วยความตกตะลึง
มันแลเห็นว่าดินแดนที่อยู่เบื้องหน้าได้ถูกแช่แข็งอยู่
ก่อนแล้ว ทุกสรรพสิ่งล้วนปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็ง
สีดำทมิฬ ดินแดนขนาดใหญ่ได้แปรเปลี่ยนการเป็น
โลกแห่งเหมันต์!
แลเห็นว่าลึกเข้าไปด้านในนั้น มีเงาขนาดใหญ่ปรากฏ
อยู่
“นั่นมัน จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ !”
ชั่วขณะนี้เอง สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความรู้สึก
ซับซ้อนยิ่ง เนื่องจากว่าสิ่งที่อยู่อีกด้านหนึ่งคือ ‘มือ
สังหาร’ ที่เหมาะสมมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่
ทว่า ‘จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ‘ ถือเป็นฝันร้าย
สำหรับกองทัพหมิงไห่เลยก็ว่าได้ แม้กระทั่ง ขุนพล
โย่วหมิง ยังแทบไม่มีผู้ใดสามารถจัดการกับสรรพเท
วะวิญาณอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้เพียงลำพัง
สิ่งมีชีวิตประหลาดในระหว่างเส้นทาง ยังไม่ตรงกับ
ความต้องการของมันเล็กน้อย เนื่องจากว่า อู่ อวี้
ยังไงก็สามารถหลบหนีจากพวกมันได้
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ อยู่เหนือ
ความต้องการของมันเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ไม่
มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือของจักรพรรดิอสูรไปได้
แต่ปัญหาก็คือมันไม่รู้ว่าก่อนจะไปถึง อู่ อวี้ มันจะถูก
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ สังหารไปก่อนหรือไม่!
อาจกล่าวได้ว่ามี สิ่งมีชีวิตประหลาด ที่แข็งแกร่งอยู่
มากมายภายในพิภพต่างมิติ เมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิต
ประหลาดตนอื่น ๆ แล้ว จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
คือกลุ่มสัตว์อสูรที่มีจำนวนอยู่มากสุด
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับ
ความหนาวเย็นสุดขั้ว มันเป็นสรรพเทวะวิญญาณที่
ชื่นชอบความหนาวเย็น ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยเดิน
ทางเข้ามาใกล้นครหมิงอี้เท่าใดนัก อาจเป็นเพราะ
มันคิดว่า นครหมิงอี้ นั้นร้อนมากเกินไป
จากบันทึกภายในกองทัพหมิงไห่ มีคำอธิบาย
เกี่ยวกับจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ เอาไว้ว่า : ไม่ว่า
ไปแห่งหนใด ต่อให้สถานที่แห่งนั้นเป็นมหาสมทุร
แห่งเปลวเพลิง ก็จะถูกแช่แข็งในบันดล อสูรตนนี้
ความหนาวเย็นแบบสุดขั้ว ทั้งยังมีลักษณะนิสัยดุร้าย
เหี้ยมโหด เป็นเสมื่อนดั่งนายเหนือหัวแห่งพิภพต่าง
มิติ!
ต้วนอี้ ล่วงรู้ทันทีว่าเป็นทั้งหมดเป็นเพราะ ศิลาแสง
ตะวัน จึงทำให้มันจึงตกเป็นเป้าหมายเช่นนี้
ถึงแม้ว่ามันจะรู้ดีว่าตนนั้นไม่สามารถควบคุม
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ได้แม้แต่น้อย ทั้งยัง
ทราบอีกว่าตัวมันมีโอกาสตายค่อนข้างสูง ทว่าต้วนอี้
ก็ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้มากนัก!
“อู่ อวี้ นี่คือของกำนัลที่ข้าจะมอบให้แก่เจ้า”
หลังจากกรีดร้องคำราม ชั่วอึดใจต่อ ต้วนอี้ ก็หันหลัง
กลับแล้วพุ่งทะยานไปยังทิศทางที่ศิลาแสงตะวันชี้นำ
ทันที
นั่นคือตำแหน่งของ อู่ อวี้!
ในเวลานี้สามารถได้ยินเสียงร้องคำรามซึ่งเปี่ยมล้นไป
ด้วยโทสะของ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ดังแว่ว
ตามหลังมา อาจเป็นเพราะหลังจากที่มันปรากฏตัว
ออกมาแล้ว ต้วนอี้ ยังคงไม่ยินยอมทิ้งศิลาแสงตะวัน
ไป
ถึงแม้จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ จะสงสัยว่านี่เป็นกับ
ดัก ทว่าตัวมันก็คือสิ่งมีชีวิตประหลาด ที่เปี่ยมไปด้วย
ความกล้าหาญ นอกจากนี้เบื้องหน้าดินแดนอันกว้าง
ใหญ่ อย่างน้อย ๆ ต้วนอี้ ก็ไม่มีผู้ใดคอยช่วยเหลือ
แม้มันจะไล่ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้
ระมัดระวังตัว ตราบใดที่แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยความ
หนาวเย็นของผลึกน้ำแข็ง ก็จะสามารถล่วงรู้ได้ว่ามี
ศัตรูอยู่หรือไม่
ตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาการเผชิญหน้า
กับ กองทัพหมิงไห่ ทำให้มันรู้แจ้งถึงแก่นแท้ของกล
อุบายจากศัตรู
ทว่าสถานการณ์ในวันนี้แตกต่างจากที่เคยเป็น
เล็กน้อย
แม้ว่าสถานการณ์จะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่น่ารังเกียจ
อย่างศิลาแสงตะวันก็ไม่ควรมาปรากฏอยู่ที่นี่
การไล่ล่าท่ามกลางดินแดนกว้างใหญ่!
ไม่ว่าจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ จะมุ่งหน้าไปยัง
ทิศทางใด พายุไต้ฝุ่นก็จะหยุดลง หลังจากนั้นทั่วทั้ง
โลกหล้าก็จะแปรเปลี่ยนเป็นดินแดนแห่งเหมันต์อัน
หนาวเหน็บ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ
บัดนี้ผืนทรายสีดำ ได้แปรเปลี่ยนเป็นผลึกน้ำแข็ง
ทมิฬ ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ทุกอณูพื้นที่ล้วนถูก
แช่แข็ง
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เช่นนี้ อาจดึงดูดความสนใจ
ของผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าในเวลานี้
ภายในพิภพต่างมิติจะมีเหล่ายอดฝีมืออยู่ไม่มากนัก
หาพบศัตรูคนอื่นแม้แต่เพียงผู้เดียว มันจะล้มเลิกการ
ไล่ล่า ต้วนอี้ ทันที
มันพยายามหลบหนีอย่างสุดชีวิต โดยวิ่งหนีจากพื้นที่
ระดับ 7 เข้าสู่พื้นที่ระดับ 6!
” ใกล้แล้ว! มันอยู่ในพื้นที่ระดับ 5! ” ยิ่งเขามาถึงนี้
อุณหภูมิความร้อนซึ่งมาจากศิลาแสงตะวันก็ยิ่ง
ชัดเจนขึ้น ยามนี้เปลวเพลิงอันเร่าร้อนกำลังพวยพุ่ง
ไปยังทิศทางนั้น
เกรงว่าจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ จะเข้าใกล้เกินไป
แม้แต่ศิลาแสงตะวันอันร้อนแรงก็ยังถูกแช่แข็ง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ควรจะอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน ดังนั้น
แม้ว่าจะถูกแช่แข็ง มันก็ยังมุ่งตรงไปยังทิศทางนั้น
ถึงแม้ว่ามันจะไม่พบตัว อู่ อวี้ แต่ไม่ว่าอย่างไร
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ที่อยู่เบื้องหลัง ก็จะ
ค้นพบ อู่ อวี้ เอง
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ