กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 741: เรือรบโครงกระดูกวิญญาณมรณะ
ความจริงยังไม่ทันถึงเวลาเที่ยง ผู้เข้าร่วมทั้งหมดก็
ล้วนมาถึงกันแล้ว
เรื่องที่ส าคัญเช่นนี้ หากมาสายคนผู้นั้นก็คงจะต้อง
กลายเป็นที่หัวเราะของทุกคนภายในจักรวรรดิเป่ย
หมิงอย่างแน่นอน
โย่วเสี่ย และ เหล่าเชื้อพระวงศ์เป็นกลุ่มที่มาถึงใน
ตอนท้ายสุด อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าพี่น้อง
ทั้งหลายก็อยู่ที่นี่ ดังนั้นโย่วเสี่ย จึงไม่ได้เดินเข้ามา
หา อู่ อวี้ ยามนี้คนเช่นเชื้อพระวงศ์อย่างพวกเขา
ล้วนแล้วแต่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งหมด การที่
นางจะเดินเข้ามาหา อู่ อวี้ มันจะยิ่งท าให้คนจ านวน
มากหันมาสนใจเขาได้
อู่ อวี้ ได้เหลือบมองไปที่เหล่าพี่น้องทั้งหลายของ
นาง เมื่อเห็นก็รู้แล้วว่าพวกเขาล้วนแต่ไม่ธรรมดา
แต่ละคนปลดปล่อยบรรยากาศอันสูงส่งจนยากจะ
เอื้อมถึงออกมา ซึ่งไม่ด้อยกว่า โย่วเสี่ย แม้แต่น้อย
ยิ่งพวกเขามีอายุมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประสบการณ์
มากขึ้น ขอบเขตก็ยิ่งลึกล้ า ดังนั้นเมื่อดูไปแล้ว คน
เหล่านี้ล้วนน่าเกรงขามและเป็นผู้ใหญ่เสียยิ่งกว่า
โย่วเสี่ย
ยามนี้แม้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมอยู่เป็นจ านวนมาก แต่
เหล่าองค์หญิงองค์ชายทั้งหลายเหล่านี้ล้วนโดดเด่น
เป็นที่น่าจับตามอง ไม่เพียงแต่ด้านความแข็งแกร่ง
แม้แต่ท่าทาง การพูดคุย สายตา ล้นับว่าอยู่
เหนือกว่าคนอื่นๆไปไกลห่าง
นอกจากนี้พวกเขาแต่ละคนก็มีลักษณ์พิเศษที่โดด
เด่น
แน่นอนว่าในกลุ่มคนทั้งหนึ่งพันคนนี้ก็ยังมีคน
จ านวนมากที่ปิดบังสถานะของตัวเอง
และผู้ฝึกตนที่มีอายุอยู่ในช่วงหนึ่งร้อยปีส่วนใหญ่
แล้วเป็นเหล่าอัจฉริยะที่มาจากทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ย
หมิงเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางวงล้อม
ของตัวตนที่แสนยิ่งใหญ่เช่นนี้ อู่ อวี้ จึงรู้สึกเกร็งเป็น
พิเศษ
พวกเขาทั้งหลายเป็นบิดามารดาและผู้อาวุโสของ
เหล่าอัจฉริยะผู้เยาว์เหล่านี้ บางคนเป็นถึงเจ้าแคว้น
ซึ่งก็มีคนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้อยู่จ านวนไม่น้อย บางคน
หากไม่ติดภารกิจที่ต้องคอยประจ าการอยู่แนวเขต
ชายแดนละก็ ยอดฝีมือที่หลั่งใหลเข้ามาภายใน
นครหมิงจะมีมากยิ่งกว่านี้เสียอีก
ผู้อาวุโสที่อยู่ในขอบเขตค้นหาเต๋ามีอยู่จ านวนมาก
ซึ่งก าลังสนทนากันอย่างครื้นเครง ซึ่งบัดนี้ อู่ อวี้ ก็
ยังมองเห็น โย่วชาง อีกด้วย ตอนนี้เขาก าลังพูดคุย
เรื่องเก่าๆอยู่ท่ามกลางฝูงชน
เกรงว่า อินกั๋วกง ราชครูกรมอาญา และบุคคล
ส าคัญคนอื่นๆของเป่ยหมิง ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน แต่
อู่ อวี้ เพียงไม่รู้จักหน้าคร่าตา
ในบริเวณใกล้กับประตูเมือง มีคนที่มีพลังอ านาจ
และสามารถสังหาร อู่ อวี้ ได้ง่ายราวกับดีดนิ้วอยู่
เป็นจ านวนมาก บางส่วนในกลุ่มคนเหล่านั้น ต่อให้
อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟ้าขั้นที่ 2 ก็ยังไม่อาจหนีพ้นจาก
เงื้อมมือได้
ตัวตนเหล่านี้ท าให้ อู่ อวี้ เกิดความรู้สึกถึงวิกฤต
อันตรายถึงชีวิต
โดยทั่วไปแล้ว แค่ระดับเจ้าครองแคว้นก็ท าให้ อู่ อวี้
หวาดกลัวแล้ว นี่ก็คือความรู้สึกดั่งเช่นลูกแกะหลง
เข้ามาอยู่ท่ามกลางฝูงสิงโตที่หิวโหย
ยิ่งไปกว่านั้นสิงโตยังอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งบนพื้นที่
แห่งนี้
ความรู้สึกเช่นนี้ท าให้เขาไม่สบายใจ
โชคดี ที่ยังมีคนที่เป็นเหมือนกับลูกแกะเช่นเขาอยู่
เป็นจ านวนมาก แน่นอนว่าตัวตนอันยิ่งใหญ่เหล่านี้
หากปรากฏตัวออกมาแล้ว เมื่อตกอยู่ภายใต้สายตา
ของผู้ชมจ านวนมากก็ไม่กล้าที่จะท าอึกทึก พวกเขา
แต่ละคนไม่ใช่คนโง่ หากมีผู้ใดหาญกล้าส่งเสียง ก็จะ
ถูกแรงกดดันอันหนักหน่วงที่มองไม่เห็นกดดันบน
ร่างของมัน
หลังจากที่มาถึง มีเพียงแต่ผู้ที่มีสถานะอันยิ่งใหญ่ใน
อาณาจักรของผู้ฝึกตนเท่านั้นที่พูดคุยกัน
ในบรรดาคนจากตระกูลเป่ยหมิง ก็ยังมีคนไม่น้อยที่
มีคนคอยเข้ามาหา โย่วชาง ก็เป็นหนึ่งในนั้น
เนื่องจาก โย่วชาง ค่อนข้างเป็นที่เคารพ แต่ก็ยังมีผู้
หนึ่งในตอนที่เข้ามาในบริเวณนี้ก็ท าให้ทุกคนต้อง
แทบหยุดหายใจ คนผู้นั้นเป็นชายชราที่มีผมสีขาว
แม้ว่าอีกฝ่ายจะมองไม่เห็น อู่ อวี้ แต่เขาก็ยังต้อง
รู้สึกอกสั่นขวัญหาย พลันได้รับผลกระทบจากแรง
กดดันที่แผ่พุ่งออกมากันถ้วนหน้า เห็นได้ชัดว่าชาย
ชราผู้นี้ก าลังจะกลายเป็นเซียนอมตะได้อย่าง
แน่นอน แม้แต่ โย่วชาง ก็ยังแสดงความเคารพอีก
ฝ่ายออกมา
คาดว่าเขาจะต้องเป็นผู้อาวุโสที่มีระดับสูงเสียยิ่งกว่า
โย่วชาง และ จอมจักรพรรดิเป่ยหมิง เสียอีก ซึ่งเขา
น่าจะเป็นตัวตนที่คอยรักษาจักรวรรดิเป่ยหมิงเอาไว้
ได้ยินบางคนเรียกขานเขาว่า บรรพบุรุษหยาง
กกระทั่งยังไม่กล้าสบตามอง ด้วยการด ารงอยู่ของ
คนผู้นี้ก็เหมือนกับเป็นใบมีดที่จ่ออยู่ในจิตใจของทุก
คน แม้แต่การหายใจยังท าได้อย่างยากล าบาก อู่ อวี้
พลันมองไปรอบๆ ก็ตระหนักได้ว่าทุกคนล้วนก้มหัว
ลง ชัดเจนแล้วว่าน่าจะรู้สึกเหมือนตนกันถ้วนหน้า
“นี่คือผู้ที่เกือบจะส าเร็จกลายเป็นเซียนอมตะอย่าง
แท้จริง?” อู่ อวี้ กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง
“เกือบก็จริง แต่ข้าเดาว่ามันคงไม่มีโอกาสแล้ว ด้วย
อายุที่มากเกินไป ยามเผชิญหน้ากับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋า สามารถเข้าใกล้ภัยพิบัติสุดท้ายได้ก็นับว่า
มีวาสนามากแล้ว ภัยพิบัติสุดท้ายของการกลายเป็น
เซียนจะเป็นหลุมฝังศพของมัน ชายชราผู้นี้ ไม่ได้อยู่
ในจุดสูงสุด มันแทบจะไม่มีโอกาสรอดพ้นจากภัย
พิบัติ อย่างมากก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่สิบปี” หมิ
งซวง กล่าวออกมาด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
“ว่าไงนะ?”
แม้แต่ตัวตนระดับนี้ก็ยังไม่อาจหนีพ้นจากชะตา
กรรมแห่งความตายได้
ดูเหมือนว่าหากต้องการกลายเป็นเซียน ก็จะต้องอยู่
ในช่วงอายุน้อยที่สุดเท่าที่จะท าได้ เพราะหากเมื่อ
เข้าสู่ช่วงวัยชราแล้ว ก็จงท าใจและรอคอยความตาย
เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
บรรพบุรุษหยางผู้นี้ ทุกคนต่างให้ความเคารพ มี
วิสัยทัศน์กว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด แต่ก็คาดว่ามี
เพียงแต่ตัวเขาเองที่รู้ว่าอีกไม่กี่ก้าวตนก็จะต้องลา
โลก…
หลายคนก็ไม่มีความหวังที่จะกลายเป็นเซียนอมตะ
แล้ว แต่กระนั้นเขายังคงมีอยู่
ในตอนนี้นครหมิงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่าง
ยิ่ง
ผู้คนจ านวนมากต่างก็รู้สึกตื่นเต้น แต่เนื่องจากการ
ปรากฏตัวของผู้คนที่อยู่ในระดับสูงส่ง จึงรู้สึกอึดอัด
เสียมากกว่า
ถึงยามเที่ยงวันแล้ว
เริ่มต้นเรียกขานชื่อ
ยอดฝีมือเหล่านั้นเพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามา
หรือว่าไม่มา แต่การเรียกขานชื่อเป็นพิธีกรรมที่มีมา
ตั้งแต่สมัยโบราณ หลักๆก็เพื่อดูว่ามีใครยังมาไม่ถึง
และก็ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับรู้ถึงชื่อของตัวเอง ซึ่ง
แต่ละรายชื่อก็ท าให้ทั่วทั้งนครหมิงหรือแม้กระทั่ง
ทั่วจักวรรดิเป่ยหมิงต้องรู้สึกสั่นสะเทือน
และ โย่วชาง จะเป็นผู้ขานชื่อด้วยตนเอง
ความฝันของคนจ านวนนับไม่ถ้วน คือต้องการให้
นามของตัวเองดังกระฉ่อนไปทั่วนครหมิง
ในวันนี้ความฝันของคนจ านวนมากก็เป็นจริงแล้ว
ก่อนอื่นก็เริ่มต้นจากรายชื่อของเหล่าเชื้อพระวงศ์
ทุกครั้งที่ชื่อของแต่ละคนถูกขานออกมา ก็จะมี
ล าแสงฉายไปบนร่างของบุคคลที่ถูกเรียก
อู่ อวี้ ก็สามารถรู้จักคนทั้งหนึ่งพันคนนี้จากวิธีการ
ดังกล่าว
“โย่วหยาง”
เมื่อชื่อถูกขานออกมา ก็จะถูกจดจ าได้ในทันที
ด้วยความเร็วของ โย่วชาง แค่พริบตาทุกคนก็เห็น
เพียงล าแสงที่ส่องสว่างขึ้นชั่วครู่
อย่างไรก็ตามก็เพียงพอที่จะท าให้สามารถจดจ าคนผู้
นี้ได้แล้ว
ผู้มีสิทธิเข้าร่วมจากแปดกองทัพหลักได้ถูกเรียกเป็น
ล าดับต่อมา
กองทัพหมิงไห่เป็นกองทัพแรกสุดที่ถูกเรียกขานชื่อ
จากแปดกองทัพหลัก
ล าดับก็เป็นเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ชื่อของ อู่ อวี้ นั้น
อยู่ในล าดับสุดท้าย ความจริงตัวเขาก็ค่อนข้างเป็นที่
รู้จัก เมื่อชื่อของเขาถูกขานออกมา ก็ได้ดึงดูดความ
สนใจจากคนจ านวนไม่น้อย ยามที่แสงส่องลงมาบน
ร่างของเขา อู่ อวี้ ก็เกิดความรู้สึกราวกับว่าได้
กลายเป็นคนส าคัญของโลกใบนี้ ช่วงเวลานั้นดู
เหมือนว่าทุกคนต่างจับจ้องมองมายังตัวเขา รวมถึง
‘บรรบุรุษหยาง’ ด้วยเช่นกัน
แรงกดดันที่ถาโถมมามันหนักอึ้งเกินไป
ในตอนนั้นราวกับว่า ฟ้าถล่มดินทลาย กายเนื้อและ
จิตวิญญาณของเขารู้สึกราวกับว่ามันสามารถ
พังทลายไปได้ทุกชั่วขณะ
โชคดีที่ โย่วชาง นั้นเรียกขานชื่อของ ‘กองทัพ
รัตติกาลทมิฬ’ พอดี ล าแสงบนร่างของ อู่ อวี้ จึง
หายไป แม้ว่าจะยังมีอีกหลายคนที่ให้ความสนใจกับ
คนนอกเพียงผู้เดียวคนนี้ แต่แรงกดดันก็เบาบางลง
มากแล้ว
ในที่สุดการเรียกขานชื่อก็จบลง
ทั้งหมดทุกคนล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เป็นที่
เรียบร้อย
ในช่วงเวลาสุดท้ายนี้ ทั่วทั้งนครหมิงพลันคึกคักมาก
ยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
โย่วชาง เร่งเอ่ยประกาศขึ้นมาทันที “ออกเดินทาง
มุ่งหน้าสู่ ‘คุกแห่งความตาย’ได้!”
คุกแห่งความตายเป็นสถานที่จัดงานที่แท้จริง ซึ่งที่นี่
เป็นเพียงแค่สถานที่รวมพลเท่านั้น
เมื่อถึงคุกแห่งความตายแล้ว รอบด้านก็ปรากฎ
ตัวตนระดับสูงถึง แปดแสนคน ที่เข้าร่วมชมสงคราม
การแข่งขันนี้ ทุกคนมาจากทั่วทั้งดินแดนโบราณเห
ยียนหวง สถานที่รับชมจึงกลายเป็นสถานที่ที่ท าให้
คนต้องรู้สึกอึดอัดมากที่สุด
อู่ อวี้ และคนอื่นๆที่เป็นผู้มีสิทธิเข้าร่วม ได้มุ่งหน้า
ขึ้นไปบนเรือรบขนาดยักษ์ เรือรบล านั้นเป็นสีด า มี
บรรยากาศที่ทรงพลัง บนตัวเรือมีการสลักวงเวทไป
หลายแสนวงเวท วงเวทแต่ละวงถูกสลักลงไปทุก
ส่วนไม่ว่าจะเป็นไม้หรือว่าเหล็ก และสิ่งของเหล่านี้
ล้วนเป็นสมบัติล้ าค่าทั้งสิ้น เห็นได้ชัดว่าเรือรบสีด า
ล านี้จะต้องเป็น ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ’!
เมื่อเทียบกับเรือรบจักรพรรดิเพลิงแล้ว ระดับของ
มันแตกต่างราวฟ้ากับเหว เรือรบของจอมจักรพรรดิ
ในยามนั้นเมื่อน ามาเปรียบเทียบกับเรือรบล านี้ก็เล็ก
ราวกับเม็ดข้าว
สิ่งที่ตราตรึงลงไปในส่วนลึกของ อู่ อวี้ มากที่สุดคือ
18 รูปปั้นโครงกระดูกที่ประดับอยู่บนตัวเรือของเรือ
รบล านี้ ปากและจมูกของโครงกระดูกเหล่านี้ พ่น
ควันสีด าทมิฬจ านวนมหาศาลออกมา ท าให้เรือทั้ง
ล าถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันทมิฬ
“นี่คือ ‘เรือรบโครงกระดูกวิญญาณมรณะ’ ของผู้
บัญชาการกองทัพโย่วชาง เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ!” อินอิง กล่าวออกมาด้วยท่าทีอิจฉา
บางทีความฝันของคนหลายๆคนในวันนี้ก็คือการได้
ขึ้นไปเหยียบบน ‘เรือรบโครงกระดูกวิญญาณ
มรณะ’!
อู่ อวี้ เป็นคนกลุ่มแรกที่ได้ขึ้นไปบนเรือ เรือรบล านี้
หากมองจากภายนอกจะดูน่ากลัวมาก แต่เมื่อขึ้น
มาแล้ว กลับพบว่าบนตัวเรือทั้งสวยงามและปราณีต
มากเช่นเดียวกับ พระราชวังจักรพรรดิหมิง เลย
ทีเดียว
โย่วชาง ขับเรือรบล านี้เร่งน าพาผู้เข้าร่วมและผู้ชม
ออกเดินทางไปที่ ‘คุกแห่งความตาย’ คาดว่าครึ่งชั่ว
ยามก็น่าจะไปถึงแล้ว
แน่นอนว่าเพื่อให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของการ
แข่งขันนี้ เรือรบโครงกระดูกวิญญาณมรณะ จะพา
บินรอบจักวรรดิเป่ยหมิง 1 รอบ เพื่อเรียกเสียง
ฮือฮาจากคนตระกูลเป่ยหมิงทั้งหมด หลังจากผ่าน
ไป 5 วัน จึงจะเดินทางไปถึง คุกแห่งความตาย!
อันดับแรกคือบินผ่านน่านฟ้าของเมืองบริวารทั้ง เก้า
สิบเก้าเมือง
ทุกครั้งที่บินผ่านเมืองก็จะเห็นผู้คนรวมตันกันอย่าง
หนาแน่นที่เบื้องล่าง ผู้ฝึกตนเหล่านี้ต่างสงเสียง
ตะโกนเฮ ท าให้ อู่ อวี้ ได้เห็นถึงความประทับใจของ
จักรวรรดิเป่ยหมิงที่ตราตรึงอยู่บนตัวพวกเขา
การแข่งขันนี้ท าให้ อู่ อวี้ ได้เห็นถึงความส าคัญของ
สงครามชิงอ านาจของเหล่าราชวงศ์ผู้ฝึกตนได้อย่าง
แช่มชัด
ทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ยหมิงก าลังตื่นเต้นอย่างบ้าคลั่ง
5 วันต่อมา อู่ อวี้ ได้ยินเสียงตะโกนเชียร์ที่ดึง
กึกก้องยิ่งกว่าเดิม
ครู่ต่อมาก็พลันมองเห็น ‘คุกแห่งความตาย’ เบื้อง
หน้า อีกไม่นานก็จะท าการเริ่มต้นสงครามชิงอ านาจ
แดนเหนือ ดังนั้นยิ่งเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ คน
จ านวนมากก็ยิ่งรู้สึกตึงเครียดมากขึ้น เกรงว่าเหล่า
อัจฉริยะทั้งหลายจะไม่สามารถท าจิตใจให้สงบได้ใน
การแข่งขันอันยิ่งใหญ่เช่นนี้
อู่ อวี้ รู้ดีว่าการแข่งขันนี้ จ าต้องต่อสู้เพื่อเกียรติยศ
นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะกระตุ้นผู้ฝึกตนหนุ่มสาว
ทั้งหลายให้กระตือรือร้น
สงครามนี้จัดขึ้นทุกสิบปี ด้วยการกระตุ้นจิต
วิญญาณที่เป็นรูปธรรมเช่นนี้ ย่อมท าให้ทั่วทั้ง
จักรวรรดิเป่ยหมิงสามารถคงไว้ซึ่งก าลังรบอัน
แข็งแกร่งได้
เมื่อมองผ่านหมอกควันทมิฬของเรือรบโครงกระดูก
วิญญาณมรณะ ก็จะเห็นว่าบนพื้นตรงต าแหน่งเส้น
ขอบสนาม ปรากฏโดมไข่ขนาดมหึมาขึ้นใบหนึ่ง ซึ่ง
โดมไข่ใบนี้มีเพียงแค่ครึ่งใบเท่านั้น และมันปกคลุม
พื้นดินเอาไว้ราวกับเจาะทะลวงสู่เบื้องล่างพิภพ
ที่แห่งนี้ก็คือ ‘คุกแห่งความตาย’
แน่นอนว่าคุกแห่งความตายของจริง อยู่ที่ใต้ผืนพิภพ
นี่เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มันถูกสร้างขึ้นมา
ส าหรับรับชมสงครามชิงอ านาจแดนเหนือในครั้งนี้
ภายในอาคารนี้มีที่นั่งที่หรูหราและงดงามอยู่นับไม่
ถ้วน สามารถจุผู้ชมทั้งหมดได้เพื่อให้พวกเขาสวา
มารถมองเห็นฝีมือของผู้เข้าร่วมทั้งพันคนได้อย่าง
ชัดเจน
ยามนี้ผู้ชมเกือบแปดแสนคนได้มาถึงแล้ว ก าลังรอ
คอยให้กลุ่มผู้เข้าแข่งขันปรากฎ
ที่รอบๆคุกแห่งความตายก็ได้มีการจัดตั้งค่ายกล
จ านวนมหาศาล เมื่อ ‘เรือรบโครงกระดูกวิญญาณ
มรณะ’ ล านี้เข้าไปใกล้ ค่ายกลเหล่านี้ก็จะถูกปิด
การใช้งานชั่วคราว หลังจากที่เรือรบผ่านเข้าไปแล้ว
มันก็จะถูกกระตุ้นเปิดใช้งานขึ้นใหม่อีกครั้ง
แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับ นครหมิง แห่ง
จักรวรรดิเป่ยหมิง จึงเป็นไปไม่ได้ที่เหล่าปีศาจสมุทร
ทั้งหลายจะทะลวงผ่านเขตแดนนี้ไปได้ ปีศาจที่ถูก
ขุมขังอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แทบจะไม่มีความหวัง
ในการหลบหนี พวกมันท าได้เพียงแค่รอคอยโอกาส
จากสงครามชิงอ านาจแดนเหนือเท่านั้น
ในแต่ละครั้งจัดงาน ปีศาจสามารถหลบหนีโดยใช้
โอกาสจากสงครามชิงอ านาจแดนเหนือ บางปีก็
สามารถจากไป บางปีก็ล้วนตายสิ้น บางทีเมื่อ
เปรียบเทียบกันแล้ว เหล่าปีศาจคงปรารถนาในการ
ต่อสู้ยิ่งกว่าผู้เข้าร่วมเสียอีก
หลังจากที่เข้ามาใกล้จึงจะพบว่า ‘ไข่ครึ่งใบ’ นี้ มัน
ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน ไม่กล่าวเกินจริงเลยหากว่ามัน
สามารถจุคนได้นับล้านๆ
เรือรบโครงกระดูกวิญญาณมรณะ ณ เวลานี้ได้พุ่ง
ทะยานเข้ามาจากทางด้านบนทะยานลดต่ าลง
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ