กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 718: กองทัพรัตติกาลทมิฬ
นครหมิง ค่ายทหารผลาญนภา
กง เสิ่นจุน และคนอื่นๆ กำลังสนทนากันอย่างรื่นเริง
แต่ละคนผลัดเปลี่ยนออกมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์
การฝึกตนของตนเอง กล่าวถึงช่วงเวลาที่ตื่นเต้น และ
ยังถกเถียงเกี่ยวกับการฝึกตนกันและกัน
ไม่ว่าจะถกเถียงกันแพ้หรือชนะ แต่ท้ายที่สุดก็ยัง
สามารถเก็บเกี่ยวบางสิ่งบางอย่างได้อยู่ดี
ยามนี้พวกมันกำลังรอคอยข่าวดีจาก ต้วนอี้
“เกือบจะได้เวลาที่ ต้วนอี้ จะกลับมาแล้ว”
“ใช่ ข้าหวังว่าจะมีข่าวดีกลับมาโดยเร็ว”
ทุกคนอดทนรอคอยจนกระทั่งถึงตอนนี้
แน่นอนการที่ ต้วนอี้ ลงมือด้วยตัวเอง มันได้ทำให้ทุก
คนวางใจยิ่ง
แม้ว่าอายุของทุกคนจะไม่ต่างกันมาก อย่างไรก็ตาม ต้
วนอี้ ก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกมัน จึง
เป็นเพียงคนเดียวที่เหมาะสมจะทำเรื่องนี้
อินเสวียน หัวเราะแล้วกล่าวขึ้น “ดูความกระตือรือร้น
ของพวกเจ้าสิ มันจะมีสิ่งใดให้กังวลอีกเล่า เดี๋ยวเขาก็
กลับมาแล้ว”
มีคนถามขึ้น “อินเสวียน แล้วน้องสาวของเจ้าที่อยู่ข้าง
กายของ อู่ อวี้ ล่ะ ต้วนอี้ หลอกล่อ สิ่งมีชีวิต
ประหลาด ที่จะต้องแข็งแกร่งมากๆมาอยู่แล้ว ไม่เป็น
กังวลเลยรึ?”
อินเสวียน หุบยิ้มของมัน แล้วกล่าวว่า “หากช่วยเหลือ
พี่ชายจัดการศัตรูของหัวใจ ถึงนางจะต้องทุกข์ทรมาน
ก็ย่อมไม่มีอะไรให้เป็นกังวล และอีกอย่างนางจะได้ไม่
ต้องมาทำตัวหน้ารำคาญต่อหน้าข้าอีกด้วย”
ขณะที่เพิ่งกล่าวจบ ต้วนอี้ ก็กลับมาพอดี ทุกคนส่ง
เสียงตะโกนและยกจอกสุราขึ้น แต่เมื่อมองดูไปแล้ว สี
หน้าของ ต้วนอี้ ก็ไม่สู้ดีนัก
“ท่านล้มเหลว?” ทุกคนถามอย่างกังวล
ต้วนอี้ ดื่มสุราเข้าไป จากนั้นก็กระแทกจอกลงบนโต๊ะ
พร้อมกล่าวว่า “ไม่ง่ายนัก โชคร้ายดันไปพบกับ
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการ
จะบังคับมันได้ ย่อมไม่มีทาง!”
“จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์! ไอเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาด
นั่นน่ะเรอะ! มันติดเบ็ดท่านรึนี่! หากเป็นอย่างว่า
เช่นนั้นก็คงจัดการสบายไปแล้วนี่” กง เสิ่นจุน ถาม
อย่างสงสัย
ต้วนอี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เจ้าคิดว่ามันง่าย
เช่นนั้น? พิภพต่างมิติไม่ใช่สถานที่ของคน! ยิ่งไปกว่า
นั้นเดิมทีปัญหาไม่ใช่ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ข้าได้
ล่อ จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ไปหา อู่ อวี้ แล้ว ซึ่งมัน
จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ใครจะคิดว่ามันกลับ
สามารถหลบหนีได้จนหายไปอย่างฉับพลัน แถมข้ายัง
ได้รับข่าวมาว่าบัดนี้มันไปโผล่อยู่ที่นครหมิงอี้แล้ว เห็น
ได้ชัดว่ามันยังไม่ตาย!”
“ทำไมมันเก่งกาจถึงเพียงนี้? มันทำได้อย่างไรกัน?
การที่มันสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของจักรพรรดิ
อสูรแดนเหมันต์ได้ ถือว่า อู่ อวี้ ผู้นี้เก่งกาจเกินคาดไป
แล้ว!”
“ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! บนร่างคนผู้นี้มีความลับซุกซ่อน
อยู่มากมายจริงๆ! ไม่แปลกใจที่มันจะเย่อหยิ่งได้! ทั้ง
ยังมีวิธีการที่จะเอาตัวรอดอีกด้วย!”
“นั่นเป็นถึงจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์เลยนะ มันจะ
เป็นไปได้อย่างไร! ท่านเห็นมันหายตัวไปด้วยตาของ
ท่านเองหรือไม่?”
ต้วนอี้ เอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ไม่สู้ดีนัก “ในเมื่อมันมา
ปรากฏตัวอยู่ที่นครหมิงอี้แล้วมันจะตายได้อย่างไร?”
แม้ว่าทุกคนจะไม่เชื่อ แต่ยามนี้จึงไม่มีทางเลือก กง
เสิ่นจุน กัดฟันกล่าวออกมา “นี่ถือว่าโชคมันยังดีอยู่
แต่อย่างไรก็ตามมันกล้ามาสร้างความขุ่นเขืองกับพวก
เรา ทั้งยังแสดงออกว่าตัวมันซุกซ่อนความลับมากมาย
ขนาดนี้ ต่อให้องค์หญิงคอยปกป้องมันอยู่ ข้าก็ไม่เชื่อ
ว่ามันจะหลุดพ้นจากการไล่ล่าของพวกเราได้! ครั้ง
ต่อไป พวกเราไม่ต้องลงมือด้วยตนเอง ข้าได้ว่าจ้างบาง
คนเอาไว้ ถึงกับต้องเสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย มันไม่มี
ทางรอดอย่างแน่นอน”
“อืม”
“ข้าจะรอดูว่าครั้งนี้มันจะยังหลบหนีได้อยู่อีกหรือไม่
หากเราทำการวางหลุมพลางทำให้มันไร้ซึ่งทาง
หลบหนีจะเป็นการดีที่สุด”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” เมื่อ ต้วนอี้ กล่าวก็หันหน้ามองไป
ทาง อินเสวียน กล่าวว่า “จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์มี
เคล็ดแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า ‘ผลึกน้ำแข็ง
นิรันดร์’ เมื่อโดนเคล็ดแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์นี้
ชีวิตของคนผู้นั้นจะถูกแช่แข็งเอาไว้ เนื่องจากว่า อิน
อิง หนีไม่ทัน ทำให้ต้องติดอยู่ภายใต้เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้”
“ว่ายังไงนะ!” อินเสวียน ยืนขึ้นอย่างฉับพลัน หอบ
หายใจถี่และมองไปยัง ต้วนอี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ
แทบจะพุ่งทะยานออกไป
“ผลึกน้ำแข็งนิรันดร์! บนโลกใบนี้มีอยู่ไม่กี่คนที่จะ
สามารถทำลายมันได้! ต้วนอี้ เจ้าทำงามหน้านัก ถึงกับ
ทำให้น้องสาวของข้าเป็นเช่นนี้ เจ้ามันไร้ค่า”
ต้วนอี้ กล่าวว่า “เจ้าอย่าได้เสแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา
ออกมาเลย ใครบ้างจะไม่รู้ว่าเจ้าปรารถนาให้มันลง
เอยเช่นนี้?”
เห็นได้ชัดว่า อินเสวียน ค่อนข้างรู้สึกกับน้องสาวผู้นี้
เป็นหนามยอกอก
อินเสวียน แสยะยิ้มแล้วกล่าวว่า “แม้ว่าข้าไม่เห็นพ้อง
ต้องกันกับนางสักเท่าไหร่นัก แต่นางก็เป็นถึงน้องสาว
ของข้า ยิ่งไปกว่านั้นนางก็ยังอยู่ในตระกูลของข้า ทั้ง
ยังมีบางคนที่ให้การสนับสนุนนาง ครั้งนี้ถือว่ามันเป็น
เรื่องใหญ่นัก หากว่าบิดาของข้าออกไปทำการ
ตรวจสอบด้วยตนเอง เกรงว่าย่อมเกิดความขุ่นเคือง
ต่อเราเป็นแน่! เพราะนอกจากพวกเราแล้วยังมีใครที่
จะมีข้อขัดแย้งกับ อู่ อวี้ อีก”
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ ทุกคนก็รู้สึกเป็นกังวล กังวลว่าจะถูก
ล้างแค้น กังวลว่าจะต้องออกมารับผิดชอบ สุดท้าย
แล้วพวกมันเป็นคนที่ชักนำสิ่งมีชีวิตประหลาดภายใน
พิภพต่างมิติโดยพลการ ซึ่งมันเป็นเรื่องต้องห้าม
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ได้รับเคราะห์ก็คือ อินอิง
“หากรู้ว่าข้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ บิดาของข้า
จะต้องจัดการข้าอย่างแน่นอน!”
เมื่อเห็นว่าพวกมันหวาดผวา ต้วนอี้ จึงกล่าวออกมาว่า
“ข้าเป็นคนลงมือเอง ข้ายังไม่กังวลเลย แล้วพวกเจ้า
จะกังวลไปไย อู่ อวี้ ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของข้า ทั้งยัง
ไม่มีใครมีหลักฐานโยงมาถึงเรา ไม่ว่ายังไง อู่ อวี้ ก็ไม่
สามารถสาวถึงตัวพวกเจ้าได้ วางใจเถอะ”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ พวกมันก็ถอนหายใจออกมาด้วยความ
โล่งอก
แต่ทว่า อินเสวียน ก็ยังคงไม่สบายใจ กล่าวว่า “ไม่ว่า
จะกล่าวอย่างไร หากตระกูลข้ารู้ว่าเรื่องนี้มีส่วน
เกี่ยวข้องกับข้า ข้าจะต้องคงจะต้องถูกลงโทษร้ายแรง
อย่างแน่นอน ข้าคิดว่าเจ้าจะมีความสามารถ ไม่ใช่
ล้มเหลวเช่นนี้”
ประโยคสุดท้ายเห็นได้ชัดว่ามันเพ่งเป้ามาที่ ต้วนอี้
แน่นอนว่าเดิมทีพวกมันก็เป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว
เมื่อกล่าวจบ มันก็เดินตรงไปกระชากคอเสื้อของอีก
ฝ่าย ทำให้ทุกคนมองหน้ากันเลิกลั่ก
ต้วนอี้ ยิ้มขึ้นและกล่าวว่า “หลานชายของ อิน กั๋วกง
ทำไมถึงเป็นคนที่ไม่เอาไหนเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้า
จะกลัวแม้กระทั่งน้องสาวของตัวเอง”
ทุกคนยกยิ้มขึ้นอย่างเจื่อนๆ แต่ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา
แน่นอนว่าพวกเขาแต่ละคนหาจังหวะเร่งรีบจากไป
หากยังเหลือคงรั้งอยู่ที่นี่ มันอาจจะเกิดปัญหาได้
………………..
คฤหาสน์ตระกูลอิน ตั้งอยู่บนนครหมิงฝั่งตะวันออก
ที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนตำแหน่งที่ดีที่สุดของนครหมิงแห่ง
หนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ที่แห่งนี้ไม่ใช่ฐานที่มั่นของ อิน กั๋วกง
อิน กั๋วกง เป็นผู้บัญชาการ ‘กองทัพรัตติกาลทมิฬ’
ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดกองทัพหลักของจักรวรรดิเป่ยหมิง
ซึ่งประจำการอยู่ทางฝั่งตะวันออกของจักรวรรดิเป่ย
หมิง
ยามที่ อิน กั๋วกง ปรากฏตัวอยู่ในนครหมิง ก็จะไม่รั้ง
อยู่นานจนเกินไป การมาของ อู่ อวี้ ในครั้งนี้ ประจวบ
เหมาะกับที่ อิน กั๋วกง ไม่ได้อยู่ภายในคฤหาสน์ตระกูล
อิน คนที่ปกครองที่แห่งนี้จึงกลายเป็น บิดาของ อิน
เสวียนกับอินอิง
อู่ อวี้ ได้เดินผ่านพระราชวังจักรพรรดิหมิง มายัง
คฤหาสน์ตระกูลอิน แต่เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวกองกำลัง
ที่ประจำการอยู่ภายในที่แห่งนี้
ยามนี้ภายในคฤหาสน์ตระกูลอิน ก็ได้รับข่าวมา
เรียบร้อยแล้ว คนจำนวนมากจึงมารอคอยอยู่ที่ด้าน
นอกของคฤหาสน์ ขณะนี้ อินหยาง นำ ‘ผลึกน้ำแข็งนิ
รันดร์’ กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลอิน
ตระกูลอินถือเป็นตระกูลอันดับต้นๆของจักรวรรดิเป่ย
หมิง มีกองกำลังกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ไม่เพียงแต่มี
รากฐานอยู่ที่ ‘กองทัพรัตติกาลทมิฬ’ เท่านั้น
ตัวอย่างเช่น อินหยาง ที่ได้เลือกทางเดินอื่น ได้รับ
ตำแหน่งเป็นถึงขุนพลไห่หมิง ภายในกองทัพหมิงไห่
ซึ่งก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ในคราวนี้ อู่ อวี้ ได้เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนที่อยู่ในอันดับ
ต้นๆของจักรวรรดิเป่ยหมิงจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคน
ล้วนฝึกตนมาเป็นเวลาไม่น้อย พวกเขาน่าจะอยู่ในช่วง
วัยกลางคนที่ถือว่าอยู่ในช่วงที่ดีที่สุด
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น!” การกลับมาในครั้งนี้ทำให้ อินห
ยาง ถูกรุมล้อม
อินหยางไม่กล่าวสิ่งใด จากนั้นเร่งนำการป้องกันชั้น
แรกออกให้ทุกคนเห็น ในเวลาเดียวกันก็อธิบายถึงสิ่งที่
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้าคนเหล่านี้ มันถึงกับทำให้เขา
หายใจแทบไม่ค่อยออกจริงๆ เนื่องจากว่าทั้ง 10 คนนี้
ภายในนั้นยังมีผู้อาวุโสอยู่คนสองคน พวกเขาล้วนเป็น
คนที่สามารถสังหาร อู่ อวี้ ได้เพียงแค่ดีดนิ้ว
สิ่งนี้ทำให้เขาได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างตนเอง
กับยอดฝีมือบนดินแดนโบราณเหยียนหวงได้อย่าง
ชัดเจน คนเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในขอบเขตค้นหา
เต๋า กำลังฝึกตนเพื่อก้าวขึ้นไปเป็นเซียนอมตะ
มีผู้นำคนหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับ อินหยาง แต่ดู
เหมือนจะมีอายุน้อยกว่า แต่กลับมีบรรยากาศที่น่า
เกรงขามยิ่งกว่า บนร่างเปี่ยมล้นไปด้วยแรงกดดันอัน
รุนแรง ทั้งยังอยู่เหนือกว่า อินหยาง อยู่ขั้นหนึ่ง คนที่
อยู่ภายในคฤหาสน์ตระกูลอิน โดยทั่วไปแล้วพวกเขา
มักจะคอยติดตามเขา
อู่ อวี้ ก็พอที่จะคาดเดาถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ ถึงแม้
จะเห็นได้ชัดว่าเขาจะยังดูเยาว์วัย แต่ความจริงแล้วเขา
เป็นถึงบุตรชายคนโตของ อิน กั๋วกง มีชื่อว่า อินติ่ง
เขาไม่ได้เข้าร่วมกับกองทัพหมิงไห่ แต่สังกัดอยู่ภายใน
กองทัพรัตติกาลทมิฬเช่นเดียวกับบิดาของเขา และมี
ตำแหน่งเป็นถึง ‘ขุนพลเทียนเอี่ยน’ ขุนพลเทียนเอี่ยน
เป็นตำแหน่งที่อยู่ในระดับเดียวกับ ขุนพลเทียนหมิง
ว่ากันว่าเขาเป็นขุนพลเทียนเอี่ยนที่มีอายุน้อยที่สุด มี
ความเป็นไปได้ที่เขาจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในภายภาค
หน้า และเข้ามาสืบทอดตำแหน่ง อิน กั๋วกง
นอกจากนี้ อินเสวียน และ อินอิง ก็ยังเป็นบุตรและ
ธิดาของเขา
ในตอนนี้บุตรสาวของเขาถูกขังอยู่ภายใน ‘ผลึกน้ำแข็ง
นิรันดร์’
ดังนั้นยามนี้จึงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
อิงหยาง เอ่ยขึ้น “เราจะทำลายผลึกน้ำแข็งนิรันดร์นี้
ได้อย่างไร พวกท่านมีข่าวคราวหรือว่าวิธีใดที่จะ
ทำลายมันหรือไม่?”
“ภายในจักรวรรดิเป่ยหมิงของพวกเรา ไม่มีผู้ใดที่มี
ความสามารถจะจัดการกับผลึกน้ำแข็งนิรันดร์นี้ได้ มี
แต่จะต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนในตระกูลเห
ยียนหวงเท่านั้น”
“มีเพียงแต่จะต้องติดต่อขอความช่วยเหลือจากตระกูล
เหยียนหวงเท่านั้น และก็ไม่รู้ว่าจะสามารถเชิญมาได้
หรือไม่ เพราะผู้ที่สามารถทำลายมันได้นั้นมักจะชอบ
ทำตัวลึกลับ และน่าจะกำลังยุ่งอยู่กับการต่อต้านสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋า”
“เราก็ทำได้เพียงแค่ต้องคอยถามพวกเขา พวกเรา
ตระกูลอิน ถือเป็นตระกูลใหญ่ มีเส้นสายอยู่มากมาย
หากกระจายข่าวออกไป ก็น่าจะพอหาคนมาช่วยเหลือ
ได้”
“ข้าจะลองไปติดต่อกับสหายภายในตระกูลเหยียนหวง
ดู ให้พวกเขาช่วยเราอีกแรง”
ผลึกน้ำแข็งนิรันดร์นี้ ไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆ
“อินหยาง จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ โดยปกติแล้วมัน
มักจะอยู่ภายในส่วนลึกของพิภพต่างมิติมิใช่หรือ? มัน
มาปรากฏตัวอยู่ที่พื้นที่ระดับ 5 ได้อย่างไร?” ผู้อาวุโส
คนหนึ่งถาม
อินหยาง เหลือบมองไปทาง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า “เจ้า
เด็กผู้นี้พูดว่า ในตอนที่จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
ปรากฏตัวออกมา เขาเห็นเงาร่างหนึ่งอย่างเลือนราง
หมายความว่าจะต้องมีคนชักนำจักรพรรดิอสูรแดน
เหมันต์มายังที่แห่งนี้ และใช้ประโยชน์จากร่างกายของ
เขา เพื่อล่อจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์มา แต่ว่า อินอิง
เคราะห์ร้ายได้รับลูกหลงจากการโจมตีนี้แทน”
“เจ้าได้พบกับจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ แล้วไม่ได้รับ
ผลกระทบอันใดเลยรึ?” อินติ่ง เอ่ยถามเขา น้ำเสียง
ของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา ราวกับพายุน้ำแข็งที่
อยู่ภายในพิภพต่างมิติ
อินหยาง กล่าว “ข้าได้ลองทดสอบมันดูแล้ว คนผู้นี้มี
ความเร็วที่รวดเร็วอย่างมาก ในตอนนั้นจักรพรรดิอสูร
แดนเหมันต์ได้เพ่งเป้ามาที่เขา ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียง
แค่หลบหนี โดยไม่ได้คำนึงถึง อินอิง”
อินหยาง ได้กล่าวแทน อู่ อวี้ ความจริงพวกเขาก็รู้แล้ว
ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย เป็นคนพา อู่ อวี้ กลับมายังที่แห่ง
นี้ ซึ่งก่อนหน้าก็มีข่าวลือว่าเขาได้ขัดแย้งกับพวก กง
เสิ่นจุน แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ อู่ อวี้ ก็เป็นคู่แข่งคนสำคัญ
ของลูกชายของ อินติ่ง
นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ อินติ่ง ไม่ชอบหน้า อู่ อวี้
อู่ อวี้ รู้ว่าเขาควรที่จะกล่าวบางสิ่ง เมื่อต้องเผชิญหน้า
กับตัวตนที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ เขาจึงกล่าวออกมาว่า “ผู้
อาวุโสทุกท่าน ข้าจะอธิบายสั้นๆ ยามที่ข้ามาถึง
จักรวรรดิเป่ยหมิง ได้เกิดความขัดแย้งกับคนอยู่ 2
กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือ อินเสวียนแห่งคฤหาสน์ตระกูลอิน
ซึ่งทุกท่านน่าจะเคยได้ยินมาแล้ว กลุ่มที่ 2 ก็คือกลุ่ม
ของ กง เสิ่นจุน และเมื่อวานนี้ข้าเห็น ต้วนอี้ ผู้เป็น
นายน้อยแห่งแคว้นหลี่เทียน อยู่ด้วยกันกับกลุ่มของ
กง เสิ่นจุน ไม่ว่าทุกท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ข้าสงสัย
ว่าพวกเขาคิดที่จะสังหารข้าเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน
หน้านี้ หลังจากที่รู้ว่าข้าเข้ามาภายในพิภพต่างมิติ จึง
ได้ชักนำจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์มาเพื่อจัดการข้า
แต่โชคร้ายที่ อินอิง ต้องมาเดือดร้อนแทน”
ความจริงหาจะมีผู้ใดที่สามารถชักนำจักรพรรดิอสูร
แดนเหมันต์ได้ ก็มีเพียงพวกมันเพียงไม่กี่คนนี้เท่านั้น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ