กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 750: มังกรฟ้าสะกดวิญญาณ
เมื่อองค์ชายโย่วเหยียน ได้เผชิญหน้ากับอู่ อวี้แล้ว
เห็นได้ชัดว่ามันไม่ยอมปล่อยให้ อู่ อวี้ จากไปง่าย ๆ
การที่อีกฝ่ายเตือนให้ อู่ อวี้ อยู่ห่าง ๆ โย่วเสี่ยไว้
เพราะมันต้องการเล่นงาน อู่ อวี้ กดดันจนให้เขาตอบ
โต้สวนกลับ ทว่าไม่ได้คาดหวังว่า อู่ อวี้ จะยอมตกลง
ง่าย ๆ ถึงเพียงนี้
มันคาดว่า อู่ อวี้ จะไม่เห็นด้วย จากนั้นก็จะสอน
บทเรียนให้แก่ อู่ อวี้ ตามลำดับ
ถ้าให้ลองนึกภาพว่าชาวต่างถิ่น บังอาจเหิมเกริมใช้
ประโยชน์จากน้องสาวของตน ให้คอยปกป้องตนเอง
เพื่อกระทำตัวเย่อหยิ่งจองหองไม่เห็นหัวผู้ใดในนครห
มิง ในฐานะองค์ชายแห่งเป่ยหมิง เมื่อเรื่องนี้เข้ามาอยู่
ในสายตาของมัน แน่นอนว่ามันย่อมต้องจัดการเรื่องนี้
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงอยากอยู่ให้ห่าง ๆ จากสายตาของมัน
แต่ดูเหมือนมันไม่เห็นด้วย
” อู่ อวี้ เจ้าไม่หาใช่คนเป่ยหมิง การที่เจ้าสามารถเข้า
มาที่นี่ได้ก็ถือว่าบุญกะลาหัวมากแล้ว ยังจะกล้าแสดง
สีหน้าท่าทางเช่นดีกับข้าอีก ข้าควรจะล้างความอัปยศ
นี้แทนหนุ่มสาวชาวเป่ยหมิงดีหรือไม่?” โย่วเหยียนเอ่ย
กับ อู่ อวี้ ขึ้นทีละคำ
หากปรารถนาจัดการคนผู้หนึ่ง ย่อมมีเหตุผลร้อยแปด
ที่จะยกมากล่าวอ้าง
อู่ อวี้ โบกไม้โบกมือแล้วพูดว่า “ ถ้าเช่นนั้นท่านคิดว่า
ข้าควรทำอย่างไรถึงจะเหมาะสม ที่นี่คือสนามแข่งขัน
ข้าเพียงแค่สร้างผลงานตามกำลังของตนเองเท่านั้น
เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามสมควร อีกทั้ง 800,000 คน
ด้านนอกสามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหว ”
โย่วเหยียน กับ ต้วนอี้ ที่อยู่ถัดออกไปหัวเราะอย่าง
ขบขัน
” ข้าจะทำอันใดมันก็เรื่องของข้า ไฉนข้าต้องสนใจคน
พวกนั้นด้วย เพราะเจ้าดวงซวยเองที่มาเจอกับข้า
ฉะนั้นข้าจะคุยกับเจ้าตรง ๆ ก็แล้วกัน เมื่อข้าจากไป
แล้ว หากเจ้าพบกับปีศาจ ข้าหวังเล็ก ๆ ว่าเจ้าจะบด
ขยี้ยันต์แสงทำร้ายรัตติกาล แล้วออกจากเป่ยหมิงของ
เราไปซะ เมื่อนั้นข้าจะไม่มาวุ่นวายกับเจ้าอีก เห็นไหม
ว่ามันเป็นแค่วิธีง่าย ๆ ข้าคิดว่าเจ้าไม่ควรกล้าปฏิเสธ ”
โย่วเหยียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นี่คือการขับไล่ อู่ อวี้ ออกไปจากเป่ยหมิงแบบโต้ง ๆ
องค์ชายโย่วเหยียน บอกจุดประสงค์ของตนเองอย่าง
ชัดเจน หลังจากนั้นต้วนอี้ที่อยู่ถัดออกไป ก็พูดสมทบ
ขึ้นอีกสองสามคำ
แม้จะไม่คาดคิดว่าจะพูดเช่นนี้ออกมา แต่การจะมานั่ง
ต่อล้อต่อเถียงกับคนต่ำทรามเช่นนี้ หาได้มีประโยชน์
อันใดไม่
อย่างไรก็ตามสิ่งที่โย่วเหยียนกล่าวมา อู่ อวี้ ไม่อาจ
รับปากได้ อีกฝ่ายเชื่ออย่างแท้จริงว่าตนเองนั้น
เหนือกว่า แล้วสามารถจัดการ อู่ อวี้ ได้อย่างง่ายดาย
เพียงแค่ดีดนิ้ว ถึงแม้ว่าฐานันดรของอีกฝ่ายจะสูงศักดิ์
ทว่าเมื่อ อู่ อวี้ มาที่นี่แล้วเขาก็หาได้หวาดกลัวต่อสิ่งใด
ไม่ ครั้งหนึ่งเขาเคยเผชิญหน้ากับบรรพชนมารกลืน
สวรรค์มาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่หวาดกลัวชายผู้นี้แม้แต่
น้อยนิด
เขาจึงใส่ศีรษะแล้วตอบกลับไปว่า ” ขออภัย ผู้
บัญชาการโย่วชางเป็นผู้อนุญาตให้ข้าเข้ามา ฉะนั้น
หากท่านต้องการจะขับไล่ข้า ท่านก็ต้องไปไต่ถาม
ความเห็นชอบจากเขาก่อน”
อันที่จริง อู่ อวี้ รู้ดีอยู่แก่ใจว่า คำพูดที่โย่วเหยียน
กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงกลอุบายข้ออ้างโจมตี อู่ อวี้
เมื่อเทียบกับการให้ อู่ อวี้ ยอมออกไปง่าย ๆ ด้วย
ตนเอง มันย่อมต้องการที่จะส่ง อู่ อวี้ ออกไปด้วยมือ
ของตนเองมากกว่า
แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนมากเฝ้าดูอยู่ แต่มันก็หาได้ใส่ใจ
ในเมื่ออยู่ที่นี่แล้วมันจะทำอันใดก็ได้ ตราบใดที่ไม่ต่อสู้
เข่นฆ่ากันถึงตายก็จะไม่ถือว่าละเมิดกฎการแข่งขัน
บางคนก็ถูกบีบบังคับให้ออกจากการแข่งขันนี้ไปดื้อ ๆ
” ช่างโอหังยิ่งนัก! ไม่เจียมตนเอาเสียเลย กล้าดีอย่างไร
ถึงพูดกับองค์ชายเช่นนี้!” ต้วนอี้เล่นใหญ่ ทำทีแผด
เสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด แต่แท้จริง
แล้วภายในใจของมันนั้นช่างสงบเงียบราวกับน้ำแข็ง
มันซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ องค์ชายโย่วเหยียน กำลังจับตาดู
เฝ้ารอการโจมตี อู่ อวี้
อู่ อวี้ เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้
เขาจึงเร่งสำแดงใช้เมฆาตลบฟ้าขั้นที่ 2 ผสานเข้ากับ
ร่างของเขาทันที ระหว่างที่ยังประจันหน้ากับพวกมัน
เขาสามารถทิ้งระยะห่างได้ตลอดเวลา
เขาเตรียมตัวที่จะออกเดินทาง เกียจคร้านที่จะมานั่ง
เสียเวลาพัวพันกับคนทั้งสอง การที่เขาจะสังหารองค์
ชายโย่วเหยียนต่อหน้าสายตาของทุกผู้คนตอนนี้ หาใช่
สิ่งที่เขาจะกระทำได้
เมื่อรู้ว่าตนเองได้เข้าต่อสู้ในสงครามชิงอำนาจเป่ย อู่
อวี้ ก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเขาจะต้องติดอันดับหนึ่งใน
สิบ จะไม่ยอมอยู่ในลำดับต่ำรั้งท้าย
ซึ่งเขาจะต้องแข่งกับเวลา!
แต่ อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าองค์ชายโย่วเหยียน คิดจะ
จัดการเขาให้สิ้นซาก
มันรู้ดีว่า อู่ อวี้ กำลังจะจากไป แล้วทันทีที่เขาไปมัน
จะไม่มีทางไล่ตามได้ทัน เนื่องจากต้วนอี้เล่าเรื่อง
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ให้มันฟังแล้ว
แม้แต่จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ยังไม่สามารถตามจับ
อู่ อวี้ ได้ ดังนั้นตัวมันย่อมไม่ต่างจากจักรพรรดิอสูร
แดนเหมันต์
ดังนั้นมันต้องใช้ความแข็งแกร่งสยบตั้งแต่แรก!
“มังกรฟ้าสะกดวิญญาณ!” ดวงตาขององค์ชายโย่วเห
ยียนเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน กลับกลายเป็นเย็นชาทันที!
พลังอิทธิฤทธิ์แผ่ขยายไปจนสุดลูกหูลูกตา อู่ อวี้ ใช้
เนตรเพลิงในการมอง ซึ่งเขาเห็นมังกรโปร่งใสปรากฎ
ทว่าถูกบดบังอำพลางด้วยหมอกหนาแน่น!
ควรจะเป็นการโจมตีด้วยจิตเทวะ เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่
มีผลต่อจิตวิญญาณ ซึ่งคล้ายคลึงกับเขตแดนโลหิต
กำสรวลเล็กน้อย!
พลังอิทธิฤทธิ์ขององค์ชายโย่วเหยียน ช่างน่า
สะพรึงกลัวยิ่งนัก อู่ อวี้ ประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำเกินไป
และ อู่ อวี้ ก็ช้าไปเล็กน้อย ถึงแม้เขาจะถอยกลับอย่าง
รวดเร็ว และแทบจะหายตัวไปแทบจะในทันที แต่ก็
เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามังกรเทวะได้พุ่งทพยานเข้าใส่สู้
ร่างกายของ อู่ อวี้ อย่างจัง!
แน่นอนว่าเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เจาะทะลุเข้า
มาในร่าง
แต่การโจมตีด้วยพลังอิทธิฤทธิ์ที่มีผลต่อจิตวิญญาณ
เช่นนี้ เป็นอะไรที่ยากจะป้องกันมากที่สุด! เนื่องจาก
เกราะส่วนใหญ่ไม่ทำงาน
หลังจากการปะทะ อู่ อวี้ ก็ปรากฏกายขึ้นอีกแห่งหนึ่ง
ด้วยวิกฤตที่เกิดขึ้นในยามนี้ ทำให้เขาเรียกร่างอวตาร
กลับมาทันที ใต้ใต้ฝ่าเท้าของเขา มีร่องสมุทรลึกอยู่
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรีบลงไปเบื้องล่าง ค้นหาสถานที่
ปลอดภัยซึ่งมีเพียงดินโคลนและทรายเพื่อใช้ซ่อนตัว
เหตุที่ต้องรีบซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะพลัง
อิทธิฤทธิ์ขององค์ชายโย่วเหยียนได้แทรกซึมเข้าสู่
ร่างกายของเขาแล้ว ในเวลานี้มีม่านหมอกมังกรเทวะ
กำลังพัวพันอยู่รอบกายของ อู่ อวี้ ราวกับว่ากำลังมี
ดาบกรีดเฉือนเข้าสู่ร่างกายของเขา หลังจากที่ถูกฉีก
กระชาก หาใช่ร่างกายที่เจ็บปวด แต่เป็นวิญญาณของ
เขา!
“ข้าประมาทเกินไป”
เขาเตรียมพร้อมจะจากไปทุกเมื่อ กลับไม่คาดคิดฝ่าย
ตรงข้ามจะมีพลังอิทธิฤทธิ์ที่โจมตีเข้าใส่วิญญาณของ
เขา ค่อย ๆ กรีดเฉือนเข้าสู่ร่างกายด้วยตนเองได้เช่นนี้
มันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
สิ่งที่เขาคิดได้ในตอนนี้ คือต้องรีบกำจัดพลังอิทธิฤทธิ์
นี้ออกไปให้เร็วที่สุด
อันที่จริงแล้วองค์ชายโย่วเหยียนกับต้วนอี้ก็รู้สึก
ประหลาดใจเช่นกัน เนื่องจากพวกมันเห็น อู่ อวี้
หายไปต่อหน้าต่อตา
“ ทูลองค์ชาย เมื่อครั้งที่มันเผชิญหน้ากับจักรพรรดิ
อสูรแดนเหมันต์ มันก็ใช้วิธีนี้หลบหนี มันถึงได้กล้า
หยิ่งผยองโอหังมากมายถึงเพียงนี้ ” ต้วนอี้กล่าวขึ้น
ด้วยความเกลียดชัง
” อย่างไรก็ตามครั้งนี้มันถูกการโจมตีจากพลังอิทธิฤทธิ์
ของพระองค์ ข้ามั่นใจว่ามันต้องทนทุกข์ทรมานอย่าง
สุดแสนแน่นอน”
โย่วเหยียน มองไปที่มันด้วยสายตาลึกล้ำ จากนั้นก็
กล่าว “มีแค่พลังอิทธิฤทธิ์บางส่วนเท่านั้นที่ทำร้ายเขา
ได้จริง ๆ ทว่าเขาไม่ได้อยู่ในขอบเขตจิตเทวะ คาดว่า
การโจมตีนี้ น่าจะพรากไปได้ครึ่งชีวิต แต่ปัญหาก็คือ
คนผู้นี้สามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้หลายระดับ ทั้งยังมีวิชา
มหัศจรรย์มากมาย ข้าคิดว่า ต้องมีความลับมากมาย
อยู่ในตัวของเขา มีหลายคนต้องการไขความลับในตัว
ของเขาตั้งแต่เข้ามาที่นี่ ข้าต้องก้าวนำไปก้าวหนึ่ง
อย่างน้อยศาสตราวิถีแท้ในร่างของเขาก็มีค่า ”
เห็นได้ชัดว่าองค์ชายโย่วเหยียน ปรารถนามรดกในตัว
ของ อู่ อวี้
ต้วนอี้เป็นกังวลเรื่องของ อู่ อวี้ มาก เนื่องจากว่าเขา
เป็นผู้แข่งขันแย่งชิงตัวโย่วเสี่ยที่ยากจะจัดการมาก
ที่สุด ด้วยเหตุนี้มันจึงหวังให้ อู่ อวี้ สูญเสียทุกสรรพสิ่ง
ไป ดังนั้นมันจึงเอ่ยขึ้นว่า ” ข้าก็คิดเช่นนั้น น่า
เสียดายที่ผู้อาวุโสห่วงกังวลโย่วเสี่ยเป็นอย่างมาก
ดังนั้นการที่ท่านโจมตีเพื่อแย่งชิงมรดกของมัน จึงเป็น
เรื่องที่เหมาะสมยิ่ง อย่างไรก็ตามคุกสมุทรวิญญาณมี
ขนาดใหญ่มากเกินไป มิใช่เรื่องง่ายที่จะหาตัวมัน”
โย่วเหยียนหัวเราะเย้ยหยัน จากนั้นก็กล่าวว่า “ ครั้งนี้
ต่อให้มันหนีไปไกลแค่ไหนก็หนีไม่พ้น พลังอิทธิฤทธิ์
ของข้าคือ ‘มังกรฟ้าสะกดวิญญาณ’ ตอนนี้มันยังคง
บดขยี้ทำลายอยู่ภายในร่างกายของเขา ตราบใดที่ข้า
เข้าไปใกล้ ก็สามารถค้นหาตำแหน่งของเขาได้ ต่อให้มี
วิชาหลบหนีสุดยอดมากแค่ไหน ครั้งต่อไปข้าจะไม่
ปล่อยให้มัน หนีรอดไปจากเงื้อมมือของข้าได้ ”
ต่อให้ต้องเสียเวลามากขึ้น มันก็มิได้กังวลแม้แต่น้อย
” ไป ไปสถานที่ที่เจ้าเพิ่งพูดถึง ข้าต้องการเห็นว่ามี
ปีศาจซ่อนตัวอยู่จริงหรือไม่ หากปล่อยให้ล่าช้า คนอื่น
ๆ อาจตัดหน้าไปได้”
” พระองค์ตั้งใจไปพร้อมกับข้า แน่นอนว่าย่อมมิกล้า
โป้ปด สถานที่แห่งนั้น ข้าได้ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่า มี
ปีศาจอ่อนแอมากมายซ่อนตัวอยู่ที่นั่นด้วยสภาพ
หวาดกลัวจนตัวสั่น ”
โย่วเหยียนหัวเราะ แล้วกล่าวว่า ” ถ้าเช่นนั้นก็ช่วย
สงเคราะห์รส่งพวกมันไปลงนรก ไม่ว่าอสูรหรือปีศาจ
ก็เป็นแค่พวกสวะชั้นต่ำทั้งนั้น”
……
ดาบที่กำลังกรีดเฉือนสร้างความเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง
ทำให้เขารู้สึกทรมานมากจริง ๆ
มิใช่ความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่เป็นวิญญาณ
ปกติแล้ว อู่ อวี้ จะเป็นฝ่ายโจมตีใส่วิญญาณของผู้อื่น
ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องมาประสบด้วยตนเอง มัน
ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เป็นความเจ็บปวดที่มิได้ทำให้สติเลื่อนลอย แต่มันคือ
ความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงเข้ามายามสติแจ่มชัด
” ตอนนี้เจ้ายังไม่มีจิตเทวะ ดังนั้นจึงไม่มีทางป้องกัน
การโจมตีจากจิตวิญญาณได้ ทั้งยังยากที่จะขจัดการ
โจมตีนี้ออกไป หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ พลังอิทธิฤทธิ์นี้
จะคงอยู่ในร่างของเจ้าต่อไป อีกทั้งยังทำให้เจ้าองค์
ชายก้อนอึนั่น หาตัวเจ้าได้ด้วย” หมิงซวงกล่าวพร้อม
ขมวดคิวไปด้วย
“โย่วเหยียน”
ไร้ซึ่งความเกลียดชังหรือความแค้น แต่ฝ่ายตรงข้าม
กลับคิดสังหารตนเอง
“ข้าจะจดจำหนี้แค้นครั้งนี้ไว้”
การไร้ซึ่งตัวตน นับเป็นความน่าหวาดหวั่นสำหรับ อู่
อวี้ เช่นภายในเวทีเซียนเหลียว มีสุดยอดอัจฉริยะ
มากมาย ปรารถนาหมายมาดจะสังหารเขา
เพียงพบหน้าครั้งแรก อีกฝ่ายก็คิดจะสังหารตนเอง
แล้ว บัญชีนี้เขาจะชดใช้คืนให้แก่ โย่วเหยียน โดยไม่
สนว่ามันจะเป็นองค์ชายหรืออะไรทั้งนั้น
แต่สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการขับไล่พลังอิทธิฤทธิ์ของ
อีกฝ่าย
เขาไม่มีจิตเทวะ แล้วจะขจัดความเจ็บปวดที่ทิ่มแทง
เข้าใส่จิตวิญญาณตลอดเวลาออกไปได้เช่นไร?
อันที่จริงแล้วโย่วเหยียนได้โจมตีเข้าใส่จุดอ่อนของ อู่
อวี้ เข้าอย่างจัง เนื่องจากว่ายามนี้ อู่ อวี้ มีจิต
วิญญาณที่แข็งแกร่งมาก แต่ไร้ซึ่งจิตเทวะที่ใช้ต่อต้าน
การโจมตี เมื่อแทรกซึมเข้ามาแล้ว ก็ยากจะขจัด
ออกไปจากร่างได้!
จุดอ่อนนี้ของ อู่ อวี้ คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มิได้คิดถึง
มัน
แต่การที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเข้ามาเช่นนี้ มันต้องรู้อยู่
ได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้ร่างอวตารได้ย้อนกลับมาแล้ว ดังนั้นความเร็ว
ในการสังหารปีศาจของ อู่ อวี้ จึงลดลง
ผู้คนกว่า 800,000 ที่เฝ้าชมการเผชิญหน้าระหว่าง
เขากับ โย่วเหยียน แน่นอนว่าพวกมันย่อมคิดว่า อู่
อวี้ ช่างน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก ต้องหลบซ่อนตัว
แสดงให้เห็นว่าบัดนี้ อู่ อวี้ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์
วิกฤต
หากปล่อยให้การทิ่มแทงจิตวิญญาณดำเนินต่อไป
มันอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาได้
“ทำอย่างไรดี?” หมิงซวงรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
ยามนี้สีหน้าของ อู่ อวี้ ซีดเผือด มีเม็ดเหงื่อมากมาย
ผุดขึ้นบนใบหน้า เขานั่งอยู่บนพื้น ด้วยสายตาดุร้าย
นานแล้วที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ อย่างสาหัสเช่นนี้
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของจิตเทวะ
ทว่าภายใต้การกระตุ้นและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
จากพลังอิทธิฤทธิ์นี้ ทำให้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงเค้าลาง
จิตวิญญาณญาณ อย่างน้อย ๆ เขาก็รู้ว่าแท้จริงแล้ว
ความเจ็บปวดนี้มาจากอะไร ไม่ว่าตำแหน่งใดที่พลัง
อิทธิฤทธิ์เคลื่อนผ่าน แล้วก่อให้เกิดความเจ็บปวด ที่
นั่นก็คือจิตวิญญาณ
ความเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสน
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงการดำรง
อยู่ของวิญญาณภายในร่างได้อย่างชัดเจน ทว่า
เดียวกันกับเขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส
เวลานี้ใบหน้าของเขาขาวซีดราวกับกระดาษอย่าง
สมบูรณ์
ไม่เพียงแค่เหงื่อไหลเย็นอยู่บนหน้าผาก แต่เหงื่อเย็น
เฉียบนี้กลับปกคลุมไปทั้งร่างกาย
“จะทำอย่างไรดี!?” หมิงซวงร่ำไห้ด้วยความกังวล
อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็ตัดสินใจอย่าง
บ้าบิ่น
การตัดสินใจครั้งนี้ เป็นเพราะว่าเขาสัมผัสได้ถึงการมี
อยู่ของจิตวิญญาณ
ดังนั้นเขาจึงกัดฟันพูดขึ้นว่า ” ถ้าเช่นนั้น หากคิดจะ
ทำแล้วก็ต้องทำให้สุด ควบแน่นจิตเทวะ เพื่อขจัด
พลังอิทธิฤทธิ์นี้!”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ