กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 749: องค์ชายโย่วเหยียน
นับตั้งแต่ อู่ อวี้ ได้เผชิญหน้ากับ ‘ หนานซาน หวาง
เยว่’ จนสามารถหลบหนีจากการควบคุมของมันมาได้
ก็ได้สร้างความปั่นป่วนงุนงงให้เขาอยู่ไม่น้อย
อีกฝ่ายกล่าวว่า อู่ อวี้ ไม่รู้จักแยกแยะความจริงเท็จ
เช่นต้นกำเนิดของมันเป็นต้น
อู่ อวี้ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “หมิงซวง ฝ่ายตรงข้ามใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์สองชนิด หนึ่ง: ซ่อนเร้นกายปิดบังลมหายใจ
สอง: การสร้างภาพลวงตายากต่อการตรวจจับ เจ้าว่า
มันแปลก ๆ หรือไม่?”
เขารู้ดีว่าหากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายออมพลังไว้ ทำให้
อิสตรีเพิ่มขึ้นอีกหลายคน จิตวิญญาณของ อู่ อวี้ คงได้
ถูกยึดครองจมอยู่ในห้วงภวังค์ภาพลวงตาเป็นแน่แท้
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะจิตเทวะของ อู่ อวี้ ยังมิได้ไป
ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
หมิงซวง ตอบ ” กล่าวตามตรง หากให้เทียบจากพลัง
อิทธิฤทธิ์ 4 วิถีของเจ้าที่อยู่ภายในร่าง ข้ารู้สึกว่าอีก
ฝ่ายจะต้องได้รับมรดกอันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน เป็น
มรดกที่มีระดับสูงมาก อาจใกล้เคียงกับเซียนอมตะ”
“นับว่าไม่ธรรมดายิ่ง” เพียงแค่ลองคิดดูก็น่าตื่นเต้น
มากแล้ว
อย่างไรก็ตามภายในคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้ การจะได้
พานพบเจอกับปีศาจตัวเดิม หาใช่เรื่องง่าย
ดังนั้นเขาจึงวางเรื่องปีศาจตัวนี้เอาไว้ก่อน แต่ยังคง
ตามหาปีศาจทะเลต่อไป
” บรรลุสู่ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 10 ภายใน
ครึ่งปี ยังคงง่ายกว่าสังหารมันอีกกระมัง ”
หลังจากคิดบางอย่าง อู่ อวี้ จึงตัดสินใจเสี่ยงดวงด้วย
การใช้ร่างอวตาร เพื่อกำหนดตำแหน่งของปีศาจ
เขาเริ่มต้นด้วยกันแบ่งร่างอวตารห้าสิบร่าง กระจายตัว
แยกออกไปค้นหาปีศาจคนละทิศคนละทาง ส่วน
ร่างกายของเขายังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม
ด้วยเพราะร่างอวตารของเขาค่อนข้างอ่อนแอมาก
หากปีศาจพบเข้าก็มีแนวโน้มที่จะถูกโจมตี แต่เพียง
เท่านี้ก็มากเพียงพอที่ อู่ อวี้ จะสามารถระบุตำแหน่ง
และ ความแข็งแกร่ง จุดแข็งจุดอ่อนของปีศาจตัวนั้น
ๆ ได้ ด้วยพลังฝีมือปัจจุบันของเขา ๆ สามารถจัดการ
กับปีศาจระดับจิตเทวะ ขั้นที่ 6 ถึงขั้นที่ 7 เท่านั้น
หากเหนือกว่าระดับที่กล่าวมาก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไป
เสี่ยง
และหลังจากปล่อยร่างอวตารห้าสิบร่างออกไป เขาก็
ไม่คาดหวังว่าผลลัพท์จะออกมารวดเร็วถึงเพียงนี้
ร่างอวตารร่างหนึ่งลงไปในเหวลึก ในไม่ช้าก็ถูกปีศาจ
ซุ่มโจมตี ส่งผลให้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ถูกทำลาย
ในทันที
แม้ว่าจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ อีกทั้งยังเห็นปีศาจไม่
ค่อยชัดเจน แต่ว่าเพียงเท่านี้ อู่ อวี้ ก็สามารถตัดสิน
ความแข็งแกร่ง และ ความสามารถของปีศาจได้แล้ว
ระดับหนึ่ง
ปีศาจตัวนี้เขาสามารถต่อสู้มันได้
เขาจึงรุดหน้าเดินทางไปหามันอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ รีบใช้เมฆาตลบฟ้า เพื่อไปให้ทันการต่อสู้โดยเร็ว
ที่สุด
ทว่าเมื่ออีกฝ่ายเริ่มต้นโจมตี และพอรู้ว่าเป็นร่าง
อวตาร มันก็รู้ทันทีว่ากำลังตกอยู่ในกับดักจึงรีบ
หลบหนีอย่างรวดเร็ว
อันที่จริงความเร็วในการหลบหนีของมันไม่ได้ช้า แต่
ความเร็วเมฆาตลบฟ้าของ อู่ อวี้ นั้นมีความเร็วอยู่ใน
ระดับสุดยอด ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็เร่งความเร็วขึ้นไป
อีก คนด้านนอกมองเห็นเพียงภาพเงาเคลื่อนไหวอยู่
บนจอภาพเท่านั้น เป็นความเร็วที่สูงมากจริง ๆ แม้แต่
เงาก็ยังดูคลุมเครือ แม้จะมีเครื่องกำเนิดภาพร่วมพัน
ตัวแต่มีไม่มากนักที่สามารถจับภาพเงาเคลื่อนไหวได้
เช่นนี้
ร่างอวตารอยู่ไม่ไกลจาก อู่ อวี้ ดังนั้นเขาจึงยังคงไล่
ติดตามไปได้ หลังจากร่างอวตารตัวแรกถูกทำลาย ตัว
ถัดไปที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ตามมาสมทบเพื่อระบุตำแหน่งของ
อีกฝ่าย
ปีศาจตัวนี้อยู่ในระดับจิตเทวะขั้นที่ 6
ครู่ต่อมา อู่ อวี้ ก็สามารถจัดการมันได้สำเร็จ แล้วก็ได้
ตาข่ายวิญญาณชิ้นที่สามมาครอบครอง
วิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงล้ำยิ่ง!
หลังจากได้ลิ้มรสความชื่นมื่นจากการเก็บเกี่ยวนี้ อู่ อวี้
ก็รีบปล่อยร่างอวตารออกไปมากขึ้น หลังจากค้นพบ
ปีศาจเขาสามารถติดตามไปได้อย่างรวดเร็ว
ร่างอวตารหลายร้อยตัวกระจายไปทั่วพื้นที่ตามคำสั่ง
ข้อดีของการนี้คือสามารถสังหารปีศาจได้เร็วยิ่งขึ้น
ข้อเสียคือต้องพบเจอกับปีศาจมากขึ้น และเช่นนั้นก็
ต้องต่อสู้กับอื่น ๆ มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้
คนอื่นรู้สึกไม่พอใจตนเอง ใคร ๆ ก็ดูออกว่า อู่ อวี้
กำลังใช้กลยุทธ์เหวี่ยงแหจับปลา
ยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้ก็เพียงแค่เริ่มต้น แต่ก็ทำให้รู้ได้ว่า
ปีศาจส่วนใหญ่ค่อนข้างฉลาดมากทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมี
ผู้ที่อ่อนแออย่าง อู่ อวี้ ผ่านทางมาให้เห็น แต่พวกมัน
ส่วนใหญ่ก็เอะใจไม่เข้าโจมตีอีกต่อไป
แม้ว่าด้วยกลยุทธ์นี้ ทำให้เขาสามารถสังหารปีศาจได้
อย่างรวดเร็ว แต่ อู่ อวี้ ก็รู้อยู่แก่ใจว่าตอนนี้เขายังไม่
เร็วที่สุด
หลังจากครึ่งเดือนผ่านไป อู่ อวี้ พบเจอกับคนอื่น ๆ
อีกมากมาย ในเวลานี้เขาได้รับตาข่ายวิญญาณมา 18
ชิ้นแล้ว หากประเมินผลงานจากคนทั้งหมด เขาจัดอยู่
ใน 50 อันดับแรกเลยทีเดียว
ห้าสิบอันดับแรกยังไม่น่าได้รับรางวัล
นี่ไม่ใช่เป้าหมายของ อู่ อวี้
เขารู้ว่าตนเองยังต้องฝ่าฟันอีกมาก
แน่นอนว่าการยกระดับเข้าสู่ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ไม่ใช่เรื่องง่าย เขารู้ว่าจิตเทวะนั้นคืออันใด
มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียนมีวิธีหลอมรวมจิตเทวะ หมิ
งซวงได้บอกเอาไว้ว่าเมื่อใดที่เขาสามารถหลอมรวมจิต
เทวะได้ ตอนนั้นจะสามารถแบ่งออกเป็นสอง แต่มันก็
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจวิธีการ
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น จิตเทวะของแต่ละคนจะแตกต่าง
กันไป แต่ที่ตั้งมั่นอยู่ในจิตเทวะนั่นคือเต๋าอันตระหง่าน
เคล็ดวิถีเทียนเซียน คือวิธีการหนึ่งเท่านั้น แต่จะสำเร็จ
ได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวของ อู่ อวี้
วิญญาณไม่สามารถจับต้องสัมผัสได้ หลังจากกลั่นสกัด
หลอมรวม โดยทั่วไปแล้วจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน
ในทางทฤษฎี จิตวิญญาณไม่มีวันดับสูญ ตราบใดที่
ยังคงอยู่ ก็สามารถพึ่งพาเศษเสี้ยววิญญาณนั้นได้
เช่นหมิงซวง หลังจากที่นางถูกสังหารในสงครามเมื่อ
หลายแสนปีก่อน พลองทองสมปรารถนาก็เกิน
วิญญาณของนางเข้าไป
บางทีถ้า อู่ อวี้ ตายในการต่อสู้ เขาอาจจะถูกดึงเข้าไป
ข้างในกลายเป็นสหายกับหมิงซวงก็ได้
อู่ อวี้ ปรารถนาจะบรรลุขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะเป็นอย่างยิ่ง ระหว่างที่เกิดการต่อสู้อย่างดุเดือด
เขาก็ได้รู้แจ้งไปด้วย ถึงแม้ว่าจะมีประสิทธิภาพอยู่บ้าง
แต่มันก็ช้ากว่าที่เขาคิดเอาไว้
หลังจากแยกร่างอวตารออกไป ก็สามารถพบเห็นผู้ฝึก
ตนคนอื่น ๆ ได้บ้าง ซึ่งผู้ฝึกตนบางคนที่เคยเห็นเขามา
ก่อน 2-3 ครั้งจึงรู้ว่านี่คืออวตารของ อู่ อวี้ ซึ่งเรื่องที่
เกิดขึ้นนี้มันทำให้พวกเขารู้สึกค่อนข้างอืดอึดอัด อันที่
จริงแล้วผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก อู่ อวี้ แต่เมื่อฟัง
จากที่คนอื่นพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้ได้ว่าเขาคือผู้ใด
ผู้คนเหล่านี้ หาได้แยแส อู่ อวี้ อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ต่อมาเมื่อพวกมันเห็นร่างอวตารของ อู่ อวี้ ก็ลงมือ
โจมตีเข้าใส่เขาทันที
แน่นอนว่าย่อมมีชนชั้นสูงผู้คนจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจ
กับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามนี่คือการแข่งขันที่ต้องใช้ชีวิตเข้าเสี่ยง
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงมิได้สนใจนัก
เขายังคงรักษาระดับความเร็วนี้ต่อไป ท่ามกลางความ
แข็งแกร่งผนวกกับข้อได้เปรียบนี้ ความเร็วในการ
ได้รับ ‘ตาข่ายวิญญาณมรณะ’ ต้องเป็นอันดับหนึ่ง
อย่างแน่นอน
อันที่จริงแล้วเวลาครึ่งปี ก็ถือว่าไม่นานนัก
หลังจากผ่านไปครึ่งเดือน อู่ อวี้ จะพบเห็นผู้คนอย่าง
น้อยสองสามร้อยคน แม้กระทั่งต้วนอี้ก็ยังพบเขาครั้ง
หนึ่งด้วย
ยังเหลือเวลาอีก 9 ใน 10 ส่วน
ซึ่งระดับความเร็วของโย่วเซี่ยก็นับว่าไม่เลวทีเดียว
บัดนี้นางเก็บรวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะได้ถึง 5 ตา
ข่ายแล้ว
ผู้ที่อยู่ในระดับ 100 โดยทั่วไปแล้วจะมีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 9 สำหรับ
ขั้นที่ 10 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับต้วนอี้ แต่การ
เก็บเกี่ยวตาข่ายวิญญาณมรณะก็ยังไม่เร็วเท่ากับ อู่ อวี้
ต่อให้มันมีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญาณเช่นเดียวกันก็
ตาม
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้หมดปล่อยร่างอวตารนับร้อยของตนเอง
ออกไป การเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน
หลังจากเชี่ยวชาญการไล่ล่าสังหารปีศาจ ตาข่าย
วิญญาณมรณะของเขาก็เริ่มมีกักตุนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งในระหว่างกระบวนการเก็บเกี่ยวนี้ อย่างน้อยก็มี
ปีศาจครึ่งหนึ่งที่เขาไม่อาจโจมตีต่อสู้ด้วยได้
เนื่องจากปีศาจเหล่านี้มีพื้นฐานการฝึกตน เหนือระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 8
แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ ระหว่างที่ส่ง
ร่างอวตารเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ ก็ไม่มีอวตารร่างใดได้
พบกับกลุ่มของต้วนอี้เลย แต่ร่างต้นของเขาที่อยู่ตรง
ตำแหน่งกลางใจ กลับพบต้วนอี้อย่างกะทันหัน
ไม่ใช่แค่ต้วนอี้นี้เท่านั้น ถัดออกไปจากมันยังมีคนอีกผู้
หนึ่ง ช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ปรากฏการณ์ขึ้นที่นี่ ต้วนอี้
กำลังพูดคุยกับคนผู้นั้นด้วยท่าทางเคารพนบนอบเป็น
อย่างยิ่ง
อู่ อวี้ มองไปที่ชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว บุคคลผู้นี้สวมใส่
เสื้อคลุมสีดำ ถูกปักทอด้วยลวดลายมังกรดำ เปี่ยมไป
ด้วยอำนาจบารมีอย่างหาได้เปรียบ
บุคคลผู้นี้ถือกำเนิดมาพร้อมกับบารมีในระนาบบนสุด
สูงสุด ดวงเนตรเรียวยาว ลึกล้ำประดุจสระเหมันต์
ฉลาดเฉลียวทรงภูมิอย่างถึงที่สุด แน่นอนว่า อู่ อวี้
ย่อมรู้จักบุคคลผู้นี้ มันคือหนึ่งในสามพี่ชายของโย่วเสี่ย
ที่เข้ามาในคุกสมุทรวิญญาณ
พี่ชายทั้งสามที่เข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ บุคคลผู้นี้คือ
คนที่ร้ายกาจมากที่สุด
จำได้ว่านามของมันก็คือ : โย่วเหยียน
ซึ่งคำว่า เหยียน นี้หมายถึงมังกรที่ทะยานขึ้นสู่สวรรค์
ไม่คาดคิดว่าขอบเขตการฝึกตนของบุคคลผู้นี้ น่าจะอยู่
ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 10 ซึ่งเป็น
ขอบเขตที่ใกล้จะบรรลุเข้าสู่ อาณาจักรสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋า
กล่าวได้ว่าองค์ชายโย่วเหยียน มีชื่อเสียงเลื่องลือขจร
ไกลไปทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ยหมิง ถึงแม้จะมิได้เข้าร่วม
กองทัพ แต่ก็นับว่ามีความสำเร็จที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง
ถือเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในการแข่งขันของผู้ที่จะ
กลายเป็นจอมจักรพรรดิเป่ยหมิงในอนาคต!
ฝึกฝนบำเพ็ญตนมาประมาณ 80 ปี
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นพวกมัน คนทั้งสองก็เห็นตัวเขาด้วย
เช่นกัน
เมื่อต้วนอี้เห็นจึงคิดว่านี่คือร่างอวตารของ อู่ อวี้ สี
หน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นทันที ระหว่างที่กำลัง
กล่าว มันก็เอื้อมมือออกไป เพื่อปลดปล่อยลำแสงสีดำ
โจมตีเข้าใส่หน้าอกของ อู่ อวี้ ทันที ด้วยหวังจะทำลาย
ร่างอวตารของเขา
อย่างไรก็ตามนี่คือร่างจริงของ อู่ อวี้ เขาเบี่ยงตัวหลบ
เล็กน้อย เพื่อหลบการโจมตีของ ต้วนอี้
“ร่างต้นงั้นหรือ?” ต้วนอี้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
โดยทั่วไปแล้ว หากพบเจอคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัว อู่ อวี้
จะเรียกร่างอวตารกลับมา ซึ่งในขณะเดียวกันก็จะ
ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าโจมตีประสานออกไป
แต่ อู่ อวี้ ไม่ต้องการวุ่นวายกับพวกมัน จึงคิดถอย
ออกไปทันที
“อย่าเพิ่งไป” ไม่คาดคิดว่าองค์ชายโย่วเหยียนจะหยุด
อู่ อวี้ ไว้
“องค์ชายโย่วเหยียน มีอะไรเช่นนั้นหรือ?” ฝ่ายตรง
ข้ามมีตัวตนสูงส่งยิ่งกว่าโย่วเสี่ย ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่
ต้องการมีความขัดแย้งกับมัน
ฝ่ายตรงข้ามใช้สายตาเย็นชาตรวจสอบ อู่ อวี้ อยู่
ชั่วคราวจากนั้นก็เอ่ยถามว่า ” เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาข้า
ได้ยินข่าวลือของเจ้ามามากมาย ไม่ว่าจะแยกร่าง
อวตารหลอกล่อศัตรู หรือยืดหดตัวได้ เนื่องจากว่าเจ้า
มีวิชาสุดยอดอยู่มากมาย ดังนั้นเรามาคุยกันหน่อย ว่า
ตอนนี้เจ้าได้รับตาข่ายวิญญาณมรณะกี่ชิ้นแล้ว”
มันถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยการออกคำสั่ง
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ต้องตอบมัน
“18 ” อู่ อวี้ ตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล
ดวงตาของต้วนอี้เบิงกว้าง ทั้งยังแฝงไปด้วยความไม่
ยินยอมอยู่บางส่วน เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ เก็บรวบรวมได้
มากกว่ามัน
อย่างไรก็ตาม องค์ชายโย่วเหยียนมิได้แสดงท่าที
ประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าจำนวนตาข่ายวิญญาณ
มรณะของมัน ในตอนนี้ควรจะเป็น 5 อันดับแรก ซึ่ง
อย่างน้อย ๆ ต้องมีจำนวนเกิน 50 ชิ้นขึ้นไป
มันมองไปที่ อู่ อวี้ อีกครั้งจากนั้นก็กล่าวว่า “ร่ำลือกัน
ว่าเจ้ามีความสัมพันธ์อันดีกับน้องสาวของข้า ไม่สิไม่ใช่
แค่ดีเท่านั้น แต่ยังมีความสัมพันธ์คลุมเครือบางอย่าง
กับนาง ใช่หรือไม่? นางปกป้องเจ้ามากเป็นพิเศษ ”
คงเป็นต้วนอี้ ที่ปากมากเล่าให้มันฟัง
ดูเหมือนว่าโย่วเหยียนปรารถนาจะจัดการเรื่อง
อู่ อวี้ วางตัวและกล่าวตอบไปอย่างสุภาพว่า ” ข้า
ช่วยชีวิตองค์โย่วเสี่ยในเส้นทางเซียนบรรพกาล
ทั้งหมดที่นางทำก็เพื่อชดใช้หนี้ชีวิต แต่ถ้าพูดถึง
ความสัมพันธ์คลุมเครือ ยังนับว่าห่างไกลกันมากนัก ”
เขาทราบดีว่าโย่วเหยียนต้องการจะพูดอะไร
จากนั้นอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่า ” ไม่ว่ามิตรภาพของ
เจ้าจะเป็นเช่นไร หลังจากนี้ต้องอยู่ให้ห่างไกลน้องสาว
ของข้า ถ้าข้าได้ยินอีกว่าเจ้าพัวพันอยู่กับนาง ข้าจะจับ
เจ้าโยนลงมหาสมุทร เข้าใจหรือไม่?”
อู่ อวี้ ยังต้องพึ่งพาโย่วเสี่ยอยู่ แล้วจะให้อยู่ห่างกับนาง
ได้อย่างไร?
แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการเถียงอยู่กับองค์ชายอยู่ที่นี่
ดังนั้นจึงพยักหน้าตอบรับ
“ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน ” อู่ อวี้ รู้สึกเกียจ
คร้านเกินไปที่จะทนอยู่ที่นี่ นั่งมององค์ชายแสดง
อำนาจบารมี
แต่ขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนตัวจากไป
ดวงตาของอีกฝ่ายก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา พร้อมกับ
กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนาวเย็นว่า “ ข้าพูดรึยังว่าให้
เจ้าไป? ”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ