กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 79 : เจดีย์ค้นหาเต๋า และ หอคัมภีร์
” หลังจากข้าได้ตรวจสอบดู ภายในเทือกเขาครามไม่
มีร่องรอยหลุมฝังศพ หรือ สุสาน ของ เสิ่น อู๋เต้า แต่
ประการใด ส่วนต้นสายปลายเหตุข้ายังไม่ทราบแน่ชัด
เป็นไปได้ว่าถูกพลังฟูาดินชะล้างจนสลายหายสิ้น ”
เฟิง ซัวหยากล่าว
” แม้ว่าโดยทั่วไปพลังฟูาดิน จะไม่ก่อให้เกิดผล
ดังกล่าว แต่การเปลี่ยนแปลงของชีพจรวิญญาณนี้
เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง แต่เหตุผลดังกล่าวยัง
สามารถอธิบายได้ อู่ อวี้ เจ้าไม่ต้องเศร้าโศกไป คน
ตายไม่อาจฟื้นคืนกลับมา เจ้าไม่ฝืนสิ่งที่ชะตาก าหนด
ได้ เสิ่น อู๋เต้า ก็คงไม่ต าหนิเจ้า ” ซู หยานหลี่ กล่าว
ขึ้นเพื่อปลอบโยนเขา
” ้ ข้าเข้าใจ ”
หลังจากนั้น เขาก็ตัดสินใจเลือกจะไม่สร้างสุสานแห่ง
ใหม่ให้แก่ เสิ่น อู๋เต้า
เขาไม่มีความสามารถในการหยั่งรู้อนาคต เขาจึงคาด
ไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
” ท่านลุงเสิ่น ช่างเป็นคนที่ประหลาดจริงๆ ขนาด
ท่านตายไปแล้วยังอุตส่าห์มอบ น้ าพุที่มีกลิ่นอายฟูา
ดิน เป็นของขวัญให้แก่เทือกเขาคราม …”
อู่ อวี้ ได้ฉุกคิดข้อนี้ขึ้นมา ส าหรับเขาแล้วตราบใดที่
สัมผัสได้ถึง กลิ่นอายฟูาดินอันเข้มข้นอุดมสมบูรณ์
มันก็ท าให้เขาหวนถึงชายชราผู้นี้
การที่กลิ่นอายฟูาดินเข้มข้นพวยพุ่งออกมานั้น
นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นยินดียิ่ง เพราะสิ่งนี้มันจะท าให้
นิกายกระบี่สวรรค์ รุ่งโรจน์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้อาวุโส
หลายคนในเวลานี้จึงได้แสดงสีหน้าปิติยินดีออกมา
ปรากฏให้เห็น
ในเวลาเดียวกัน หมิงซวงก็กล่าวขึ้นว่า ” น่าแปลก ที่
ชีพจรวิญญาณมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ?
ถึงมันจะมีแนวโน้มว่าชีพจรวิญญาณสามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่จะ
สามารถท าได้ ”
” จะต้องแข็งแกร่งมากแค่ไหนกัน ? ” อู่ อวี้ รู้สึกตื่น
ตระหนกเป็นอย่างยิ่ง เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิด
จากการเปลี่ยนแปลงของสวรรค์ และ ปฐพี แต่การ
เปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น
” จะว่าไปแล้ว… เจ้ามีความแข็งแกร่งมากกว่า
อาจารย์ของเจ้าเสียอีก ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ยังมีความ
เป็นไปได้ว่า มันอาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตาม
ธรรมชาติของชีพจรวิญญาณ โลกนี้เต็มไปด้วยความ
พิศวงไร้ที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ล้วนเกิดขึ้นได้ แต่
น่าแปลกที่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ เจ้า
มักจะท าให้ข้า หมิงซวง ถึงกับลืมเรื่องอาหารไปเลย!”
อู่ อวี้ ค่อนข้างเชื่อว่านี่คือ การเปลี่ยนแปลงตาม
ธรรมชาติของชีพจรวิญญาณ ฉะนั้นสิ่งที่ก าเนิดเกิดขึ้น
ภายในนิกายกระบี่สวรรค์แห่งนี้ จึงควรเป็นอย่างที่หมิ
งซวงเอ่ยมา ว่ามันอาจเป็นเพราะผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่ง
กระท าการเปลี่ยนแปลงชีพจรจิตวิญญาณของที่นี่ ให้
มีความเข้มข้นหนาแน่น
“อู่ อวี้ ”
ในเวลานี้ เฟิง ซัวหยา ถือว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหน้า
ทั้งหมด เป็นประจักษ์พยานให้กับในการมอบ
บางอย่างให้แก่ อู่ อวี้ จากนั้นเขาก็หยิบแผนที่ของ
เทือกเขาครามออกมา แผนที่บนเทือกเขาครามมียอด
เขาอยู่หลายแห่ง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างต่างๆ และ
สถานที่ต้องห้ามบางส่วน ยอดเขาไหนมีผู้จับจองอยู่
ก่อนแล้วมันจะถูกวงกลมด้วยหมึกแดง และ วงกลม
เหล่านั้นจะถูกยืนยันด้วยการขีดทับ หากมีผู้เข้าไป
ตรวจสอบแล้วยืนยันได้ว่ามีผู้พ านักอาศัยอยู่จริง
” ในเมื่อเจ้าประสบความส าเร็จ ในการหลอมรวม
ลมปราณแล้ว ตามกฎข้าจะต้องมอบยอดเขาให้แก่
เจ้า ”
เหล่าผู้อาวุโสต่างมองหน้ากันและกัน จากนั้นก็มองไป
ที่ลูกศิษย์ของ เฟิง ซัวหยา อย่างพินิจพิจารณา เรียก
ได้ว่า อู่ อวี้ คือลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดของ เฟิง
ซัวหยา นับเป็นที่น่าประหลาดใจ
ซึ่งก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ปล่อยให้ อู่ อวี้ ได้รับยอดเขา
ตามสมควร
ผู้ใดก็ตามที่ได้รับมอบยอดเขาเป็นของตนเอง คนผู้นั้น
ถือได้ว่าประสบความส าเร็จ อู่ อวี้ เองนับเป็นบุคคลที่
มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาหวนย้อนกลับไป
ครั้งที่ได้พบเจอกับ เฟิง ซัวหยา เป็นครั้งแรก ก่อน
หน้านี้เขาได้พบกับยอดเขาที่ยังไม่มีผู้ใดจับจอง ซ้ า
ยอดเขานั้นยังอยู่ใกล้กับเทือกเขาหยานหลี่ เขาจึง
ตัดสินใจเลือกยอดเขาที่ไม่มีผู้ใดจับจองนี้
ในความเป็นจริงแล้วน้ าพุพลังฟูาดิน อยู่ภายใน
เทือกเขาหยานหลี่ ยิ่งเขาอยู่ใกล้กับเทือกเขาหยานหลี่
มากเท่าใด มันก็จะท าให้ยอดเขานั้นมีกลิ่นอายฟูาดิน
หนาแน่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งกลิ่นอายฟูาดินที่หนาแน่นนี้
ถือเป็นประโยชน์ต่อการฝึกตนมหาศาล
” วิเศษ ” เฟิง ซัวหยา พึงพอใจในความฉลาดเลือก
ของเขา เห็นเช่นนั้น เฟิง ซัวหยา ก็ใช้น้ าหมึกสีแดง
วาดวงกลมไปยังยอดเขาลูกที่ อู่ อวี้ เลือก มีผู้อาวุโส
1 ถึง 2 คน ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย
เนื่องจากพวกมันก็ต้องการมอบยอดเขาที่ดีที่สุดให้แก่
ศิษย์ของตนเองเช่นกัน
” เนื่องจากผู้ครอบครองยอดเขาแห่งนี้ ได้ล่วงลับไป
นานกว่า 10 ปี ฉะนั้นมันควรจะตั้งนามใหม่ ”
ถ้าเป็น เฟิง ซัวหยา คงใช้ชื่อเรียบง่ายอย่างที่ น าเอา
นามของ ซู หยานหลี่ มาตั้งเป็นชื่อยอดเขา
ในตอนที่ ซือตู๋ หมิงหลาง ได้รับยอดเขา ยอดเขานั้นก็
มีนามว่า ยอดเขาต้านอัสนี
ส าหรับศิษย์ที่มาจากนอกนิกายกระบี่สวรรค์แล้ว ผู้ที่
มียอดเขาเป็นของตัวเอง จะถูกตั้งชื่อด้วยนามตน อีก
ทั้งต้องกระท าการบูรณะดัดแปลงสถานที่ด้วยตนเอง
ทั้งสวนสัตว์สวรรค์ สวนพฤกษาสวรรค์ นับเป็นโลกใบ
ย่อมๆเลยก็ว่าได้ นึกไปแล้วคนผู้นั้นจะสุขเพียงใด
กล่าวได้ว่าการได้รับมอบภูเขาให้เป็นของตนถือเป็น
เกียรติยศ และ โชควาสนาอย่างยิ่ง!
ซึ่งใครๆหลายคน ต่างก็เฝูาใฝุฝันถึงเรื่องนี้
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่นึง เขาคือผู้สืบทอดมรดกของ ‘ ฉี
เทียนต้าเซิ่น = ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟูาดิน ‘ และแล้วสอง
ค านี้ก็พุ่งออกมาจากความคิดของเขา ‘ฉีเทียน =
เสมอฟูา ‘ ” เอาล่ะ ข้าจะเรียกมันว่า ‘ยอดเขาเทียม
ฟูา’ ”
” เป็นชื่อที่ดี ดูยิ่งใหญ่ไม่น้อยกว่ายอดเขาทงเทียน
แต่ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับ ‘ ยอดเขาสายลมบุปผาหิมะ
จันทรา ‘ ของข้า โม่ ซือซู ผู้นี้ ! ” โม่ ซือซูกล่าวออก
มาอย่างภาคภูมิใจ
” ไม่เลว ๆ ”
ยอดเขาเทียมฟูา ของ อู่ อวี้ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
“อู่ อวี้ ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย ” ซู
หยานหลี่ เดินมาประชิดข้างพร้อมส่งรอยยิ้มเบาๆ
ให้แก่เขา สตรีผู้มีความงดงามราวดอกบัวนางนี้
นับเป็นสักขีพยานในการเติบโตก้าวหน้าของ อู่ อวี้
อย่างแท้จริง
” ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ครานี้คงได้ฝึกตนอย่างสงบ
สุขเสียที เหตุเพราะจิตใจของเจ้า ไร้ซึ่งสิ่งกังวลฉุดรั้ง
หากเจ้ามีข้อสงสัยอยากจะขอค าชี้แนะ ก็จงไต่ถามกับ
ศิษย์พี่ของเจ้า ” เฟิง ซัวหยา กล่าว
” ขอรับ ท่านอาจารย์ ”
” นิกายกระบี่สวรรค์ของข้า มีบัญญัติเต๋ากว่า ‘เก้า
สิบเก้ารูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดปัดฝุน , เคล็ดชะล้าง
, เคล็ดท าน้ าให้สะอาดบริสุทธิ์ และ เคล็ดกระบี่
จักรพรรดิ รวมถึง ฯลฯ เคล็ดวิชาทั้งหมดนี้จะถูกเรียก
รวมกันว่า ‘เคล็ดวิชาเต๋าสายนอก ’ ข้าจะส่งผู้รับใช้
ไปที่ ‘ ยอดเขาเทียมฟูา ’ ตามไปในภายหลัง เจ้าจง
ใช้เวลาว่างนี้ในการไตร่ตรองขบคิดเถอะ มันน่าจะดี
ส าหรับเจ้า ”
” ศิษย์ขอบคุณ ท่านอาจารย์! ”
แม้ว่า ‘ เคล็ดวิชาเต๋าสายนอก ‘ นี้จะมีอยู่เก้าสิบเก้า
รูปแบบ แต่มันก็ถือว่าเป็นวิชาเวทย์ที่ยอดเยี่ยม
เช่นกัน ขอเพียงแค่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถเรียนรู้
พวกมันโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน หากเรียนรู้ศึกษาพวก
มันจนแตกฉาน จะสามารถน าพวกมันมาประยุกต์ใช้
ในการต่อสู้
มนุษย์บางส่วนที่อยู่นอกนิกาย ได้ใช้วิธีนี้ในการ
หลอกลวงต้มตุ๋น เช่นการ จุดไฟด้วยมือเปล่า ยากที่
จะจับผิดเปิดโปงอุบายอันแยบคายได้
ในอดีต อู่ อวี้ ติดอยู่กับการแก้แค้น เขาจึงไม่ได้
ตระหนักหรือสนใจ ต่อเรื่องเหล่านี้
” ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ” เฟิง ซัวหยา กล่าวอีกครั้ง
” ท่านอาจารย์ โปรดชี้แนะ ”
” พวกเจ้าศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสี่ หลังจากประสบ
ความส าเร็จจนเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ ข้าจะส่ง
มอบเคล็ดวิชาเต๋าให้ 1 เคล็ดวิชา แม้แต่เจ้าก็ไม่มี
ข้อยกเว้น แต่ของเจ้าเป็นกรณีพิเศษแตกต่างออกไป
เนื่องจากข้าเกรงว่าเคล็ดวิชาเต๋าที่ข้ามี จะไม่มีเคล็ด
วิชาไหนนั้นเหมาะสมกับเจ้า ดังนั้นข้าจึงเปิดโอกาส
ให้แก่เจ้าเล็กน้อย โดยให้เจ้าเป็นผู้เลือกเคล็ดวิชา
เหล่านี้ด้วยตัวเอง แต่จะสามารถเลือกได้แค่เคล็ดวิชา
เดียวเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะเลือกเคล็ดวิชาเต๋าแบบใดก็
ตาม เจ้าจะต้องฝึกฝนมันด้วยตนเอง หรือ เจ้าจะไป
หาเคล็ดวิชาเหล่านี้ด้วยตนเอง โดยการขึ้นไปบน
‘เจดีย์ค้นหาเต๋า’ จงไปค้นหามันด้วยตนเองที่ ‘หอ
คัมภีร์ ‘ และเลือกเคล็ดวิชาเต๋า ออกมา 1 วิชา”
” ข้าเอ่ยตามตรง การเลือกเคล็ดวิชาเต๋านั้นมัน
ส าคัญยิ่งกว่าการเลือกศาสตราเต๋าชิ้นแรก เคล็ดวิชา
เต๋าเล่มแรก หลานฮั้วหยุน เป็นผู้เลือกเฟูนให้แก่ ซือตู๋
หมิงหลาง ด้วยตนเอง เคล็ดวิชาเต๋านั้นมีชื่อว่า ‘
ราชันย์อัสนี ‘ ซึ่งมีพลังมหาศาลอย่างยิ่ง ”
เฟิง ซัวหยา ให้ อู่ อวี้ ได้เลือกเองอีกครั้ง เช่นเดียวกับ
เมื่อครั้งเลือกศาสตราเต๋า นอกจากนี้ถือเป็นการเปิด
โอกาสให้ อู่ อวี้ มีสองทางเลือก
” ท่านอาจารย์ข้าเลือกที่จะขึ้นไปท้าทายบน ‘เจดีย์
ค้นหาเต๋า’ ”
จากสิ่งที่บันทึกอยู่ภายใน ‘บันทึกเทือกเขาคราม’ ถัด
จากยอดเขาทงเทียน มียอดเขานามว่า ‘ยอดเขาค้นหา
เต๋า’ บนจุดสูงสุดของยอดเขานี้มี ‘เจดีย์ค้นหาเต๋า’
ตั้งอยู่ ซึ่ง ‘เจดีย์ค้นหาเต๋า’ มีทั้งหมดเก้าชั้น เหล่า
บรรดาศิษย์หลักภายในนิกายล้วนต่างเข้าไปท้าทาย
แสวงหาโชควาสนาใน ‘เจดีย์ค้นหาเต๋า’ แห่งนี้ การ
เข้าท้าทายในแต่ละชั้นนั้น จักสามารถเลือกเคล็ดวิชา
เต๋าที่มีอยู่ภายใน ‘หอคัมภีร์’ ที่มีความเหมาะสมกับ
ตนเองได้ 1 ชนิด
แต่ละชั้นภายในเจดีย์ค้นหาเต๋า จะมีประตูที่น าไปสู่
‘หอคัมภีร์’ นอกจากนี้ภายในหอคัมภีร์ยังมีทั้งหมด 9
ชั้น ซึ่งถือเป็นสถานที่ ที่เก็บรวม ‘เคล็ดวิชาเต๋า’ อัน
น่าทึ่ีงมากมายภายในนิกายกระบี่สวรรค์ บรรดาผู้คน
มากมายต่างปรารถนาที่จะเข้าสู่สถานที่แห่งนี้
ด้วยลักษณะนิสัยของ อู่ อวี้ เขาย่อมตัดสินใจเลือก
ข้ามผ่านเส้นทางอันยากล าบากด้วยตนเอง ถึงแม้ว่า
อาจารย์ เฟิง ซัวหยา จะกล่าวว่าท่านสามารถ
คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเขาได้ แต่เขาก็ยัง
ปรารถนาพึ่งพาตนเองในเส้นทางแห่งการฝึกตน
ด้วยเพราะเหตุนี้ ท าให้ เฟิง ซัวหยา รู้สึกปลาบปลื้ม
ชื่นชมต่อศิษย์คนเล็กของเขามากยิ่งขึ้น
“ดีมาก นอกจากนี้ เจ้ายังถือเป็นศิษย์หลัก อีกทั้งยัง
เป็นศิษย์ของข้า ในทุกๆ เดือนเจ้าสามารถไปหาผู้
อาวุโส มู่เกอ ที่ ‘ภูเขาแห่งความส าเร็จ’ เพื่อไปขอรับ
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณจ านวนสองเม็ด และ
วิญญาณเซียนอีกจ านวนหนึ่ง”
ตามปกติแล้วศิษย์หลัก จะได้รับเม็ดยาล้อมรวม
ลมปราณเพียงเดือนละ 1 เม็ดเท่านั้น
อู่ อวี้ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างคุณงามความดีให้แก่
นิกาย เฟิง ซัวหยา จึงไม่อาจมอบอะไรให้เป็นพิเศษได้
มากกว่านี้ เพราะจะถือเป็นท าลายกฎของนิกาย ท า
ให้ศิษย์คนอื่นๆรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม
และกฎของนิกายจ าเป็นต้องปฏิบัติตามอย่าง
เคร่งครัด
“เอาล่ะ เจ้าไปพักผ่อนที่ ‘ยอดเขาเทียมฟูา’ ของ
ตนเองได้แล้ว” เฟิง ซัวหยา โบกมือให้ อู่ อวี้ จากไป
ซึ่งเหล่าผู้อาวุโสก็ก าลังจะจากไปเช่นเดียวกัน
เนื่องจากว่าทุกคนก็ต่างมีหน้าที่ของตนเองที่ต้องไป
ปฏิบัติ
อู่ อวี้ ขอตัวลาออกมา จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ สวนสัตว์
สวรรค์ในยอดเขาหยานหลี่เพื่อหยิบยืมกระเรียน
สวรรค์ เมื่อมาถึง ‘ยอดเขาเทียมฟูา’ ของตนเอง
เนื่องจากว่าไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในสถานที่นี้นับ 10 ปี
แล้ว จึงดูรกร้างไปบ้าง อันดับแรก อู่ อวี้ ได้มุ่งหน้าไป
ยัง ‘ยอดเขาหวังเทียน’ เพื่อไปคัดเลือกศิษย์ผู้รับใช้
10 คนด้วยตนเอง เพื่อพามายังที่นี่ นอกจากนี้เขายัง
ได้พาศิษย์ผู้รับใช้มาเพิ่มอีก 19 คน จากนั้นได้
มอบหมายหน้าที่ให้พวกมันท าการเก็บกวาดท าความ
สะอาดยอดเขา ส่วนที่เหลือก็ให้ไปท าตามหน้าที่
จิปาถะอื่นๆ ใน ‘ยอดเขาเทียมฟูา’ หากพิจารณาดู
แล้ว ‘ยอดเขาเทียมฟูา’ ถือได้ว่ามีความงดงามยิ่ง
จากนี้ เขาประสงค์ที่จะสร้าง ‘สวนสัตว์สวรรค์’ ‘สวน
พฤกษาสวรรค์’ ฯลฯ ของตนเองขึ้นมา
ยอดเขาเทียมฟูา มีพระราชวังตั้งหลักปักอยู่สิบกว่า
แห่ง ห้องโถงเล็กๆ ด้านข้างล้วนเป็นที่พักอาศัยของ
เหล่าบรรดาผู้รับใช้ อีกทั้งยังมีต าหนักหลักมากมายซึ่ง
อู่ อวี้ เป็นผู้ครอบครอง เช่น ต าหนักรับรอง ห้อง
ฝึกฝน พระราชวัง ต าหนักจัดเก็บสิ่งของและอื่น ๆ
สิ่งของจิปาถะมากมาย ที่ไม่เหมาะไม่ควรล้วนถูกใส่ไว้
ในถุงจักรวาล จ าต้องหาที่จัดเก็บ
ในหมู่สิ่งของพวกนี้ยังมีธวัชวิญญาณอยู่ด้วย ใน
ระหว่างการเดินทาง อู่ อวี้ ได้มอบมันให้กลับ เฟิง
ซัวหยา อุปกรณ์เต๋าของผู้ฝึกตนในวิถีมาร ล้วนถูก
ท าลายโดยน้ ามืออาจารย์ เฟิง ซัวหยา หรือไม่ก็ถูก
โยนทิ้งไปในระหว่างทาง
นอกจากนี้ยังมี ถุงจักรวาลที่เขาเตรียมเอาไว้มอบ
ให้กับ ชิงเหมิง ในการพบกันครั้งหน้า
ท่ามกลางพระราชวังมากมาย อู่ อวี้ ได้เลือก
พระราชวังที่มีขนาดใหญ่โอ่อ่า องค์ประกอบครบถ้วน
และ มีความงดงามมากที่สุด เขาเรียกขานมันว่า
พระราชวังเทียมฟูา ใช้เพื่อการบ่มเพาะบ าเพ็ญวิถี
แห่งเต๋า และ ฝึกฝนทักษะวิชาต่าง ๆ
” หลังจากบรรลุสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ จาก
มนุษย์ธรรมดาสามัญจะกลายเป็นผู้ฝึกตนในวิถีแห่ง
เต๋า ดังนั้นทั้งการกินและนอนย่อมลดน้อยลง ธัญพืช
5 ชนิดบนโลกมนุษย์ หากกินเข้าไปจะเป็นผลเสียต่อ
ร่างกาย การดูดซับพลังฟูาดินจากสวรรค์และปฐพีจึง
ส่งผลดีต่อร่างกายยิ่งกว่า”
สภาพแวดล้อมในขั้นหลอมรวมลมปราณ เป็นการ
เปลี่ยนแปลงจากมนุษย์สู่ผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า
มีค าร่ าลือบอกเอาไว้ว่าเมื่อบรรลุสู่ระดับสร้างแกน
นภา คนผู้นั้นไม่จ าเป็นต้องนอนอีกต่อไป
ในที่สุดการบูรณะ ยอดเขาเทียมฟูา ก็มาถึงช่วง
สุดท้าย หากพิจารณาดูแล้วภายในจิตใจของ อู่ อวี้
ยามนี้แสนจะสงบเยือกเย็น
“จากนี้ไป ภายในเส้นทางเต๋าของข้า ข้าจะท าการ
ขัดเกลาจิตใจและแสวงหาความสงบ!”
เมื่อพูดถึงเรื่องในอนาคต เขาก็ปลดปล่อยความรู้สึกที่
แรงกล้าออกมา
“มวลพลังฟูาดินในสถานที่แห่งนี้ช่างหนาแน่นยิ่งนัก
มากกว่าก่อนหน้านี้ถึง 3 เท่า เป็นรองเพียงแค่ยอด
เขาหยานหลี่เท่านั้น”
ในอดีตสถานที่ ที่มีพลังฟูาดินหนาแน่นมากที่สุด
ภายในเทือกเขาคราม คือยอดเขาทงเทียนเป็นที่ตั้ง
ของพลังพระราชวังเทพสวรรค์ แต่ตอนนี้กลับ
กลายเป็นยอดเขาหยานหลี่
” ท่านลุงเสิ่น … ”
การที่พลังฟูาดินเพิ่มมากขึ้นเช่นนี้นับเป็นเรื่องดี แต่
เขาไม่สามารถน าพาหลุมศพของท่านลุงมาไว้ข้างกาย
ได้อีกแล้ว
หรือบางที เสิ่น อู๋เต้า อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ
พลังฟูาดิน!
นี่คือความชุ่มชื้น เสมือนดั่งพิรุณที่โปรยปราย ราวกับ
อู่ อวี้ รับรู้ถึงการด ารงอยู่ของ เสิ่น อู๋เต้า
หลังจากพักผ่อนจนเพียงพอ อู่ อวี้ ก็พร้อมจะก้าวไป
เผชิญหน้าท้าทายบน ‘เจดีย์ค้นหาเต๋า’
แต่ในเวลานี้ ซู หยานหลี่ อยู่ไม่ไกลออกไปจากที่นี่นัก
กระทั่งเขาก็สามารถสัมผัสได้
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ