กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 773: กายาสถิตย์มารสงครามสวรรค์
ยามนี้ ใครชิงลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ
อาศัยจังหวะที่ ต้วนอี้ กำลังถูกร่างอวตารของ อู่ อวี้
ทำให้ตื่นตระหนก อู่ อวี้ จึงช่วงชิงลงมือตัดไฟแต่ต้น
ลม!
เขาเร่งสำแดงเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลออกมา!
ร่างอวตารสำแดงเคล็ดวิชาเต๋าที่ได้รับมาจากพรรคเต๋า
วิถีอสูรออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน!
ร่างจำแลงเซียนวานรนับหมื่น กรีดร้อง คำรามออกมา
พร้อมกัน คลื่นเสียงของเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล
โหมซัดสาด ร่างอวตารทั้งหมดเพ่งเล็งโจมตีไปที่ ต้วนอี้
ส่วนร่างหลักของ อู่ อวี้ กลายเป็นหัวหอกพุ่งโจมตีเข้า
ใส่ ต้วนอี้ ยามนี้มันต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีด้วย
คลื่นเสียงที่โหดเหี้ยมของ อู่ อวี้ และร่างอวตาร
ทั้งหมดของเขา การโจมตีด้วยเคล็ดวิชาเต๋าเปรียบดั่ง
ศิลปะแต่งแต้มลงบนผืนผ้า ซึ่งยามนี้นับว่าเป็นภาพ
เหตุการณ์อันน่าตกตะลึงยิ่ง
แต่ ต้วนอี้ มีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของแก่นแท้
ตำหนักม่วงและระดับพลังฝึกตนที่สูงส่งของตนเอง
ยามนี้ตัวมันค่อยๆจมลึกเข้าไปอยู่ภายในเคล็ดเขตแดน
โลหิตกำสรวล
พริบตาเดียวอาณาเขตแดนสีโลหิตกลืนกินต้วนอี้เข้าไป
ระลอกคลื่นเสียงแต่ละระลอก กระหน่ำโจมตีเข้าที่แก้ว
หูของ ต้วนอี้ ไม่หยุด การโจมตีด้วยคลื่นเสียงนี้มุ่งหน้า
เข้าสู้มหาสมุทรแก่นแท้ เจาะทะลวงผ่านเข้าไปถึงจิต
เทวะของมัน
ฉึก ฉึก!
ไม่ต้องกล่าวถึง ต้วนอี้ เพียงแค่ยอดฝีมืออาณาจักรจิต
เทวะระดับที่ 10 ทั้งหมดที่อยู่รอบๆ ก็ทำได้เพียงแค่
ล่าถอยออกไปเท่านั้น ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วย
ความตกตะลึง แม้ว่าว่าพวกมันไม่ใช่เป้าหมายในการ
โจมตีของ อู่ อวี้ แต่กลับได้รับลูกหลงไปด้วย
การลงมือของ อู่ อวี้ ในครานี้ได้เขย่าขวัญพวกมัน เดิม
ทีพวกมันยังคงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทว่าตอนนี้ความ
มั่นใจของพวกมันเริ่มถูกสั่นคลอน หากว่าเรื่องนี้เกิด
ข้อผิดพลาดขึ้น ย่อมต้องเกิดปัญหาตามมาอย่าง
แน่นอน
อย่างไรก็ตามพวกมันได้ประเมินความสามารถของ ต้
วนอี้ ต่ำไป ตั้งแต่เล็กจนโต ต้วนอี้ นั้นมีความ
ทะเยอทะยานอันสูงล้ำ มันปฏิบัติต่อตนเองอย่าง
โหดเหี้ยม เมื่อมันตกอยู่ท่ามกลางการโจมตีของเคล็ด
เขตแดนโลหิตกำสรวล มันยังคงสำแดงเคล็ดอิทธิฤทธิ์
ออกมาต่อต้าน!
“กายาสถิตย์มารสงครามสวรรค์” ภายใต้การ
เปลี่ยนแปลงของเคล็ดอิทธิฤทธิ์ ร่างกายทุกส่วนของต้
วนอี้ ที่ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมการโจมตีของเคล็ดเขต
แดนโลหิตกำสรวล ได้ทำการแปรเปลี่ยนจนสำเร็จ
เสร็จสิ้น ร่างกายของมันพลันขยายใหญ่ขึ้น ภายใน
ช่วงเวลาสั้นๆ ก็เปลี่ยนกลายเป็นคนยักษ์ที่มีความสูง
อย่างน้อย 5 จั้ง ร่างยักษ์นี้ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยปราณ
สีดำทมิฬ กายเนื้อของมันถูกปกคลุมด้วยเกล็ดทมิฬที่
ทั้งหนาและหนัก แม้แต่ส่วนหัวก็เช่นกัน บริเวณคิ้ว
ของมันมีเขาขนาดใหญ่งอกออกมา มือและเท้าทั้ง
แปรเปลี่ยนกลายเป็นกรงเล็บอันแหลมคม ดวงตาแดง
ก่ำราวกับกระหายในโลหิต ทั่วทั้งร่างของมันดูราวกับ
กลายเป็นปีศาจที่เกิดมาเพื่อต่อสู้!
นี่คือเคล็ดอิทธิฤทธิ์ประจำตระกูลต้วน! ว่ากันว่ามาร
สงครามสวรรค์ เป็นสรรพเทวะวิญญาณที่เก่าแก่
โบราณมากชนิดหนึ่ง และตระกูลต้วนได้ครอบครอง
สายเลือดของสรรพเทวะวิญญาณตัวนี้
ในเวลานี้ ต้วนอี้ ได้สำแดงเคล็ดอิทธิฤทธิ์ออกมา
เปลี่ยนร่างกลายเป็นมารสงครามสวรรค์! หลังจากที่
มันแปลงกายสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นพลังป้องกันของกาย
เนื้อ หรือว่าด้านอื่นๆ ล้วนทวีคูณความแข็งแกร่งขึ้น
โดยพลัน ยามที่ ต้วนอี้ อยู่ในสภาพเช่นนี้ นับว่ามันมี
กายเนื้อที่ไม่ด้อยกว่า อู่ อวี้ เลย ทั้งในมือของมันก็ยังมี
หอกทมิฬวิถีฟ้าดับชีพซึ่งขยายใหญ่ขึ้นมาอีก
หลายเท่าตัว!
“โฮกกกกก!” อีกฝ่ายแผดเสียงคำรามก้อง พยายามใช้
เสียงคำรามของมันกลบเสียงคำรามของ อู่ อวี้ และ
ร่างจำแลงเซียนวานรเรือนหมื่นของเขา!
กล่าวตามตรง นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ สำแดงเคล็ดเขต
แดนโลหิตกำสรวลออกมาแล้วต้องพบเจอกับอุปสรรค์
ติดขัด แถมครั้งนี้เป็นการสพแดงออกด้วยร่างอวตาร
ถึงหมื่นเชียวนะ
นี่คือการปะทะกันของคลื่นเสียง!
เสียงคำรามที่แหลมคมและทรงพลังอำนาจกำลังปะทะ
กัน แน่นอนว่าเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลของ อู่ อวี้
นั้นแข็งแกร่งกว่าหน่อย อย่างไรก็ตามเดิมทีเขาหมาย
จะสร้างความเสียหายที่รุนแรงให้กับอีกฝ่าย แต่หากดู
จากสถานการณ์ในตอนนี้ ดูแล้วเขาน่าจะทำไม่สำเร็จ
เสียแล้ว หลังจากที่อีกฝ่ายแปลงกายเป็นมารสงคราม
สวรรค์ ผลกระทบที่ ต้วนอี้ ได้รับจากการโจมตีนี้จึง
ลดลงไปอย่างมาก กล่าวได้ว่ามันในร่างนี้ สติปัญญา
ถือว่าถดถอยลง ทว่าในยามนี้มันได้ระเบิดความดุร้าย
ออกมาทดแทน หลังจากที่มันได้ทำการดิ้นรนต่อต้าน
การโจมตีจากเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสวรลของ อู่ อวี้
ได้แล้ว ตัวมันก็โบกสะบัดควงหอกทมิฬวิถีฟ้าดับชีพ
พุ่งกระโจนเข้าใส่กลางดงร่างอวตารของ อู่ อวี้ ทันที!
เปิดฉากการต่อสู้อันดุเดือด เมื่อหอกทมิฬวิถีฟ้าดับชีพ
ชี้ไปตำแหน่งใด ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ก็จะต้องดับสูญ
ไปหลายสิบร่างในทันที!
“เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี!” เมื่อเคล็ดเขตแดน
โลหิตกำสรวลใช้ไม่ได้ผลแล้ว อู่ อวี้ จึงเปลี่ยนแปลง
รูปแบบการโจมตีเพื่อเข้ากดดันอีกฝ่าย!
ร่างอวตารทั้งหมดของ อู่ อวี้ สำแดงเคล็ดคชสารเทวะ
สะท้านอเวจีออกมา เขารวมพลังของเคล็ดวิชาเต๋านี้
เข้าด้วยกัน ยามนี้ อู่ อวี้ อยู่ตำแหน่งใจกลางของร่าง
อวตารทั้งหมด! เขาได้สำแดงเทียมฟ้าจรดดิน ขยาย
ขนาดตนเองให้ได้มากที่สุด! ฉับพลัน ตัวเขาก็ได้
เปลี่ยนกลายเป็นคนยักษ์ด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่
สามารถเทียบได้กับมารสงครามสวรรค์ แต่ก็เพียง
พอที่จะต้านรับมันเอาไว้ได้ ผนวกกับร่างอวตาร
ทั้งหมดของเขาสำแดงเคล็ดวิชาคชสารเทวะสะท้าน
อเวจีเกื้อหนุน ไม่ว่าจะเป็นศาสตราเต๋าหรือว่าเคล็ด
วิชาการต่อสู้อันใดล้วนถูกงัดออกมาผสานรวมเข้ากับ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของ อู่ อวี้ พวกมัน
พุ่งเข้าโจมตีไปยัง ต้วนอี้ อย่างพร้อมเพรียง ในช่วง
เวลานี้ราวกับว่ามีคชสารเทวะทองคำนับหมื่นตัวได้ถือ
กำเนิดขึ้นท่ามกลางมหาสมุทร กองทัพคชสารแห่ง
ขบวนหมายโจมตีบดขยี้ไปยังศีรษะของ ต้วนอี้! นี่
คือคชสารสะท้านอเวจีที่แท้จริง ด้วยพลังโจมตีเช่นนี้
จึงถึงกับสั่นสะท้านไปถึงใต้พิภพ เพียงคชสารเทวะทำ
การกระทืบพื้นดินก็เพียงพอที่จะทำให้อเวจีจะต้องสั่น
สะท้านไปถึงก้นบึ้ง!
เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีของ อู่ อวี้ ทำให้ทุกคน
ต้องรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง! อย่างน้อยจนถึงในตอนนี้
ความสามารถของ อู่ อวี้ ที่แสดงออกมาแต่ละครั้งล้วน
อยู่เหนือการคาดเดาของผู้คนทั้งหมด แม้กระทั่ง
หนานซาน หวางเยว่ ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ต้วนอี้ ก็ไม่ใช่ผู้ที่จะรับมือได้ง่ายๆ แม้ว่า
เมื่ออยู่ต่อหน้าองค์หญิงองค์ชายเหล่านี้แล้วมันจะมี
ศักดิ์ฐานะที่ต้อยต่ำ แต่นั่นเป็นเพียงแค่ปัญหาในด้าน
ของฐานะ อีกทั้งมันก็ไม่ได้ด้อยกว่าพวกมันเหล่านี้มาก
เท่าใดนัก
“วงเวทสังหารทมิฬวิถีฟ้าดับชีพ!” หลังจากที่กายา
สถิตย์มารสงครามสวรรค์ของมันรับรู้ได้ถึงพลังอำนาจ
อันรุนแรงของเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี มันจึงได้
กระตุ้นวงเวทของศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้
ขึ้นในทันที วงเวทจำนวนนับไม่ถ้วนราวกับกลายเป็น
อัสนีหมุนวนไปมาอย่างรุนแรงและดุดัน จนกระทั่งมัน
โคจรมาจนถึงตำแหน่งใจกลาง วงเวทขนาดยักษ์หนึ่ง
วง ก็ได้เข้าปกคลุม ต้วนอี้ วงเวทนี้เต็มไปด้วยความ
สลับซับซ้อน มันได้ปลดปล่อยจิตสังหารอันหนักหน่วง
ออกมา กล่าวได้ว่าตราสัญลักษณ์วงเวทนี้แหลมความ
ราวกับเป็นปราณกระบี่ มันโคจรไปรอบๆพร้อมกับส่ง
เสียงหวีดหวิว จะเห็นได้ชัดว่าตราสัญลักษณ์วงเวทนี้
ส่องประกายลำแสงออกมามากมาย ท่ามกลางวงเวทนี้
ได้ก่อตัวเป็นตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 2 คำ ‘วิถีฟ้า’!
ทั้ง 2 คำนี้ ได้แฝงเอาไว้ซึ่งความลึกลับทั้งหมดของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ สิ่งที่เรียกว่าวิถีฟ้า
ก็คือจิตสังหาร ทั้งยังเป็นการโจมตีสังหารอีกด้วย!
ต้วนอี้ กระชับหอกทมิฬวิถีฟ้าดับชีพเอาไว้อยู่ตำแหน่ง
ตรงกลางของวงเวทสังหารทมิฬวิถีฟ้าดับชีพ มันยืน
หยัดหนักแน่นราวกับขุนเขา พุ่งเข้าปะทะกับคชสารเท
วะสะท้านอเวจีของ อู่ อวี้ เคล็ดวิชาของลำแสงสีทอง
กับลำแสงสีดำเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้ยามนี้
มหาสมุทรแบ่งฝักฝาออกเป็นสองส่วน ทอง ดำ
ในทันที!
พริบตานี้แสงสีทองและแสงสีดำพุ่งเข้าโรมรัน ราวกับ
ว่าฟ้าดินกำลังถล่มทลาย! กระแสคลื่นอันเชี่ยวกราก
ทำให้รัศมี 10 ลี้รอบๆเกิดเป็นหลุมเป็นบ่อขึ้นมากมาย
ทุกแห่งหนระเบิดออกจนกลายเป็นฝุ่นผง!
การเผชิญหน้าที่รุนแรงเช่นนี้ ความจริงแล้วมันอยู่
เหนือล้ำกว่าอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 8 ทั่วๆไปเสีย
แล้ว นี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับ ต้วนอี้ แต่สำหรับ อู่
อวี้ แล้ว ทุกคนล้วนไม่อาจจะคาดคิดว่าเขาจะทำได้ถึง
เพียงนี้ ดังนั้นทุกคนในยามนี้ทุกคนจึงยังไม่สามารถ
แยกแยะผู้แพ้และผู้ชนะออกได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป
แล้ว
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ถูกปกคลุมอยู่ท่ามกลางรัศมีการ
โจมตีของการต่อสู้อันดุเดือด ดูเหมือนว่าร่างอวตาร
ของเขาจะถูกทำลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง สำหรับ อู่ อวี้
แล้ว ถือว่าเป็นความเสียหายที่ค่อนข้างร้ายแรง
ความจริงในไม่ช้าทุกคนก็เห็นถึงผลลัพธ์จากการปะทะ
ในครั้งนี้ได้ แม้ว่าการต่อสู้นี้จะยังไม่รู้ผล แต่ทั้ง 2 คน
กลับประจัญบานกันอย่างดุเดือดทันทีตั้งแต่เริ่มต้น
ร่างอวตารที่เหลืออยู่ของ อู่ อวี้ กระจัดกระจายจนไม่
เป็นขบวนอีกต่อไป ทว่าตอนนี้ร่างหลักของเขายังคง
หลบซ่อนอยู่ท่ามกลางร่างอวตารเหล่านี้อยู่
สถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าเป็นค่อนข้างแย่สำหรับตัว
อู่ อวี้ แล้ว
ปัญหาก็คือว่าหลังจากสัมผัสกับการต่อสู้อันดุเดือดนี้
เขากลับมิอาจห้ามใจให้ชะงักการต่อสู้ลงได้
ในช่วงเวลาที่เขาหยุดมือลง ทว่า ต้วนอี้ กลับรีบสำแดง
เคล็ดอิทธิฤทธิ์วิชาที่ 2 ออกมา
“เงามารอเวจี!”
สามารถมองเห็นเงาร่างขึ้นปรากฏอยู่ที่เบื้อหลังของกา
ยาสถิตย์มารสงครามสวรรค์ได้ลุกยื่นขึ้นอยู่กลาง
มหาสมุทร เมื่อดูไปแล้วเงาร่างนี้แทบจะไม่ต่างกับมาร
สงครามสวรรค์ไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่ว่าทั้วทั้งร่างเป็นสี
ดำทมิฬ เนื้อแท้ของมันก็เป็นเพียงแค่เงา
อู่ อวี้ สามารถรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของมันได้อย่าง
ชัดเจน เนื่องจากว่าเงานี้ ซ่อนเร้นตัวอยู่ท่ามกลางเงา
มืดอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าจะหายไปเช่นเดียวกับ
หนานซาน หวางเยว่ มันได้มอบจิตสังหารที่ไร้รูปแบบ
ให้กับ อู่ อวี้ เขาพบว่ามันยากที่จะค้นหาเงานี้ได้พบ
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะใช้ออกด้วยเคล็ดอิทธิฤทธิ์ใหม่
ออกมา
ฉับพลันที่เงานี้หายไป อู่ อวี้ ก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่
รุนแรง!
“เขตแดนเนตรทองคำ!”
ภายในนี้ไม่ใช่พื้นที่ที่ดีที่สุดในการสำแดงเขตแดนเนตร
ทองคำ แต่ อู่ อวี้ ไม่มีทางเลือก เขาทำได้เพียงแค่ใช้วิธี
นี้รับมือกับร่างแยกเพลิงมารอเวจี!
ดวงตาทั้งสองของ อู่ อวี้ ร้อนแรงขึ้นไม่มีที่เปรียบ เขต
แดนเนตรทองคำระเบิดพลังออกมาจากดวงเนตร
พริบตานั้นเขตแดนเนตรทองคำก็ได้กลืนกินมหาสมุทร
แห่งนี้เอาไว้ ยามนี้ อู่ อวี้ กับ ต้วนอี้ ถูกปกคลุมอยู่
ท่ามกลางเปลวเพลิงสีทองที่โหมพัดกระหน่ำ ยามที่
มหาสมุทรเปลวเพลิงนี้ลุกไหม้ขึ้น อู่ อวี้ จึงจะสามารถ
ค้นหาตำแหน่งของเงามารอเวจีได้พบ
มันเป็นเพียงร่างแยกที่ค่อนข้างรวดเร็ว แถมยิ่งไปกว่า
นั้นมันยังสามารถซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางเงามืดได้ จึง
เป็นการยากที่จะสังเกต นอกจากนี้เขตแดนเนตร
ทองคำก็ไม่อาจจะสร้างผลกระทบกับเงานี้ได้ แม้ว่าจะ
มีเขตแดนเนตรทองคำแต่ภัยคุกคามจากเงามารอเวจีก็
ยังคงมีอยู่
“อู่ อวี้ ข้ารู้ว่าเจ้ามีเคล็ดวิชาเต๋าและเคล็ดอิทธิฤทธิ์อยู่
มากมาย แต่ก็มีดีที่โชว์อย่างเดียวเท่านั้นล่ะนะ
เพราะว่าเจ้านั้นเย่อหยิ่งเกินไปจึงทำได้เพียงแค่หลอก
ตัวเอง การต่อสู้ครั้งนี้ ผู้ชนะย่อมเป็นข้า เช่นนั้นเจ้าจง
หายไปซะ สำหรับข้าแล้วการส่งเจ้าออกไปมันยังไม่
พอที่จะดับอารมณ์ของข้าได้”
ต้วนอี้ ได้คิดเกี่ยวกับการจัดการกวาดล้างศัตรูผู้นี้มา
เป็นเวลานานแล้ว ยามนี้ อู่ อวี้ เป็นอุปสรรค์ในการจะ
สานฝันของมันให้สำเร็จ ดังนั้นมันจึงยอมทำทุกวิถีทาง
เพื่อที่จะทำให้ความฝันของมันประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ก็เพื่อที่จะทำให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้เห็นว่า
สุดท้ายผู้ที่แข็งแกร่งกว่าก็คือผู้ที่จะได้หัวเราะเป็นคน
สุดท้าย
ยามนี้ ต้วนอี้ ได้เริ่มต้นโจมตีตอบโต้สวนกลับไป
อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดอยู่ว่าเขาควรจะทำอย่างไรดี?
แต่เดิมเขาได้เลือกที่จะถ่วงเวลา เขาจึงคิดต้านทาน
เอาไว้สุดชีวิต เพื่อท้าทายขีดจำกัดตัวเอง กระทั่งผุด
ความคิดว่าขอยอมตายดีกว่าจบการต่อสู้ไปดื้อๆเช่นนี้
ซึ่งในตอนแรกเขาคิดที่จะถ่วงเวลาเอาไว้ แต่เมื่อการ
ต่อสู้ได้เริ่มขึ้น ดูเหมือนว่าทุกอย่างก็จะไม่ได้เป็นไป
ตามที่เขาหวังเอาไว้ เมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้เขา
ไม่อาจจะยั้งมือได้อีก ยิ่งไม่ต้องการที่จะถอยหนีในการ
ต่อสู้กับ ต้วนอี้ กล่าวได้ว่าความคิดต่อสู้เพื่อถ่วงเวลา
ได้มลายหายไปสิ้น ยามนี้เขาคิดเพียงแค่ชัยชนะ
เท่านั้น!!
เมื่อ ต้วนอี้ หวนกลับคืนมาผงาดได้อีกครั้ง กายาสถิตย์
มารสงครามสวรรค์ก็ได้สำแดงพลานุภาพจนควบคุม
กระแสสงคราม ก่อเกิดเป็นแรงกดดันเข้มข้นถาโถมเข้า
กดดัน อู่ อวี้ เขาไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ และไม่เต็มใจที่
จะถ่วงเวลาหรือหลบหนี กลับยิ่งระเบิดพลังออกมา
มากขึ้นกว่าเดิมราวกับเป็นภูเขาไฟที่กำลังปะทุ
นี่คืคอเต๋าของเขา เต๋าที่ไม่มีวันถอยหนี
อู่ อวี้ ยามนี้จำต้องปลดปล่อยพลังออกมาจนหมดสิ้น
แล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีสักวันหนึ่งที่เขาจะต้องแสดงให้
ทุกคนประจักษ์อยู่ดี
ถึงเวลาอสูรกลืนสวรรค์ออกโรง!
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ