กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 772: หอกทมิฬวิถีฟ้าดับชีพ
“เจ้าแน่ใจหรือไม่?” องค์ชายโย่วเหยียนพร้อมกับคน
อื่น ๆ ต่างมารวมตัวกัน สายตาของคนจับจ้องมาที่ ต้
วนอี้ อย่างเฝ้ารอคำตอบ
” ปัจจุบันนี้ศัตรูแข็งแกร่งมากที่สุดของ อู่ อวี้ เป็น
ปีศาจที่อยู่ในระดับจิตเทวะขั้นที่ 8 ส่วนต้วนอี้เองก็มี
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ อีกทั้งยังอยู่ในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 9 ฝีไม้ลายมือความ
แข็งแกร่งก็น่าจะพอ ๆ กับ อู่ อวี้ ข้าคิดว่าเขาน่าจะ
รับมือได้ไม่ยาก อู่ อวี้ ก็คงจะเสมือนกับสุนัขจนตรอก
หากดูจากสถานการณ์ของมัน แสดงว่ามันกับน้องสาว
ของเรา ต้องมีความรู้สึกให้กันไม่มากก็น้อยเป็นแน่ ”
นับเป็นครั้งแรกที่องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวแทน ต้วนอี้
ต้วนอี้ ซึ่งอยู่ถัดออกไปพอได้ยินคำพูดนี้ มันก็รู้สึก
อารมณ์ดีไม่น้อยทีเดียว ถึงแม้มันจะอยู่ภายใต้แรง
กดดันมหาศาลก็ตาม แต่มันก็ได้เปลี่ยนแรงกดดัน ให้
กลายเป็นแรงผลักดันสำหรับตัวมันอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้มันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากจึงเอ่ยขึ้นว่า ”
กราบทูลองค์ชายองค์หญิงทุกท่าน ในวันนี้ขอให้พวก
ท่านมั่นใจได้ว่ากระหม่อมจะพิชิตชัยจาก อู่ อวี้ ให้จง
ได้ อย่างน้อย ๆ มันต้องถูกบีบบังคับจนต้องใช้ยันต์
แสงทำลายรัตติกาล แต่ถ้าสถานการณ์เป็นไปด้วยดีข้า
จะลงมือสังหารมัน ”
มันคิดเสนอตัวสังหาร อู่ อวี้ เพื่อช่วยสะสางเสี้ยน
หนามให้แก่เหล่าองค์หญิงองค์ชาย หากในภายภาค
หน้ามีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ เกิดขึ้น มันก็ยังสามารถเข้า
มาแทนที่บรรดาองค์หญิงองค์ชายพวกนี้ นับเป็นความ
เสี่ยงเพื่อไขว่คว้าโอกาสที่ดีกว่า คาดว่าบิดาจะต้องรู้สึก
ว่ามันตัดสินใจถูกต้องอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่ต้วนอี้
ตัดสินใจกระทำในวันนี้ จะทำให้มันได้เข้าร่วมกลุ่มกับ
บรรดาองค์หญิงองค์ชายได้เร็วขึ้น เมื่อใดก็ตามที่มัน
ได้รับความสนใจคนเหล่านี้ เมื่อนั้นอนาคตของมัน
จะต้องรุ่งโรจน์สดใสอย่างแท้จริง
” ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ทั้งต้วนอี้ และ อู่ อวี้ ต่างพึง
พอใจในตัวองค์หญิงโย่วเสี่ย ถ้าต้วนอี้สังหาร อู่ อวี้ ได้
แล้วล่ะก็ เราจะอ้างเหตุผลว่าการลงมือสังหารในครั้งนี้
เป็นเพราะความหึงหวง หาใช่เพราะริษยา อู่ อวี้ มา
ตั้งแต่แรกแต่อย่างใด และหาใช่การร่วมมือสังหาร อู่
อวี้ ”
สำหรับเรื่องนี้ พวกมันสามารถเข้าใจความสัมพันธ์ได้
อย่างสมบูรณ์ ต่อให้ อู่ อวี้ ถูกสังหารจนตกตาย แต่
ชื่อเสียงของพวกมันก็จะไม่แปดเปื้อนเสียหายมากนัก
เพราะสุดท้ายภาพรวมที่ออกมาสาเหตุเกิดจาก
ความรู้สึก
สำหรับต้วนอี้ เขาเองก็ยังต้องต่อสู้แย่งชิงในสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ ด้วยเพราะตั้งแต่โบร่ำโบราณเราเชื้อ
พระวงศ์ไม่เคยราชภิเษกตระกูลอื่น
นี่เป็นเพียงการแสดงตบตาครั้งยิ่งใหญ่ โดยแสร้งว่า
ทั้งหมดเกิดจากความรักความเสน่หา ทว่าแท้จริงแล้ว
เกิดจากความเกลียดชัง
สิ่งเดียวที่น่าเป็นห่วงคือ ต้วนอี้ ไม่สามารถรับมือ อู่
อวี้ ได้ ทว่าตราบใดที่องค์หญิงโย่วเสี่ยอยู่ในกำมือพวก
มัน อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางจากไปไหนได้
อันที่จริงพวกมันมิได้มั่นใจในต้วนอี้ แต่สำหรับพวกมัน
แล้วชัยชนะครั้งนี้เป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวด
หลังจากปรึกษาหารือ ก็ได้ผลสรุปว่าวิธีนี้เป็นวิธีการที่
เหมาะสมที่สุด พวกมันจึงตัดสินใจลงมือ
หลังจากนั้นองค์ชายโย่วหยางเอ่ยขึ้นมา ” อู่ อวี้ ใน
เมื่อเจ้าทำเช่นนี้ ฉะนั้นเราเองก็ไม่อาจปฏิเสธแล้วเห็น
ด้วยกับเรื่องนี้ หากเจ้าพ่ายแพ้เมื่อไหร่จงบดขยี้ยันต์
ทำลายรัตติกาลแล้วออกไปจากที่นี่ ถ้าเจ้าชนะก็
สามารถพานางออกไปได้ ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ อู่ อวี้ ก็มีได้แสดงออกใด ๆ แต่ใน
สายตาของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความปรารถนาอยากจะ
ต่อสู้อย่างแรงกล้า
“ ช่างน่าแปลกยิ่งนัก ตัว อู่ อวี้ เองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ
ว่าอีกฝ่ายนั้นมีฝีมือเหนือกว่าเจ้า ไฉนยังก้าวมาต่อสู้?
” อันที่จริงเวลานี้หลายคนยังไม่เข้าใจ
ถึงอย่างไร อู่ อวี้ ย่อมมีความแตกต่างทางด้านพลัง
ฝีมือไม่มากก็น้อย
” นอกจากวิธีนี้ก็ไม่มีหนทางอื่นอีก แม้ว่าข้าจะเพลี่ยง
พล้ำ แต่เกรงว่าเพียงเท่านั้นข้าคงไม่โง่ที่จะออกไปอยู่ดี
ต่อให้ต้วนอี้จะมีพลังฝีมือเหนือข้า แต่ใช่ว่าจะเอาชนะ
ข้าได้ง่ายๆเสียที่ไหน ตราบใดที่ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะขาด
ลอย ข้าก็ยังสามารถถ่วงเวลาไปได้เรื่อย ๆ เช่นนี้เป็นไง
”
ในความเป็นจริงเวลานี้ อู่ อวี้ ใช้ไหวพริบเล่นลูกไม้
เล็กน้อย
ก็ในเมื่ออีกฝ่ายพูดเพียงว่าต้องการต่อสู้ แต่ไม่ได้บอก
นี่ว่าจะให้ยุติเมื่อใด สำหรับ อู่ อวี้ แล้วตราบใดที่ไม่
ต้องสิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป เขาสามารถยืดเวลา
การต่อสู้ได้นานกว่า 20 วัน
เมื่อถึงเวลานั้นสงครามชิงอำนาจแดนสิ้นสุดลง ส่วน
เขาก็ยังคงคว้าลำดับที่ 1 ครอบครอง โดยไม่ได้ละเมิด
ข้อตกลงใด ๆ
เพราะอย่างไรเสียความตั้งใจเดิมของเขา ก็อยากจะ
ต่อสู้กับต้วนอี้อยู่แล้ว ฉะนั้นเมื่ออีกฝ่ายท้าทายมา
เช่นนี้เขาก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมี
ข้อจำกัดในการฝึกฝนด้วยตนเอง ถึงแม้เขาจะตั้งใจ
ต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น ต่อให้เมื่อต่อสู้ไปแล้วพบว่า
ตนเองไม่มีโอกาสชนะ หรือถูกบีบบังคับให้ตกอยู่ใน
สถานการณ์สิ้นหวังก็ตามที
” ก็ถือว่าไม่เลว แต่ถ้าข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังต่อสู้เพียงเพื่อ
ถ่วงเวลาจนพวกข้าต้องออกไปก่อน เมื่อนั้นก็จะถือว่า
สัญญาของเราเป็นโมฆะ และข้าไม่รับรู้ใด ๆ ทั้งสิ้นอีก
”
แน่นอนพวกมันไม่ใช่คนโง่ จึงย่อมดูออกอยู่แล้ว
หลังจากนั้นเขาก็จ้องมองไปทางฝูงชน แล้วพูดขึ้นด้วย
น้ำเสียงจริงจังว่า ” นี่คือข้อตกลงระหว่างคนทั้ง 2 ไม่
ว่าผู้ใดละเมิดข้อตกลง ข้าคงต้องพูดว่ามันผู้นั้นเป็นคน
น่ารังเกียจรังเกียจอย่างยิ่ง ต่ำช้าอย่างที่สุดพวกท่าน
คิดว่าอย่างไร? ”
อู่ อวี้ กลัวว่าพวกมันจะพลิกลิ้นในภายหลัง ทำเหมือน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉะนั้นเวลานี้พวกมันควรหาข้อยืนยันเล็กน้อย ด้วย
เพราะทุกคนที่นี่เป็นห่วงศักดิ์ศรีหน้าตาของตนเอง
อย่างยิ่ง เท่ากับเวลานี้ทุกคนที่กำลังเฝ้าจับตาดู อู่ อวี้
คงไม่ต้องกังวลเรื่องละเมิดข้อตกลง
อย่างน้อยเขาก็คิดว่าตนเองได้อันดับ 1 มาครอบครอง
แน่นอนว่าเรื่องนี้ผู้คนในจักรวรรดิเป่ยหมิงย่อมไม่อาจ
ทนได้ ทว่าอย่างน้อยเขาก็ดูเป็นคนซื่อตรง เมื่อพวกมัน
ได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวพวกมันจึงต่างส่งหัวเราะดังลั่น
เยี่ยน ฉินฉง ที่อยู่ในกลุ่มของพวกมันกล่าวขึ้นว่า ” เจ้า
คนเถื่อน ฐานันดรของเรานั้นแตกต่างจากเจ้า ดังนั้น
ย่อมแน่นอนว่าคำมั่นใดที่กล่าวไปแล้ว ไม่สามารถคืน
คำได้”
อู่ อวี้ ไม่คิดว่าพวกมันจะหยิ่งผยองถึงเพียงนี้ ดังนั้น
เขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่า ” ข้าแค่อยากรู้ว่า พวกเจ้ากล้าตก
ลงนี้หรือไม่?”
องค์ชายโย่วหยาง กล่าวต่อว่า “เหตุใดจะไม่กล้า?
อย่าได้กล่าวไร้สาระให้มากความอีกเลย ต้วนอี้ ถึงเวลา
ที่เจ้าจะแสดงความสามารถแล้ว อย่าทำให้เราผิดหวัง
มิเช่นนั้นอนาคตของเจ้าคงต้องจบลง”
ต้วนอี้สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้งที่กดทับลงมา
ทว่ายามนี้กล่าวได้ว่าพวกมันบ้าคลั่งถึงขีดสุดแล้ว
ดังนั้นมันจึงไม่สามารถอดทนอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
มันกัดฟันพูดแล้วกล่าวว่า ” ทุกท่านมั่นใจได้ วันนี้ข้า
จะนำศีรษะของมันออกมาเอง ”
หลังกล่าวจบ มันก็พุ่งทะยานเข้าหา อู่ อวี้ ทันที ส่วน
คนอื่น ๆ ก็กระจายตัวล้อมรอบ อู่ อวี้ กับ ต้วนอี้ ไว้
ตรงกลาง
ส่วนองค์หญิงโย่วเซี่ยก็ยังคงถูกพี่ชายของตนควบคุม
ตัวเอาไว้
หลังจากตกลงกันแล้ว การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝั่งก็
สามารถปะทุขึ้นได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าทางฝั่งของ อู่
อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนร่าง
ของตนเอง ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูมากมาย
เพียงใด แต่สีหน้าของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เสมือน
ดังนักรบผู้กล้าหาญ ผู้เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งวีร
ชน อหังการไร้เปรียบ มากพอที่จะสยบผู้คนลงได้ เดิม
ทีแล้วองค์หญิงโย่วเสี่ยยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็น
สิ่งที่เกิดขึ้น นางก็เลือกจะเชื่อความสามารถในการ
สร้างปาฏิหาริย์ของ อู่ อวี้ ดังนั้นยามนี้นางจึงตั้งตารอ
ด้วยความคาดหวัง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบน
ใบหน้า เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจ
เมื่อเห็นว่านางหาได้ตื่นตระหนกหวาดกลัวอันใด อู่ อวี้
ก็ตระหนักว่าความยากลำบากในครั้งนี้ คงกลายเป็น
หนึ่งในความท้าทายอันยิ่งใหญ่ของตนเอง หาก
สามารถเอาชนะอุปสรรคนี้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่
เกี่ยวข้องกับตัวเขาจะยกระดับขึ้นไปสู่ขอบเขตใหม่
เขากำลังจะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นภายในชมพูทวีป
โลกธาตุแห่งนี้
ต้วนอี้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาโหดเหี้ยมไร้ปรานี อีกทั้ง
เขายังรู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่จะกล่าววุ่นวายให้มาก
ความ ภายในสายตาของมันมีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้น เมื่อ
เข้ามาใกล้ มันก็นำศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ออกมา หอกยาวสีดำถูกหมุนควงอยู่ในมือของมัน
ซึ่งพลานุภาพที่แผ่ออกมานั้น ช่างน่าตื่นตระหนก
หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง อำนาจของมันไม่ได้ด้อยไปกว่า
พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์เลย
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้มีนามว่า ‘หอก
ทมิฬวิถีฟ้าดับชีพ’ ถือเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณที่มีความเก่าแก่ยิ่ง ต้วนอี้ได้รับสิ่งนี้มาจาก
ซากอารยธรรมเมื่อมานานแล้ว และสิ่งนี้ก็ถือเป็น
รากฐานในการก้าวกระโดดของมันอย่างรวดเร็ว
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ มีความสามารถ
ในการสังหารอันน่าสะพรึงกลัว เมื่อวงเวทนับแสง
ทำงานอย่างพร้อมเพรียง มันก็สามารถบดขยี้ศัตรูจน
สูญสลายกลายเป็นฝุ่นผงได้ นอกจากนี้ยังมีวงเวท
โจมตีทำลายล้าง เมื่อถูกปลดปล่อยออกไป จะบังเกิด
เป็นพลังอำนาจอันมหาศาล
ต้วนอี้ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะขั้นที่ 9 เมื่อมันปลดปล่อยพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
ก็บังเกิดเป็นอำนาจสะกดข่มซึ่งเป็นพลังพื้นฐานที่สุด
แก่ อู่ อวี้ หลายครั้งหลายคราที่พลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงถือเป็นรากฐานที่เก่าแก่มากที่สุด
พลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้ฝึกตนถือเป็นพลังภายในอัน
มหาศาล เนื่องจากผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ หาได้มีกายเนื้อ
อันน่าสะพรึงกลัวดั่งเช่น อู่ อวี้
ถึงแม้มันจะเป็นอุปสรรค์อันใหญ่หลวงสำหรับ อู่ อวี้
แต่เขาก็หาได้หวั่นเกรงไม่ บัดนี้ต้วนอี้เตรียมพร้อม
สำหรับการต่อสู้แห่งความเป็นตายแล้ว แน่นอนว่าทาง
ฝั่งของ อู่ อวี้ ก็เช่นเดียวกัน
ยามนี้เขาได้ปราบพิชิตพลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์
แล้ว ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณในมือของเขา ก็
ระเบิดพลังอำนาจอันเหนือล้ำออกมาเช่นเดียวกัน ซึ่ง
มันหาได้ด้อยไปกว่าหอกทมิฬวิถีฟ้าดับชีพแม้แต่น้อย
การเผชิญหน้ายามนี้ของคนทั้งสอง ถือเป็นการปะทะ
กันของพลังอำนาจอันแข็งแกร่งจนทั่วหล้าต้องจดจำ
ในวันนี้ อู่ อวี้ จะต้องทำให้ดีที่สุด เขาเริ่มต้นด้วยการ
จำแลงร่างกลายเป็นเซียนวานรทองคำ ลำดับต่อไปก็
คือเรียกร่างอวตารนอกวิถีออกมา!
ครั้งนี้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ถูกเปิดเผยต่อสายตาของ
ทุกผู้คนอย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่ 20 คนในนี้เท่านั้นที่
กำลังตกตะลึง ทว่าผู้ชมที่อยู่ภายนอกกว่า 800,000
คนก็กำลังตกตะลึงเช่นเดียวกัน หลังจากมองผ่าน
เครื่องกำเนิดภาพ พลันทำให้ผู้ชมหลายคนเริ่มเข้าใจ
แล้วว่าร่างอวตารของ อู่ อวี้เป็นอย่างไร
ร่างอวตารหนึ่งหมื่นร่าง!
ร่างอวตารกว่า 10,000 ร่างปรากฏขึ้นเบียดเสียดยัด
เยียดคนทั้ง 20 ออกไปในทันที
” บัดซบ! ทุกคนรีบกระจายตัวเร็วเข้า!” ในเวลานี้พวก
มันไม่อาจเห็นได้ว่า อู่ อวี้ มีร่างอวตารอยู่เท่าไหร่กัน
แน่
ในที่สุดพวกมันก็ถูกบีบออกไป เนื่องจากระยะที่
ค่อนข้างห่างไกล ทำให้พวกมันยากที่จะเห็นการต่อสู้
ของ อู่ อวี้ เมื่อมันมองมาด้านหน้าก็แลเห็นแต่ร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ อยู่เต็มไปหมดเท่านั้น
สำหรับต้วนอี้มันทำได้แต่ทอดถอนใจ ด้วยเพราะ
ช่วงเวลานี้กลับเต็มไปด้วยมหาสมุทรแห่งความมืดมิด
ทันใดนั้นแสงเจิดจ้ากลับปรากฎไปทุกหนแห่ง
ในเวลานี้ต้วนอี้ก็รู้สึกสับสนพอกัน เมื่อมองไปทางใดก็
เห็นแต่ร่างของ อู่ อวี้ ไม่มีที่สิ้นสุด มันไม่อาจรู้ได้ว่า
ผู้ใดคือร่างจริงของ อู่ อวี้
อันที่จริงร่างอวตารนอกวิถีของอู่ อวี้ ถือเป็นอีกหนึ่ง
ความสามารถที่น่าสะพรึงกลัว
” พลังอิทธิฤทธิ์นี้ เหนือล้ำยิ่งกว่ามรดกของของข้าเสีย
อีก คนผู้นี้มันเป็นภูตผีหรืออย่างไร อย่าบอกนะว่าต่อ
ให้เทียบกับพลังอิทธิฤทธิ์จากมรดกของแม่ทัพเทียน
เผิง มันยังน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอีกงั้นหรือ ?” หลังจาก
อู่ อวี้ เรียกร่างอวตารนับหมื่นออกมา แม้แต่หนาน
ซาน หวางเยว่ ก็ยังตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะ
มองไปยังทิศทางใดล้วนแล้วมองเห็นแต่ร่างของ อู่ อวี้
ไม่น่าแปลกใจที่ อู่ อวี้ กล้ารับคำท้าประลองของต้วนอี้
” อู่ อวี้ มีร่างอวตารมากมายขนาดนี้เชียวหรือ!” ผู้คน
ด้านนอกกำลังตกอยู่ในความโกลาหล!
อาจกล่าวได้ว่าคน 800,000 คนส่วนใหญ่ลุกจากที่นั่ง
สายตาจับจ้องมองไปยังเครื่องกำเนิดภาพอย่างตก
ตะลึง ถ้าให้กล่าวภาพที่ปรากฏขึ้นในเครื่องกำเนิด
ภาพ ล้วนแล้วมีแต่ร่างของ อู่ อวี้ อัดแน่นอยู่
หรือกล่าวอีกอย่างว่า ในเวลานี้เต็มไปด้วยวานรสีทอง
อันเกรี้ยวกราดหนาแน่นไปหมด พวกมันดุร้ายอารมณ์
พลุ่งพล่านด้วยปรารถนาอยากจะต่อสู้ ในมือของพวก
มันต่างถือศาสตราเต๋าวิถีแท้ แล้วศาสตราวุธอื่น ๆ ไว้
เมื่อมองผ่านเครื่องกำเนิดภาพ แล้วเห็นต้วนอี้อยู่ในวง
ล้อมของวานรทองคำที่ดุร้ายฝูงชนก็รู้สึกสมเพชอยู่ไม่
น้อย อย่างไรก็ตามถึงแม้ภาพนี้จะสร้างความตื่นตะลึง
ให้กับทุกผู้คน แต่ผู้คนก็ล่วงรู้ดีว่าเพียงแค่ภาพอันน่า
ตื่นตะลึง ไม่ได้หมายความว่าจะมีประสิทธิภาพในการ
ต่อสู้ ด้วยเพราะร่างอวตารของ อู่ อวี้ มิได้แข็งแกร่ง
นัก
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ