กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 742: แขกของคุกแห่งความตาย
เรือรบกระดูกวิญญาณมรณะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามา
ภายใน ‘คุกแห่งความตาย’ ไม่นานนักก็กลายเป็นจุด
สนใจของ 800,000 คนทันที
ภายในมิติแห่งนี้ช่างงดงามอย่างที่สุด
มีขนาดพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง
หากยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือรบ เมื่อมองไปจะเห็นเวที
ขนาดใหญ่ ถูก ปกคลุมไปด้วยผลึกสีดำทมิฬอยู่เบื้อง
ล่าง ราบเรียบสว่างไสวอนึ่งสระนครแดนเหนือขนาด
ใหญ่
ซึ่งเวทีสีนิลนี้เป็นเสมือนดั่งแกนกลางของ ‘ไข่’ ที่อยู่
ด้านใน
รอบ ๆ เวทีสีนิลนี้มีที่นั่งอยู่นับล้าน
ที่นั่งนับไม่ถ้วนวางซ้อนเรียงรายกันหลายร้อยชั้น
ทุกอณูพื้นที่โดยรอบ ๆ อัดแน่นไปด้วยที่นั่ง ถูกจัดเรียง
เป็นระเบียบเรียบร้อยรองรับผู้คนนับล้าน ลองคิดว่า
มันแกร่งมากเพียงใด!
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือทุกที่นั่ง ถูกสร้างขึ้นโดยสมบัติล้ำค่า
ทองคำดำ ให้บรรยากาศโอ่อ่าหรูหราอย่างที่สุด มีวง
เวทจำนวนมากถูกว่าประทับไว้บนพื้นผิว อีกครั้งผู้นั่ง
ยังสามารถปรับแต่งตามความชอบได้อย่างอิสระ สตรี
บางคนก็จะปรับเปลี่ยนสีสันสวยงามตามจริตที่ชื่นชอบ
อย่างเช่นเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนถูกประดับประดาด้วย
บุปผาโดยรอบ
ยิ่งสูงขึ้นไปมากเท่าไหร่ ที่นั่งก็ดูเปี่ยมบารมีและมี
ขนาดใหญ่มากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้มองเห็นเวทีผลึก
สีดำได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ความสูงระดับนี้ให้ความรู้สึก
เสมือนดั่งผู้สูงศักดิ์ที่ดูถูกเหยียดหยามปถุชนเบื้องล่าง
เป็นธรรมดาของผู้ที่มีความแข็งแกร่ง ศักดิ์ฐานะสูง
ศักดิ์ ยศตำแหน่งใหญ่โต ย่อมไม่ยอมให้ผู้ใดผ่านไป
ผ่านฤาวิ่งบนศีรษะของตนเอง
อันที่จริงนับตั้งแต่ ‘เรือรบกระดูกวิญญาณมรณะ’
เคลื่อนตัวเข้ามา ทุกที่นั่งของที่นี่ก็เกือบจะถูกจับจอง
จนเต็มหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้นเมื่อผู้คนใน ‘เรือรบ
กระดูกวิญญาณมรณะ’ มาถึงแล้วพวกเขาก็จึงสามารถ
นั่งได้
โย่วชางควบคุมเรือรบ ลงจอดด้านล่างผลึกสีนิลอย่าง
นุ่มนวล อู่ อวี้ พร้อมกับคนอื่น ๆ อีกคนนับพัน พอ
ได้รับคำสั่งก็ทราบทันทีว่าตนเองต้องลงที่นี่
เมื่อพวกเขายืนอยู่บนผลึกสีนิล ก็เป็นที่จับตาความ
สนใจจากผู้คนนับล้าน
โชคดีที่ผู้ร่วมท้าทายแข่งขันมีกันอยู่ร่วมพัน ดังนั้น อู่
อวี้ จึงไม่ได้ถูกจับตามากนัก ซึ่งก็หมายความว่าแรง
กดดันที่เขาต้องแบกรับจึงน้อยลง เขาพยายามผสม
กลมกลืนปะปนกับฝูงชนให้เป็นจุดสนใจน้อยที่สุด
เท่าที่จะทำได้
เรือรบกระดูกวิญญาณมรณะ นี่คือการรวมตัวของ
เหล่าอัจฉริยะผู้มียศศักดิ์ใหญ่โตในนครหมิงครั้งยิ่งใหญ่
อย่างเช่น เปียน เสี่ยซา ปัจจุบันมันอยู่ในตำแหน่ง
ขุนพลโย่วหมิง กลับยังต้องหาที่นั่งของตนเอง
เมื่อกวาดสายตามองผู้คนจำนวนมาก ซึ่งนั่งประจำแต่
ละตำแหน่งของตัวเอง โดยพื้นฐานแล้วมันถูก
จัดเตรียมไว้มานานกว่าทศวรรษ ดังนั้นจึงไม่มี
ข้อผิดพลาดใด ๆ
นอกจากนี้ที่นั่งในแต่ละตำแหน่ง ยังบ่งบอกของศักดิ์
ฐานะของคนผู้นั้นในเป่ยหมิงเหนืออีกด้วย
ซึ่งก็แน่นอนผู้ที่นั่งอยู่ไกล ๆ ย่อมได้ทำเลค่อนข้างดี
แต่ละคนทยอยลงมาจากเรือรบกระดูกวิญญาณมรณะ
ซึ่งโย่วชางก็ลงจากเรือ ลงไปนั่งประจำตำแหน่งของคน
ตนเองซึ่งอยู่ข้าง ๆ กัน พวกเขาแต่ละคนล้วนมี
ชื่อเสียงยิ่งใหญ่ในราชวงศ์ ทุกคนล้วนเป็นบุคคลผู้ทรง
อิทธิพลแห่งยุคสมัย
ซึ่งบัดนี้น้องชายของเขาถือเป็นผู้ควบคุม ‘สงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ’ ในครั้งนี้ นายเหนือของ ‘คุกแห่ง
ความตาย’ ‘ชินอ๋องโย่วซื่อ’
โย่วชางดูสุขุมสง่างาม ส่วนชินอ๋องโย่วซื่อดูดื้อด้าน
อหังการ ร่างกายกำยำ จิตวิญญาณแข็งกร้าว ใส่ชุด
คลุมอย่างไร้ระเบียบ เพียงแค่มองก็รู้ว่าบุรุษผู้นี้ยากที่
จะจัดการ ‘ภายในคุกแห่งความตาย’ มีปีศาจทะเลถูก
ผนึกไว้มานมนานหลายปี ผ่านการเข่นฆ่าสังหารอย่าง
ต่อเนื่อง คนผู้นี้กลับสามารถรับมือกับปีศาจจำนวน
มากมาย ย่อมต้องมีความเเหี้ยมหาญอย่างสุดแสน
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยามนี้มีคนมากมายคับคั่งเกินไป
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบเจอแต่ผู้คนสูงศักดิ์อยู่ทุก
ทิศทางมันช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง ๆ
เวลานี้มีผู้เข้าแข่งขันต่อสู้ดังเช่น อู่ อวี้ กำลังยืนอยู่บน
เวทีผลึกสีดำ เพื่อให้ผู้ชมได้ทัศนา
ผู้คนกว่า 800,000 คนกำลังจับจ้องมองผู้เข้าร่วมการ
แข่งขันต่อสู้ แต่เป็นเพราะผู้คนจำนวนมากเกินไปจึง
เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุยจ๊อกแจ๊กจอแจยุ่งเหยิง
ไปหมด ฟังดูแล้วชวนหัวเวียนหัวอย่างมาก
ในช่วงครึ่งปีมานี้ พวกเขาส่วนใหญ่ใจจดใจจ่ออยากมา
รับชม ‘สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ’
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงกวาดสายตามองผู้คน 800,000
คนผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าตกใจแม้ว่าจะมีคน 800,000 คน
ทว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าตื่นตะลึงเป็นอย่างนี้ แม้ว่าจะมี
จำนวนมากถึง 800,000 คน แต่มีผู้อยู่ในระดับ 3 ภัย
พิบัติจำนวนไม่น้อยทีเดียว แต่ก็หาได้สำคัญ นั่นเพราะ
ไม่ใช่ทุกคนที่ถือกำเนิดอยู่ในตระกูลใหญ่โต พอเขา
แข็งแกร่งแล้วเขาเองก็อยากจะนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้บ้าง
อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับขุนพลโย่วหมิง
ถ้าไม่ได้อยู่ในระดับหัวหน้ากองพัน ก็ไม่มีคุณสมบัติที่
จะมาปรากฏตัวที่นี่
การประลองแข่งขันครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการรวมตัว
ของเหล่าอัจฉริยะยอดเยี่ยมที่สุดเท่านั้น แต่เป็นการ
รวมตัวยอดฝีมือจำนวนมากของเป่ยหมิง หลายคนใกล้
เข้าสู่ขั้นกลายเป็นเซียนอมตะเต็มที
ช่างยอดเยี่ยม!
สิ่งนี้ยังทำให้เลือดในกายของ อู่ อวี้ ร้อนพุ่งพล่าน
ขึ้นมาในฉับพลัน
แม้ว่าในเวลานี้ตัวเขาจะไม่สำคัญ แต่เขาก็ตั้งใจแน่วแน่
ๆ ว่าจะต้องแข็งแกร่งโดดเด่นให้คนเหล่านี้ดู …
ผู้คนที่กำลังพูดคุยโต้เถียงกันอยู่นี้ล้วนอยู่ในระดับ ก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 10
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงกวาดสายตาไปยังตำแหน่งที่นั่ง
อยากจะมองเห็นได้ อย่างเช่นบรรพบุรุษหยาง , โย่
วชาง ฯลฯ ทั้งหมดล้วนอยู่ในตำแหน่งสูงสุด
“หืม…มีคนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงด้วย
เหรอ?”
อู่ อวี้ พบเห็นคนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้
ง่ายมาก
แต่คนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง พื้นฐานฝึกตน
กลับแตกต่างออกไป พื้นฐานฝึกตนของพวกเขาไม่ได้
เหนือกว่าผู้ใด ทว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ใด พวกเขากลับคิดว่า
ตนเองสูงส่งเหนือกว่าผู้อื่นเสมอ นั่นเป็นเพราะพวก
เขามีภูมิหลังคอยเกื้อหนุนเป็นทุนเดิม ดังนั้นท่ามกลาง
แขกทุกคนจึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด เรียกได้ว่า
เกือบจะนั่งอยู่ในตำแหน่งโย่วชาง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงมีผู้คนอยู่ประมาณ 200-
300 คน ทั้งหมดล้วนเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี
ท่ามกลางบุคคลเหล่านั้น ยังมีบรรดาผู้สูงศักดิ์อยู่อีก
ด้วย ซึ่งแน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าพวกมันคือใคร
อย่างไรก็ตามมีคนผู้หนึ่งที่เขาเห็นเพียงชั่วพริบตา
ก็ทราบว่ามันคือผู้ใด
ครั้งหนึ่งภายในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง อู่ อวี้ เคยพบ
กับบุคคลผู้นี้มาก่อน
คนผู้นี้มีผมสีทอง และมีแขนเพียงข้างเดียว มันควรจะ
เป็นบิดาของ ชวี่ ห่าวเหยียน ผู้บัญชาการกองทัพมังกร
เพลิง!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าจะมาพบกับเขาอีกทีนี่
คนผู้นี้คือบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีผู้ทรงอิทธิพลมากมายอยู่ที่นี่
ดังนั้นการปรากฏตัวของมันจึงมิได้เป็นจุดเด่นมากนัก
เพียงเพราะมันมาจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง อู่
อวี้ จึงให้ความสนใจกับมันเป็นพิเศษ
อู่ อวี้ จำได้ว่าบุตรชาย ‘ชวี่ ห่าวเหยียน’ และบุตรสาว
‘ชวี่ เฟิงอวี๋’ ของมันได้ตกตายไปในเส้นทางเซียนบรรพ
กาล
เพียงแต่เมื่อมองเห็นคนอีกผู้หนึ่ง จิตใจของเขาก็ต้อง
สั่นสะท้าน
เมื่อกี้นางถูกผู้บัญชาการกองทัพบังอยู่ ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
มองไม่เห็นนาง ซึ่งอันที่จริงแล้วนางอยู่ด้านข้างเพียง
เท่านั้น
นางคือ ชวี่ เฟิงอวี๋!
ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวการกลับมาจากเส้นทางเซียนบรรพ
กาลในวินาทีสุดท้าย อู่ อวี้ ก็คงลืมคนผู้นี้ไปแล้ว
หากเพ่งมองอย่างพินิจ จะเห็นได้ว่า ชวี่ เฟิงอวี๋ ยังคงมี
รูปลักษณ์เหมือนเช่นเดิม แต่ อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ว่ากลิ่น
อายของนางนั้นแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย เวลานี้
นางจ้องมองไปเบื้องหน้าด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ไร้ซึ่งการ
เคลื่อนไหวใด ๆ ไม่ทราบว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
อู่ อวี้ จดจำได้ว่า ตนเองเห็นร่างของนางตกตายไปต่อ
หน้าต่อตา
เมื่อคนที่ตายไปแล้ว กลับมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า
สายตาของตนเอง มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
เลยทีเดียว
แม้กระทั่งรู้สึกหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง
” อีกฝ่ายแปลกประหลาดมากเกินไป อย่าไปมองนาง ”
หมิงซวงกล่าวเตือน อู่ อวี้
“อืม”
คาดว่าชวี่ เฟิงอวี๋ น่าจะมาที่นี่พร้อมกับบิดาของนาง
โชคดีที่ ชวี่ ห่าวเหยียน ไม่ได้มาด้วย
เดิมทีแล้วชวี่ เฟิงอวี๋ ก็มิได้แข็งแกร่งมากมายเท่าใดนัก
สภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสุสาน ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่า
มันยากจะลืมเลือนจริง ๆ
ในช่วงเวลานี้ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ
ของทุกผู้คน เขาลอยอยู่เหนือท้องเวลา ปลดปล่อยแรง
กดดันมหาศาลเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีกดทับมา
เบื้องล่าง หากมองอย่างพินิจ จะเห็นได้ว่าบุคคลผู้นี้คือ
ประธานจัดการแข่งขัน ‘สงครามชิงอำนาจดินแดน
เหนือ’ ชินอ๋องโย่วซื่อ
เมื่อเขาปรากฏกายขึ้น นี่ก็แสดงให้เห็นว่าสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า
ยามนี้ ชินอ๋องโย่วซื่อ หัวร่อด้วยเสียงดังก้องกังวาล
จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” ยินดีต้อนรับทุก ๆ ท่าน ที่
อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลเพื่อมารับชม ‘สงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือ’ ในครั้งนี้ โดยเฉพาะทุกท่านจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ข้าขอเป็นตัวแทนของแดนเหนือ
กล่าวทักทายพวกท่าน ในเมื่อที่แห่งนี้มีผู้สูงศักดิ์
มากมายมารวมตัวกัน ดังนั้นข้าจะไม่กล่าวอธิบายให้
พร่าเพรื่อ ปล่อยให้เหล่าอัจฉริยะเริ่มการแสดงกันได้
เลย ”
แล้วทันใดนั้น ก็บังเกิดเสียงดังกระหึ่ดังขึ้นมาจากผู้คน
โดยรอบทันที
การที่ผู้แข็งแกร่งกว่า 800,000 มารวมตัวกัน มันช่าง
เป็นบรรยากาศที่น่าทึ่งและตื่นตะลึงมากจริง ๆ
หลังจากกล่าวเสร็จสิ้น ชินอ๋องจะเริ่มโปรยปรายบาง
สิ่งลงมาจากท้องเวหา สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาคือศาสตรา
เต๋าวิถีแท้วงแหวนสีดำทมิฬนับพัน ในที่สุดมันก็ตกลงสู่
ฝ่ามือของทุกคนอย่างแม่นยำ ถึงแม้ว่าวงแหวนสีดำนี้
จะดูเรียบง่าย แต่อันที่จริงแล้วมีวงเวทถูกวาดประทับ
อยู่มากมาย ไม่คาดคิดว่าสิ่งนี้คือ ศาสตราเต๋าวิธีแท้ ซึ่ง
มีนามว่า ‘เครื่องกำเนิดภาพ’
จากนั้นผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ก็สวมใส่เครื่องกำเนิด
ภาพลงบนนิ้ว
ชินอ๋องโย่วซื่อกล่าวว่า ” ถึงแม้ทุกคนจะรู้อยู่แล้ว แต่
ข้าก็จำเป็นต้องอธิบายอีกครั้ง ‘เครื่องกำเนิดภาพนี้’
เป็นตัวรับประกันความถูกต้องและความเที่ยงธรรมต่อ
สาธารณชน มันคือสิ่งที่ใช้ตรวจสอบพวกเจ้า มิให้
ละเมิดกฎ ดังนั้นในระหว่างการแข่งขันในสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ ผู้ใดที่ถอดเครื่องกำเนิดภาพออก จะ
ถือว่าคนผู้นั้นสละสิทธิ์ และถูกตัดสิทธิ์จากสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือครั้งนี้ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?”
” ทราบ! ” ทุกคนตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพียงกัน
จากนั้นก็สวมเครื่องกำเนิดภาพลงบนนิ้ว
” เมื่อมองผ่านเครื่องกำเนิดภาพนี้ เราจะสามารถ
ตรวจสอบสถานการณ์รอบตัวของพวกเจ้าได้ ทุก ๆ
การกระทำภายในรัศมีหนึ่งลี้รอบกายของพวกเจ้า จะ
ปรากฏขึ้นที่นี่ ผู้คนทั้ง 800,000 ในที่แห่งนี้สามารถ
มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเจ้าได้อย่างชัดเจน ดังนั้น
อย่าทำอะไรนอกกฎโดยเด็ดขาด เช่นการแย่งชิง ‘ตา
ข่ายวิญญาณมรณะ’ การแอบลอบสังหารผู้อื่น หรือ
แม้กระทั่งมอบตาข่ายวิญญาณมรณะของตนเองให้กับ
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ พวกเจ้าจะต้องทำให้แน่ใจว่าทุก
ๆ สิ่งที่ได้รับในตาข่ายวิญญาณมรณะ ทั้งหมดล้วนมา
จากความพยายามของพวกเจ้าเอง ”
กฏอนุญาตให้ร่วมเดินทางไปพร้อมกับพวกพ้องของ
ตนเองได้ ซึ่งตาข่ายวิญญาณมรณะก็ได้มาจากการ
โจมตีสังหารปีศาจเท่านั้น ในระหว่างการสังหาร
สำหรับบุคคลผู้เป็นกำลังหลักแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการ
ละเมิดกฎโดยไม่ตั้งใจ ผู้คนมากมายจึงเลือกที่จะ
สังหารด้วยตัวคนเดียว
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว หากร่วมมือกันสังหาร
บางครั้งก็ยากจะตัดสินได้ว่าผู้ใดเป็นคนสังหารปีศาจ
อู่ อวี้ สวมแหวนกำเนิดภาพไว้ที่นิ้ว ต่อจากนี้ทุกการ
เคลื่อนไหวของเขาจะอยู่ในสายตาคน 800,000 คน
เมื่อพวกเขาเข้าสู่ ‘คุกสมุทรวิญญาณ’ ภาพเหตุการณ์
สิ่งที่เกิดขึ้นทุกการเคลื่อนไหวของเขาจะถูกฉายบน
ผลึกในทันที
จากนั้นทุกคนก็ได้รับ ‘ยันต์แตกทำลายรัตติกาล’
แล้วชินอ๋องโย่วซื่อก็กล่าวว่า ” ‘หน่วยกู้ชีพ’ หลายร้อย
คนอยู่ในระดับค้นหาเต๋า จะกระจายตัวออกไปตามจุด
ต่าง ๆ ของ ‘คุกสมุทรวิญญาณ’ โดยปกติแล้วพวกเขา
เหล่านี้จะไม่ปรากฏกายให้เห็นจนกว่าผู้ใดจะใช้งาน
ยันต์แสงทำลายรัตติกาล เมื่อนั้นหน่วยกู้ชีพจะมาพา
ตัวเจ้าออกไป ซึ่งหมายความว่าเจ้าถูกตัดสิทธิ์ออกจาก
สงครามแย่งชิงอำนาจแดนเหนือ ”
……
***ธงเงากำเนิด ขอแก้ไขเป็น เครื่องกำเนิดภาพ***
จริงๆแล้วตัวอุปกรณ์เป็น ‘ธง’ ซึ่งตอนก่อนๆผู้เขียนไม่
เคยอธิบายถึงตัวอุปกรณ์นี้เลย ทางผู้แปลเลยคาดว่า
จะเป็นการฉายขึ้นจอโดยใช้ธง ต้องขออภัยในความไม่
รอบคอบด้วยครับ
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ