กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 744: จักรพรรดิกุ้งมังกร
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้มีความกว้างมาก
เท่าไหร่
แต่ว่าตอนนี้เขาได้รับรู้กับตัวแล้วว่ามันมีความลึกมาก
ขนาดไหน ตั้งแต่เริ่มต้นมาเขาได้มุ่งหน้าดำดิ่งลงไป
เรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่ได้ดำลงไปด้วยความเร็ว แต่เขาก็ใช้
เวลาไปถึงครึ่งวัน จนในที่สุดก็มาถึงก้นสมุทรได้เสียที
การจะซ่อนตัวในน่านน้ำอันกว้างขวางค่อนข้างทำได้
ลำบาก แต่ที่ก้นสมุทรของคุกสมุทรวิญญาณ ที่อุดม
ด้วยหุบเหวลึก และป่าไม้ใต้สมุทรอยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ก็ยังมีภูเขาและหน้าผาเช่นเดียวกับโลก
ภายนอก จึงนับว่าเป็นสถานที่ซ่อนตัวได้ดียิ่ง
ดังนั้นปีศาจส่วนใหญ่จึงน่าจะจำศีลอยู่ที่ก้นสมุทรนี้
ตามหลักแล้วยิ่งมุ่งหน้าลงไปลึกมากเท่าไหร่ โอกาสใน
การจะได้พบกับปีศาจก็ยิ่งสูงขึ้น
ตรงตำแหน่งที่เขาอยู่มีโคลนตมสีดำลึกดิ่ง ซึ่งมันง่าย
มากที่จะเป็นที่ซุกซ่อนของปีศาจ หลังจากที่ อู่ อวี้
มาถึง เขาก็เริ่มใช้เนตรเพลิงค้นหาในทันที ความจริง
คนจำนวนมากก็กำลังทำการค้นหากันอยู่ เป็นเพราะ
ปีศาจได้หลบซ่อนอยู่ในจุดที่ค่อนข้างลึก ยิ่งไปกว่านั้น
การแข่งขันเพิ่งจะเริ่มต้น จึงทำให้ยากจะค้นหาได้
ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปีศาจที่มุ่งหน้าเข้ามาหาพวกเขา
แทน
อย่างไรก็ตาม ได้ยินมาว่ายิ่งเวลาเข้าใกล้ครบกำหนด
ครึ่งปีมากเท่าไหร่ ปีศาจก็จะเริ่มเกิดอาการบ้าคลั่งมาก
ยิ่งขึ้น
“ยิ่งเป็นผู้ฝึกตนหรือปีศาจที่อ่อนแอ ก็ยิ่งจะจัดการ
ด้วยระดับของข้า ย่อมเป็นจุดสนใจของเหล่าปีศาจไม่
น้อยแน่ๆ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่าโอกาสที่เขาจะได้พบเจอกับปีศาจน่าจะมี
มากกว่าคนอื่นๆมาก ยิ่งกว่านั้นตัวเขายังมีความ
ช่วยเหลือจากเนตรเพลิงอีกด้วย
ว่ากันว่าบนร่างของปีศาจที่แข็งแกร่งอาจจะมี ‘ตาข่าย
วิญญาณมรณะ’ มากกว่าหนึ่งชิ้น ซี่งจากก่อนหน้ามี
การเปลี่ยนกฎนิดหน่อย กฏก่อนหน้านี้ก็คือปีศาจแต่
ละตัวจะมีตาข่ายวิญญาณมรณะได้เพียงแค่หนึ่งชิ้น
เท่านั้น แต่ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าปีศาจตัวนั้นมีความ
แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ได้รับตาข่ายวิญญาณ
มรณะมากขึ้นตาม หากไม่ทำเช่นนี้ก็จะไม่มีผู้ใด
อยากจะเผชิญหน้ากับปีศาจที่แข็งแกร่งเลย
ในความจริง เกรงว่าตั้งแต่อดีตคงมีเพียง อู่ อวี้ คน
เดียวเท่านั้นที่อยู่ในขอบเขตแก่นแท้ตำหนักม่วงแล้ว
เข้าสู่ ‘คุกสมุทรวิญญาณ’ เช่นนี้
……………
แม้ว่าจะมีเนตรเพลิงแต่ก็ยังไม่อาจจะมองเห็นได้ไกล
มาก เพราะว่าที่ก้นสมุทรแห่งนี้มันลึกและมืดมาก
เกินไป และพืช หิน ดินทราย ทุกสิ่งที่อยู่ข้างล่างล้วน
เป็นถูกเปลี่ยนกลายเป็นสีดำทมิฬ
คนอื่นอาจจะหวาดกลัวที่ได้ดึงดูดปีศาจที่แข็งแกร่ง แต่
อู่ อวี้ กลับไม่ได้กลัว ฉับพลันเขาบังคับให้ ‘พลองหมื่น
มังกรพิภพอนันต์’ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนมีความยาว
หลายสิบจั้ง ราวกับเป็นพลองที่คอยค้ำชูฟ้าสวรรค์ เขา
ใช้มือทั้ง 2 ข้างโอบพลองหมื่นมังกรขนาดใหญ่นี้เอาไว้
และปักมันแทรกเข้าไปภายในโคลนตมในทันที
“ปีศาจ? ออกมาเดี๋ยวนี้” ที่แห่งนี้มีคนนับพันที่
ขวักไขว่หาแต่ปีศาจ การกระทำอื่นๆของผู้ฝึกตนล้วน
ไม่อาจเรียกความสนใจได้
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวขนาดใหญ่เช่นนี้ กลับ
เป็นการกระตุ้นเหล่าปีศาจชั้นดี!
คุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้ มีปีศาจอาศัยอยู่เป็นจำนวน
มาก แต่กลับสามารถหาตัวพวกมันได้ยากเย็นยิ่ง เป็น
เพราะว่ามันได้ทำการซ่อนตัวได้แนบเนียน พวกมันใช้
เวลานับสิบปีอยู่ที่นี่ ค้นหาวิธีซ่อนเร้นมาหลายวิธี หาก
พวกมันไม่เผยตัว เช่นนั้นย่อมไม่มีทางเจอ!
แต่เมื่อมองเห็นว่าในมือของ อู่ อวี้ มีศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ! ทั้งยังอยู่ในแค่ขอบเขตตำหนักม่วง
ทะเลมรกต แน่นอนว่าปีศาจบางตัวก็เริ่มใจเต้นแรง
เนื่องจากปีศาจเหล่านี้เพียงแค่ต้องสะสมยันต์แสง
ทำลายรัตติกาล 10 ใบก็พอแล้ว
วิธีการดึงดูดของ อู่ อวี้ คนอื่นไม่อาจจะลอกเลียนแบบ
ได้ ยิ่งไปกว่านั้นมันก็เป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมไม่เบา เมื่อ
เขากระตุ้นเพียงครั้ง เวลาต่อมากลับรู้สึกถึงกลิ่นอาย
ปีศาจที่พวยพุ่งทันใด
ฉับพลัน ในจุดลึกๆของโคลนตมที่อยู่เบื้องหน้าก็
ปรากฏเงาร่างอันซีดเซียวของบุรุษผู้หนึ่ง บุรุษผู้นี้เป็น
ปีศาจที่กลายร่างเป็นมนุษย์ มันได้ซ่อนตัวอยู่ในส่วน
ลึกของโคลนตม หากว่ามันไม่ปรากฏตัวออกมา ก็เป็น
เรื่องยากที่จะค้นหามันได้พบ
ตามความจริง ปีศาจนั้นมีร่างกายที่ค่อนข้างใหญ่โต
แต่ยามพวกมันซ่อนเร้น พวกมันจะเลือกใช้ร่างมนุษย์
แทนเพื่อความสะดวก
ผิวหนังของมันค่อนข้างเหมือนกับ ‘เกราะ’ ดู
เหมือนว่ามันจะเป็นปีศาจสมุทรจำพวกที่มีเปลือกแข็ง
ในมหาสมุทรมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาล แต่การที่พวก
มันจะกลายเป็นปีศาจได้สำเร็จก็มีจำนวนค่อนข้างน้อย
อย่างน้อยปีศาจที่นี่ก็น่าจะมีจำนวนมากกว่าปีศาจที่อยู่
บนดินแดนโบราณเหยียนหวง
“ขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกต? ศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ?” ปีศาจตนนี้ไม่ได้พูดมาเป็นเวลา
หลายสิบปีแล้ว เสียงมันจึงแหบแห้งจนน่าสยดสยอง
นอกจากนี้ก็ยังมีดวงตาอันแสนเย็นชาราวกับทุกสิ่ง
หยุดนิ่งยามจ้องตา
เป็นการยากที่จะได้พบเจอปีศาจสักตัว แต่ อู่ อวี้ กลับ
ไม่ตื่นตระหนก เขากระชับพลองหมื่นมังกรเอาไว้ในมือ
พร้อมกับค่อยๆเข้าใกล้ปีศาจทีละน้อย
อีกฝ่ายเป็นถึงปีศาจที่มาจาก ‘มหาสมุทรแห่งความ
ตาย’ อันแสนดุร้าย ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ถูกกุมขังอยู่
ภายในนี้มานานหลายปี บนร่างของมันจึงเต็มไปด้วย
บรรยากาศที่ดุร้ายและเหี้ยมโหด แม้ว่าอีกฝ่ายจะกำลัง
สะกดข่มเอาไว้อยู่ แต่ก็ยังสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
หากไม่ใช่เพราะกฏเกณฑ์ที่คอยขัดขวางเอาไว้ พวกมัน
คงเร่งสังหาร อู่ อวี้ อย่างไม่ทันตั้งตัวแน่นอน
อู่ อวี้ ไม่ได้ตอบกลับไป พริบตาเดียวเขาก็มายืน
ประจันหน้ากับปีศาจทันที
“เจ้าเตรียมยันต์แสงทำลายรัตติกาลเอาไว้แล้วหรือ
ยัง?” อีกฝ่ายสังเกต อู่ อวี้ และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง
ที่แหบแห้ง เมื่อได้ยินเสียงกลับราวกับว่าโดนใบมีด
แทงทะลุผ่านเข้ามาในใบหูยากที่จะทานทนได้
“นั่นก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถพอหรือไม่” อู่ อวี้
สังเกตเห็นว่าบนร่างของพวกมันมีตาข่ายสีดำรัดพันอยู่
ซึ่งนี่น่าจะเป็นตาข่ายวิญญาณมรณะ
“เหอะ” ปีศาจตนนั้นหัวเราะขึ้น และโจมตีออกมา
ในทันที ความเร็วในการลงมือของมันค่อนข้างเร็วยิ่ง
มันโจมตีไปที่ อู่ อวี้ อย่างฉับพลัน
อีกฝ่ายดูดถูกเขามากเกินไป อู่ อวี้ ในมือคร่ากุมพลอง
หมื่นมังกรไว้อย่างถนัดมือ ซึ่งก่อนที่การโจมตีของอีก
ฝ่ายจะมาถึง พลองของเขาก็ฟาดไปที่ศีรษะของอีก
ฝ่ายก่อนแล้ว การโจมอันแข็งแกร่งที่ปรากฏขึ้นอย่าง
ฉับพลันนี้ทำให้ปีศาจต้องหวาดกลัวจนต้องกระโดด
หลบไปอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้น อู่ อวี้ กลับไม่ปล่อย
ให้โอกาสหลุดรอด
“บ้าน่า เจ้าปกปิดขอบเขตของตนเองเอาไว้?” อีกฝ่าย
มีสีหน้าซีดขาว เห็นได้ชัว่ามันค่อนข้างตกตะลึง
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว เมื่อเป็นเช่นนี้
มันจึงเร่งกลายร่างกลับสู่ร่างต้นทันที!
ตูม!
ก้นสมุทรอันเงียบสงบ ก็บังเกิดเป็นระลอกคลื่น
สับสนอลม่าน
ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ในตอนนี้เป็นกุ้งมังกร
ยักษ์สีขาวซีดจางๆขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง………….
กุ้งมังกรสีขาวตัวนี้กลับมีตัวขนาดมหึมายิ่ง หนวดแต่
ละข้างของมันเปลี่ยนกลายเป็นเสาค้ำฟ้าสวรรค์
เช่นเดียวกับหอกของ อู่ อวี้ ก้ามขนาดใหญ่ทั้ง 2 ข้าง
เป็นเหมือนกับศาสตราวุธขนาดใหญ่ ร่างกายทุกส่วน
ของมันถูกปกคลุมด้วยเปลือกอันแข็งแกร่ง เปลือก
กระดองสีขาวซีดของมัน ให้ความรู้สึกราวกับเป็น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ที่มีความสามารถในการป้องกัน
และอาจจะมีพลังป้องกันแข็งแกร่งกว่าศาสตราเต๋าวิถี
แท้เสียอีก
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เป็นอาณาจักรที่ติดชายฝั่งทะเล
สัตว์จำพวกกุ้งมังกร อู่ อวี้ ล้วนเคยเห็นมามากมาย
บนโต๊ะอาหาร และเมื่อต้องเห็นกุ้งมังกรที่มีขนาด
ใหญ่โตโมโหฬารเช่นนี้ จึงเกิดอาการตกตะลึงไม่น้อย
โชคดีที่ขอบเขตของมันไม่สูงมาก ถือว่าเป็นปีศาจที่มี
ขอบเขตต่ำที่สุดภายในที่แห่งนี้ ดังนั้นตัวมันจึงต้อง
สะสมยันต์แสงทำลายรัตติกาลไม่มากนัก
“ข้า ‘จักรพรรดิกุ้งมังกร’ หากกลัวนักก็จงรีบใช้งาน
ยันต์แสงทำลายรัตติกาลเสีย หากหมดโอกาส เจ้าคง
ต้องเจ็บหนักหน่อยล่ะนะ หึหึ” หลังจากที่อีกฝ่ายได้
กลับสู่ร่างเดิม มันก็ข่มขู่ อู่ อวี้ ในทันที
แต่แน่นอนว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับ อู่ อวี้
ฉับพลัน บังเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น
นั่นก็คือในสนามรบของพวกเขาปรากฏบุคคลที่ 3 ขึ้น
คนผู้น่าจะได้ยินการเคลื่อนไหวขึ้น จึงเร่งรีบมาที่แห่งนี้
อย่างรวดเร็ว
มันเป็นดรุณีสวมใส่กระโปรงยาวสีน้ำเงิน เหลือบมอง
เพียงแวบเดียวก็สามารถมองเห็นถึงใบหน้าอันงดงาม
ของอีกฝ่ายได้ในทันที ผมยาวสลวยสีฟ้าของอีกฝ่าย
ช่างดูเจิดจ้า ซึ่งสามารถรับรู้ถึงความหนาวเหน็บได้
จากบรรยากาศรอบตัวของนาง
แน่นอนว่า ทั้งพันคนที่เข้ามาภายใน ‘คุกสมุทร
วิญญาณ’ มีสตรีร่วมอยู่ 300 คน และสตรีทุกนางที่
เข้าร่วม แต่ละคนก็เป็นคนระดับสูงภายในจักรวรรดิ
เป่ยหมิงแห่งนี้ จึงทำให้แต่ละคนมีความงามโฉม
สะคราญยิ่ง
อย่างไรก็ตามในบรรดาสตรีทั้ง 300 คน สตรีผู้นี้ ก็ยัง
ถือว่าอยู่ในระนาบสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอาย
บรรยากาศ ความงาม รูปร่าง ความแข็งแกร่ง หรือว่า
ระดับพลัง ล้วนอยู่ในระดับสูงยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
รูปร่างของนางที่มีสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ จึงยาก
จะหาคำใดมาเปรียบเปรย
แต่ถึงอย่างนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่รู้สถานะของนาง
เพียงแค่ว่าระดับพลังของอีกฝ่าย อยู่ในขั้นก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะระดับที่ 8 ซึ่งก็เป็นตัวตนที่ อู่ อวี้ ไม่
อาจจะเผชิญหน้าได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่
เขาสูญเสียข้อได้เปรียบทางด้านกายเนื้อ ผนวกกับ
ช่องว่างอันยิ่งใหญ่ของแก่นแท้ตำหนักม่วง จึงทำให้
การต่อสู้ข้ามขั้นถึง 7 ขั้นนับว่าเป็นไปไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม นางกลับเล็งเป้าหมายไปยังปีศาจโดยไม่
สนใจตัวเขาแม้เพียงชายตา
“ต้องการแย่งเหยื่อของข้างั้นรึ?” อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่
แน่นอนว่านางมีพลังเพียงพอที่จะฉกฉวย ซึ่งนี่ก็คือ
หนึ่งในจุดเด่นของสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ มี
เพียงแต่ผู้ที่สังหารปีศาจได้รวดเร็วเท่านั้น จึงจะได้รับ
‘ตาข่ายวิญญาณมรณะ’ไปครอง
‘จักรพรรดิกุ้งมังกร’ มองเห็นอีกฝ่ายก่อน อู่ อวี้ เสีย
อีก ซึ่งพริบตาที่มันมองเห็นสตรีผู้นั้น มันก็ผินกาย
หลบหนีไปในทันที
มันรู้ชัดว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสตรีผู้นี้ จึงทำได้เพียง
แค่หลบหนีจากไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามมันก็สายไปเสียแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะ
หลบหนีไป แต่ในระยะที่ใกล้เช่นนี้ ก็นับว่ายากที่จะไป
ไหนได้
พริบตานั้น สตรีผู้ก็กลายเป็นประกายแสงสีฟ้า ทะยาน
มาอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
“หยุด”
แต่ไหนแต่ไรมา อู่ อวี้ ก็ไม่เคยกังวลว่าตนเองจะแข่ง
เรื่องความเร็วพ่ายแพ้ผู้อื่น แม้ว่าเขาออกตัวช้ากว่า
เล็กน้อย แต่ด้วยเคล็ดก้าวเทวะ และผนวกกับย่อส่วน
เทียมฟ้าจรดดิน เมื่อผสานสองวิชานี้เข้าด้วยกัน
พริบตาเดียวเขาก็แซงหน้าสตรีผู้นั้นไปแล้วมาปรากฏ
ตัวอยู่เหนือหัวของ ‘จักรพรรดิกุ้งมังกร’
ตูม!
อู่ อวี้ ไม่ออมมืออีกต่อไป
เขาใช้เทียมฟ้าจรดดินแปลงกายสู่ร่างยักษ์ ฉับพลัน
พลองหมื่นมังกรก็ขยายขนาดใหญ่และยาวขึ้นตาม ทั้ง
ยังมีน้ำหนักที่ทวีขึ้นหลายเท่าตัว!
เทียมฟ้าจรดดินได้เพิ่มพลังให้กับ อู่ อวี้ มากกว่าเดิม
ถึง 3 เท่า!
ไม่ต้องสำแดงออกเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง อาศัยเพียงแค่
พลังจากกายเนื้อและแก่นแท้ตำหนักม่วง คนหวด
พลองลงอย่างเฉียบขาด ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณของเขาเข้าบดขยี้ศีรษะของปีศาจในทันที!
ตู้มมม แกร๊กกกกก!
เปลือกแข็งของ ‘จักรพรรดิกุ้งมังกร’ พลันส่งเสียง
แตกหักออกมา เปลือกตรงส่วนหัวของมันแตกละเอียด
ยามนี้จักรพรรดิกุ้งมังกร….ตกตายคาที่!
อู่ อวี้ เร่งเก็บ ‘ตาข่ายวิญญาณมรณะ’ ไปอย่าง
ง่ายดาย เขาใส่มันเข้าไปภายในถุงจักรวาลในทันที
และเมื่อหันกายกลับไป ก็มองเห็นซากของจักรพรรดิ
กุ้งมังกรค่อยๆตกลงสู่ก้นมหาสมุทร ส่วนสตรีผู้นั้นก็
เพิ่งจะตามติดมาได้ทัน
การปรากฏกายของ อู่ อวี้ ในครั้งนี้รวดเร็วเกินไป ทั้ง
ยังทรงพลังยิ่ง ทำให้สตรีผมฟ้าผู้นั้นไม่สามารถ
ตอบสนองได้ทัน
ตอนนี้ทั้งคู่ประสานสายตากัน อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นกล่าวว่า “ต้องขออภัยด้วย ท่านเชื่องช้าเกินไป
ตาข่ายวิญญาณมรณะนี้จึงถูกข้าชิงมันไปก่อน”
เดิมทีนางต้องการจะฉวยโอกาสจัดการกับคู่ต่อสู้ของ อู่
อวี้ แค่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จึงทำให้อีก
ฝ่ายรู้สึกประหลาดใจ
และคำพูดของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ ก็ได้กระตุ้นโทสะของ
นางเข้าให้เสียแล้ว..
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ