กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 81 : พยัคฆ์ไม้เหินหาว
ในยามนี้เขาเหลือเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ เพียง
แค่ 2 เม็ดเท่านั้น ซึ่งต่อให้เขาดูดซับมันจนหมด ก็ไม่
สามารถท าให้เขาทะลวงจุดบัญญัติก่อก าเนิดจุดที่ 3
ได้แต่ประการใด ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตัดสินใจเก็บเม็ดยา
เหล่านี้เอาไว้ก่อน
หลังจาก ซู หยานหลี่ จากไป เขาก็เริ่มขบคิดหา
หนทางบ่มเพาะพลังด้วยตนเอง
” ยังเหลือบัญญัติก่อก าเนิดอีก 3 จุด ฉะนั้นตอนนี้
ข้าจ าต้องเตรียมพร้อม ส าหรับการสร้างรากฐาน
เซียน”
ก่อนที่ ซู หยานหลี่ จะจากไป นางได้ทิ้งคัมภีร์หนึ่ง
เล่ม ให้กับเขา มันมีชื่อว่า ” มหาคัมภีร์รากฐานเซียน ”
คัมภีร์เล่มนี้มีค าแนะน าในการสร้างรากฐานเซียนนับ
หมื่นวิธี อู่ อวี้ จึงเตรียมตัวท าความเข้าใจการสร้าง
รากฐานเซียน เผื่อไว้ส าหรับภายภาคหน้า หากเขา
ได้รับโอกาสยิ่งใหญ่นั้น
“ข้าบ่มเพาะกายาเพชรอมตะ จนบรรลุขั้นหลอม
รวมลมปราณระดับที่ 1 จากนั้น ข้าใช้เม็ดยาหลอม
รวมลมปราณไปมาก เพื่อเปิดบัญญัติก่อก าเนิดจุดที่ 2
เนื่องด้วยเพราะความเร่งรีบ ส่งผลให้การหลอมรวม
ลมปราณ จุดบัญญัติก่อก าเนิดของข้านั้นยังไม่สมดุล
ด้วยเพราะความเร่งรีบในทะลวงผ่านมากเกินไป
ส่งผลให้ตอนนี้ข้ากลายเป็นยาจก เหลือเม็ดยาล้อม
รวมลมปราณอยู่แค่ไม่เท่าไหร่ ”
แถม เฟิง ซัวหยา ก็ยังไม่ยอมมอบเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณเพิ่มให้แก่เขา
ประการแรกก็เพื่อความเป็นธรรม ส่วนประการที่สอง
เขาปรารถนาให้ อู่ อวี้ เพิ่มความแข็งแกร่งด้วยตนเอง
” แต่ข้ามี ‘ กายาเพชรอมตะ ’ หนทางในภายหน้า
ข้าจะต้องเพิ่มสมรรถภาพทางกายอีกครั้ง เพื่อให้
ทะลวงจุดยกระดับในขั้นของหลอมรวมลมปราณที่
ร่างกายของข้ายังไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่ถ้าสามารถ
ดูดซับ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ มันจะสามารถท า
ให้ข้าสามารถเปิดจุดบัญญัติก่อก าเนิดได้อย่างรวดเร็ว
”
แต่แน่นอนว่าในตอนนี้ ‘ยอดเขาเทียมฟูา’ เปี่ยมล้นไป
ด้วยกลิ่นอายพลังฟูาดินที่แข็งแกร่งเข้มข้น นอกจากนี้
อู่ อวี้ ยังมีคุณสมบัติพิเศษไม่ธรรมดานั่นคือ เขา
สามารถดูดซับพลังฟูาดินได้เร็วกว่าคนทั่วไป ท าให้
หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน หรือ อาจจะหกเดือน
เขาจะต้องประสบความส าเร็จในการเปิดจุด เสินเห
มิน ที่เป็นจุดที่ 3 อย่างแน่นอน
หลังจาก ซู หยานหลี่ ได้เดินทางจากไป โดยทิ้ง ‘
มหาคัมภีร์รากฐานเซียน ’ ไว้ให้ อู่ อวี้ ก็ครุ่นคิดผล
ก าเนิดชีวิต สรรพคุณของผลก าเนิดชีวิตคือ มันมี
ความสามารถในการฟื้นฟูอยู่ในระดับที่สูงล้ า ถือเป็น
รากฐานเซียนที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง แต่ เจียง จุน
หลิน เคยกล่าวเอาไว้ว่าบิดาของมัน มีรากฐานที่พิเศษ
เห็นได้ชัดว่ามันจักต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
” เจียง จุนหลิน พ่ายแพ้ต่อข้า ถึงแม้ว่ามันจะได้รับ
บาดเจ็บ แต่ก็ไม่ถึงตาย หากมันสามารถเริ่มเปิดจุด
บัญญัติก่อก าเนิดได้อีกหนึ่งจุด มันจะสามารถบ่ม
เพาะและหลอมรวมเข้ากับรากฐานเซียนพิเศษขึ้นได้
ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้พลังของข้าอาจจะต้องตามหลังมัน ”
อีกฝุายกล่าวว่าถ้าพบเจอเขาอีกครั้งจะสังหารให้สิ้น
เห็นได้ชัดว่ามันต้องอยากแก้แค้น จึงไม่ใช่เรื่องน่า
แปลกใจที่ภายใน 1 เดือนนี้มันจะไม่เข้ามาข้องแวะยุ่ง
เกี่ยวกับ อู่ อวี้ คาดว่ามันจะต้องเร่งรีบบ่มเพาะเพื่อ
ผสานหลอมรวมกับรากฐานเซียนชนิดพิเศษที่ว่า
ตอนนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างของ อู่
อวี้ ก็ค่อนข้างมั่นคง และ ราบรื่นสม่ าเสมอขึ้นแล้ว อู่
อวี้ จึงก าลังขบคิดเกี่ยวกับเคล็ดวิชาตรึงกายา เนื่อง
ด้วยเพราะมันเป็นเคล็ดวิชาที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
นอกเหนือจากนี้เขายังคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้อง
ขึ้นไป ‘ เจดีย์ค้นหาเต๋า ‘ เพื่อค้นหาเกี่ยวกับเคล็ดวิชา
ที่จะน าไปสู่เส้นทางแห่งเต๋า
” เจดีย์ค้นหาเต๋า อยู่ใกล้กับยอดเขาทงเทียน ”
อู่ อวี้ ขี่นกกระเรียน มุ่งไปยัง ‘ เจดีย์ค้นหาเต๋า ’ นี่
คือนกกระเรียนที่เขาเคยดูแลมาก่อนด้วยตัวเอง อู่ อวี้
บินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มุ่งไปยัง ‘เจดีย์ค้นหาเต๋า’
” นี่คือศิษย์ผู้สืบทอดคนใหม่มีนามว่า ‘ อู่ อวี้ ’ ”
” ข้าได้ยินว่า เขาเพิ่งกลับมาจากโลกมนุษย์ ”
” ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้ยินข่าวคราวของคนผู้นี้ ก็
นับตั้งแต่ที่เขาต่อสู้ในสนามประลองเซียนไท่ ในครั้ง
นั้นเขาได้บดขยี้ศิษย์ผู้มีสถานะสูงส่งอย่าง ซือตู๋ หมิง
หลาง เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างอาจหาญ อีกทั้งยังมีความ
พิเศษอย่างแท้จริง! ข้าผู้นี้ทั้งชื่นชม และ ริษยาในตัว
เขาจริง ๆ! ”
” อดีตของเขาช่างน่าขมขื่น เขาเคยเป็นเพียงแค่
ศิษย์รับใช้มาก่อน แต่เขาก็ยังสามารถดิ้นรนต่อสู้มา
จนมาถึงขั้นนี้ได้ เขาผู้นี้คือแบบอย่างให้แก่ศิษย์ผู้รับ
ใช้ของพวกเราทุกคน! ”
ความยากล าบากที่ อู่ อวี้ ต้องเผชิญมานั้น ส าหรับ
เหล่า ศิษย์ผู้รับใช้ และ ศิษย์สายนอกแล้ว เขาเป็นผู้ที่
มีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง ชื่อเสียงของเขาโด่งดังเสียยิ่ง
กว่าศิษย์หลักหลาย ๆ คน ความนิยมในตัวของเขา
เกือบจะเทียบเท่ากับ ซู หยานหลี่
ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ผู้รับใช้ หรือ ศิษย์สายนอก ทุกคนที่
ได้เห็นเขาต่างแสดงความชื่นชม และ ริษยาในครา
เดียวกัน ส่วนผู้ที่เป็นศิษย์หลักหากเขาได้พบเห็น อู่
อวี้ พวกเขาเหล่านี้จะเข้าไปทักทายพูดคุยกับ อู่ อวี้
เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ไมตรีที่ดีเอาไว้
กล่าวได้ว่า เจดีย์ค้นหาเต๋า มีเพียงศิษย์หลักไม่กี่คน
เท่านั้นที่จะสามารถมาที่นี่ได้ ยิ่งเป็นวันธรรมดาเช่นนี้
สถานที่แห่งนี้จึงมีผู้คนไม่พลุกพล่านนัก ท าให้ตลอด
ทาง อู่ อวี้ จึงยังไม่ได้พบเจอศิษย์หลักคนอื่น ๆ
หลังจากเดินเร็วมาได้ชั่วระยะหนึ่ง ในที่สุดเขาก็มาถึง
จุดสูงสุดของ ‘ยอดเขาค้นหาเต๋า’ แล้ว บนสถานที่
แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยเมฆหมอก ภายในกลุ่มเมฆ
หมอกนั้น มีเจดีย์สูงที่ดูคล้ายกับโลหะส าริดตั้ง
ตระหง่านอยู่ และกดทับลงมายอดเขาค้นหาเต๋า หาก
ยอดเขานี้ไม่มีความแข็งแกร่งทนทานเพียงพอแล้วล่ะ
ก็ คงไม่สามารถตั้ง ‘ เจดีย์ค้นหาเต๋า ’ ไว้ที่นี่ได้
หากเพ่งมองดูอย่างใกล้ ๆ แล้ว บนพื้นผิวสีทองแดง
ส าฤทธิ์ของเจดีย์แห่งนี้ เต็มไปด้วยริ้วรอยที่ผ่าน
กาลเวลามาแล้วหลายปี อีกทั้งยังมีตะไคร่น้ าเกาะ
กระจายไปทั่ว รวมถึงเถาองุ่น แต่ทว่าของพวกนี้ไม่
อาจปิดซ่อนความยิ่งใหญ่ และ พลังกดดันที่ดูราวกับ
ว่าก าลังต่อต้านสวรรค์ลงได้
อู่ อวี้ ไม่หยุดพัก หรือ ลังเลแม้แต่น้อย เขาตรงดิ่งเข้า
ไปในเจดีย์ บรรยากาศภายในค่อนข้างมืดสลัว อีกทั้ง
ยังเป็นเพียงห้องขนาดเล็ก ไม่มีของตกแต่งใด ๆ มี
เพียงฟูก 1 ชิ้นวางตั้งอยู่ และ นักบวชผู้หนึ่งที่นั่งอยู่
บนฟูกนั้น ซึ่งก าลังนั่งหลับตาเข้าฌาน
คนผู้นี้น่าจะเป็นผู้อาวุโส ซึ่งอุทิศตนเฝูา เจดีย์ค้นหา
เต๋า อู่ อวี้ ไม่รู้จักนามของเขา เขารู้เพียงแค่ว่าเป็นผู้
อาวุโสที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งใน นิกายกระบี่สวรรค์ ว่ากัน
ว่ากฎข้อห้ามของเจดีย์แห่งนี้คือ ห้ามรบกวนผู้อาวุโส
ผู้นี้เด็ดขาด
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วศิษย์หลักที่เข้ามา ณ สถานที่แห่งนี้
จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
เมื่อมองเข้าไปด้านใน ก็จะเห็นประตูทองแดงสัมฤทธิ์
บานหนึ่ง ซึ่งถูกปิดไว้แค่เพียงครึ่งบาน
” ไม่มีผู้ใดอยู่ข้างใน ”
หากมีผู้ใดก าลังท้าทาย ‘เจดีย์ค้นหาเต๋า’ ประตูทอง
สัมฤทธิ์ควรปิดอยู่ นั่นหมายความว่า อู่ อวี้ สามารถ
เดินตรงเข้าไปได้เลย
ซึ่งปรกติแล้วเหล่าอาวุโสผู้มีวรยุทธสูงส่ง จะซ่อนตัว
อยู่ในหุบเขาลึก หรือ ไม่ก็ปุาลึก ซึ่งอาวุโสท่านนี้ก็
ได้รับรู้ในการมาถึงของ อู่ อวี้ แล้ว หลังจากนั้น อู่ อวี้
ก็เดินผ่านผู้อาวุโสท่านนี้ไป จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ปิด
ประตูทองสัมฤทธิ์ แต่กระนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบท่าน
อาวุโสผู้นี้กลับไม่ได้เปิดตาขึ้นเลยแม้แต่น้อย
หลังจาก อู่ อวี้ ได้เปิดเดินผ่านประตูเข้ามา เขาก็
พบว่าด้านในนี้มีขนาดกว้างใหญ่อย่างยิ่ง ในชั้นแรก
ระดับความสูงจากพื้นกว่า 10 จั้ง และ มีความกว้าง
หลายร้อยจั้ง ภายในชั้นแรกนี้สามารถบรรจุคน
มากกว่า 10,000 คน แต่ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะ
กว้างใหญ่มากเพียงใด ผู้ที่เข้ามาท้าทายก็มีแค่เพียง
หนึ่งเท่านั้น จนกว่าคนผู้นั้นจะสามารถท้าทายจนเข้า
สู่ ‘ หอคัมภีร์ ’ ได้ หรือ ออกจากสถานที่แห่งนี้ หรือ
คนแรกเข้าสู่ชั้นที่ 2 ของเจดีย์ค้นหาเต๋าแล้ว คนต่อไป
ถึงจะเข้ามาได้
ลักษณะของ เจดีย์ค้นหาเต๋า จะเป็นรูปทรงกระบอก
ส่วนของผนัง และ พื้น จะถูกท าขึ้นจากทองแดง
สัมฤทธิ์ แน่นอนว่ามันจะมีความแข็งแกร่งทนทาน
ค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากมันผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
ปีแล้วปีเล่า ดังนั้นจึงเกิดร่องรอยหลุมบ่ออยู่ทุกหนทุก
แห่ง ซึ่งยืนยันได้ว่ามีผู้คนจ านวนมากมายนับไม่ถ้วน
ขึ้นมาท้าทายบนเจดีย์แห่งนี้
พื้นที่ภายในปัจจุบัน เป็นลักษณะเปิดโล่ง ตรงบริเวณ
จุดกึ่งกลางเพดานมีคานอยู่ด้านบน ซึ่งในเวลานี้บน
คานนั้นได้มีสาวกหญิงผู้หนึ่งก าลังนั่งอยู่ ในมือของ
นางถือกระจกทองแดง ชิ้นหนึ่ง ใบหน้าของนางถูก
ปิดบังไว้ นางมีเส้นผมยาวสยายเรากับธารน้ าตก
ทรวดทรงของนางดูสง่างามอย่างยิ่ง ท่อนขากลมกลึง
เรียวยาว ๆ ทั้งสองข้าง ก าลังห้อยกวัดแกว่งอยู่กลาง
อากาศ ดูสดใสมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
สตรีนางนี้สวมใส่อาภรณ์สีแดง และ นอกจากกระจก
ทองแดงแล้ว ก็ยังมีวัตถุอื่น ๆ อีก ที่ใช้ส าหรับเอาไว้
แต่งกาย แม้ว่า อู่ อวี้ จะเดินเข้ามา แต่นางก็ไม่แยแส
มองดูเขาแต่ประการใด นางกลับตวัดขายาวเรียวของ
นาง ยกสูงขึ้นแตะขึ้นด้านบนคาน ขณะที่ อู่ อวี้ ก าลัง
ตกตะลึงอยู่นั้น ฉับพลันภายในเจดีย์ก็เกิดการ
สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับว่าแรงสั่นสะเทือน
นี้เกิดขึ้นทั้งเจดีย์
ในที่สุด … การท้าทายก็เริ่มต้นขึ้น!
นี่คือศิษย์หลัก ผู้อยู่ในระดับขั้นหลอมรวมปราณ แม่
นางผู้นี้ได้อุทิศตน เพื่อช่วยเหลือบรรดาเหล่าสาวกที่
เข้ามาท้าทายภายในเจดีย์แห่งนี้ ว่ากันว่าหากนางได้
ช่วยเหลือให้ผู้ที่เข้ามาท้าทายคว้าชัยชนะได้เป็น
ผลส าเร็จ ในแต่ละเดือนนางจะได้รับเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณเพิ่มขึ้นอีก 1 เม็ด มันเป็นงานที่ได้รับ
ผลตอบแทนที่ดียิ่งกว่า การได้รับหน้าที่ไปเป็นเซียนผู้
พิทักษ์ในอาณาจักรมนุษย์เสียอีก
ตัวอย่างเช่น สาวกหญิงผู้นี้มีหน้าที่ท าหน้าที่เปิด – ปิด
กลไก เพื่อเริ่มการท้าทาย และ ควบคุมกลไกอุปกรณ์
ต่าง ๆ ในการท้าทาย เท่านั้น
หลังจากสับกลไกไปด้านหลัง สตรีผู้นี้ก็หยิบกระจก
ทองแดงขึ้นมาส่องหน้าต่อ รูปโฉมของนางก็จัดได้ว่าดู
สง่างามไม่เบา หากสังเกตดูให้ดี ๆ แล้ว รูปโฉมของ
สตรีผู้นี้มีความคล้ายคลึงกับ เยี่ย กู่หยู๋ ผู้ที่ถูกอู่ อวี้
สังหารจนตกตายไป ดังนั้นสตรีนางนี้จัดอยู่ใน
ประเภท ชอบโปรยเสน่ห์ เพื่อใช้ดึงดูดผู้คน
ครืน ครืน ~
ในเวลานั้นเอง ก าแพงทองแดงที่อยู่ด้านหน้าก็เริ่มจม
ลงไป คลื่นแห่งความรู้สึกถาโถมเข้ามา เมื่อ อู่ อวี้
มองเห็นสิ่งที่อยู่หลังก าแพง ดูเหมือนว่ามันคือบางสิ่ง
บางอย่างที่ อู่ อวี้ต้องเข้าไปท้าทาย
“ถ้าไม่ไหวก็ร้องขอความช่วยเหลือ พี่สาวคนนี้จะ
หยุดกลไกให้ หากเจ้ายังมีความฉลาดอยู่บ้าง ก็จงอย่า
เอาชีวิตไปทิ้ง” สตรีนางนี้ยังคงวุ่นอยู่กับผมของนาง
จากนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างไม่แยแส
สิ่งที่อยู่ภายในนั้นได้ดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้
ในทันที ท าให้เขาไม่ได้ยินสิ่งที่นางกล่าว
“สิ่งนี้คือ ‘พยัคฆ์ไม้เหินหาว’ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
กล่าวตามตรง เมื่อกวาดตามองจากปลายสุดด้านหนึ่ง
ไปสู่อีกด้านหนึ่งพยัคฆ์ไม้ตัวนี้มีความยาวมากกว่าสอง
จั้ง (6.6 เมตร) และ มีความสูงอีกหลายจั้ง อย่างไรก็
ตามพยัคฆ์ไม้ตัวนี้เกิดจากการรวมกันของบล็อกไม้
ขนาดเล็ก และ ใหญ่มากกว่าพันชิ้น แต่เมื่อน ามา
ประกอบรวมกันแล้ว ราวกับว่าใช้เพียงบล็อกไม้ไม่กี่
ชิ้นมาประกอบรวมเป็นพยัคฆ์ร้ายที่แสนเกรียงไกร
เช่นนี้ พยัคฆ์ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากทักษะวิชาที่แสน
ลี้ลับ
วิชาลึกลับที่ใช้สร้างพยัคฆ์ไม้ตัวนี้ขึ้นมา มีค าเรียกขาน
ในเหล่าผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋าว่า ‘เคล็ดวิชากลไกลี้ลับ’
ในโลกมนุษย์ อู่ อวี้ มีความเข้าใจในเคล็ดวิชากลไกลี้
ลับพอสมควร เช่นหน้าไม้สงคราม เครื่องยิงหิน ฯลฯ
แท้จริงแล้วมันมีต้นแบบมาจาก ‘เคล็ดวิชากลไกลี้ลับ’
นอกจากนี้ภายในกองทัพยังมีผู้เชี่ยววชาญใน ‘เคล็ด
วิชากลไกลี้ลับ’ เพียงไม่กี่คนเท่านั้น พวกเขามีความ
ฉลาดเป็นอย่างยิ่ง และมักจะสร้างอุปกรณ์กลไกที่น่า
เหลือเชื่อของมาอยู่เสมอ และอุปกรณ์กลไกเหล่านี้
มักจะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์ภายใน
สงครามอยู่บ่อยครั้ง
แน่นอนว่า อุปกรณ์กลไกที่พวกเขาสร้างขึ้นมานั้น ยัง
ถือว่าห่างไกลจากระดับที่สามารถสร้าง ‘พยัคฆ์ไม้เหิน
หาว’ อุปกรณ์กลไกของพวกเขา อย่างมากก็ใช้ไม้
และ เหล็กเพียงไม่กี่ร้อยชิ้น แต่พยัคฆ์ไม้เหินหาว นี้
กลับมีชิ้นส่วนอยู่นับพัน
อย่างไรก็ตาม จ านวนของบล็อกไม้นั้นยังต่างกันอยู่
เพียงเล็กน้อย แต่กุญแจส าคัญอยู่ที่ส่วนหัวของพยัคฆ์
เหินหาว ซึ่งมีการวาง ‘วงเวทย์’ เอาไว้ และวงเวทย์นี้
ถือเป็นแกนหลักของ ‘เคล็ดวิชากลไกลี้ลับ’
อาจกล่าวได้ว่ามีวงเวทย์อยู่มากมายหลายชนิด วง
เวทย์ และ สัญลักษณ์เวทย์เหล่านี้ยังถูกน ามาใช้
ประโยชน์อย่างการการสร้างยันต์ ที่เรียกว่า ‘ยันต์
เวทย์’ อีกด้วย อีกทั้งยังถูกน ามาใช้กับศาตราเต๋า
เรียกว่า ‘ศาสตราเวทย์’ และ ยังมีประโยชน์ในการ
ดึงดูดพลังจากสวรรค์และปฐพี แถมยังถูกน ามาใช้
สร้างเป็น ‘ค่ายกลปูองกันขนาดใหญ่’ กับ ‘ข่ายกล
โจมตีขนาดใหญ่’ และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้
‘วงเวทย์กลไก’ ยังถือว่าเป็นหนึ่งในชนิดของวงเวทย์นี้
ด้วย
วงเวทย์กลไกนี้ ช่วยในการท าให้อุปกรณ์กลไกที่ไม่มี
ชีวิต เปลี่ยนแปลงกลายเป็นมีชีวิต และอุปกรณ์กลไก
ที่มีวงเวทเป็นแกนกลางนั้น พวกมันยังสามารถใช้
เคล็ดวิชาต่าง ๆ ออกมาได้เช่นเดียวกัน!
‘พยัคฆ์เหินหาว’ ที่อยู่เบื้องหน้าของเขา บัดนี้มันได้
กระโจนขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับปลดปล่อย ‘มหาวง
เวทย์ผนึก’ ออกมา ถึงแม้อุปกรณ์กลไกไม้ตัวนี้จะดู
สามัญ แต่มันก็มีพลังวัตรเทียบเท่ากับอาชาศึกนับ
หมื่น ๆ ตัว พลังอ านาจของมันนั้น เรียกได้ว่าเกือบจะ
เทียบเท่ากับปีศาจพยัคฆ์ตัวจริงเลยก็มิปาน หากถูก
พยัคฆ์เหินหาวนี้ก็กระโจนใส่ การฉีกกระชากปักษา
เมฆาสวรรค์เป็นชิ้น ๆ ก็มิใช่เรื่องยากเย็น
มีค าร่ าลือกันว่า แม้กระทั่งศิษย์หลักที่อยู่ในขั้นหลอม
รวมลมปราณเข้ามาท้าทาย ก็ยังไม่สามารถผ่านด่าน
พยัคฆ์เหินหาวนี้ไปได้
“แม้แต่ผู้อยู่ในขั้นสร้างแกนนภา ที่สามารถใช้เพลิง
อมตะในการสร้างหลอมยุทธภัณฑ์แห่งเต๋ามากมาย ก็
ยังไม่สามารถท าความเข้าใจวงเวทย์นี้ได้ พวกเขาท า
ได้เพียงคัดลอกวงเวทย์นี้ไปบางส่วน เพื่อน ามาใช้กับ
เครื่องราง ศาสตราเต๋า และ อุปกรณ์กลไก”
“มีคนเคยกล่าวไว้ว่า วงเวทย์ที่ถูกคัดลอกไปกับวง
เวทย์ที่แท้จริงนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้
พลังอ านาจยังแตกต่างกันอย่างมากอีกด้วย เครื่องมือ
กลไกหรือของวิเศษเต๋าที่ใช้วงเวทย์ที่แท้จริงนั้น กล่าว
ได้ว่า มีพลังอ านาจที่อยู่ในระดับสามารถท าลายล้าง
บดขยี้สวรรค์ได้”
ถึงแม้จะเป็น เฟิง ซัวหยา ซึ่งตอนนี้สามารถใช้ศาสตร์
แห่งการหลอมสร้างได้ ในแง่ของการสร้างยุทธภัณฑ์
เต๋าต่างๆ เขากลับสามารถใช้ได้เพียงแค่การวางวง
เวทย์ที่เป็นส่วนคัดลอก มาสร้างเครื่องราง รวมถึง
ศาสตราเต๋า และ อุปกรณ์กลไกต่าง ๆได้เท่านั้น
จึงมีค ากล่าวที่ว่า วงเวทย์ที่สามารถน ามาเทียบเคียง
ได้กับเคล็ดวิชาเต๋า จะต้องเป็นสิ่งที่มีความลับซ่อนอยู่
เป็นแน่แท้!
ศาสตราเต๋าในใต้หล้าแห่งนี้ อีกทั้งเหล่ายันต์
เครื่องราง และ อุปกรณ์กลไก สิ่งของทั้งหมดนี้ล้วน
ก าเนิดมาจากวงเวทย์ทั้งสิ้น!
ถุงจักรวาล พลองพิชิตมาร พยัคฆ์ไม้เหินหาว และ
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์คุ้มกาย … ของวิเศษทุกชิ้นล้วนถูกสร้าง
ขึ้นมาจากวงเวทย์นี้ทั้งสิ้น
แน่นอนว่า ข้อมูลเกี่ยวกับ “เจดีย์ค้นหาเต๋า” นั้น อู่ อวี้
ได้ศึกษามาล่วงหน้าแล้ว ฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขา
จะไม่ตกใจกับ พยัคฆ์ไม้เหินหาว เช่นนี้
ด่านแรกของเจดีย์ค้นหาเต๋าก็คือ พยัคฆ์เหินหาวตัวนี้!
โฮก!!!
พยัคฆ์เหินหาวอ้าปาก แม้กระทั่งเสียงร้องค ารามของ
มันยังเหมือนกับพยัคฆ์ตัวจริง มันตะกุยเท้าทั้ง 4 ข้าง
พุ่งกระโจนมาข้างหน้า กลิ่นอายที่มันปลดปล่อย
ออกมานั้นดูราวกับพยัคฆ์ตัวจริง ทางฝั่งของ อู่ อวี้
ตัวของเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน และ รู้สึกราวกับว่า
ก าลังต่อสู้อยู่กับปีศาจตัวจริง ๆ จนแทบจะไม่สามารถ
สัมผัสได้ถึงข้อแตกต่างเลยแม้แต่น้อย
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
พยัคฆ์เหินหาวกระพือปีกไม้คู่ของมัน ด้วยปีกไม้เช่นนี้
ท าให้มันสามารถบินแค่ได้ในระดับต่ า และ มันได้ใช้
การบินโฉบลงมาในการเข้าโจมตี ด้วยพลังของมันนั้น
มหาศาลจนราวกับสามารถพลิกสวรรค์ได้เลยทีเดียว
ศิษย์สตรีที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจ
แม้แต่น้อย นางยังคงวุ่นอยู่กับการตกแต่งตัวเองต่อไป
ราวกับว่านางไม่ได้เห็น อู่ อวี้ อยู่ในสายตา!
ตูมตูมตูม!
ครั้งแรกที่เข้าปะทะกับพยัคฆ์เหินหาว อู่ อวี้ ไม่อยาก
ที่จะท าลายมันสักเท่าไรนัก
แต่อย่างไรแล้วมันก็ไม่มีวิธีอื่น เพราะชั้นที่เขาตั้งใจจะ
ท้าทายไปให้ถึงในวันนี้ก็คือชั้นที่ 4!
โฮกกกก!
พลองพิชิตมารถูกฟาดเข้าใส่ พยัคฆ์เหินหาวที่ก าลัง
กระโจนบินเข้ามา ร่างของพยัคฆ์ฉีกกระชากออกเป็น
2 ส่วน พร้อมกับบล็อกไม้ และ เศษไม้ สาดกระจาย
ไปทั่วทั้งท้องฟูา
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ