กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 716: วิกฤตแห่งความตาย
ทั้งสองไล่ล่าสิ่งมีชีวิตประหลาด มาได้สองสามวัน
แล้ว
อู่ อวี้ คิดคำนวณสะระตะแล้ว ถึงแม้ว่าผลกำไรที่เขา
ได้รับจะต้องแบ่งปันให้กับอินอิง ถึงกระนั้นเขาก็ยัง
ได้มากกว่าสองร้อยแต้มผลงาน
ซึ่งจำนวนแต้มผลงานที่ได้รับ เพียงพอให้เขาเลื่อน
ตำแหน่งขึ้นเป็น ‘หัวหน้ากองหมู่’ ซึ่งถ้าหากว่าเขา
ต้องการจะเลื่อนขั้นหัวหน้ากองร้อย เขาจะต้องมี
1,000 แต้มผลงาน
หากต้องการเลื่อนยศเป็น หัวหน้ากองพัน จะต้องมี
แต้มผลงานถึง 10,000 แต้ม!
ซึ่งปัจจุบันอินอิงได้สะสมแต้มผลงานได้มากกว่า
8,000 แต้มแล้ว แต่จำนวนดังกล่าวนางต้องใช้เวลา
สะสมมานานกว่าสิบปี
ด้วยเหตุนี้นางถึงมีความสุขนักหนา ที่อยู่ ๆ มีเหยื่อ
ชิ้นโตอย่าง อู่ อวี้ มาช่วยทำให้จำนวนแต้มผลงาน
ของนางเพิ่มขึ้น ส่วนเป้าหมายของนางนั่นก็คือ
สังหารสิ่งมีชีวิตประหลาด เพื่อให้ได้ 10,000 ผลงาน
ดังเป้าหมาย นางคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณสัก 2
ถึง 3 เดือนก็จะครบจำนวน
การที่นางมากับ อู่ อวี้ มีผลกำไรมากกว่าครั้งไหน ๆ
เป็น 10 เท่า!
ด้วยเหตุนี้นางจึงใช้กลวิธีมากมาย เพื่อนหลอกล่อให้
อู่ อวี้ อยู่กับนางภายในพิภพต่างมิติแห่งนี้สักระยะ
หนึ่ง
อันที่จริงสำหรับ อู่ อวี้ เขาเองก็ยังไม่ต้องการออกไป
ด้านนอกเช่นกัน
” ต่อจากนี้ หากในภายภาคหน้าเจ้าต้องการเข้า
มายังดินแดนแห่งนี้อีก ก็ขอให้เจ้ามาหาข้าได้ทุกเมื่อ
อย่าได้เกรงใจ เท่าที่ข้าคิด เจ้าคงอยากจะเลื่อนยศ
ขึ้นเป็นหัวหน้ากองร้อย เจ้าถึงจะสามารถเข้ามาที่นี่
เพียงลำพังได้ ซึ่งเจ้าก็คงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
กว่าจะสะสมแต้มผลงานครบ 800 แต้ม ใน
ประวัติศาสตร์ผู้ที่เข้าร่วมกับกองทัพหมิงไห่ โดย
พื้นฐานแล้วเจ้าถือว่าเป็นผู้สามารถขึ้นเป็นหัวหน้า
กองร้อยได้เร็วที่สุด! ข้าละอิจฉาเจ้ายิ่งนัก แม้แต่ข้า
ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะขึ้นเป็นหัวหน้ากองร้อย! ”
อินอิง พ่นคำหวาน
การที่มีนางมาร่วมไล่ล่าสิ่งมีชีวิตประหลาดด้วย ทำ
ให้บรรยากาศมีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อยทีเดียว
หลังจากเดินทางกับนางมาพอสมควร อู่ อวี้ ก็รู้ว่า
นางมีนิสัยใจคอของนางไม่เลวเลย นางเป็นคน
กระตือรือร้นน่ารักสดใส อีกทั้งภายในใจลึกๆของ
นางก็ไม่ใช่คนเลวร้าย ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้เห็นว่า
นางจะมีจิตใจฝักใฝ่ทางด้านมืด ถ้าให้กล่าวนางออก
จะค่อนไปทางตรงไปตรงมากล้าหาญเสียด้วยซ้ำ ซึ่ง
อุปนิสัยเหล่านี้ค่อนข้างแตกต่างจากพี่ชายฝาแฝด
ของนางมากมายทีเดียว
อินเสวียนมักจะใช้โทสะรุนแรง เพื่อตอบสนองความ
ต้องการของตนเอง
ดังนั้นในระหว่างการเดินทางร่วมกับบนาง รวมถึง
ร่วมมือต่อสู้มาแล้วหลายร้อยครั้ง ในทุก ๆ ครั้งนาง
จะทุ่มเทความพยายามในการต่อสู้ ไม่ใช่เพียงแค่นั่ง
รอนอนรอแบ่งปันผลงานสบาย ๆ
” ข้าต้องการเป็นหัวหน้ากองพัน เผื่อว่าคนในตระกูล
ของข้าจะเห็นข้ามีคุณค่ามากขึ้น พวกเขาทั้งหมด
ล้วนให้ความสำคัญกับบุรุษเพศ โชคดีที่ท่านปู่ของข้า
ไม่เป็นเหมือนพวกเขา ท่านพี่อินเสวียนได้ทรัพยากร
ฝึกฝนบำเพ็ญตนมากมายมาตั้งแต่ยังเยาว์ ไม่ต้อง
ลำบากลำบนดิ้นรนพยายามเช่นดังข้ายามนี้ ”
แท้จริงแล้วนางก็กำลังแข่งขันอยู่กับ อินเสวียน ด้วย
เช่นกัน การที่นางเป็นอิสตรีแล้วถูกเพิกเฉยไม่มีผู้ใด
เหลียวแล การที่นางกล้าเข้าร่วมกองทัพหมิงไห่ก็
นับว่านางมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมากแล้ว
ถ้าให้บอกตามตรง การที่นางร่วมมือกับ อู่ อวี้ ไล่ล่า
สิ่งชีวิตประหลาด ชั่วขณะหนึ่งยังแอบคิดว่า แม้แต่
อินเสวียนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง
นอกจากนี้พื้นฐานฝึกตนของนาง จวนเจียนจะเข้าสู่
ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ ขั้นที่ 7 เต็มที ฉะนั้นการที่
นางจะขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้ากองพันก็ไม่ไกลเกินเอื้อม
เพื่อจะให้บรรลุสู่เป้าหมายของนาง นางไม่ได้ใช้เส้น
สายหรือชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลไต่เต้าแม้แต่น้อย
ภายภาคหน้านางอาจจะเป็นเช่นดั่งขุนพลไห่หมิง
หรือ ขุนพลเทียนหมิงก็อาจเป็นไปได้
” นานหลายปีแล้ว ที่ครอบครัวข้าเฝ้ายกย่องชื่นชม
บุรุษเพศเป็นพิเศษ ในที่สุดก็มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองให้
พวกเขาเห็นว่าเป็นหญิงก็ไม่ได้ด้อยกว่าชายอกสาม
ศอก ข้าคงต้องขอบคุณเจ้ามาก ๆ ที่ทำให้ข้ามี
โอกาส” อินอิง กล่าวด้วยความซาบซึ้งจากใจจริง
” เมื่อเพียรพยายาม ก็ต้องได้ผลตอบแทน
สมน้ำสมเนื้อ เสมือนดั่งคำกล่าวที่ว่า ความพยายาม
อยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ” การที่ อู่ อวี้ กล่าว
เช่นนี้ไม่เพียงแค่ให้กำลังใจนางเท่านั้น แต่เขาก็ยัง
เตือนตนเองอีกด้วย
” เป้าหมายของเจ้าคืออันใด ไฉนต้องพยายามถึง
เพียงนี้? เพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างกับองค์หญิงโย่วเสี่ย
อย่างเปิดเผยเช่นนั้นแล้วหรือ? ” อินอิง ไต่ถามด้วย
ความอยากรู้
อู่ อวี้ หัวเราะแล้วตอบนางว่า ” อย่าได้พูดเช่นนั้น ข้า
กับองค์หญิงเป็นแค่เพียงสหายที่มีมิตรภาพดีต่อกัน
หาได้เกี่ยวกับความรักใคร่ฉันท์ชู้สาว ”
ส่วนอีกหนึ่งในเป้าหมายของเขาก็คล้าย ๆ กับที่อิน
อิงกล่าว ทว่าเป้าหมายที่ว่านั้นหาใช่โย่วเสี่ย แต่คือ
อีกสิ่งหนึ่ง ที่เป็นเสมือนดั่งแรงผลักดันของ อู่ อวี้ สิ่ง
ที่เป็นเสมือนหนึ่งตราประทับอยู่ในจิตใจของเขา
“มันคืออะไร รีบบอกมาเลยนะ ข้าไม่ชอบการเดา!”
“เซียนอมตะ”
” จงอย่าพูดพล่อย ๆ การจะกลายเป็นเซียนอมตะ
มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น! ”
ขณะที่ อู่ อวี้ จดจ่อกับการค้นหาสิ่งมีชีวิตประหลาด
ในเวลานี้สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนบอกเขาถึง
อันตราย ท่ามกลางความมืดมิด จิตใจของเขาสัมผัส
ได้ถึงความเย็นยะเยือก ที่พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย!
ในแง่นี้เห็นได้ชัดว่าเขาตอบสนองได้ว่องไวกว่า อินอิง
มากนัก
เขาสังเกตเห็นว่ารอบ ๆ บริเวณของเขาในช่วงเวลานี้
ซึ่งเดิมทีเต็มไปด้วยพายุไต้ฝุ่น ม้วนตลบไปด้วยทราย
สีดำทมิฬ บัดนี้ทุกสรรพสิ่งกลับหยุดนิ่งลง ราวกับว่า
โลกทั้งใบถูกแช่แข็ง แม้แต่เวลาก็ยังคงนิ่งค้าง ทรายสี
ดำทั้งหมดนั้นถูกแช่แข็งลอยค้างอยู่กลางอากาศ
ไม่ว่าจะเป็น อู่ อวี้ หรือ อินอิง ได้ตกอยู่ในความ
หนาวเย็นอย่างสุดขั้ว ทุกสรรพสิ่งนิ่งค้างไม่อาจ
เคลื่อนไหว ความเย็นนี้ยะเยือกแผ่ขยายลึกลงไปยัน
กระดูกสันหลัง สามารถกัดกินทำให้ผู้คนหมดสติลง
ได้ทันที
“นี่มันอันใด?” เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้น
อย่างกระทันหันมากเกินไป มันทำให้ อู่ อวี้ ถึงกับนิ่ง
อึ้งตะลึงไปชั่วขณะ
เขาใช้เนตรเพลิงมองลึกเข้าไปยังทิศทางที่เกิดเหตุ
ภายในทิศทางนั้นเขาเห็นเงาขนาดใหญ่ตะคุ่ม ๆ ยืน
อยู่ เหมือนก้อนเมฆาขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันอย่าง
หนาแน่นบนท้องนภา ซึ่งกำลังปะทุขึ้น
ในช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ กำลังกวาดสายตามองโดยรอบ
ทันใดนั้นท่ามกลางความมืดสลัว เขาได้เห็นเงาร่าง
หนึ่งกำลังยืนอยู่บนทรายสีดำ
บางทีหากเขาขยับไปด้านหน้าอีกเล็กน้อย เขาคงจะ
สามารถมองเห็นสิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นถนัดชัดเจนยิ่งขึ้น
ถึงแม้นตอนนี้ยากที่จะรู้ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่
ความรู้สึกถึงความตายกำลังมาเยือนนั้นชัดเจนแจ่ม
แจ้งเป็นอย่างยิ่ง
เมฆาสีดำขนาดใหญ่แผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งท้องนภา
มันคือสรรพเทวะวิญญาณ เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาด!
สิ่งสำคัญคือ อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันกำลังมีโทสะแล้วก็
หงุดหงิดเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นมันกำลังระบุ
เป้าหมายมาที่ตัวเขา!
ราวกับว่าการปรากฏตัวของเขา ทำให้มันมีโทสะ
เกรี้ยวกราดจนไม่อาจทานทนระงับเอาไว้ได้อีกต่อไป
ประหนึ่งว่าเขาไปล่วงล้ำเขตแดนของมันก็ไม่ปาน มัน
ต้องการสังหาร อู่ อวี้ ความแข็งแกร่งของมันน่า
สะพรึงกลัวอย่างไม่เคยปรากฏขึ้นในประวัติการณ์
ทว่าเวลานี้มันสายเกินไปที่จะคิด เพราะเหตุใด
สิ่งมีชีวิตประหลาดอันทรงพลังเช่นนี้ถึงมาปรากฏขึ้น
ที่นี่ แล้วเพราะเหตุใดมันถึงระบุเป้าหมายมาที่ตนเอง
หากลังเลแม้แต่เพียงเล็กน้อย อู่ อวี้ คงโดนความตาย
หยิบยื่นมาให้ถึงที่เป็นแน่
ร่างดำทะมึนขนาดใหญ่ที่สูงขึ้นไปจนถึงท้องเวหา ทำ
ให้ อู่ อวี้ หวนลำลึกถึงข้อมูลของสิ่งมีชีวิตประหลาด
ชนิดหนึ่ง เจ้าตัวนี้มันถูกเรียกว่า ‘ จักรพรรดิอสูร
แดนเหมันต์’ ซึ่งคำอธิบายก็เป็นไปตามชื่อของมัน
โดยทั่วไปสิ่งมีชีวิตระดับ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
จะอยู่ในพื้นที่ระดับ 8 หรือไม่ก็ระดับ 9 เรื่องราวของ
มันถูกบันทึกไว้ในตำราเก่าแก่โบราณ จักรพรรดิอสูร
แดนเหมันต์ เป็นสรรพเทวะวิญญาณธาตุเย็น มันถือ
กำเนิดท่ามกลางพายุหิมะอันหนาวเหน็บ ว่ากันว่า
พลังต่อสู้ของมันน่าสะพรึงกลัวเป็นยิ่งนัก ร่ำลือกันว่า
มีเพียงผู้ที่อยู่ในอาณาจักรสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
เท่านั้น ถึงมีทางเอาชนะ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
ได้
ต่อให้ผู้ที่เผชิญหน้ากับมันเป็นระดับขุนพลไห่หมิง
หรือแม้แต่ขุนพลโย่วหมิงก็ตามที หากต้องพบเจอกับ
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์สิ่งที่ควรจะทำก็คือ
หลบหนีให้เร็วที่สุด โดยไม่ต้องกล่าวถึง อู่ อวี้ กับ อิน
อิง ที่ยังไม่ได้อยู่ในขั้นหัวหน้ากองพันเลยด้วยซ้ำ
ความน่าสะพรึงกลัวของ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
มากมายอย่างสุดซึ้ง หากต้องการพิสูจน์ความ
แข็งแกร่งของมันเกรงว่าคงต้องใช้ชีวิตแลความตาย
ในการพิสูจน์เป็นแน่แท้
สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ สิ่งมีชีวิตประหลาดระดับ
จักรพรรดิเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาปรากฏตัวอยู่
ภายในพื้นที่ระดับ 5 แล้วไฉนอยู่ ๆ มันถึงมาปรากฏ
ตัวขึ้นที่นี่ได้?
บางทีอาจจะอาจจะเกี่ยวข้องกับ เงาที่เพิ่งหลบหนีไป
ก็เป็นได้!
ทว่าเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่มีเวลามาใคร่ครวญคิดถึงข้อ
สงสัยนี้ เขาทราบดีว่าการโจมตีจาก จักรพรรดิอสูร
แดนเหมันต์ นั้นน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด เขายังรู้
ด้วยว่ามันแข็งแกร่งพลังขนาดไหน บัดนี้มันกำลังจ้อง
มองเขาตาเขม็ง บางทีอาจเป็นเพราะความร้อนที่เผา
ผลาญภายในร่างของเขา ได้ไปดึงดูดความสนใจของ
มันเข้าโดยบังเอิญ เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายในการมา
ครั้งนี้ของมันก็คือ ตัวเขา!
เมื่อคิดทบทวนย้อนกลับไป เขาจดจำได้ว่าจักรพรรดิ
อสูรแดนเหมันต์ นั้นมีพลังอิทธิฤทธิ์มากมาย
หลากหลายชนิด เมื่อใดก็ตามที่ถูกมันโจมตี เขา
จะต้องถูกมันสังหารเป็นแน่แท้
เมื่อใคร่ครวญถึงจุดนี้ การตอบสนองอย่างรวดเร็ว
ที่สุดของ อู่ อวี้ ก็คือการ ‘หลบหนี’ ให้เร็วและไกล
ที่สุดเท่าที่จะทำได้
สำหรับสิ่งมีชีวิตระดับจักรพรรดิ เขาไม่สามารถเก็บ
เกี่ยวแต้มผลงานได้
ถึงกระนั้นยามนี้ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ อยู่ใกล้
กับเขามาก แม้ร่างกายของอีกฝ่ายจะใหญ่โตมากก็
ตามที ทว่าการเขยื้อนเคลื่อนไหวของมันแต่ละครั้ง
ช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นยิ่งนัก
ในขณะเดียวกันเอง อู่ อวี้ ก็แหงนหน้าขึ้นไปมอง
เมฆาทมิฬบนท้องเวหา ที่บัดนี้ได้แหวกฝ่าเปิดเป็นรู
โหว่ขนาดใหญ่ เสมือนดั่งสายวารีทมิฬขนาดใหญ่ ที่
ปะทุออกมาราวเคลื่อนแตก ไหลหลากลงมาจากฟ้า
เสมือนดั่งสายวารีที่เทโหมกระหน่ำลงมาจากสวรรค์!
นี่ไม่ใช่เพียงห่าพิรุณทั่วไป แต่สิ่งนี้คือแก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ของมัน! ซึ่ง อู่ อวี้ ก็จดจำไม่ได้ว่ามันมีนาม
ว่าอะไร
“หนี!”
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า วิกฤติอันตรายถึงตายจะ
เกิดขึ้นในพิภพต่างมิติรวดเร็วถึงเพียงนี้
ในชั่วพริบตานี้ อู่ อวี้ ควบคุมเมฆาตลบฟ้าพุ่งทะยาน
ถอยออกมาทันที หากปล่อยให้สายเกินไป แล้ว
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์เข้ามาใกล้มากกว่านี้
สถานการณ์ก็อาจจะเลวร้ายมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นเขาจึงจะทำได้เพียง ใช้ออกด้วยเมฆาตลบฟ้า
ขั้นที่ 2 เท่านั้น
ถึงแม้ว่าจะต้องทิ้งอินอิงเอาไว้ แต่ อู่ อวี้ ก็ไร้ซึ่ง
ทางเลือกอื่น ประการแรก เนื่องจากการเดินทาง
ร่วมกันในครั้งนี้ระหว่างเขากับ อินอิง เป็นเพียง
มิตรภาพอันตื้นเขินเท่านั้น อู่ อวี้ ไม่สามารถเสี่ยง
ชีวิตเพื่อนางได้ ประการที่สอง ด้วยสถานการณ์
วิกฤตที่เกิดขึ้นในยามนี้ อู่ อวี้ สงสัยว่ามันเกี่ยวข้อง
กับนาง มิฉะนั้นนอกจากนางแล้ว มีผู้ใดบ้างที่ล่วงรู้
ว่าเขาอยู่ที่นี่?
ประการที่สามเป้าหมายของ จักรพรรดิอสูรแดน
เหมันต์ มุ่งเป้าหมายที่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น หาก
เขาหลบหนี แล้วล่อให้จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
ติดตามมาด้วย บางทีมันอาจจะทำให้นางปลอดภัย
เนื่องจากช่วงเวลาอันกระชั้นชิด ทั้งยังมีตัวแปรมาก
เกินไป เขาจึงไม่มีเวลาครุ่นคิดอันใดมากนัก ชั่ว
ขณะที่สายวารีทมิฬโหมกระหน่ำเทลงมาจากฟากฟ้า
ทันใดนั้นเขาก็ใช้พลังอิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้า ผสาน
หลอมรวมเป็นหนึ่งกับร่างกายของตนเอง จากนั้นก็ตี
ลังกาพลิกตลบ พุ่งทะยานเข้าสู่อีกโลกหนึ่งในชั่ว
พริบตา
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงการทะลวงฝ่ามิติ!
เขาหันหลังกลับไปมอง โดยที่ไม่อาจประเมินได้ว่า
ตนเองนั้นหลบหนีมาไกลแค่ไหน หลังจากการตีลังกา
พลิกตลบเสร็จสิ้น เขาก็พบว่าตนเองนั้นได้มาปรากฏ
ตัวในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งดูจากสภาพของการหมุน
วนของพายุพลังฟ้าดิน มันควรจะเป็นพื้นที่ระดับ 3!
เขาไม่คาดหวังว่าการตีลังกาพลิกตลบเพียงครั้งเดียว
เขาจะมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เมฆาตลบฟ้าช่างยอด
เยี่ยมน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ถึงแม้เขาจะได้พบกับ
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รับ
บาดเจ็บแม้แต่น้อย
ทันทีที่เข้ามาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เขาก็คาดการณ์ว่า
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ คงจะไม่สามารถจับ
ตำแหน่งติดตามเขามาได้อีก เมื่อถึงดินแดนแห่ง เขา
ก็ยังไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น อู่ อวี้ รู้สึกได้
ว่าจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ไม่สามารถติดตามเขา
มาได้ ถึงแม้ว่ามันจะตามมาได้ทัน เขาก็แค่ตีลังกาหนี
ไปอีกครั้งเท่านั้น
หลังจากที่ อู่ อวี้ หลบหนีมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ มันก็
ทำให้เขารู้สึกกังวลถึงอินอิงอยู่ไม่น้อย
” ไม่น่าจะใช่ นางไม่ใช่คนเช่นนั้น นางไม่น่าจะมีส่วน
เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้นตอทั้งหมดอาจมาจากข้า ”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ควบคุมสั่งให้เมฆาตลบฟ้ามุ่ง
ไปยังทิศทางที่ต้องการอย่างรวดเร็ว การที่เขาไม่ได้
ผสานหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเมฆา แล้วกระโดดฝ่า
ทะลุมิติกลับไปในทันที ประการแรกเขาไม่สามารถ
ระบุตำแหน่งภายในพิภพต่างมิติได้ ซึ่งก็มีความ
เป็นไปได้สูงว่าอาจจะย้อนกลับไปยังตำแหน่งเดิม
และถูกจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์สังหารจนตกตาย
ด้วยความเร็วระดับทะลุมิติของเมฆาตลบฟ้า อู่ อวี้
ใช้เวลาไม่นานนักก็ใกล้จะกลับมายังตำแหน่งเดิม
เขาจึงรู้ว่าจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ก็ได้มาที่นี่
เช่นเดียวกัน การเคลื่อนไหวของมันยังคงสร้าง
ผลกระทบขนาดใหญ่ สภาพแวดล้อมในทุก ๆ พื้นที่
ที่มันไปเกิดการเปลี่ยนแปลงวุ่นวาย ในช่วงเวลานี้
สามารถได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังมาจากทิศทางของ
นครหมิงอี้ เสียงนั้นดังชัดเจนหนักแน่นมาก มันเป็น
เสมือนดั่งการแจ้งเตือนบอกว่าให้หัวหน้ากองพัน
ถอนกำลังออกจากพื้นที่ แล้วรีบกลับไปยังนครหมิงอี้
โดยเร็วที่สุด
ระหว่างเข้าใกล้พื้นที่ระดับ 5 ทันใดนั้นเขาก็ได้เห็น
ยันต์แสงทำลายรัตติกาลปรากฏขึ้นอยู่มากมาย คาด
ว่าคงมีผู้ใดพบเห็น ‘ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ‘
แล้วรีบหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
เบื้องหน้าของเขามิได้ถูกแช่แข็ง ซึ่งเป็นไปได้ว่า
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ อาจจะไม่พบเห็นตนเอง
เขายังคงเคลื่อนไหวเดินหน้าด้วยความหวาดกลัวลึก
เข้าไปในพิภพต่างมิติ หลังจากกลับสู่ตำแหน่งเดิม
เขาก็ไม่เห็นจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์อีก
อย่างไรก็ตามบริเวณนี้ยังถูกปกคลุมเต็มไปด้วยผลึก
เหมันต์! มีผลึกน้ำแข็งสีดำปรากฏให้เห็นอยู่ทุกหนทุก
แห่ง การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวก็คือ ทรายสี
ดำที่ถูกแช่แข็งลอยค้างอยู่กลางอากาศ ในเวลานี้มัน
ได้ร่วงหล่นลงสู่พื้นแล้ว
” ทุกคนจงระวัง! จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์เข้ามายัง
พื้นที่ระดับ 5! จงรีบหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้
รีบถอนตัวออกจากนครหมิงอี้โดยเร็วที่สุด ” ข้อความ
นี้แพร่ขยายเป็นวงกว้างจากค่ายกลอย่างรวดเร็ว
เสียงเตือนให้รีบถอนตัวนี้ ดังออกจากมาจากนครห
มิงอี้ ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ได้ยินเช่นกัน
เขากำลังมองหาร่องรอยของอินอิง ซึ่งเขารู้สึก
สังหรณ์ไม่ดีเอาเสียเลย
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ