กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 755: กลืนกินครั้งแรก
สำหรับ อู่ อวี้ ยามนี้ไม่ว่าจะเป็นร่างอวตารนอกวิถี
เจดีย์ล่องกำเนิด ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ฯลฯ
ได้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังจนสิ้น บัดนี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่
กับร่างกลืนสวรรค์เพียงเท่านั้น
เขามักจะต้องใช้เม็ดยาจิตเทวะ เพื่อยกระดับพลัง
อวตารนอกวิถี เพราะกระบวนการนี้จะไม่ดึงดูดความ
สนใจของผู้คน
ทว่าสำหรับร่างกลืนสวรรค์ ดูเหมือนว่ามันไม่
ปรารถนาจะกลืนกินเม็ดยาในการยกระดับพลัง
อู่ อวี้ ได้รับการยืนยันว่า การใช้เม็ดยาไม่ได้ผล
เขาหยิบวิญญาณเซียนบางส่วนออกมา จากนั้นก็นำมา
วางเรียงรายอยู่เบื้องหน้าร่างกลืนสวรรค์ ซึ่งนี่ก็เป็นข้อ
พิสูจน์ยืนยันได้ว่าร่างกลืนสวรรค์ไม่ต้องการโอสถหรือ
วิญญาณเซียน
แต่เขาก็ยังคงทดลองต่อไป ผลลัพธ์ที่ได้ร่างกลืนสวรรค์
ไม่สามารถย่อยโอสถสมุนไพรหรือวิญญาณเซียนได้
อาจเป็นเพราะร่างกลืนสวรรค์เป็นหมอก ดังนั้นไม่ว่า
จะเป็นโอสถสมุนไพรหรือวิญญาณเซียนไม่อาจตกไป
ถึงท้องของเขาได้
ความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ปัจจุบันร่างกลืน
สวรรค์ยังคงอ่อนแอมากเกินไป บางทีมันอาจจะดูด
ทรัพยากรได้ในอนาคต
สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ การค้นหาบาง
สิ่งที่สามารถยกระดับพลังของร่างกลืนสวรรค์ให้
พัฒนาเพิ่มมากขึ้น
อู่ อวี้ พยายามทำทุกอย่าง นำทุกสิ่งอย่างที่มีภายใน
ร่างมาทดสอบ แต่ก็พบว่าไม่มีสิ่งไหนใช้ได้เลย
“เจ้ายังจำจักรพรรดิมาร กับ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยาได้
หรือไม่? ดูเหมือนทั้งสองจะกลืนกินร่างของผู้ฝึกตน
กับ ปีศาจมาเพิ่มพลังให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น ไยเจ้าไม่
ลองวิธีนี้ดูล่ะ?” หมิงซวงหวนนึกถึงอดีตแล้วเสนอแนะ
ความคิดนี้
“ มันน่าจะเป็นอย่างที่เจ้าว่า” อู่ อวี้ ยังจดจำ
เหตุการณ์เมื่อครั้งที่เขาต่อสู้กับจักรพรรดิมารในทะเล
ตงไห่ได้เป็นอย่างดี ครานั้นจักรพรรดิมารกลืนกินร่าง
ของผู้ฝึกตน หลังจากที่มันกลืนกินความแข็งแกร่งของ
มันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อลั่วผินปรากฏกายก็
สามารถจัดการมันลงได้ในที่สุด
ตอนนี้เขาอาจต้องกลืนกินร่างของปีศาจ
ปีศาจหลายสิบตัวที่ถูกฆ่าก่อนหน้านี้ ร่างกายของพวก
มันยังคงถูกทิ้งไว้อยู่ที่เดิม
ร่างกายของปีศาจที่ตกตายอยู่ที่นี่ หากไม่ได้นำมาใช้
ประโยชน์ก็จะเป็นการสูญเปล่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ
โดยไม่ได้เก็บกวาดมันก็คงจะเน่าสลายตามกาลเวลาก็
เท่านั้น
ทว่าคุกสมุทรวิญญาณค่อนข้างกว้างใหญ่ จึงทำให้ อู่
อวี้ ยังคงค่อนข้างสับสนตำแหน่งที่เขาเคยต่อสู้มาก่อน
เรียกได้ว่าถือเป็นเรื่องยากลำบากยิ่งหากต้องกลับไป
ณ จุดเดิม
ฉะนั้นเพื่อยืนยันกับการคาดเดานี้ เขาจะต้องรีบสังหาร
ปีศาจแล้วทดลองกลืนกินมันให้เร็วที่สุด
เมื่อมีเป้าหมายแล้วทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น
อู่ อวี้ เริ่มแผนการสังหารปีศาจอย่างต่อเนื่อง
แล้วเขาก็ยังคงใช้วิธีเดิม โดยการแยกร่างอวตาร
จำนวนนับพันกระจายตัวออกไปตามพื้นที่ต่าง ๆ แต่
เป้าหมายครั้งนี้ต่างไปจากครั้งก่อน เพราะตอนนี้เขา
ต้องการซากศพของปีศาจมาทดสอบให้เร็วที่สุด
ระหว่างที่ร่างอวตารกระจายตัวออกไป ร่างกลืน
สวรรค์ก็แฝงตัวออกไปด้วย ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้อยู่ใน
ขอบเขตการถูกจับตาจากเครื่องกำเนิดภาพ
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้คนภายนอก เห็นว่า
ร่างกลืนสวรรค์ของเขากลืนกินร่างของปีศาจ
ดังนั้นจากนี้ไปร่างจิตตเทวะดวงที่สอง จะอยู่ห่างจาก
ร่างต้นของ อู่ อวี้ เพื่อให้พ้นระยะจับตามองจากเครื่อง
กำเนิดภาพ
ยามนี้ อู่ อวี้ ส่งร่างอวตารหลายร่างตามไปปกป้องร่าง
กลืนสวรรค์ เขาไม่อาจปล่อยให้ร่างนี้ตายที่นี่ได้ ฉะนั้น
การกลืนกินครั้งแรกจึงสำคัญมาก
” หลังจากสังหารปีศาจ แล้วร่างกลืนสวรรค์กลืนกิน
ซากศพเหล่านั้นแล้ว มันจะมีผลกับสภาพจิตใจด้วย
หรือไม่?” หมิงซวงถาม
” หลังจากตายไปแล้ว ซากศพก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
ฝึกฝนบำเพ็ญตนคือการปล้นชิง ลิขิตสวรรค์กำหนดให้
ข้าอยู่ในโลกนี้ ดังนั้นข้าจึงกระทำได้เพียง ทำให้หัวใจ
แห่งเต๋าของข้าแข็งแกร่งขึ้น ” อู่ อวี้ รู้ดีว่าเหตุผลที่หมิ
งซวงถามเขาเช่นนี้ ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัว
เขาเอง
เนื่องจากความสามารถในการกลืนกินนั้นดูชั่วร้ายมาก
หากเขาใช้บ่อย ๆ โดยไม่รู้จักยับยั้งหรือใช้ให้ถูกต้องก็
อาจส่งผลกระทบกับสภาวะจิตใจของ อู่ อวี้ ได้ หาก
พลาดพลั้งเพียงก้าว ก็จะพ่ายแพ้ทั้งกระดาน ฉะนั้น
เขาควรล่วงรู้ตระหนักถึงสิ่งที่ตนเองควรกระทำ และ
ไม่ควรกระทำอย่างชัดเจน
บนโลกนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งนานารูปแบบ
อุปสรรคมากมาย ไร้ซึ่งหนทางให้เลือกเดิน
ในเวลานี้ร่างอวตารของเขามีจำนวนอยู่นับพัน แล้วใน
อีกไม่นานเขาจะสามารถมีนับหมื่น แต่เป็นเพราะ
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ยังขาดแคลนเม็ดยาจิตเทวะ ฉะนั้นร่าง
อวตารนอกวิถีจึงไม่สามารถแข็งแกร่งได้ในระยะเวลา
อันสั้น
ภายในคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้ หากต้องการเม็ดยาจิต
เทวะมาครอบครอง คงมีหนทางเดียวนั่นก็คือแย่งชิง
มาจากผู้อื่น ทว่าสำหรับปัญหาในเรื่องนี้ อู่ อวี้ ค่อยคิด
ในภายหลัง สำหรับปัจจุบันเขาจะต้องทำให้ร่างใหม่
แข็งแกร่งขึ้น ไม่เปราะบางราวกับกระดาษดังเช่นนี้
หากไม่ใช่การปกป้องจากศาสตราเต๋าวิถีแท้ของ อู่ อวี้
ร่างกลืนสวรรค์คงอยู่ภายในคุกสมุทรวิญญาณนี้ไม่ได้
นาน
ปีศาจที่หลบซ่อนอยู่ภายในคุกสมุทรวิญญาณ ไม่ได้ทำ
ให้ อู่ อวี้ ผิดหวัง หลังจากเขาปล่อยร่างอวตารที่ดู
เหมือนอ่อนแอกระจายตัวออกไปจำนวนนับพัน ทุก
พื้นที่ ๆ ร่างอวตารไปพบเจอกับปีศาจ 1 ถึง 2 ตัว
เสมอ เนื่องจากพวกมันคิดว่ามียันต์แสงทำลาย
รัตติกาลอยู่ในร่างของเขา
อันที่จริงภายในคุกสมุทรวิญญาณ มีการแข่งขันกัน
อย่างสูงล้ำ พวกมันจะต้องต่อสู้เพื่อยันต์แสงทำลาย
รัตติกาล ถ้าครบตามกำหนดพวกมันก็จะถูกปล่อยตัว
ออกไปยังโลกภายนอก ดังนั้นเมื่อมีเหยือที่อ่อนแอ
หรือข่าวสำคัญอันใด พวกมันก็จะไม่แพร่งพรายบอก
ปีศาจตนอื่น ฉะนั้นการทดลองของ อู่ อวี้ ดูเหมือนจะ
มีประโยชน์อย่างมาก
โดยเฉพาะหลังจากได้พักผ่อนในช่วงเวลาไม่กี่วันมานี้
อันที่จริง ปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากได้รับตาข่าย
วิญญาณมรณะเหนือกว่าเขาไปแล้ว แต่เขาก็มิได้กังวล
เพราะหลังจากนี้คือช่วงเวลาที่เขาจะผงาดขึ้นอีกครั้ง
“มีปลาติดเหยื่อแล้ว” หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มก็
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ อู่ อวี้ จากนั้นเขาก็ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้า ม้วนตลบไปยังตำแหน่งที่ปีศาจ
โจมตีเข้าใส่ร่างอวตารทันที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับเส้นทางดี เพียง
ชั่วพริบตา เขาก็ไล่ล่าติดตามปีศาจซึ่งมีความแข็งแกร่ง
อยู่ในระดับจิตเทวะขั้นที่ 6 ได้ทัน
กล่าวได้ว่าระดับความแข็งแกร่งของปีศาจตนนี้ภายใน
คุกสมุทรวิญญาณ โดยพื้นฐานแล้วถือว่าอ่อนแอมาก
ที่สุด ด้วยเหตุนี้มันจึงทำได้เพียงใช้การลอบโจมตี เพื่อ
แย่งชิงยันต์แสงทำลายรัตติกาลเพียงเท่านั้น
และด้วยความอ่อนแอของมัน จึงทำให้รวบรวม ชิง
ยันต์แสงทำลายรัตติกาล เพียง 10 แผ่น ก็สามารถ
ออกจากที่นี่ได้แล้ว
มันคือปลาหมึกยักษ์สีดำขนาดใหญ่ หนวดทั้งแปดปก
คลุมไปด้วยหนามแหลมคม ร่างกายของมัน ตัวทั้ง
สรรพางค์กายดูราวกับถูกหลอมขึ้นมาจากเหล็กกล้า
ระหว่างที่มันซ่อนตัวอยู่ในโคลน เมื่อร่างอวตารของ อู่
อวี้ ผ่านมา ทันใดนั้นมันก็ยืดขยายหนวดทั้ง 8 ออกไป
แล้วบดขยี้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ทันที
กฎภายในคุกสมุทรวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนหรือ
ปีศาจ ไม่ว่าเจ้าสิ้นหรือข้าที่ตาย มันก็ชิงเป็นฝ่ายลงมือ
ใส่ อู่ อวี้ ก่อนอยู่ดี
หลังจากพบว่าร่างอวตารของ อู่ อวี้ นั้นอ่อนแอมาก
มันก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง คิดว่าตนเองเผลอไปสังหารผู้
ฝึกตนเข้า และผลที่ตามมาอาจเลวร้ายยิ่ง
แต่หลังจากนั้นไม่นาน มันก็นึกขึ้นมาได้ว่านี่อาจเป็น
ร่างแยกของผู้ฝึกตน
“มันคือเหยื่อ!” ปีศาจปลาหมึกยักษ์ รีบทะยานเข้าไป
ในโคลนเพื่อหลบหนีทันที
แต่ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ปรากฏกายขึ้นเหนือหัวของ
มัน ความเร็วของเมฆาตลบฟ้านั้นน่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง อาจกล่าวได้ว่าภายในคุกสมุทรวิญญาณ
ทั้งหมด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไล่ติดตามเขา
ได้
ในระหว่างการเดินทางของ อู่ อวี้ มีอวตารผู้พิทักษ์
กว่าหนึ่งโหลคอยคุ้มกันร่างกลืนสวรรค์มายังทิศทางนี้
” เจ้าพวกผู้ฝึกตนแสนน่ารังเกียจไร้ยางอาย ตระกูล
เป่ยหมิงจะต้องสูญพันธุ์! วันใดวันหนึ่งสหายร่วม
เผ่าพันธุ์ของข้าภายในมหาสมุทรแห่งความตาย จะฆ่า
ล้างสังหารตระกูลเป่ยหมิงภายในทวีปเป่ยหมิงให้สิ้น
ใช้เลือดเนื้อของพวกมัน มาเซ่นสังเวยให้กับทายาทนับ
หมื่นนับพันของข้า ”
เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏกาย หมึกยักษ์สีดำก็กรีดร้องออกมา
อย่างบ้าคลั่ง
อันที่จริงแล้วร่างต้นของ อู่ อวี้ ก็ดูมิได้แข็งแกร่งเท่าใด
นัก หลังจากหลบหนีออกมาได้ไม่ไกล ปลาหมึกทมิฬก็
หันกลับมาโจมตี อู่ อวี้ อย่างดุร้าย
” จงรีบนำยันต์แสงทำลายรัตติกาลของเจ้าออกมา
อย่าให้ข้าต้องควักไส้ของจะออกมา แล้วมากรีดร้องขอ
ความเมตตาอีกครั้ง!” ไม่คาดคิดว่าปีศาจภายใน คุก
สมุทรวิญญาณ จะหยิ่งผยองเช่นนี้
“หลานชายเอ๋ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเข่นฆ่าสังหารคนใน
ตระกูลเป่ยหมิงของเจ้าในสนามรบมามากมายเท่าใด!
ต่อให้คุกเข่าร้องขอความเมตตาไปก็ไร้ประโยชน์ มีผู้
ฝึกตนหนุ่มสาวมากมายตกตายภายใต้เงื้อมมือของข้า
ถึงแม้ตระกูลเป่ยหมิงจะมิได้สังหารข้า แต่พวกมันก็
มิได้ให้โอกาสข้ามีชีวิตอยู่ ตอนนี้ข้าเก็บสะสมยันต์แสง
รัตติกาลได้สามชิ้น ยังเหลือเวลาอีกห้าเดือน ข้าถึง
สามารถกลับไปแลเห็น ความสดใสงดงามของ
มหาสมุทรแห่งความตายได้อีกครั้ง ส่วนเจ้ามันก็แค่
ขยะไร้ค่า!”
ปลาหมึกยักษ์ทมิฬตัวนี้ดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่
มันโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ มันก็ปลดปล่อยแก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ จนบังเกิดเสียงดังกึกก้อง ไปพร้อมกับเสียง
หัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยวคลั่งแค้นของมัน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่มีอารมณ์มานั่งพูดคุยไร้สาระ
กับมัน มันลงมือโจมตีตัวอย่างรวดเร็ว แล้วก็จบอย่าง
รวดเร็วเช่นกัน
เขาเรียกศาสตราเต๋าวิถีแท้ ‘พลองหมื่นมังกรพิภพ
อนันต์’ ออกมาทันที พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงใน
อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ผสานไปกับอำนาจ
อันเด็ดขาดของกายาเพชรอมตะ จากนั้นก็พลองก็ถูก
ตวัดฟาดลงเข้าใส่หมึกยักษ์ทมิฬอย่างรวดเร็วและ
รุนแรง หยุดยั้งเสียงที่เปล่งออกมาอย่างบ้าคลั่งของมัน
โดยตรง
อย่างไรก็ตามเขายังมิได้ลงมือสังหารมัน
หลังจาก อู่ อวี้ นำตาข่ายวิญญาณมรณะไปแล้ว เขาก็
ฉีกตัวถอยออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ไป
ปรากฏตัวอีกแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มสังหารปีศาจตัวใหม่
ทันที มีผู้คนเบื้องนอกมากมายคอยสังเกตเขาอยู่
โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเขาใช้วิธีการล่าระดับสูงออกมาให้
เห็น
อย่างไรก็ตามระหว่างที่ผู้คนคอยจับตามอง อู่ อวี้ อยู่
นั้น ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าร่างกลืนสวรรค์ของเขา ได้
ปรากฏการณ์ขึ้นเหนือซากของปีศาจปลาหมึกยักษ์ที่
จวนเจียนใกล้ตาย
อู่ อวี้ รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ในเวลานี้ร่างกลืนสวรรค์
กำลังกระสับกระส่ายด้วยแรงปรารถนาอันบ้าคลั่ง
ดูแล้วมันอาจจะทนหิวมาเนิ่นนานหลายแรมปีแล้ว
ในที่สุดเขาก็ได้เห็นอาหารที่โหยหามานาน ไม่ว่ามันจะ
มีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว ความปรารถนาอันแรงกล้า
ถือเป็นพื้นฐานที่สุดของร่างกาย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง เปลี่ยนไป
ด้วยอารมณ์และความปรารถนาอันแรงกล้า ฉะนั้นมัน
จึงส่งผลกระทบต่อจิตใจของร่างต้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ลงมือยับยั้งตัวเองจากแรง
ปรารถนานี้ ร่างกายซึ่งมีเรือนผมสีขาวและดวงเนตรสี
โลหิต ได้แปรเปลี่ยนเป็นควันดำอย่างรวดเร็ว พวยพุ่ง
เข้าไปปกคลุมร่างปีศาจปลาหมึกยักษ์
ปีศาจปลาหมึกยักษ์ถูกปกคลุมไปด้วยควันของสีดำ
ราวกับว่ามีอนุภาคเล็ก ๆ มากมายไหลซึมเข้าสู่
ร่างกายของมัน
อู่ อวี้ รู้สึกสัมผัสความตื่นเต้นขณะเริ่มกลืนกิน สิ่งที่ทำ
ให้รู้สึกราวกับว่าเขาได้กลายเป็นเซียนอมตะ
สำหรับเขาปีศาจระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 6
ถือว่าตึงมือมากเกินไป ดังนั้นร่างทารกแรกกำเนิดจึง
ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการกลืนกินมัน หลังจาก
เวลาล่วงเลยผ่านไปได้ 1 ชั่วยาม จำนวนของซากศพ
ปีศาจก็เริ่มลดน้อยลง
อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่าร่างกายของตนเองแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย
ๆ ส่วนเรื่องของระดับความเร็วนั้น เกินกว่าที่เขาจะ
จินตนาการได้
ถ้าวัดจากการฝึกตนปกติ เขาจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี
กว่าจะมาถึงระดับนี้ แต่ร่างกลืนสวรรค์ใช้เวลาเพียงแค่
1 ชั่วยาม
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า การ
ดำรงอยู่ของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ แท้จริงแล้วเป็น
เช่นใด รู้แล้วว่าการที่เขามีร่างกลืนสวรรค์นั้น ถือเป็น
โชควาสนามากเพียงใด
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ