กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 779: ท้าทายอํานาจ
ทั้งสองมองหน้ากันพร้อมกับยิ้มอย่างชั่วร้าย วันนี้เป็น
วันสุดท้าย แล้วพวกมันต่างเข้าใจแล้วว่า การปล่อยให้
ตัวเองมีโทสะครอบงำนั้นช่างโง่เขลา จะเป็นการดีกว่า
ถ้าจะมอบโทสะความเกลียดชังนี้ให้แก่ อู่ อวี้ แทน
อย่างไรก็ตามพวกมันไม่คาดคิดว่าในวันสุดท้าย
หลังจากที่เตรียมชำระบัญชีหนี้แค้น พวกมันต่างได้รับ
ข้อความจาก อู่ อวี้
เวลานี้คนจักรวรรดิเป่ยหมิงที่อยู่ด้านนอก ต่างยอมรับ
ความจริงในข้อนี้ พวกมันค่อนข้างผิดหวังและเสียใจ
เป็นอย่างมาก บางคนถึงขนาดออกไปก่อน
อู่ อวี้ รวบรวมตาข่ายวิญญาณได้กว่า 300 ชิ้น ไม่
เพียงเขาจะไม่รีบออกจากการแข่งขัน ทว่ายังพยายาม
ติดต่อพวกมัน
“ชายผู้นี้มันต้องการอะไรกันแน่?” เจียง ซ่างเยว่ รู้สึก
สงสัยเมื่อเห็นองค์ชายโย่วเหยียนได้รับยันต์สื่อสาร
เมื่อองค์ชายโย่วเหยียนอ่านข้อความในแผ่นยันต์ สี
หน้าของมันก็เต็มไปด้วยความกังขา จากนั้นก็หันไป
มอง เจียง ซ่างเยว่ แล้วก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่
อยากจะเชื่อว่า ” มันบอกว่าให้พวกเราไปเจอมันในที่ ๆ
มันเคยต่อสู้กับต้วนอี้ เพื่อสะสางปัญหาคาใจทุกอย่าง
ให้เรียบร้อย ”
” เป็นไปได้อย่างไร? มันคิดจะเล่นตลกอะไรกับพวกเรา
กันแน่ หรือมันต้องการจะหลอกล่ออันใดพวกเราอีก? ”
เจียง ซ่างเยว่ ไม่อยากจะเชื่อ เพราะสิ่งสมควรที่สุดกับ
อู่ อวี้ คือรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวว่า ” มาถึงขนาดนี้ยังคิดว่า
มันกล้าโกหกเราอีกเช่นนั้นหรือ ? ติดต่อคนอื่น ๆ
เหลืออีกแค่วันเดียวทุกอย่างก็จะจบ ”
” จากข้อความของ อู่ อวี้ ต้องการจะสื่อว่า ยิ่งมีคนไป
มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ความหมายของมันคือไม่สามารถรอ
ได้ เช่นนั้นก็เตรียมการให้ผู้คนจำนวนมากรอต้อนรับ
มันยังจุดนัดหมาย ตามที่มันปรารถนา ” องค์ชายโย่ว
เหยียนกล่าวขึ้นด้วยดวงตามืดทะมึน
ตอนนี้มันกำลังรอคอย อู่ อวี้ อย่างใจจดใจจ่อ พร้อม
กับส่งยันต์สื่อสารกระจายออกไปถึงผู้ที่มีฐานันดรและ
ความแข็งแกร่งพอ ๆ กับมัน จากนั้นพวกมันกระจาย
ตัวกันออกไปอีกครั้ง ท้ายสุดแล้วน่าจะมีผู้คนมากมาย
ได้รับยันต์สื่อสารแจ้งข่าวนี้
สำหรับพวกมันแล้ว อู่ อวี้ คือเรื่องใหญ่
อันที่จริงแล้ว ผู้ที่อยู่ใน 10 อันดับแรกก็ยังคงเด่นชัด
มาก แต่เมื่อเทียบกับจำนวนของตาข่ายวิญญาณ
มรณะของพวกมันกับ อู่ อวี้ ก็นับว่าเป็นช่องว่างขนาด
ใหญ่เกินไป เมื่อพวกมันได้รับยันต์สื่อสารจากองค์ชาย
โย่วเหยียนว่า อู่ อวี้ จะมาปรากฏตัวต่อหน้า
สาธารณชนอีกครั้ง เพื่ออสะสางบัญชีให้เรียบร้อย
โดยทั่วไปผู้คนย่อมต้องการมารับชมเฝ้าดูสถานการณ์
โดยเฉพาะผู้ที่หมดหวังในการเข้าสู่ 10 อันดับแรก
ฉะนั้นผู้คนจำนวนมากจึงค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นใน
ตำแหน่งนัดหมาย
อันที่จริงผู้คนที่อยู่ด้านนอกกว่า 800,000 ได้เห็น อู่
อวี้ หยุดอยู่ในตำแหน่งที่เขาเคยชนะ ต้วนอี้ ครั้งที่แล้ว
“ เขากำลังทำอะไร เหตุใดคนอื่น ๆ ถึงมุ่งหน้าไปยัง
ทิศทางที่เขาอยู่? หรือว่าเขาเป็นผู้ติดต่อกับผู้อื่นด้วย
ตนเอง? ”
” อยู่ ๆ ก็ทำเป็นกล้าหาญขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้
หลบหนีหัวซุกหัวซุนมิใช่หรือ? ”
” ในเมื่อกล้าขนาดนี้ ข้าก็อยากเห็นนักว่าในวันสุดท้าย
เขาจะคิดทำอะไรอีก ”
นี่คือวันสุดท้ายที่การต่อสู้สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
จะสิ้นสุดลง
บรรดาผู้คนสำคัญในขั้วอำนาจต่าง ๆ ต่างเดิมพันลง
ขันทุกอย่างจะจบลงเช่นไร โดยเฉพาะอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง กับ จักรวรรดิเป่ยหมิง
เห็นได้ชัดว่ายามนี้ ชวีอิ๋น กับพรรคพวกของมันกำลัง
กระสับกระส่ายเป็นอย่างยิ่ง สายตาที่เขาจับจ้องมอง
มายัง อู่ อวี้ เปี่ยมล้นไปด้วยความยกย่องสรรเสริญ
ตอนนี้บริเวณที่นั่งของพวกเขา ดังขรมไปด้วยเสียง
หัวเราะ บ่งบอกว่าพวกมันรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
” มีอันใดน่าภูมิใจนักหนา? อู่ อวี้ หาใช่คนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง! บางทีหลังจากที่ออกมา
เขาอาจจะสมัครใจเข้าร่วมเป็นคนของจักรวรรดิเป่ย
หมิง กลายเป็นหนึ่งในชาวเป่ยหมิง แม้จะไม่ได้สืบสาย
โลหิต แต่ด้วยตัวตนก็ยังมีโอกาสเป็นไปได้ ”
” ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นได้ วันนี้มันทำให้ชาวจักรวรรดิ
เป่ยหมิงต้องอับอายขายขี้หน้า คนเช่นนี้สมควรตกตาย
อยู่ที่นี่ ไม่ควรปล่อยกลับไปยัง อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ให้กลายเป็นเสี้ยนหนาม ทั้งยังทำให้
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงมีพลังแกร่งกล้ามากขึ้น ”
ระหว่างที่ผู้คนกำลังพูดคุยถกเถียงกัน องค์ชายโย่วเห
ยียน กับ เจียง ซ่างเยว่ เป็นคนแรกที่มายืน
ประจันหน้ากับ อู่ อวี้ ความเร็วในการมาถึงของคนอื่น
ๆ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน องค์ชายโย่วหยาง ,องค์ชายโย่
วอิง , องค์หญิงโย่วเซวียน , องค์หญิงโยว่อวี้ ฯลฯ
ค่อย ๆ ทยอยมาถึงทีละคน หลังจากที่พวกมันมาถึงก็
เข้าโอบล้อม อู่ อวี้ ทันที แม้พวกมันจะรู้ว่าไม่มี
ประโยชน์อันใด แต่อย่างน้อยก็สามารถกดดัน อู่ อวี้
ได้
หลังจากได้รับยันต์สื่อสารไม่เพียงแค่คนทั้ง 20 คนชุด
เดิมจะมาที่นี่ แต่ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มทยอยมาที่นี่
เช่นนี้ อย่างน้อย ๆ ก็มีจำนวนมากกว่าครั้งก่อนเป็น
100 คน อีกทั้งยังดูเหมือนว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะนี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว พวกมันจึงอยากมาดู อู่
อวี้ จะทำอันใดต่อไป เมื่อองค์ชายโย่วเหยียนเห็น อู่
อวี้ มันก็รู้สึกเสมือนดั่งระเบิดที่ถูกจุดชนวนให้ปะทุขึ้น
หากไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
ต้องการพูดคุย ไม่เช่นนั้นเกรงว่าตอนนี้พวกมันคงจะ
ลงมือกันแล้ว
แต่พอไตร่ตรองดูแล้ว ก่อนหน้านี้พวกมันได้ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์อันยอดเยี่ยมอย่าง มังกรฟ้าสะกดวิญญาณ
จนทำให้ อู่ อวี้ ได้บาดเจ็บสาหัสในตอนนั้น แต่คาดว่า
หากเอามาใช้อีกครั้งคงจะไร้ประโยชน์
” อย่าเพิ่งหุนหัน การที่มันกล้าปรากฏตัวคงมีความ
ต้องการอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นแน่ ทั้งยังห่วงกังวล
ความปลอดภัยของทวีปผนึกปีศาจ คอยดูมันก่อนว่า
มันจะเจรจาต่อรองกับเราอย่างไรกัน! ” องค์ชายโย่วห
ยางกล่าวกับองค์ชายโย่วเหยียนเพื่อให้มันระงับสติ
อารมณ์
ตอนนี้คนหนุ่มสาวของเป่ยหมิง กำลังปิดล้อมจับจ้อง
อู่ อวี้ ด้วยสายตาดุร้าย
พวกมันเคยได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ ทั้งยัง
รู้สึกว่าหากวันนี้ อู่ อวี้ กลายเป็นอันดับ 1 ในสงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือ แล้วได้ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงไป
ครอบครอง มันก็สุดจะทานทนได้จริง ๆ เนื่องจากครั้ง
หนึ่งมันเคยเป็นศาสตราเทวะของจอมจักรพรรดิหมิง
ไห่
มีคุณค่าอันใหญ่หลวงทั้งยังเป็นเกียรติยศสูงสุด
อู่ อวี้ ไม่คาดหวังว่าจะได้เห็นผู้คนมารวมตัวกัน
มากมายเช่นนี้ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ฉับพลัน
สายตาของเขาก็มาหยุดอยู่ที่องค์ชายโย่วเหยียน เขา
จ้องมองมันยังล้ำลึก การข่มขู่คุกคามทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง ทั้งหมดล้วนเป็นความคิดของมันเพียงผู้
เดียว ฉะนั้นเมื่อ อู่ อวี้ ละเมิดข้อตกลงมันจึงมีเดือด
ดาลมากที่สุด
ทั้งมันยังแผ่จิตสังหารออกมามากที่สุดอีกด้วย!
” ทุก ๆ ท่าน ” อู่ อวี้ เอ่ยเสียงดังขึ้นเป็นคนแรก ”
จำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะที่ข้ามีอยู่ในตอนนี้เกือบ
ๆ จะ 1000 ชิ้น เชื่อว่าคงไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะข้า
ได้ หลังจากสงครามชิงอำนาจแดนเหนือสิ้นสุดลงข้า
จะกลายเป็นอันดับ 1 อย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีผู้ใด
สามารถคัดค้านหรือปฏิเสธได้อีก ”
ยามนี้ไม่เพียงมีแต่ผู้ร่วมเข้าแข่งขันเท่านั้น ที่คอยจับ
ตาดูเขาอยู่ ผู้ชมที่อยู่ด้านนอกทั้ง 800,000 คนก็ยังจับ
จ้องเขาเป็นตาเดียว ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเขากำลังพูดอันใด
ก็ตาม
คำพูดของ อู่ อวี้ ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ตา
ข่ายวิญญาณมรณะเกือบหนึ่งพันชิ้น แม้แต่องค์ชาย
โย่วหยางก็ยากจะเอาชนะ ปัจจุบันจำนวนตาข่าย
วิญญาณของมันมีเพียงร่วมเจ็ดร้อยชิ้นเท่านั้น
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ตราบใดที่เขาคิดจะทำ ก็ไม่มี
ผู้ใดจะหยุดยั้งได้ตั้งแต่แรกแล้ว
“เจ้าต้องการจะโอ้อวดเช่นนั้นหรือ? อู่ อวี้ เจ้าคิดว่าสิ่ง
ที่ข้าเคยพูดคุยกับเจ้าเมื่อยี่สิบวันก่อนเป็นเรื่องล้อเล่น
สินะ? ข้าไม่สนในสิ่งที่เจ้าพูด ข้าได้จัดเตรียมคนเอาไว้
พร้อมหมดแล้ว เมื่อออกไป รับรองว่าไม่นานนักก็จะมี
ข่าวดีมาถึงหูของเจ้า “องค์ชายโย่วเหยียน พูดกับ อู่
อวี้ อย่างเหลืออดสุดจะทน
คำขู่ของมันไม่ได้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกแปลกใจอย่างใด
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่ฝ่ายตรงข้ามด้วยดวงตาลุกโชน
พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง ” ข้ารู้…
ว่านี่ไม่ใช่จุดประสงค์ดั้งเดิมของเจ้า ๆ ไม่ต้องการให้ข้า
เข้าสู่สิบอันดับแรก หาข้าไม่ปรากฏตัวขึ้น ก็คงได้
อันดับหนึ่งเป็นแน่แท้ ส่วนเจ้าก็จะทำตามสิ่งที่เคยลั่น
วาจาไว้ อย่างไรก็ตามมันหาใช่จุดจบที่ดีที่สุด ข้ามาที่นี่
ในวันนี้ ก็เพื่อมอบความยุติธรรมให้กับทุกคน และยุติ
ทุกอย่างลงเพียงเท่านี้ ”
องค์ชายโย่วหยางกล่าวว่า ” เจ้ากำลังพูดถึงว่าเจ้า
ต้องการความยุติธรรมในตอนจบ ”
อู่ อวี้ ตอบกลับอย่างตรงประเด็นว่า ” วันนี้ข้าจะทำให้
ชัดเจนต่อหน้าทุกคน ตราบใดที่พวกเจ้าตกลงตาม
เงื่อนไขของข้า ข้าจะเอาตาข่ายวิญญาณมรณะที่เก็บ
รวบรวมมา โยนทิ้งไว้ในสมุทรวิญญาณแห่งนี้! ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด พวกมันรู้สึกใจชื้นอยู่ไม่น้อย
เนื่องจากจุดประสงค์หลักของพวกมันแต่เดิม เพียง
ต้องการแก้ไขปัญหานี้อย่างเรียบง่าย ไม่ต้องตอบโต้แก้
แค้นจนเกิดโศกนาฏกรรมอันน่าสลดหดหู่ใจ
“เช่นนั้นบอกเงื่อนไขของเจ้ามา” องค์ชายโย่วเหยียน
กล่าวอย่างเฉยเมย
” ประการแรก ข้าต้องการให้เจ้าสาบานกับฟ้า สาบาน
กับทุกคนว่าจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับทวีปแห่งทวยเทพ ไม่
ว่าจะไปด้วยตัวเองหรือส่งผู้ใดไปก็ตาม มิเช่นนั้นเจ้าจะ
แหลกสลายไปทั้งร่างกายและวิญญาณ”
โดยทั่วไปผู้ฝึกตนไม่กล้าที่จะสาบานต่อสวรรค์
เนื่องจากสวรรค์เป็นผู้บงการควบคุมทัณฑ์สวรรค์ ตาม
ตำนานร่ำลือกันว่า เมื่อบรรลุ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
หากละเมิดคำสัตย์สาบาน ทัณฑ์ที่ต้องเผชิญจะน่า
สะพรึงกลัวมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่านัก ดังนั้นหาก
จะกล่าวคำสาบานต่อสวรรค์ จำเป็นต้องใช้ความกล้า
อยู่บ้าง
หากผู้ฝึกตนคนใดลั่นวาจาออกไป สิ่งนี้ก็จะกลายเป็น
ข้อจำกัดในด้านพลังอำนาจบางอย่าง
เดิมทีหาก อู่ อวี้ ไม่ละเมิดข้อตกลงก่อน พวกมันก็คง
ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ซึ่งถ้าหากเขายอมทิ้งตาข่าย
วิญญาณมรณะจริง พวกมันก็ขี้เกียจจะไปวุ่นวายกับ
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ถึงแม้ว่าตลอด 20 วันที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาที่
เลวร้ายยิ่ง แต่พวกมันก็สามารถระบายความโกรธแค้น
กับ อู่ อวี้ โดยการสั่งให้ผู้ฝึกตนไปลงกับญาติมิตรของ
เขา แน่นอนว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป อาจ
กระทบต่อชื่อเสียงของมันได้
องค์ชายโย่วเหยียนจึงไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเงื่อนไข
ทั้งหมดของ อู่ อวี้ มันคิดว่าเขาต้องมีเงื่อนไขอื่นอีก
ดังนั้นจึงกล่าวว่า ” หากเจ้ายอมทำตามอย่างว่าง่าย ข้า
คงจะไม่สนใจญาติมิตรสหายของเจ้า แล้วก็คงไม่
จำเป็นต้องมาสาบาน แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าตลอด 20
วันที่ผ่านมา เรื่องราวคงไม่ยุ่งเหยิงเช่นนี้? แล้วอย่างไร
ต่อ? ”
อู่ อวี้ ตอบมันกลับไปอย่างรวดเร็วว่า ” แน่นอนว่านี้
ถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไข แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือข้า
ต้องการท้าทายเจ้า ”
แม้ว่าคำกล่าวจะแผ่วเบา ทั้งยังเป็นห้าคำที่สามัญยิ่ง
ทว่ามันก็เปี่ยมไปด้วยความอาจหาญอหังการอย่างน่า
เหลือเชื่อ ผู้คนมากมายไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะกล้าพูด
คำนี้ออกมา เนื่องจากความแข็งแกร่งของพวกมัน หา
ได้อยู่ระดับเดียวกับเขาไม่
เนื่องจากองค์ชายโย่วเหยียน เป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่ง
มากที่สุด ภายในจักรวรรดิเป่ยหมิง ซึ่งมีอายุต่ำกว่า
100 ปี และมีพื้นฐานฝึกตนต่ำกว่าระดับ 3 ภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋า
ผู้คนจำนวนมากยังคิดอยู่เลยว่าตนนั้นฟังผิดไป
อู่ อวี้ กล่าวต่อไปว่า “ เจ้าฟังไม่ผิด ข้าต้องการท้าทาย
องค์ชายโย่วเหยียน ถือเป็นการเดิมพัน หากปราชัย
ข้าจะทิ้งตาข่ายวิญญาณมรณะทั้งหมดที่ข้ามีไว้ในคุก
สมุทรวิญญาณนี้ หากชนะข้าจะนำพวกมันออกไป
เพื่อรับรางวัลและเกียรติยศศักดิ์ศรีทั้งหมดในฐานะผู้
ชนะเลิศอันดับ 1 ไม่ว่าชนะหรือพ่ายแพ้ เจ้าก็ต้อง
สัตย์สาบาน นี่คือเป้าหมายทั้งหมดที่ข้ามาที่นี่ในวันนี้
ข้ามาด้วยใจจริง พวกเจ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่ เพราะ
ข้าก็อยากจะพยายามแก้ไขยุติปัญหาให้จบภายในนี้
เช่นกัน ”
หลังจากนั้นเขาก็เห็นพวกมันมองหน้ากันและกันคุณ
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ