กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 775: หวนคืน
ความสามารถของ ร่างกลืนสวรรค์ เป็นครั้งแรกที่เขา
ใช้ออกโดยไม่เคยฝึกฝนหรือซักซ้อมผสานกับเคล็ดวิชา
อื่นแต่อย่างใด แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ค่อนข้างอันตราย
แต่ท้ายที่สุดเขาก็ทำตามที่เขาหวังเอาไว้ได้สำเร็จ
ร่างกลืนสวรรค์นี้เป็นเหมือนกับคลังสมบัติขนาดใหญ่ที่
รอคอยให้เขาขุดลึกเพื่อพบเจอโดยแท้
ดังนั้นความสามารถเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงได้ตั้งชื่อให้กับมัน
ว่า ‘หวนคืน’ ชื่อนี้ฟังดูเรียบง่ายอย่างยิ่ง แต่ว่าพลานุ
ภาพของมันกลับไม่ได้เรียบง่ายดังชื่อ
ตราบใดที่พลังโจมตียังอยู่ในขอบเขตที่ร่างกลืนสวรรค์
ดูดกลืนได้ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาเต๋าหรือว่าเคล็ด
อิทธิฤทธิ์จำนวนมากมายล้วนถูก อู่ อวี้ เขมือบสิ้น อีก
ทั้งเขายังแปรเปลี่ยนให้กลายมาเป็นการโจมตีส่งกลับ
คืนสู่เจ้าของได้อีกด้วย
ความสามารถเช่นนี้ กล่าวได้เลยว่ามันไม่เคยปรากฏ
ขึ้นภายในดินแดนโบราณเหยียนหวงมาก่อน
สำหรับขีดจำกัดที่ร่างกลืนสวรรค์จะสามารถรองรับได้
คือระดับไหน? ความจริงการโจมตีของ ต้วนอี้
ในตอนนี้ ก็แทบจะถึงขีดจำกัดที่ร่างกลืนสวรรค์จะ
สามารถรองรับได้แล้ว
อู่ อวี้ สามารถหวนคืนพณาสูรสลักฟ้ากลับไปโจมตี ต้
วนอี้ หากว่าพลังโจมตีของ ต้วนอี้ มากกว่านี้อีกสัก
เพียงเล็กน้อย ก็เป็นไปได้ที่ร่างกลืนสวรรค์อาจต้อง
เป็นฝ่ายมลายสิ้นแทน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นถึงแม้ว่าจะ
ไม่ตายก็ตาม แต่เกรงว่าจะต้องสูญเสียความพลังไป
บางส่วนจนทำให้ร่างกลืนสวรรค์กลายเป็นอ่อนแอลง
จากนั้นก็จะต้องทำการกลืนกินใหม่อีกครั้งเพื่อให้พลัง
ที่สูญเสียไปกลับคืนมา
หากว่าร่างกลืนสวรรค์อ่อนแอลง ก็เพียงแค่กลืนกินอีก
ครั้งจนแข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ นับว่าเป็นความสามารถที่
เลวร้ายอย่างยิ่ง
‘หวนคืน’ นับว่าเป็นความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุด
ของร่างกลืนสวรรค์ในตอนนี้!
ภายใต้การหวนคืน หลังจากที่พณาสูรสลักฟ้าพุ่ง
ทะยานเข้ากลืนกิน ต้วนอี้ และร่างแยกของมันเข้าไป
อย่างจังจนไม่สามารถหลบหนีได้ อย่างไรก็ตาม
เพราะว่าพลังอำนาจของพณาสูรสลักฟ้าถูกลดทอนลง
ไป ดังนั้น ต้วนอี้ จึงได้รับบาดเจ็บแต่ทว่ายังไม่ถึงขั้นที่
ตกตายลงไป
ถึงกระนั้น ต้วนอี้ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแท้จริง
พิรุณโลหิตไหลรินอาบแย้มมหาสมุทร สิ่งที่เห็นได้ชัด
มากที่สุดคือ เคล็ดอิทธิฤทธิ์กายาสถิตย์มารสงคราม
สวรรค์ของมันคลายสภาพลงไปในทันที ยามนี้ทั่วร่าง
ของมันชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ใบหน้ากลายเป็นซีดขาว
แต่ก็พยายามฝืนใช้กำลังที่เหลืออยู่ประคับประคองร่าง
ของตนเองให้ยืนหยัด
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ปล่อยโอกาสให้มันได้พัก
หายใจ เขาทำการกระตุ้น‘วงเวทวัฏจักรทรายอนันต์’
ยามนี้มันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเม็ดทรายสีทองอร่าม
กลืนร่าง ต้วนอี้ หายเข้าไปในทันที ตัวกงจักรนั้นเต็ม
ไปด้วยเม็ดทรายที่แหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วน
เคลื่อนไหวไหลบ่าเข้าหาร่างของ ต้วนอี้ อย่างบ้าคลั่ง
มันกรีดเฉือนฉีกกระชากร่างกายของต้วนอี้จนราวกับ
พายุโหมกระหน่ำ จนทำให้ยามนี้ ต้วนอี้ ไม่เพียงแต่จะ
พ่ายแพ้ แต่กระทั่งยังตกอยู่ในวิกฤตอันตรายถึงชีวิต!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่อาจสังหารมันได้ เนื่องจากว่า
กฏของสงครามชิงอำนาจแดนเหนือไม่อนุญาติให้มีการ
สังหารผู้เข้าร่วมคนอื่นๆภายในคุกสมุทรวิญญาณ
แม้ว่าอีกฝ่ายจะสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่หาก
เปลี่ยนเป็น อู่ อวี้ เป็นผู้กระทำ เขาอาจจะถูกขับไล่
ออกจากคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้ในทันที ซึ่งมันถือว่า
ไม่คุ้มค่า
“ข้า……” ต้วนอี้ จมดิ่งเข้าสู่การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอา
ชีวิตรอดไป
ยามนี้ตัวมันรู้สึก สิ้นหวัง หวาดกลัว เจ็บปวด
แม้กระทั่งร่ำไห้ออกมา ความรู้สึกเหล่านี้ปรากฏขึ้นอยู่
บนใบหน้าของมัน เกรงว่านี่คงเป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำ
ที่สุดในชีวิตของมันแล้ว ยามนี้มันได้รับความพ่ายแพ้
ไปอย่างสิ้นท่า เดิมทีตัวมันเคยคิดว่านี่คือบันไดสู่
จุดสูงสุดในชีวิตของมัน ดังนั้นการตกลงมาอยู่ใน
สภาวะปัจจุบันนี้ก็เพียงพอที่จะทำลายหัวใจของมันสิ้น
แล้ว ความรู้สึกท้อแท้และอับอายเข้าถาโถม จนทำให้
ตัวมันเกิดความคิดที่อยากจะตาย มันนึกภาพไม่ออก
เลยว่าเหล่าสุดยอดอัจฉริยะ 20 กว่าคนที่อยู่รอบด้าน
ซึ่งมีสถานะที่สูงส่งกว่าตัวมันเอง จะมองมายังมันเช่น
ไร? ตัวมันได้คุยโม้โอ้อวดเอาไว้มากเกินไปในช่วงก่อน
หน้า มันนึกภาพไม่ออกเลยว่าคนด้านนอกกว่าแปด
แสนคนจะมองมันเช่นไร แล้วบิดามันอีกเล่า? การ
แสดงออกของมันในวันนี้ได้ทำให้แคว้นหลี่เทียนต้อง
อับอายขายขี้หน้าเกินกว่าจะรับไหวแล้ว…
บางทีอาจจะมีเพียงแค่ความตายเท่านั้นจึงจะทำให้มัน
หลุดพ้นจากความเจ็บปวดในตอนนี้ได้ แต่ อู่ อวี้ กลับ
ไม่ทำเช่นนั้น เขาทำแค่เพียงใช้ออกด้วยวงเวทวัฏจักร
ทรายอนันต์เพื่อทำให้สิ้นสภาพเพียงเท่านั้น
หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็ได้ให้ร่างกลืน
สวรรค์ของเขากลับเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางร่าง
อวตารทั้งหลายอย่างรวดเร็ว มันจะเป็นการดีที่สุดก็คือ
หลบซ่อนไม่ให้อยู่ในขอบเขตที่เครื่องกำเนิดภาพจะ
แพร่ภาพเห็น ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าจะต้องอยู่ห่างจาก
ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆด้วยเช่นกัน
ยามนี้ร่างอวตารหลายพันร่างของเขาปกคลุมพื้นขนาด
ใหญ่เอาไว้ จึงไม่มีคนอื่นสามารถเข้ามาใกล้ได้ ดังนั้น
ยามนี้ผู้ชมที่อยู่ภายนอกจึงไม่อาจมองเห็นถึงร่างกลืน
สวรรค์ของเขา
ขณะนี้นับว่าเขาได้จัดการกับเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่าง
สมบูรณ์แบบแล้ว!
กล่าวได้ว่าตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ทำให้ทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ย
หมิงต้องสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!
ระดับของเขาแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
เขาก้าวหน้าขึ้นตั้งแต่ยามเข้าสู่จักรวรรดิเป่ยหมิงครา
แรกอย่างเทียบไม่ติด
ช่วงเวลานี้ผู้ชมแปดแสนคนที่อยู่ข้างนอกกำลังถกเถียง
กันอย่างดุเดือด เนื่องจากฝีมือที่แสดงออกของ อู่ อวี้
นี้ กระทำผลักให้ ต้วนอี้ พ่ายแพ้หมดรูป ซึ่งหาก
เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ ก็จะถือว่าแผนการณ์
เหล่าอัจฉริยะทั้ง 20 คนเบื้องหน้าได้วางเอาไว้จึง
ล้มเหลวลงไปอย่างหมดท่า
มีทั้งคนที่รู้สึกเศร้าโศกและก็มีบางคนกลับรู้สึกเบิก
บานใจ อาจจะกล่าวได้ว่าผู้ที่รู้สึกเบิกบานใจก็คงจะมี
แต่คนที่มาจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงเท่านั้น
“จริงๆแล้วข้านึกว่า อู่ อวี้ ผู้นี้จะจบสิ้นแล้ว แต่กลับ
พลิกล็อคกลับมาเอาชนะได้อีก เหนือความคาดหมาย
ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ” ชวีอิ๋น กล่าวด้วยสี
หน้าไม่อยากจะเชื่อ
ผู้คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงคนอื่นๆที่อยู่
ด้านข้างของเขา ต่างก็แสดงออกเช่นเดียวกัน แต่ทว่า
ชวี เฟิงอวี้ กลับยังมีสีหน้าเย็นชาไม่แยแส
“เท่าที่ข้าเห็น เคล็ดวิชาที่สำแดงออกมานั้น สมควร
เป็นเคล็ดวิชาแห่งร่างอวตาร ดูเหมือนว่าร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ผู้นี้จะไม่ได้มีความสามารถเพียงแค่รูปแบบ
เดียว ไม่เพียงแต่จะมีร่างอวตารที่มากมาย กลับยังมี
ร่างอวตารที่โดดเด่นเหนือกว่าร่างอวตารทั่วๆไป
แม้กระทั่งยังครอบครองความสามารถที่ไม่น่าเชื่อ
ท่ามกลางเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์ต่างๆของเขา
ความสามารถของร่างอวตารนี้ถือว่าพิเศษกว่ามาก
นัก!” ชวีอิ๋น เอ่ยปากชื่นชม อู่ อวี้ ไม่ขาดปาก
“เห็นทีพวกเราจะต้องใช้พลังของชาวเหยียนหวง เพื่อ
บีบบังคับให้พา อู่ อวี้ กลับไปให้ได้เสียแล้ว”
ชวีอิ๋น กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ถึงแม้จะกล่าวออก
เช่นนั้น แต่ทว่าเขาได้ส่งยันต์สื่อสารติดต่อไปยัง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงเรียบร้อยแล้ว เป็นเพราะ
เขารู้ดีว่าหากอาศัยเพียงแค่คำพูดของตนเองจะเป็น
การยากในการพา อู่ อวี้ กลับไป
เขากำลังลอบดำเนินการอย่างลับๆ
พรสวรรค์และจิตใจอันแน่วแน่ที่ อู่ อวี้ สำแดงออกมา
ท่ามกลางสงครามชิงอำนาจแดนเหนือนี้ ทำให้ใน
อนาคตเขาย่อมอยู่เหนือกว่าเหล่าอัจฉริยะทั้งหลาย
ของดินแดนเหยียนหวงโบราณ ตอนนี้พวกเขาไม่รู้แน่
ชัดว่า อู่ อวี้ ได้ฝึกตนมาแล้วกี่ปี หากรู้ว่าเขาฝึกตนมา
เพียงประมาณ 10 ปีเท่านั้น เกรงว่าพวกเขาคงไม่ลังเล
ที่จะลงมือไปชิงตัว อู่ อวี้ มาอย่างแน่นอน
อันที่จริงเกี่ยวกับปัญหานี้ โย่วชาง และ ชินอ๋องโย่วซื่อ
ก็กำลังพูดคุยกันอยู่
โจวจิ้ง และพรรคพวกของมันมีใบหน้าเขียวคล้ำ พลัน
เอ่ยถาม บรรพบุรุษหยางว่า “ท่านว่าเราควรจะทำ
อย่างไรเกี่ยวกับ อู่ อวี้ ผู้นี้ดี? ความสามารถที่เด็กคนนี้
แสดงออกมาถือว่ามีมากมายจริงๆ พวกเราคงไม่
สามารถจัดการกับมันได้เพราะว่าโย่วเสี่ยคอยปกป้อง
มันเอาไว้อยู่ ท้ายที่สุดเราควรพยายามเปลี่ยนให้มัน
กลายมาเป็นคนของเป่ยหมิงหรือว่าจะทำลายมันลงไป
ที่นี่ดี?”
สำหรับพวกมันแล้ว เคล็ดวิชาเคล็ดอิทธิฤทธิ์ต่างๆที่ อู่
อวี้ แสดงออกมา ทำให้พวกมันไม่สามารถตัดใจส่ง อู่
อวี้ ให้ไปเข้าร่วมกับกองกำลังอื่นได้จริงๆ
เกรงว่าแม้แต่ บรรพบุรุษหยางเองก็ยังต้องคิดแล้วคิด
อีก
หลังจากดูไปอีกสักพัก เขาก็กล่าวออกมาว่า “มันถือ
เป็นสุดยอดอัจฉริยะที่สั่นสะเทือนทั้งโลกหล้าได้เลย
ทีเดียว ส่วนเรื่องการจะจัดการกับมันหรือไม่นั้น ข้าว่า
รอดูสักพักแล้วค่อยว่ากันอีกทีเถิด อย่างน้อยมันก็มี
ความสัมพันธ์กับโย่วเสี่ย เช่นนั้นยังนับได้ว่าไม่เป็นภัย
ต่อเป่ยหมิง พวกเราควรจะพิจารณากันก่อนว่าจะช่วง
ชิงความสามารถทั้งหมดของมันมา หรือว่าจะฝึกอบรม
มันดี ทว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือคนที่มาจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง พวกมันจะต้องคิดนำตัว
อู่ อวี้ กลับไปด้วยอย่างแน่นอน”
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอยู่อีก 20 กว่าวัน พวกเขายัง
สามารถพินิจพิเคราะห์ได้ว่าควรจะทำเช่นไร หลังจาก
นั้นก็ค่อยเริ่มเตรียมการต่างๆก็ยังไม่สาย ไม่ว่าอย่างไร
ที่แห่งนี้ก็คือถิ่นฐานของจักรวรรดิเป่ยหมิง นับว่าพวก
มันยังมีข้อได้เปรียบกว่ามาก ส่วนการจะจัดการ
อย่างไรนั้นยังคงตอบไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ไม่สามารถ
ปล่อยให้มันจากไปพร้อมกับคนจากอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวงหลังจากที่คว้าอันดับที่ 1 มาครองได้
การแข่งขันในคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้ยังไม่ถึง
จุดสิ้นสุด
ยามนี้ชีวิตของ ต้วนอี้ อยู่ในมือของ อู่ อวี้ อีกทั้งเขายัง
ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาวที่อยู่ใน
อาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 10 จำนวน 20 กว่าคนนี้
เพียงลำพัง ถือว่ารับแรงกดดันอย่างมหาศาลยิ่ง!
แต่ในทางกลับกัน บรรยากาศยามนี้ของเขากลับไม่
หมองมัวหรือถูกกดทับแต่อย่างใด นี่ถือเป็นกลิ่นอาย
แห่งผู้ได้รับชัยชนะอย่างแท้จริง!
เกรงว่าคงมีเพียงแค่ องค์หญิงโย่วเสี่ย เพียงคนเดียวที่
เผยรอยยิ้มออกมา ดูเหมือนว่าทั้งหมดนี้จะไม่ได้ต่าง
จากที่นางคาดเอาไว้ เพราะนางมีความมั่นใจและ
เข้าใจในตัวของ อู่ อวี้ มากที่สุด
“ต้วนอี้ ข้าเอาชนะเจ้าได้แล้ว ตามสัญญา ไม่ใช่ว่าทุก
ท่านควรจะปล่อยตัว องค์หญิงโย่วเสี่ย แล้วหรอกหรือ
สุดท้ายนางก็เป็นถึงองค์หญิง หากยังคงดื้อด้านทำ
เช่นนี้อยู่ คงจะกลายเป็นที่หัวเราะของผู้ชมที่อยู่
ภายในนอกได้” สุดท้ายเขาก็จ้องมองไปที่ องค์ชาย
โย่วหยาง เพราะว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ถูก อเวจีทมิฬ
ของมันพันธนาการเอาไว้อยู่
จะปล่อยหรือว่าไม่ปล่อยตัว?
บางทีพวกมันอาจจะไม่เคยคิดว่าจะต้องเกิด
สถานการณ์เช่นนี้ขึ้น เพราะพวกมันไม่ได้คาดว่า ต้วน
อี้ จะกลายเป็นผู้ที่พ่ายแพ้
ตอนนี้พวกมันรู้สึกขายขี้หน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แน่นอนว่าพวกมันไม่คิดที่จะปล่อยให้ อู่ อวี้ จากไป
เช่นนี้ แต่ก่อนหน้านี้มันได้คุยโวเอาไว้มากมาย
นอกจากนี้ อู่ อวี้ ก็ยังได้ทำสัญญากับพวกมันเอาไว้ ทำ
ให้พวกมันไม่สามารถปล่อยวางสถานะได้
ในเวลานี้สีหน้าของพวกมันเปลี่ยนแปรอย่างไม่หยุด
หย่อน พวกมันเอาแต่มองหน้ากันและกัน เห็นได้ชัดว่า
เรื่องนี้มันเป็นการยากที่จะตัดสินใจ สรุปแล้วพวกมัน
ไม่คิดจะยินยอมพ่ายแพ้!
“จะปล่อยตัวนางไปหรือไม่? หรือว่าทุกคนอยากจะ
ป่าวประกาศต่อฟ้าดินว่าตนเป็นคนไร้ยางอายเพียงใด
เช่นนั้นหรือ?” เมื่อเห็นว่าพวกมันมีท่าทีเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็
รู้ว่าพวกมันไม่คิดยอมแพ้
ซึ่งแม้ว่าในยามนี้ ต้วนอี้ จะอยู่ในเงื้อมมือของเขา ทว่า
กลับไม่มีผู้ใดให้ความสนใจความเป็นความตายของ ต้
วนอี้ เลยสักคน
องค์ชายโย่วหยาง มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
มากที่สุด
“รอก่อน”
พวกมันทั้ง 20 คนยังไม่ได้รีบปล่อยตัว องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ออกมา แต่กลับเร่งประชุมเพื่อปรึกษากันโดย
ทันที
ในหมู่พวกมัน องค์ชายโย่วเหยียน นั้นระเบิดโทสะ
ออกมา “ท่านย่ามันเถอะ เจ้า ต้วนอี้ มันสมควรตาย
จริงๆ ก่อนหน้านี้ทำเป็นมั่นใจนักหนา แต่ทว่ากลับถูก
จัดการราวกับเป็นสุนัขข้างถนน! มั่นใจได้เลยว่า
หลังจากออกไปจากที่นี่แล้วท่านปู่คนนี้จะสังหารมัน
เอง!”
“ตอนนี้อย่าเพิ่งสน ต้วนอี้ ก่อน เพราะเคล็ดวิชา
สุดท้ายที่ อู่ อวี้ สำแดงออกมันเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคน
ล้วนไม่คาดคิดมาก่อน ปัญหาก็คือว่าในยามนี้พวกเรา
จะต้องมองดูมันจากไปเช่นนี้หรือ? นี่ยังมีเวลาเหลืออยู่
อีก 20 กว่าวัน ครานี้หากส่งตัว โย่วเสี่ย ให้กับมัน เรา
จะไม่มีโอกาสตีตื้นได้แล้ว!”
กู่ ห่าวเฉิน กัดฟันกล่าวออกมาว่า “หรือว่าความเห็น
ของทุกคนคือ จะไม่ทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับมัน
เช่นนั้นหรือ?”
องค์ชายโย่วเหยียน กล่าวว่า “แล้วจะทำอย่างไรกัน?
ทำไมพวกเราจะต้องชี้แจงกับคนนอกคนหนึ่งด้วย?
ยามนี้ใบหน้าของชาวเป่ยหมิงทุกคนไม่มีเหลือแล้ว
แล้วจะให้พวกเราข่มกลั้นไว้ได้อย่างไร!” หลังจากที่
องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวจบ ก็ดูเหมือนว่าคนอื่นๆจะ
ไม่มีความเห็นใดๆ
มันปรารถนาที่จะให้มีคนออกหน้าคัดค้านสัญญา
เพียงแต่ว่าในตอนนี้พวกมันล้วนเต็มไปด้วยความอับ
อายจนคิดอะไรไม่ออก
เมื่อ อดู่ อวี้ เห็นเช่นนี้ จึงรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกมัน
จะปล่อยตัว องค์หญิงโย่วเสี่ย เกรงว่าเขาคงตีค่าคน
เหล่านี้มากเกินไปหน่อย
“งั้นข้าจัดการเอง” คราวนี้ องค์ชายโย่วเหยียน ส่ง
สายตามองไปที่ อู่ อวี้ อย่างดุร้าย ดูเหมือนว่ามันจะ
คิดหาวิธีจะจัดการกับ อู่ อวี้ ได้แล้ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ