กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 78 : น ้าพุแห่งพลังฟ้าดิน
กระบี่บินจักรพรรดิ์!
แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกของ อู่ อวี้ ที่ได้ยืนอยู่บน
กระบี่บินของ เฟิง ซัวหยา แต่มันเป็นครั้งแรกที่เดิน
ทางไกลเช่นนี้
บินทะยานข้ามผ่านหมู่เมฆที่ทอดยาวออกไปนับหมื่น
ลี้ กวาดผ่านหมู่เมฆสีขาวที่ขนาบอยู่ด้านข้าง แม้แต่
เหล่าฝูงวิหคก็ก าลังร่อนถลาเล่นลม ราวกับก าลังโต้
คลื่นผ่านหมู่เมฆหมอกอย่างอิสระเสรี ภายใต้สวรรค์
และ ปฐพี!
มันเป็นความรู้สึกเย็นสบายผ่อนคลายอย่างที่สุด
ด้วยความเร็วดังกล่าวท าให้ อู่ อวี้ ต้องคอย
ระมัดระวังตัว ไม่ให้ตนเองนั้นปลิวหลุดไป เพราะ
กระแสลมแรงที่ปะทะเข้ามา จนเขาเผลอเกือบจะก้ม
จับกระบี่
เมื่อเทียบกับ ปักษาเมฆาสวรรค์ กระบี่บินนี้นับว่าเร็ว
กว่ามาก
เส้นทางของผู้ฝึกตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซียนกระบี่
เขาผู้นั้นพึ่งพาเพียงกระบี่กวาดผ่านไปทั่วทั้งยุทธภพ
เข่นฆ่าสังหารปีศาจมารโดยไม่ละเว้น บินผ่านหมู่เมฆ
ปลดปล่อยปราณกระบี่ กวาดผ่านไปทั่วทั้งสวรรค์
และ ปฐพี มันจะมีอิสระเสรีมากเพียงใดกัน!
” ส าหรับตัวข้าแล้ว การบินด้วยกระบี่บินจักรพรรดิ์
นั้นยังถือว่าไกลเกินไป ข้าต้องบรรลุเข้าสู่ขอบเขตแห่ง
สร้างแกนลมปราณนภาให้จงได้”
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ รู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง
ใต้ฝุาเท้าของเขาคือกระบี่สีทอง และ ยามนี้มันก าลัง
อยู่ในความควบคุมของ เฟิง ซัวหยา เมื่อกระบี่แผ่
ขยายตัว มันก็แผ่แสง และ เงาสีทองออกมา มันคือ
กระบี่ยักษ์ที่มีความยาวกว่า 3 จั้ง มีความกว้างกว่า
2 ฉือ ( 9.90 ม. x 0.462 ม.) เสมือนดั่งนาวาที่ก าลัง
ล่องลอยอยู่บนท้องนภา
” เมื่อเจ้ากลับไป ข้าจะมอบเทือกเขาให้แก่เจ้า
หลังจากที่เจ้าได้เป็นศิษย์หลัก เจ้าก็ยังมีคุณสมบัติ
เพียงพอที่จะศึกษาเรียนรู้ ‘เคล็ดกระบี่จักรพรรดิ์’
และบัญญัติแห่งเต๋าอื่นๆ”
บัญญัติแห่งเต๋าบางอย่างไม่ได้มีเอาไว้ใช้เพื่อโจมตี
เพียงเท่านั้น อย่างเช่น เถาวัลย์ที่ เจียง จุนหลิน ท าให้
มันเติบโตขึ้นบนก าแพงเมือง ส่วนของ ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน ก็จะเป็นเคล็ดที่ดึงน้ าในสระออกมา เคล็ดวิชา
นั้นไม่ได้เอาไว้ใช้โจมตี หรือ ดุดันรุนแรงเสมอไป แต่
จะเรียกเป็นวิชาเวทย์เสียมากกว่า
เคล็ดวิชาเต่านี้เรียบง่ายต่อการเรียนรู้ ศิษย์หลักแต่ละ
คนจะมีหลายสิบทางเลือก แม้ว่าบางคุณสมบัติจะดู
โง่เง่าสิ้นดี แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้ยังทั่วถึง และ ใช้
เวลาไม่มาก
อย่างเช่น เคล็ดยกของให้สูงขึ้น, เคล็ดอัคคี, เคล็ดชะ
ล้าง, เคล็ดท าความสะอาด, เคล็ดปัดฝุน, เคล็ดสื่อสาร
กับจิตวิญญาณและ อื่น ๆ ในหมู่เคล็ดมากมาย
ทั้งหลายเหล่านี้ เคล็ดกระบี่จักรพรรดิ์ถือว่ายากที่สุด
แต่ว่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณนั้น
สามารถท าได้แค่ควบคุม กระบี่ได้อย่างเดียวเท่านั้น
ยังไม่สามารถใช้บินได้แต่อย่างใด
แม้ว่าส าหรับผู้ฝึกตน จะเป็นวิชาที่เรียบง่าย อีกทั้ง
เคล็ดวิชาเหล่านี้ยังสามารถน ามาใช้ได้ใน
ชีวิตประจ าวัน ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดชะล้าง เคล็ดท า
ความสะอาด เคล็ดปัดฝุน หรือ จัดข้าวของให้เป็น
ระเบียบเรียบร้อย ล้วนท าได้ด้วยตนเอง แต่ส าหรับ
มนุษย์ปถุชนธรรมดา เคล็ดวิชาเหล่านี้ถือว่าน่าทึ่ง
ส าหรับพวกเขามาก
เมื่อกล่าวถึงแนวทางการฝึกตนแล้ว เฟิง ซัวหยา ก็เอา
มือไพล่หลัง ผมยาวสยายพริ้วไสวตามกระแสลมสม
กับเป็นเซียนอมตะ ในขณะนี้เขาได้หับกลับมามอง
ด้านหลัง เพ่งมองบัญญัติก่อก าเนิดทั้ง 2 จุดของ อู่
อวี้ พร้อมกับกล่าวว่า ” ความจริงแล้วข้าได้น า ‘ เคล็ด
วิถีบ่มเพาะขั้นหลอมรวมลมปราณ’ มาให้แก่เจ้า แต่ดู
เหมือนว่าเจ้าจะได้ฝึกฝนไปแล้ว เช่นนั้นก็ไม่จ าเป็น ”
” ขอรับ แต่อย่างไรศิษย์ต้องขอขอบคุณท่าน
อาจารย์ ”
ในความเป็นจริงแล้ว เฟิง ซัวหยา เป็นอาจารย์ที่ใจดี
มาก เขาได้เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ให้ อู่ อวี้
บางทีในสายตาของเขา อู่ อวี้ คงจะเป็นผู้ที่สร้างสิ่ง
อัศจรรย์ได้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งอย่างเต็มไปด้วยความ
ดื้อรั้น แต่ความดื้อรั้นนั้นอาจเป็นเหมือนเงาของเขา
ในวัยหนุ่ม
” ดูเหมือนว่า เสิ่น อู๋เต้า จะมอบมรดกที่โดดเด่นมา
ให้แก่เจ้า ”
แต่ทันใดนั้น เฟิง ซัวหยา ก็เอื้อมฝุามือออกมาจับ
หน้าผากของ อู่ อวี้ ตรงบริเวณจุด ‘เสินถิง'[1]
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้ว่า พลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งเข้า
มาภายในตัวของเขา ราวกับกระบี่เจาะทะลวงเข้าใส่
จุดเสินถิง โคจรเข้าสู่จุดบัญญัติก่อก าเนิดของเขา
ซึ่งแน่นอน อู่ อวี้ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ประการใด
” ‘เคล็ดวิถีบ่มเพาะหลอมรวมลมปราณ’ ของเจ้าไม่
น่าเชื่อว่า มันจะปลดปล่อยกลิ่นอายไร้ต้านออกมา
มากมายเช่นนี้ ซึ่งโดยปกติแล้ว เคล็ดวิถีบ่มเพาะ
หลอมรวมลมปราณ ธรรมดาทั่วๆไปจะไม่ปลดปล่อย
กลิ่นอายไร้ต้านออกมามากมายเช่นนี้ อีกทั้งพลังฟื้นฟู
ยังแข็งแกร่งอย่างมาก มันดียิ่งกว่าเคล็ดวิชาหลอม
รวมลมปราณตอนที่ข้าท าการบ่มเพาะเสียอีก ” เฟิง
ซัวหยา น าไปฝุามือออก จากนั้นกล่าวค าประเมิน
อย่างตรงไปตรงมา
” ฮี่ๆ นั่นเป็นเพราะว่า ‘มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน’
ของข้าต่างหากล่ะ พลังที่แท้จริงยังไม่ได้แสดงให้เห็น
ออกมาเลยด้วยซ้ า ไม่อย่างนั้นมีหวังเจ้านี่คงตกใจจน
ฉี่ราด ” หมิงซวง กล่าวขึ้นมาลอยๆออกมาจาก
ภายในร่างของเขา
อู่ อวี้ คร้านเกินกว่าที่จะมาสนใจนาง
เฟิง ซัวหยา จมอยู่ในภวังค์ความคิดชั่วครู่ ก่อนจะ
กล่าวขึ้นว่า ” มรดกเต๋าที่ เสิ่น อู๋เต้า มอบให้แก่เจ้ามัน
ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก มันช่วยให้เจ้าสามารถปรับแต่ง
ร่างกาย จนเรียกได้ว่าไม่มีผู้ใดในโลกนี้สามารถ
เทียบเคียงกับเจ้าได้ ในเวลานี้เจ้ายังได้ เคล็ดวิถีหลอม
รวมลมปราณที่ดีเยี่ยมมาอีก มรดกของเจ้านั้น ข้าไม่
สามารถระบุถึงขอบเขต หรือ จุดสิ้นสุดของมันได้
อย่างน้อยมันก็ดียิ่งกว่าเคล็ดวิถีบ่มเพาะที่ข้ามอบ
ให้กับศิษย์พี่ของเจ้า เช่นนั้นเมื่อเจ้าต้องท่องไปในโลก
กว้าง เราจ าเป็นต้องรู้จักหลบซ่อน ห้ามเปิดเผยสิ่งที่
เจ้ามีทั้งหมด ไม่ว่าผู้ใดที่ล่วงรู้ถึงมัน จะต้องเกิดความ
ริษยาเจ้ารู้หรือไม่ ? ”
นี่คือประสบการณ์ของเขา
เปรียบดั่งค ากล่าวที่ว่า สมบัติมิอาจเปิดเผย คนไม่ผิด
ผิดที่มีหยกติดตัว
” ศิษย์เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ ”
” กล่าวตามความจริง หากตัวของข้าเป็นผู้เยาว์
และ ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณอย่าง
สมบูรณ์ หากว่าได้เห็นเจ้ามีโอกาส และ หนทางที่ดี
บางทีข้าอาจมีความคิดประสงค์ร้ายต่อเจ้าก็เป็นได้
เส้นทางแห่งการฝึกตนล้วนเต็มไปด้วยอุปสรรคขวาก
หนาม ผู้ใดกันบ้างที่ไม่ต้องการเคล็ดวิถีบ่มเพาะที่ดี
เยี่ยมเช่นนี้? เจ้าควรเข้าใจว่าโลกใบนี้ช่างโหดร้ายยิ่ง
นัก เมื่อเจ้ากลับไป เจ้าจะต้องระวังตัวด้วย ”
เฟิง ซัวหยา ที่แสดงความตรงไปตรงมาออกมาเช่นนี้
ยิ่งท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกเคารพเขามากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่า
โชคชะตาจะท าให้พวกเขาได้มากลายเป็นศิษย์
อาจารย์กัน และความรู้สึกของพวกเขาทั้งสองอาจจะ
ยังตื้นเขินอยู่ แต่ เฟิง ซัวหยา คือผู้มีพระคุณอย่าง
แท้จริง เขาได้ช่วยชีวิต อู่ อวี้ ไว้ถึงสามครั้งสามครา
ซึ่งมันก็มากเพียงพอที่ อู่ อวี้ จะมอบชีวิตคืนให้แก่เขา
” แต่อย่างไร เจ้าก็เป็นศิษย์ของข้า เฟิง ซัวหยา ผู้นี้
ตราบใดที่ข้า เฟิง ซัวหยา ยังอยู่ ข้าจะปกปูองเจ้าให้
ถึงที่สุด เมื่อเจ้าเติบใหญ่ขึ้น จนกว่ากระบี่จะช าระหนี้
แค้นจนหมดสิ้น หรือ จนกว่าอาจารย์ของเจ้าจะปลด
ระวาง ! ” เฟิง ซัวหยา ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
การที่เข้าได้มาพบกับ อู่ อวี้ ในครั้งนี้ท าให้เขารู้สึก
พอใจเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่า ตัวของเขานั้นหวังที่จะคอยปกปูอง อู่ อวี้
ให้เติบใหญ่ …
แน่นอนว่าส าหรับ อู่ อวี้ ถือเป็นเรื่องอันวิเศษล้ ายิ่ง
อู่ อวี้ จากนครเย่วอู่ กลับมายังเทือกเขาคราม ด้วย
ความเร็วของ เฟิง ซัวหยา จึงไม่ทราบแน่ชัดว่าจะต้อง
ใช้เวลานานแค่ไหน
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ในหมู่เมฆอีกต่อไป เมื่อเขา
ทะลุผ่านเมฆลงมา ภูเขา แม่น้ าอันงดงาม และ
เทือกเขาครามก็ปรากฏอยู่เบื้องล่าง หากทอดสายตา
มองไปยังเบื้องล่าง จะเห็นยอดเขามากมายนับไม่ถ้วน
ทัศนียภาพของพระราชวังอันงดงามตระการตา นก
กระเรียนบินอยู่ระหว่างเทือกเขา ปักษาเมฆาสวรรค์
บินฉวัดเฉวียน ท่ามกลางหมอกเมฆ กระบี่บินที่กวัด
แกว่งไปมาในอากาศปรากฏเป็นล าแสงหลากสี
แม้กระทั่งฟูาร้อง และ คลื่นลมพายุที่กวาดผ่านอยู่บน
ยอดเขา เคล็ดวิชาเซียนมากมายที่ถูกใช้ออก เสมือน
กับว่าบนเทือกเขาครามเต็มไปด้วยดอกไม้ไฟที่บาน
สะพรั่งอยู่
บินแทรกผ่านเทือกเขาทงเทียนจากท้องนภา อีกทั้งยัง
ผ่านเทือกเขาแก้วสวรรค์ที่มีหิมะปกคลุมอยู่บนเขา
ราวกับอัญมณี ผ่านกระบี่หลิงหยุนเล่มยักษ์ที่ปักคา
อยู่กลางหุบเขาเซียน เป็นกระบี่อันยิ่งใหญ่ที่ตั้ง
ตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา มองเห็นความ
เฟื่องฟูคึกคักบนหุบเขาอัญมณี อีกทั้งยังมีฆ้อง
กระจายเสียง และหุบเขาขนาดใหญ่ของผู้คุมกฎ
ปรากฏอยู่เบื้องหน้าผ่านสายตาของเขาลูกแล้วลูกเล่า
นี่คือความงดงามของนิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่งเป็นที่
นิยมชมชอบมากที่สุด!
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะอยู่ที่นี่เพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ
เท่านั้น แต่บอกได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้คือบ้านหลังที่
สองของเขา! ที่นี่มี เสิ่น อู๋เต้า ,เฟิง ซัวหยา ,ซู
หยานหลี่ , และ ชิงเหมิง … หากเขากล่าวตามจริง
แล้ว ตัวเขานั้นหลงรักเทือกเขา และ แม่น้ า แห่งนี้
อย่างสุดซึ้ง เป็นสถานที่ที่เขาได้มีโอกาสก้าวเดินไป
ตามความฝัน!
” ก่อนหน้านี้ข้าได้กล่าวว่า เหตุการณ์ส าคัญภายใน
เทือกเขาคราม มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้ามาก เจ้าจะต้อง
เตรียมใจเอาไว้บ้าง”
เฟิง ซัวหยา ตั้งใจจะพา อู่ อวี้ ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
” ขอรับท่านอาจารย์ ”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็ลดความเร็วลง แล้วร่อนลง
จากบนฟากฟูาสู่ใจกลางของเทือกเขาคราม พวกเขา
ทั้งสองได้ทะลุผ่านเมฆหมอกหลายชั้น เข้าสู่อาณาเขต
บริเวณของนิกายกระบี่สวรรค์
” เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่ามีอะไรแตกต่างออกไป? ”
หลังจากที่พวกเขาร่อนลงมา และ ยังคงยืนอยู่บน
กระบี่บิน เฟิง ซัวหยา ก็เอ่ยถามขึ้น
“แตกต่าง?”
อู่ อวี้ จ้องมองลงไปยังแม่น้ าล าธารที่อยู่ในเทือกเขา มี
ต้นไม้เขียวชอุ่ม ขึ้นเรียงรายอยู่ตามแม่น้ าล าธาร มี
วิหคโบยบิน และ ดอกพฤกษาส่งกลิ่นหอมหวนตลบ
อบอวล…
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเช่นก่อนหน้านี้!
แต่มีบางอย่างที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย!
“ข้าพบมันแล้ว กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเทือกเขา
คราม ช่างหนาแน่น และ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอะไร
เช่นนี้!”
ความจริงแล้ว การที่เขาเพิ่งกลับมาจากดินแดนแห้ง
แล้งอย่างอาณาจักรบูรพาเย่ว อู่ ท าให้เขาตระหนักถึง
กลิ่นอายที่อัดแน่นอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ถึงแม้ว่าเรื่อง
นี้จะเป็นเพียงเรื่องปกติธรรมดา แต่ปัญหาก็คือ กลิ่น
อายที่อัดแน่นอยู่ในสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าทรงพลัง
และ น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง! อาจพิจารณาได้ว่านี่
เป็นความมหัศจรรย์ ที่ไม่สามารถหาค าตอบได้
ภายในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายฟูาดิน
เช่นนี้ ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกสดชื่นอย่างที่สุด ถึงแม้จะเป็น
เพียงการสูดลมหายใจ แต่ก็เป็นเหมือนกันการสูดเม็ด
ฝนเข้าไปหนึ่งเม็ดใหญ่
หากย้ายเหล่ามนุษย์ปถุชนมาไว้ในสถานที่แห่งนี้ การ
มีชีวิตอยู่ถึง 100 ปี ย่อมมิใช่ปัญหา
ในสภาพแวดล้อมที่หนาแน่นไปด้วยกลิ่นอายฟูาดิน รู
ขุมขนทั่วทั้งร่างกายของเขา สามารถดูดซับพลังนี้เข้า
สู่ร่างกายได้ บัญญัติก่อก าเนิดทั้งสองจุด ซึ่งอยู่ภายใน
ร่างกายได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จน
ตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า อู่ อวี้ อยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์
ที่สุด
” กลิ่นอายที่หนาแน่น และ เข้มข้นนี้ อย่างน้อยก็
หนาแน่นกว่าก่อนหน้านี้ถึงหนึ่ง หรือ สองเท่า…” อู่
อวี้ กล่าวขึ้นอย่างตกตะลึง ความจริงแล้วเขาได้ศึกษา
“แผนภูมิดินแดนเทพตงเสิ้ง” ท าให้เขาล่วงรู้ถึงข้อมูล
ต่างๆ ภายในเทือกเขาครามนี้เป็นอย่างดี เทือกเขานี้
เกิดขึ้นมาจาก การหลอมรวมของชีพจรวิญญาณ
จากนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้น และ กลายเป็นหุบเขา
เซียน แล้วนิกายกระบี่สวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นบนสถานที่
แห่งนี้
เหตุการณ์ที่เส้นชีพจรวิญญาณหลอมรวมบรรจบกันนี้
เป็นประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานับหมื่นๆปีแล้ว
โดยทั่วไปแล้ว ชีพจรวิญญาณที่อยู่ใต้ดินจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนการ
เปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้น ก็ผ่านมาอย่างน้อย
แล้วหนึ่งหมื่นปี ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
อย่างกระทันหัน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย
” เจ้าคิดผิดแล้วล่ะ มันเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าต่างหาก
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย” เฟิง
ซัวหยา ที่ก าลังพาเขาบินไปเบื้องหน้า ได้กล่าวขึ้น
ด้านข้าง
“สามเท่า!”
อู่ อวี้ รู้สึกแทบไม่อยากจะเชื่อ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันหมายความว่าเช่นใด?” เฟิง
ซัวหยา ถามขึ้น
อู่ อวี้ แสดงท่าทีประหลาดใจอยู่ชั่วครู่
“นิกายกระบี่สวรรค์จะมีความแข็งแกร่งกว่ากอง
ก าลังของ เหล่าพรรค และ นิกายอื่นๆ อย่างน้อยสาม
เท่า ซึ่งนิกายกระบี่สวรรค์จะเปรียบเหมือนดั่งขุนเขา
ที่พวกมันมิอาจก้าวข้ามได้ ” เฟิง ซัวหยา กล่าว
” นี่กล่าวได้ว่าเป็นข่าวดียิ่งใช่หรือไม่? ” เมื่อได้รับ
ฟังค ากล่าวนี้ อู่ อวี้ ก็เข้าใจว่าเพราะเหตุใด เฟิง
ซัวหยา จึงเรียกศิษย์ของเขากลับมา
” ถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ตราบใดที่คว้าโอกาสนี้
เอาไว้ได้ นิกายกระบี่สวรรค์ของข้า ก็จะมีความ
แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า! ” เฟิง ซัวหยา กล่าวขึ้น
พร้อมกับหัวเราะเย้ยหยัน ในเวลานี้ดูเหมือนว่าเขา
ก าลังจะพา อู่ อวี้ ไปยังยอดเขาหยานหลี่ หลังจาก
มาถึงสถานที่แห่งนี้ อู่ อวี้ ก็พบว่าพลังฟูาดินบนยอด
เขานี้ หนาแน่นมากกว่าเดิมถึงสี่เท่า
กล่าวได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นประโยชน์แก่ผู้ฝึกตน
ในวิถีแห่งเต๋าสูงสุดอย่างไม่เกินเลย
“ท่านอาจารย์”
ซู หยานหลี่ สวมใส่อาภรณ์สีขาวสง่างาม โม่ ซือซู
ยังคงแต่งกายด้วยชุดบัณฑิต อีกทั้งยังมีผู้อาวุโสหลาย
คนยืนอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น เฟิง ซัวหยา พา อู่ อวี้
ร่อนลงมายังเบื้องล่าง เขากวาดตามองไปรอบๆ และ
พบว่าสถานที่แห่งนี้ก็คือหลุมฝังศพของ เสิ่น อู๋เต้า ซึ่ง
ณ ตอนนี้ก าลังถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คน
” ศิษย์น้องเล็ก เจ้ากลับมาแล้ว พวกเราคิดถึงเจ้า
แทบแย่ ข้าได้ข่าวว่าเจ้าจัดการผู้ฝึกตนนอกรีต ที่มี
ระดับการฝึกตนอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ
สอง ช่างน่าตกใจยิ่งนัก!” โม่ ซือซู สะบัดคลี่พัดจีบใน
มือของตนเอง เอ่ยถามพร้อมพุ่งทะยานมาด้านหน้า
” ถอยออกไปได้แล้ว ”
เฟิง ซัวหยา จ้องมองไปที่เขา
โม่ ซือซู ยิ้ม ตัวของเขาค่อนข้างคุ้นเคยกับลักษณะ
นิสัยของ เฟิง ซัวหยา มานานแล้ว ดังนั้นเขาเลยหลีก
ทางให้ จากนั้นก็หันไปขยิบตาให้กับ อู่ อวี้ ท่าทาง
และ ลักษณะนิสัยของเขาช่างน่าตลกขบขันเป็นอย่าง
ยิ่ง
จิตใจของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ จดจ่อไปยังสิ่งที่อยู่เบื้อง
หน้า
“ท่านลุงเสิ่น!”
เมื่อฝูงชนที่อยู่ด้านหน้าเปิดทางให้แก่เขา อู่ อวี้ ก็
มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลุมฝังศพที่เขาเคยท าให้
ไว้กับ เสิ่น อู๋เต้า บัดนี้ไม่ว่าจะเป็นหลุม หรือ โลงศพ
มันได้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น อีกทั้งยังถูกแทนที่
ด้วยหลุมกว้างประมาณ 1 จ้าง (3.3 เมตร) เมื่อมอง
ลงไป ไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดของหลุมนี้ได้!
“นี่มันหมายความว่าเช่นไร!”
” ผู้ใดขุดหลุมไว้ที่นี่ แล้วร่างของท่านลุง เสิ่น อู๋เต้า
อยู่ที่ไหน? แล้วหลุมฝังศพของเขาล่ะ? ”
อู่ อวี้ มีโทสะขึ้นมาอย่างฉับพลัน นี่คือผู้ที่เขาให้ความ
เคารพนับถือมากที่สุด เขาผู้นี้ยอมท าทุกอย่างให้กับ
ข้า!
“ศิษย์น้อง อย่าตื่นตระหนกไป ฟังข้าก่อน”
ซู หยานหลี่ เดินออกมาด้านหน้า เมื่อเห็นใบหน้าอัน
งดงาม สงบนิ่งของนาง อู่ อวี้ ก็รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
” ไม่มีผู้ใดไปเคลื่อนย้ายหลุมฝังศพของ เสิ่น อู๋เต้า
วันหนึ่งได้เกิดเรื่องแปลกประหลาดขึ้น ข้าได้ยินเสียง
บางอย่างเคลื่อนไหว จึงรีบมาที่นี่อย่างรวดเร็ว ข้าได้
พบว่าหลุมฝังศพกับสิ่งอื่นๆได้หายไปจนหมดสิ้น และ
ถูกแทนที่ด้วยหลุมลึกอย่างที่เจ้าเห็นเนี่ยแหละ
จากนั้นก็มีกลิ่นอายจากพลังฟูาดินพวยพุ่งออกมาจาก
หลุมลึกนี่อย่างมหาศาล ซึ่ง ‘น้ าพุแห่งพลังฟูาดิน’ ได้
ก่อตัวขึ้นมาจากที่นี่ และนี่เป็นเหตุผลว่าท าไม
เทือกเขาครามถึงได้มีกลิ่นอายพลังฟูาดินหนาแน่นขึ้น
ถึงเพียงนี้ เดิมทีข้าคิดว่าหลุมฝังศพได้ถูกน้ าพุแห่ง
พลังฟูาดินดันจนหลุดลอยออกไป แต่เมื่อพยายาม
ตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ข้ากลับ
ไม่พบสิ่งใดเลย ”
เพราะเหตุนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท าไมอาจารย์ เฟิง
ซัวหยา ถึงได้กล่าวว่าเรื่องนี้มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับ
ตัวเขา
หลุมฝังศพของ เสิ่น อู๋เต้า หายไป ได้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้นกับชีพจรวิญญาณ ในเทือกเขาคราม
อย่างไม่คาดฝัน น้ าพุพลังฟูาดินเกิดขึ้นที่นี่ และ พวย
พุ่งออกมา!
“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”
หลุมฝังศพ และ โลงศพของ เสิ่น อู๋เต้า หายไป อู่ อวี้
ไม่รู้ว่าเขาใจอธิบายเรื่องนี้ให้ เสิ่น อู๋เต้า ที่จากไปแล้ว
ฟังยังไง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ