กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 778: วันสุดท้าย
” เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เจ้าตัวประหลาดนั่นทำเช่นนี้ได้
อย่างไร?” ชินอ๋องโย่วซื่อคลุ้มคลั่งจนแทบเสียสติ ยาม
นี้มันจัดคนส่งข่าวส่งข้อความไปถึงบรรดาองค์หญิง
องค์ชาย เพื่อบอกพวกมันเกี่ยวกับสถานการณ์ความ
คืบหน้าของ อู่ อวี้ คาดว่าอาจมีความเข้าใจผิดบาง
ประการ
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกเห็นทุกอย่างชัดเจน ตลอด 20 วันที่
ผ่านมา สิ่งที่ อู่ อวี้ ทำคือการไขว่คว้าอันดับ 1 มา
ครอบครอง ซึ่งคาดว่าซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงจะตกเป็น
ของเขาอย่างแน่นอนที่สุด เว้นเสียแต่ว่าจะมีอันใด
เกิดขึ้นภายหลัง กล่าวได้ว่ายามนี้นับวันช่องว่างเริ่ม
ห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อให้ตอนนี้ อู่ อวี้ จะถูกบีบให้
ออกก่อนครบกำหนด แต่ก็ยากสำหรับคนที่อยู่
เบื้องหลังจะได้ตามเขาได้ทัน
ในความเป็นจริงสิ่งที่พวกมันมองไม่เห็นคือหลังจาก อู่
อวี้ สังหารปีศาจตกตายไปแล้ว แม้ในคราแรกร่างของ
ปีศาจยังคงอยู่ ทว่าต่อจากนั้นไม่นานก็มีหมอกสีดำปก
คลุมรางปีศาจ แล้วเศษซากของร่างปีศาจก็หายไป
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน องค์ชายโย่วเหยียนก็ได้รับข่าว
แล้วก็ได้รู้ว่าหลังจาก อู่ อวี้ แยกย้ายกลับไปแล้ว เขาก็
ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลง
ก่อนรู้ข่าวแต่ละคนทุ่มเทกับแข่งขันด้วยความผ่อน
คลายสนุกสนานถึงที่สุด
ทว่าพอพวกมันได้รับข่าวเรื่องนี้ แต่ละคนถึงกับอึ้งกิม
กี่ ตามมาด้วยความรู้สึกไม่พอใจ จากนั้นก็แปร
เปลี่ยนเป็นโทสะ
พวกมันทุกคนแทบกล้ำกลืนโทสะเอาไว้ไม่อยู่ แต่
ถึงแม้จะไม่ต้องเอื้อนเอ่ยก็รู้ได้ว่าการที่ อู่ อวี้ แข็งข้อ
ต่อ องค์ชายโย่วเหยียน เช่นนี้ เกรงว่าโทสะคงจะพุ่ง
ทะยานถึงสวรรค์แล้วกระมั้ง!
ดังนั้นเมื่อมันรู้ว่า อู่ อวี้ ยังคงสังหารปีศาจอย่าง
รวดเร็วมันก็แทบจะคลั่งเลยทีเดียว มันแผดเสียง
คำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด ดังกึกก้องสะท้าน
กังวานไปกว่าครึ่งอาณาเขตมหาสมุทรในคุกสมุทร
วิญญาณ เมื่อปีศาจที่อยู่ภายในอาณาเขต ได้ยินเสียง
คำรามนี้ พวกมันก็พากันเผ่นหนีอย่างรวดเร็ว
” อู่ อวี้ ข้าจะทำให้ญาติพี่น้องของเจ้าไม่ตายดี!”
เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดดังกึกก้องไปทั่ว ทำให้คุก
สมุทรวิญญาณอันเงียบสงบเดือดพล่านขึ้นมา
“ข้าได้รับข้อความจากยันต์สื่อสาร พวกท่านต้องการดู
หรือไม่?”
องค์หญิงโย่วเสี่ยติดตาม อู่ อวี้ ไล่ล่าสังหารปีศาจ
ตลอดทาง
“ไม่” ต่อให้ อู่ อวี้ ไม่เห็นก็รู้ว่าพวกมันกำลังพูดอันใด
ไม่มีอะไรมากไปกว่าตีโพยตีพายคลุ้มคลั่ง คงพูดจาฟัง
แทบไม่ได้ศัพท์พ่นถ้อยคำต่ำช้าน่ารังเกียจออกมา
อย่างแน่นอน ทว่าเส้นทางที่เขาเลือกไม่มีไว้สำหรับคำ
ว่าเสียใจ ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจฟัง
ภายในคุกสมุทรวิญญาณนี้ เขาเปรียบเสมือนดั่งภูติ
พราย ตราบใดที่องค์หญิงโย่วเสี่ยไม่ได้ถูกพวกมัน
ควบคุมตัว จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกมันจะตามหาเขา
พบ เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกมันย่อมไม่มีทางที่พวก
มันจะตามทันความเร็วของ อู่ อวี้ ได้
ดังนั้นในเวลาต่อมาคุกสมุทรวิญญาณ ก็ต้องเดือด
พล่านด้วยโทสะอันเกรี้ยวกราด อู่ อวี้ ยังคงหลบซ่อน
ตัวทั้งสังหารปีศาจอย่างรวดเร็ว ในมือของเขาถือจับตา
ข่ายวิญญาณมรณะเมื่อปีศาจปรากฏตัวบ่อยขึ้น
จำนวนตาข่ายของเขาก็เพิ่มขึ้น ซึ่งช่องว่างระหว่างเขา
กับอันดับที่ 2 ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 100 ชิ้น ก็
เพิ่มเป็น 200 ชิ้น จนไปถึงระดับที่ไม่สามารถไล่ตาม
ทัน โดยทั้งหมดทั้งมวล กลับใช้เวลาเพียงแค่สองสาม
วันเท่านั้น
ในภายหลังแม้แต่องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ไม่สนใจฟังข่าว
คราวของพวกมันเช่นกัน นางไม่ทราบว่า อู่ อวี้ ได้
เตรียมแผนรับมือหรือทางออกอะไรต่อไปในอนาคต
แม้ว่าการได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในการแข่งขันไม่ใช่เรื่อง
ยากสำหรับเขาก็ตาม แต่ส่วนที่ยากที่สุดก็คือ หลังจาก
สิ้นสุดสงครามชิงอำนาจแดนเหนือไปแล้ว ต่อให้เขาได้
ชื่อว่าเป็นคู่ครองอันดับ 1 แต่สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งก็
คือโทสะของบรรดาองค์หญิงองค์ชายทั้งหลาย ทั้งยัง
โกรธเกรี้ยวที่ตนเองนั้นเสียหน้า จะทำให้พวกมัน
ระบายความโกรธนี้ด้วยการโจมตีทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง
เมื่อนางเห็นสิ่งที่ อู่ อวี้ เป็นในยามนี้ นางก็รับรู้ได้ทันที
ว่า เขาได้กลับเข้าสู่สภาวะยามที่อยู่ในเวทีเซียนเหลียว
อีกครั้ง ในเวลานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าสำหรับองค์หญิง
โย่วเสี่ยแล้ว อู่ อวี้ น่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด
ผ่านไปเพียงชั่วพริบตาเวลาก็เหลืออีกเพียงแค่ 10 วัน
กล่าวได้ว่าช่วงเวลานี้ เหล่าผู้เข้าแข่งขันภายในคุก
สมุทรวิญญาณล้วนควานหาตัวของ อู่ อวี้ กันให้ควั่ก
แม้แต่ผู้ชมที่อยู่ด้านนอกก็พยายามมองติดตาม
ตำแหน่งของ อู่ อวี้ แต่ด้วยเพราะการเคลื่อนตัวของ
เขานั้นเร็วมากเกินไป ทำให้พวกมันไม่สามารถติดตาม
ได้ทัน ถึงแม้มันจะรู้ว่า อู่ อวี้ น่าจะอยู่ที่ใด พอเวลา
ล่วงเลยผ่านไปกว่าพวกมันจะไปถึงสถานที่นั้น เขาก็
หายตัวไปนานแล้ว
ยามนี้บรรดาองค์หญิงองค์ชายรู้สึกว่าอกแทบจะ
ระเบิด แรงกดดันถาโถมเข้าใส่พวกมันอย่างใหญ่หลวง
ยามพวกมันโกรธเกรี้ยวทำให้พวกมันดูโง่เขลาน่าสังเวช
ทุกอิริยาบถของพวกมันอยู่ในสายตาของคนดูกว่า
800,000 คน แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่มีปัญญาหาตัวพบ
บ่งบอกว่าพวกมันนั่นไร้ความสามารถมากเพียงใด
กล่าวได้ว่าการดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ เป็นเสมือน
แรงผลักดันสำหรับพวกมันอย่างแท้จริง
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อู่ อวี้ หาได้แยแสพวกมัน
แต่น้อยไม่ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่ทราบว่าในไม่กี่วันที่ผ่าน
มาพวกมันทำอันใดกันบ้าง เขาสนใจแต่จำนวนของตา
ข่ายวิญญาณมรณะเท่านั้น ด้วยเพราะการแข่งขัน
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือใกล้จะจบสิ้นลงแล้ว
ในความเป็นจริงยังมีเวลาเหลืออีกสี่วัน ทว่าปัจจุบัน
ชื่อเสียงของ อู่ อวี้ แพร่กระจายไปทั่วทั้งดินแดน
โบราณเหยียนหวง สร้างความปั่นป่วนเป็นอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่า ความห่างชั้นของจำนวนตาข่ายวิญญาณ
มรณะกับอันดับ 2 ได้พุ่งขึ้นไปถึง 200 ชิ้นแล้ว ด้วย
เวลาเพียง 10 วัน ถึงแม้ อู่ อวี้ จะถอนตัวจากคุก
สมุทรวิญญาณ มันก็ไม่มีทางเก็บรวบรวมตาข่าย
วิญญาณมรณะได้ถึง 200 ชิ้น
ดังนั้นหากไม่มีเรื่องใด ๆ เกิดขึ้น เกือบจะรับประกันได้
เลยว่า จำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะของเขาต้องเป็น
อันดับหนึ่งอย่างแน่นอน ซึ่งครั้งนี้เขาจะกลายเป็นผู้
ชนะเลิศในสงครามชิงอำนาจแดนเหนืออย่างแน่แท้
แล้ว
คงต้องขอบคุณ หนานซาน หวางเยว่ อย่าที่สุด ยามนี้
เมื่อคนทั้งสองได้พูดคุยทำความคุ้นเคยกัน อู่ อวี้ ก็
พบว่าอันที่จริงแล้ว หนานซาน หวางเยว่ มิได้เลวร้าย
อันใด ถึงแม้ว่าจะพูดมากเกินไปหน่อย ขี้เหนียวไปบ้าง
บางครั้งก็ลามกยิ่งกว่าหมิงซวง อีกทั้งยังนิสัยบ้ากาม
แต่อย่างน้อย ๆ ก็คุ้มค่าที่ให้คบหาเป็นสหาย
ในอนาคตมันมีโอกาสได้ร่วมทุกข์สุขกับ อู่ อวี้ อีกมาก
ซึ่งตอนนี้มันเก็บรวบรวมยันต์แสงทำลายรัตติกาลได้
ทั้งหมด 29 แผ่น ถ้ามันเก็บรวบรวมได้ครบ 30 แผ่น
เมื่อไหร่ หนานซานหวางเยว่ ก็จะสามารถออกไปเบื้อง
นอกได้ก่อน ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการ หนานซางหวาง
เยว่ต้องการออกไปในช่วงหนึ่งวันสุดท้ายก่อนสิ้นสุด
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ ดังนั้นเป้าหมายที่ดีที่สุด
ในการเก็บรักษายันต์แสงทำลายรัตติกาลแผ่นสุดท้าย
ไว้ก็คือ อู่ อวี้
ถึงแม้ว่าจะเหลือเวลาอีกสิบวัน แต่ อู่ อวี้ ก็ทราบดีว่า
เพราะการกระทำของตน ได้ทำให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
ในคุกสมุทรวิญญาณ พากันใจสั่นวิญญาณหลุดลอย
พวกมันจึงพยายามค้นหาเขาอย่างบ้าคลั่ง ด้วยหมาย
หมาดจะจัดการตนเองให้สิ้นซาก
ซึ่งเขาก็คิดอยู่ในใจแล้วว่า จะไม่ปรากฏตัวออกไป และ
ตั้งใจใช้ช่วงเวลาที่เหลือนี้เก็บรวบรวมตาข่ายวิญญาณ
มรณะให้มากยิ่งขึ้น
” 10 วันที่เหลือนี้ จำนวนของปีศาจที่ปรากฏตัวก็มาก
ขึ้นจริง ๆ ด้วยสิ่งนี้พวกมันจะเก็บรวบรวมตาข่าย
วิญญาณมรณะได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้จะ
เหลืออีก 10 วันข้าก็จะทำให้พวกมันรู้ว่าไม่อาจล้มข้า
ได้”
นี่คือการแข่งขัน
ผู้คนกว่า 800,000 สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึง
ความน่าสะพรึงกลัวที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาในช่วงเวลา
นี้ ทั้งแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ตำแหน่งภาพที่เขาอยู่จึง
ค่อนข้างดึงดูดสายตา ซึ่งเหล่าผู้คนที่รับชมอยู่ก็
ค่อนข้างจะไม่สบอารมณ์ยิ่ง
เมื่อนำความสงบของเขามาเปรียบเทียบกับเหล่าองค์
หญิงองค์ชายที่บ้าคลั่งเสียสติถึงขีดสุด มันช่าง
เหนือกว่ามากจริง ๆ ตรงกันข้ามองค์หญิงองค์ชาย ที่
บัดนี้รู้สึกเศร้าสลดหดหู่เป็นอย่างยิ่ง จนไม่มีสมาธิกับ
การสังหารปีศาจ เนื่องจากพวกมันเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันมา
นี้ ว่าตนไม่มีทางได้อันดับหนึ่งได้
ยามนี้ ผู้คนชาวเป่ยหมิงต่างรู้สึกลุ่ม ๆ ดอน ๆ ราวกับ
นั่งอยู่บนกองเพลิงก็มิปาน
สำหรับพวกมันแล้วผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นในช่วงสุดท้าย
นี้ ช่างน่าอึดอัดเวทนายิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ทำได้เพียงมองดู อู่ อวี้ เล่น
สนุกสนานต่อไป โดยกระทำได้เพียงกรีดร้องก่นด่า
สาปแช่งอยู่ในใจเท่านั้น การแข่งขันสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือต้องดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ดังนั้น
เหล่าบุคคลชั้นสูงในดินแดนโบราณเหยียนหวง จึงถูก
เทียบเชิญมาร่วมรับชมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง
จุดประสงค์ดั้งเดิมของมันก็เพื่อให้พวกเขาได้เห็น
ความยอดเยี่ยมของผู้เยาว์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ในเป่ยหมิง
ทว่ายามนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่
พวกเขาได้เห็นมีเพียงความโง่เขลาของชนรุ่นใหม่ใน
เป่ยหมิงเท่านั้น
อันที่จริงแล้วพวกมันก็มิได้โง่เขลา เพียงแต่ อู่ อวี้ ยาก
จะจัดการเกินไป
แต่สิ่งที่น่าเศร้าใจมากที่สุดสำหรับองค์ชายโย่วเหยียน
คือมันไม่เคยคาดคิดเลยว่า อู่ อวี้ จะไม่เกรงกลัวการ
ข่มขู่คุกคามของมัน
ซึ่งยามนี้พวกมันยังไม่เห็นตัวของ อู่ อวี้ คาดว่าหากมัน
ได้พบเจอเขา คงจะกระโจนเข้าไปฉีกกระชาก อู่ อวี้
เป็นชิ้น ๆ โดยไม่มีผู้ใดหยุดยั้งมันได้อีกแล้ว
หลังจากนั้นในทุก ๆ วันที่ผ่านไป อู่ อวี้ ก็จะเพิ่ม
ช่องว่างขึ้นตลอด จนกระทั่งเวลา 1 วันที่เหลือ
ช่องว่างระหว่างพวกมันก็พุ่งขึ้นถึง 300
แค่ห่างกัน 200 ชิ้น ก็แทบเป็นไปไม่ได้แล้วที่องค์ชาย
โย่วหยางจะไล่ตาม แต่นี่กลับพุ่งขึ้นไปสูงถึง 300 ต่อ
ให้วันสุดท้ายจะมีปีศาจปรากฏการณ์ขึ้นมามากเท่าใด
อู่ อวี้ ก็กลายเป็นผู้ชนะอยู่ดี อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้
สามารถใช้ยันต์แสงทำลายรัตติกาลเพื่อออกไปได้
ในทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอจนจบ
มีผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่าหมดหวังแล้ว ดังนั้นจึง
ตัดสินใจที่จะออกไปเบื้องนอก เช่นองค์หญิงโย่วเสี่ยที่
บัดนี้เลือกตัดสินใจออกไป
ซึ่งในวันสุดท้าย หนานซาน หวางเยว่ ก็ต้องการจบ
เรื่องราวทุกอย่างโดยเร็วที่สุด ดังนั้นเมื่อวันสุดท้าย
มาถึง ภายใต้ความช่วยเหลือของอู่ อวี้ หนานซาน
หวางเยว่ก็ค้นหาผู้ฝึกตนที่เหมาะสม บังคับให้คนผู้นั้น
ใช้ยันต์แสงทำลายรัตติกาล ดังนั้นมันจึงสร้างเป็นกลุ่ม
ไฟยันต์แสงทำลายรัตติกาลครบ 30 แผ่น แล้วในที่สุด
หนานซานหวางเยว่ก็ถูกนำตัวออกจากคุกสมุทร
วิญญาณ
องค์หญิงโย่วเสี่ย กับ หนานซาน หวางเยว่ ไม่รู้ว่าสิ่งที่
อู่ อวี้ ต้องการทำในวันสุดท้ายคืออันใด
อู่ อวี้ ได้ส่งข้อความผ่านยันต์สื่อสารถึงองค์หญิงโย่ว
เสี่ย ว่าให้นางส่งข้อความไปถึงองค์ชายโย่วเหยียน
ตอนนี้ทั้งปีศาจ และ ผู้ร่วมเข้าแข่งขันกำลังต่อสู้แย่งชิง
กันอย่างเข้มข้นดุเดือด
หลังจากเหล่าองค์หญิงองค์ชายไม่สามารถตามหา อู่
อวี้ จนพบได้ ฉะนั้นตอนนี้สิ่งที่พวกมันทำได้ก็แค่ต่อสู้
จนเฮือกสุดท้ายเท่านั้น ยามนี้บนใบหน้าของพวกมัน
เต็มไปด้วยโทสะและความสิ้นหวัง
การต่อสู้ในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือสำหรับพวก
มัน อู่ อวี้ เป็นดั่งฝันร้ายหลอกหลอนก็มิปาน
ในวันสุดท้ายองค์ชายโย่วเหยียน กับ เจียง ซ่างเยว่ ได้
ร่วมกันสังหารปีศาจ มันคือความพยายามครั้งสุดท้าย
เวลานี้ความหวังของมันช่างมืดมนสิ้นดี จิตใจของพวก
มันเปี่ยมล้นไปด้วยโทสะ พวกมันเลือกที่จะไม่พูดคุย
กันเพราะเกรงว่าจะทะเลาะกันไปเปล่า ๆ
“วันสุดท้ายแล้ว…เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ ข้ารอ
วันนี้มานานแล้วคิดว่าคนอื่นก็คงรู้สึกเช่นกัน” องค์ชาย
โย่วเหยียนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บนใบหน้าแสง
รอยยิ้มที่มีเลศนัย ยี่สิบวันมานี้เป็นช่วงเวลาน่าอับอาย
ที่สุดในชีวิตของมันแล้ว แต่หลังจาก 20 วันผ่านไป
มันก็เชื่อว่าผู้ละเมิดข้อตกลงจะต้องถูกลงโทษอย่างสา
สม
“ เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง จะลงมือหลังจากสงคราม
ชิงอำนาจเหนือจบลงเลยใช่หรือไม่? เรามาร่วมมือกัน
เพื่อค้นหาบุคคลที่เหมาะสมจะทำงานนี้กันเถอะ ว่ากัน
ว่าสถานที่อย่างทวีปผนึกปีศาจ แม้แต่ผู้มีฝีมืออยู่ใน
ระดับต่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ก็สามารถอยู่เหนือใต้หล้า
ได้แล้ว ” เจียง ซ่างเยว่กล่าว
“ข้าเจอคนที่จะลงมือแล้ว คนผู้นี้เคยทำงานให้ข้ามา
หลายงาน จัดการได้อย่างหมดจดทุกงาน” องค์ชายโย่ว
เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียง ซ่างเยว่ ยิ้มที่มุมปากแล้วกล่าว
” วันนี้ช่างน่าอัปยศเสียจริง ๆ แต่มันเป็นคนเลือกทาง
นี้เอง ถึงแม้ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงจะยอดเยี่ยมมาก
เพียงใด แต่คนอย่างมันก็ไม่สามารถใช้งานได้”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ