กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 776: กลับตาลปัตร
อู่ อวี้ ยามนี้เผชิญหน้ากับพวกมันตาต่อตาฟันต่อฟัน
ท่ามกลางความสนใจของผู้คนกว่า 800,000 องค์ชาย
โย่วเหยียนปรี่ไปหาองค์ชายโย่วหยาง แล้วทั้งสองหารือ
กันอย่างลับ ๆ โดยพูดคุยกันเพียงไม่กี่คำเท่านั้น เมื่อทั้ง
สองวางแผนการเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ถึงกับต้องประหลาดใจ
เมื่อองค์ชายโย่วหยางยอมปล่อยตัวองค์หญิงโย่วเสี่ยจริง
ๆ ดังที่ลั่นวาจาไว้
อสรพิษยักษ์ทมิฬ ‘อเวจีรัตติกาลทมิฬ’ ก็ค่อย ๆ คลาย
ตัวออกอย่างช้า ๆ ปลดปล่อยองค์หญิงโย่วเสี่ยคืนสู่
อิสรภาพ
นี่เป็นสิ่งเหนือความคาดหมายของทุกคน แม้กระทั่งองค์
หญิงโย่วเสี่ยก็ไม่ยังคาดคิด หลังจากตกตะลึงอยู่ชั่วครู่
นางก็รีบถอยออกจากพี่ ๆ หญิงชาย แล้วพุ่งเข้ามาหา อู่
อวี้
หลังจากมาถึงตัว อู่ อวี้ นางก็โล่งอกมา เพราะนางไม่
อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายเขา
“เกิดอะไรขึ้น” อู่ อวี้ กระซิบไต่ถามนางด้วยเพราะคิดว่า
น่าจะยุ่งยากมากกว่านี้ แต่แล้วอยู่ ๆ องค์ชายโย่วเห
ยียนก็ยอมแพ้
“ ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาจะกินยาผิด
สำแดงชนิดใดมา ” องค์หญิงโย่วเสี่ยยังคงหวาดวิตกอยู่
เล็กน้อย แต่กระนั้นภายในใจของนางก็ยังรู้สึกสุขใจอยู่
ไม่น้อย ด้วยเพราะ อู่ อวี้ ยอมเสี่ยงอันตรายโดยลำพัง
เพื่อมาช่วยชีวิตนางจากคนเหล่านี้
ต้วนอี้พ่ายแพ้อย่างหมดรูป แล้วยามนี้มันก็ถูกกักขังอยู่
ในวงเวทวัฏจักรทรายอนันต์ ไม่รู้ป่านนี้มันเป็นตายร้ายดี
อย่างไร
นี่คือสถานการณ์กลับตาลปัตรอย่างแท้จริง!
ท่ามกลางสถานการณ์กลับตาลปัตรนี้ แม้แต่องค์หญิง
โย่วเสี่ยก็ยังรู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน จนมันทำให้
ความแน่วแน่ในใจของนางยิ่งหนักแน่นมากกว่าเดิม
แต่สำหรับ อู่ อวี้ กลับคิดว่าสิ่งที่ตนเองกระทำไม่ได้
ยิ่งใหญ่อะไรถึงเพียงนั้น
บางทีปัญหาที่ใหญ่หลวงกว่า อาจจะซ่อนอยู่ในความ
เย่อหยิ่งขององค์ชายโย่วเหยียนก็เป็นได้
ยามนี้พวกมันยังคงถูกล้อม จากร่างอวตารจำนวนมาก
ของ อู่ อวี้
ทั้งองค์ชาย และ องค์หญิงมายืนอยู่ตรงด้านหน้า อู่ อวี้
บางทีพวกมันอาจรู้ว่าร่างใดเป็นร่างจริงของ อู่ อวี้
ท่ามกลางพวกมัน องค์ชายโย่วเหยียนก็เอ่ยขึ้นว่า “ใน
เมื่อเจ้าสามารถเอาชนะต้วนอี้ได้ ทุกอย่างก็เป็นไปตาม
ข้อตกลง อย่างไรข้าขอเตือนว่าองค์หญิงแห่งราชวงศ์
เป่ยหมิงของเราไม่สามารถมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคน
ต่างถิ่นได้ หลังจากออกไปถ้าพวกเจ้ายังเกี่ยวข้องกันอีก
พวกเจ้าจะไม่มีทางลงเอยกันได้ ”
อู่ อวี้ พูดว่า ” ท่านทั้งหลายไม่ต้องห่วงในเรื่องนี้ ตัวข้าอู่
อวี้ รู้ว่าท่านกำลังหมายถึงอันใด ข้าขอรับประกัน พวก
ท่านไม่จำเป็นต้องห่วงกังวล ”
ถึงแม้ว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยจะไม่เต็มใจที่จะพูดเรื่องนี้ ใน
ใจของนางรู้ดีว่าตนเองคิดเช่นไร แต่สถานการณ์
ในตอนนี้นางรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ฉะนั้นนางจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ ท่านพี่หญิงชายครั้งนี้พวกท่านทำให้ข้าต้องอับอาย
หลังจากสงครามชิงอำนาจแดนเหนือสิ้นสุดลง ประการ
แรกข้าหวังว่าจะได้ยินคำกล่าวขอโทษอย่างจริงจังจาก
ปากของพวกท่าน ประการที่ 2 ข้าคงต้องมีเรื่องสักถาม
พวกท่านอยู่หลายข้อ ในเมื่อข้ามิได้ทำอะไรผิดก็ไม่
จำเป็นต้องเกรงกลัวพวกท่าน ตอนนี้พวกท่านมีแผนอัน
ใด จงกล่าวกับข้าตามตรง! ”
ไม่มีผู้ใดอยากจะเชื่อว่า พวกมันจะยอมแพ้อย่างง่ายดาย
เช่นนี้ แน่นอนว่าหากองค์ชายโย่วเหยียนมีแผนการอัน
ใด มันย่อมไม่ยินดีปล่อยตัวองค์หญิงโย่วเสี่ยออกมาเป็น
แน่แท้
แล้วก็เป็นดังที่คาด
องค์ชายโย่วเหยียนจ้องหน้า อู่ อวี้ แล้วเอ่ยขึ้นทีละคำว่า
” อู่ อวี้ เจ้าเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่า หากไม่จำเป็นเราก็ไม่
ต้องการจะจัดการเจ้า แต่ก็ไม่มีทางเลือก พวกเราไม่อาจ
ปล่อยให้เจ้ามีรายชื่อติดอันดับ 1 ใน 10 ได้ หากถอนตัว
ตอนนี้พวกเราจะไม่ข้องแวะกับเจ้าอีก แล้วนี่ก็คือ
ทางเลือกที่เราจะมอบให้กับเจ้า นับตั้งแต่วันนี้สามารถ
ออกจากที่นี่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยันต์แสงทำลาย
รัตติกาล ทว่าเจ้าก็ห้ามเก็บรวบรวมตาข่ายวิญญาณ
มรณะเด็ดขาด ”
ดูเหมือนข้อเสนอจะค่อนข้างผ่อนปรนไม่น้อย แต่
ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม พวกมันต้องการให้เขา
วางมือยอมแพ้จากการเป็นอันดับ 1 ทว่า อู่ อวี้ ไม่
สามารถทำตามข้อเสนอมันได้
“แล้วถ้าไม่ตกลงล่ะ?” การที่อีกฝ่ายกล่าวเช่นนี้แสดงว่า
ต้องมีเจตนาร้ายกับ อู่ อวี้ เป็นแน่ ก่อนหน้านี้ผู้ที่คอย
คุกคามปองร้ายเขากับองค์หญิงโย่วเสี่ยก็คือ ต้วนอี้ ซึ่ง
ตอนนี้ต้วนอี้ได้พ่ายแพ้ให้กับเขาไปแล้ว แต่มันกลับยอม
ปล่อยตัวองค์หญิงโย่วเสี่ยให้เขาอย่างง่ายดาย แสดงว่า
ต้องมีการข่มขู่ที่ใหญ่หลวงกว่านี้เป็นแน่
เชื่อว่าพวกมันคงวางแผนไว้ก่อนแล้ว ในตอนนี้ทุกคน
ต่างมีรอยยิ้มชั่วร้ายอยู่บนใบหน้า ราวกับจะกลืนกิน อู่
อวี้ เสียให้ตาย
องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ” ถ้า
เจ้าไม่ตกลง? แล้วเราจะทำเช่นไรอย่างนั้นหรือ? อู่ อวี้
เจ้ายังไม่รู้อีกหรือศักดิ์ศรีเกียรตินั้นสำคัญกับเรามาก
เพียงใด หากเจ้าสามารถเข้าสู่ 10 อันดับแรกได้ก็เสมือน
การหยามหมิ่นเราแล้ว”
” ในเมื่อเจ้าหยามหมิ่นเราเช่นนี้ ไฉนเราต้องสุภาพกับ
เจ้าด้วย ไม่ว่าเจ้าจะตอบโต้เราอย่างไร เราก็จะตอบโต้
เจ้ากลับเช่นนั้น ใครสั่งให้เจ้ามาทำให้พวกเราต้องอับ
อายขายหน้าเยี่ยงนี้ ? ”
องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวต่อ
” เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ? เจ้าก็แค่บุรุษผู้มาจากทวีปผนึก
ปีศาจเล็ก ๆ เราทุกคนต่างรู้ดีว่าทวีปผนึกปีศาจอ่อนแอ
มากเพียงใด? ที่นั่นมีทั้งสหายและครอบครัวของเจ้าอยู่
มากมาย ส่วนเราเป็นถึงองค์ชายแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง
เราสามารถส่งคนไปตามหาสหายและครอบครัวของเจ้า
ได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกคนที่มี
ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเจ้า ไม่ว่าพวกเขาหลบหนีไป
ยังแห่งหนใด เราจะตามหาแล้วจับตัวพวกเขามาให้จงได้
เมื่อเราพบพวกเขาแล้วจะพาตัวมายืนต่อหน้าเจ้า ให้เจ้า
ได้ดูพวกเขาทุกข์ทรมานอย่างสุดแสนสาหัส ”
” ทว่าเจ้าไม่มีสิทธิ์ตำหนิพวกเรา นั่นเพราะเจ้าเป็นคนที่
ทำให้พวกเขาต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ทั้งหมดเป็น
เพราะเจ้ามาหยามหมิ่นเราก่อน เจ้าทำให้พวกเราต้อง
เสียหน้าจนไม่อาจทนความอับอายนี้ได้ พวกเราก็คงทำ
ได้แค่เพียงตามแก้แค้นเท่านั้น หากคนของเจ้าตัดพ้อว่า
ไฉนชะตาชีวิตถึงได้โชคร้ายเช่นนี้ ก็คงต้องตำหนิเจ้าแล้ว
ทั้งหมดมันเป็นเพราะตัวเจ้าเองทำให้พวกเขาถูกสังหาร
รวมถึงญาติพี่น้องที่เจ้ารัก อันที่จริงวิธีนี้มันค่อนข้าง
โหดเหี้ยมอำมหิตไม่น้อยเชียว ทีนี้เรามาตกลงกันได้หรือ
ยัง? ”
องค์ชายโย่วเหยียนทำเป็นทอดถอนหายใจ แต่ในขณะที่
มันพูดอยู่นั้นมันยิ้มอยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนมันจะ
ภาคภูมิใจในความเฉลียวฉลาดของตนเองเป็นอย่างมาก
นั่นเพราะแผนนี้เป็นความคิดของมัน
อย่างไรก็ตามตอนนี้มันเข้าใจนิสัยของ อู่ อวี้ อย่าง
ชัดเจน ฉะนั้นแผนนี้ซึ่งทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
“ อันที่จริงเรามิได้บังคับให้เจ้าทำอะไรเลย เจ้าไม่ต้อง
เสียหน้าเพราะบดขยี้ยันต์แสงทำลายรัตติกาล เจ้ายังคง
สามารถอยู่ที่นี่ได้ แต่อย่าให้เรารู้เด็ดขาด ว่าเจ้าเก็บ
รวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะ ถ้าออกไป เจ้าก็ยังมีสิทธิ์
ติดอันดับ 6 ใน 10 ของการแข่งขันนี้ เราจะไม่สร้าง
ความลำบากให้กับเจ้า แต่ถ้าเจ้าขึ้นไปถึง 5 อันดับแรก
ก็อย่าตำหนิว่าเราหยาบคาย เอาเป็นว่าเรามีเวลาให้เจ้า
ไตร่ตรองอีกนาน ”
หลังจากพูดจบพวกมันต่างก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างพึง
พอใจ
” อันที่จริง นี่ก็ถือว่าผ่อนปรนให้เจ้ามากแล้ว ตั้งแต่
อันดับ 6 ถึง 10 รางวัลที่ได้รับก็หาได้แตกต่างกันสัก
เท่าใดนัก เพียงแต่ว่าจากนี้ไปเจ้าไม่อาจเก็บรวบรวมตา
ข่ายวิญญาณมรณะเพิ่มได้อีก แต่ถ้าเจ้ารู้สึกว่าตนนั้นมี
ตาข่ายวิญญาณมรณะมากเกินไป จะโยนทิ้งมันไปสัก
หน่อย ก็ไม่เป็นไร เพราะในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
ไม่มีกฎว่าห้ามทิ้งตาข่ายวิญญาณมรณะ เงื่อนไขของเรา
คือเจ้าห้ามขึ้นไปเกิน 5 อันดับแรก ” องค์ชายโย่วหยาง
กล่าว
” สมควรทำเช่นใด เจ้าเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ อันที่จริง
ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้า กับจักรวรรดิเป่ยหมิงของเราก็
นับว่าไม่เลวร้าย อีกทั้งเจ้ายังเป็นสหายกับน้องสาวของ
เรา ตราบใดที่เจ้าไม่ทำให้พวกเราเสียหน้า แล้วเราจะทำ
ให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจไปทำไม? ตราบใดที่เจ้าทำตาม
เงื่อนไขของเรา ทุกฝ่ายก็จะมีความสุข หลังจากนี้ก็
ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว อู่ อวี้ ” องค์หญิงโย่วอวี้กล่าว
หลังจากได้ยินคำพูดทั้งหมด องค์หญิงโย่วเสี่ยก็บังเกิด
โทสะจนเลือดขึ้นหน้าดวงตาแดงก่ำ นางกล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงเย็นชา ” พวกท่านช่างไร้ยางอายยิ่งนัก นี่คือการ
แข่งขันสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ ทุกครั้งล้วนเป็นไป
ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมเสมอมา แต่ตอนนี้พวกท่าน
กลับไม่สามารถคว้าชัยชนะอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ด้วย
ตนเอง ถึงขนาดใช้วิธีสกปรกข่มขู่ผู้อื่นเยี่ยงนี้ ถึงขนาด
ข่มขู่เอาชีวิตญาติพี่น้องและสหายของผู้อื่น ข้าไม่เคยคิด
เลยว่าพวกท่านจะเป็นคนเช่นนี้ นี่หรือผู้สืบสายโลหิต
ราชนิกุลแห่งเป่ยหมิง นี่หรือคือพี่น้องชายหญิงของข้า
เสด็จพี่ข้ารู้สึกละอายใจยิ่งนักที่มีท่านเป็นพี่น้อง! ”
นางกำลังเสียสติไปแล้วจริง ๆ นั่นเพราะนางรู้ดีว่า อู่ อวี้
เป็นเช่นไร พอนางนึกย้อนกลับไปครั้งเมื่ออยู่ภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล คนเหล่านั้นต้องตกตายอยู่ใน
เวทีเซียนเหลียว จุดเริ่มต้นก็มาจากการที่พวกมันข่มขู่ อู่
อวี้ เยี่ยงนี้
นี่คือการข่มขู่เข้าที่หัวใจของ อู่ อวี้ โดยตรง ซึ่งยากจะ
ทานทนได้ สิ่งที่นางพูดมันยังคงไม่พอที่จะทำให้เขา
คลายกังวล คำพูดที่ข่มขู่เหล่านี้จะนำพาไปสู่การ
ตัดสินใจแลการกระทำอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า กล่าวได้
ว่าก่อนหน้านี้สำหรับ อู่ อวี้ แล้วมันเป็นเพียงแค่การต่อสู้
เล็ก ๆ ไม่สามารถทำร้ายกันได้ง่าย ๆ แต่ตอนนี้มัน
แตกต่างอย่างสิ้นเชิง กลับกลายเป็นว่าสามารถก่อชนวน
สงครามเพิ่มขึ้นได้ในพริบตา นอกจากนี้ยังเปี่ยมไปด้วย
ความเกลียดชังที่สูงล้ำ เป็นความเคียดแค้นที่ไม่อาจ
ปล่อยวางหรือควบคุมได้อีกต่อไป
องค์ชายโย่วเหยียนยังคิดว่าตนเองฉลาดเสียเต็มประดา
ในเวลานี้พวกมันกำลังสังเกตปฏิกิริยาของ อู่ อวี้ อย่าง
ระมัดระวัง
จากสิ่งที่มันสังเกตเห็น ดูเหมือนปฏิกิริยาการตอบสนอง
ของ อู่ อวี้ จะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก เขาเพียงใช้
สายตากวาดมองคนที่นี่ ดูเหมือนเขากำลังสังเกตทั้ง
พยายามจดจำทุกคนให้ขึ้นใจ โดยเฉพาะบรรดาองค์ชาย
และ องค์หญิง
พวกมันรู้สึกว่า อู่ อวี้ ดูเหมือนจะไม่โกรธเคืองอันใด
ในความเป็นจริงพวกมันไม่ทราบว่า เมื่อ อู่ อวี้ ไม่ได้
โต้เถียงอันใดออกไป มันหมายความว่ามันเป็นช่วงเวลา
ที่เขาสิ้นหวังมากที่สุด ซึ่งความสิ้นหวังนี้ มักจะมาพร้อม
กับความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ยิ่งเขาถูกกดขี่ข่มเหงมาก
เท่าใด เขาก็ยิ่งต่อต้านมากขึ้นเท่านั้น การกดขี่ด้วยคำ
ข่มขู่คุกคามวันนี้หนักหนาสาหัสมากกว่าที่เคยพบถึง 10
เท่า ภายในใจล่วงรู้อย่างชัดเจนว่าต่อไปจะทำอย่างไร
บางทีอาจจะเหมือนกับเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง หรือบางที
อาจจะเหมือนกับเอาไข่ไปกระทบหินก็ได้ แต่จิต
วิญญาณของเขาไม่เคยย่อท้อหรือยอมแพ้ ถึงแม้
สถานการณ์ในตอนนี้จะไม่อ่านควบคุมได้ก็ตาม
” อู่ อวี้ เจ้าจะตัดสินใจอย่างไร?” เยี่ยน ฉินฉง ไต่ถาม
ที่จริงแม้แต่คนที่อยู่ภายนอกกว่า 800,000 คน ทุกคนก็
กำลังเฝ้าจับจ้องเฝ้ารอท่าทีต่างๆจากภายใน
แต่ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ยิ้มขึ้นอย่างฉับพลันแล้วพูดว่า ” สิ่ง
ที่ทุกคนกล่าวนับว่าสมเหตุสมผล คราวนี้เป็นเพราะข้า
ทำผิดกับทุกคนจึงถูกตักเตือน ถ้าเช่นนั้นข้าจะยอมรับ
คำตักเตือนของทุกคนเอาเป็นว่านับจากนี้ผ่านไปอีก 20
วัน ข้าจะไม่ทำให้ผู้ใดผิดหวังอีกเป็นอันขาด ”
ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะเชื่อฟังพวกมันอย่างว่าง่าย ราวกับ
ว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ทำให้พวกมันทุกคนต่างพออกพอใจ
กับแผนการขององค์ชายโย่วเหยียนเป็นอย่างมาก พวก
มันต่างรู้ดีว่าแผนดังกล่าว ดีกว่าแผนจับองค์หญิงโย่วเสี่ย
มาเป็นตัวประกันเป็นไหน ๆ
อู่ อวี้ เองก็เฉลียวฉลาดไม่น้อย ยิ่งทำให้พวกมันพอใจ
มากขึ้น
” ดี เจ้าคิดได้เช่นนี้ทุกคนก็พอใจ ถ้าเช่นนั้นเริ่มต้นด้วย
การปล่อยต้วนอี้ออกมาก่อน ”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ