กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 848: แมวหมื่นผสาน
พื้นฐานฝึกตนของอีกฝ่ายอยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะ ขั้นที่ 10
อันที่จริงหลายคนก็ยังคงติดอยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ ขั้นที่ 10
เพราะการขึ้นสู่ระดับสามภัยพิบัติหาเต๋าเป็นเรื่องที่ยาก
มาก
อู่ อวี้ เอาชนะคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 10 มาได้ไม่น้อย ดังนั้นแม้ว่านางจะเป็นตัวตนอัน
สูงศักดิ์เพียงใด ทว่านางก็ไม่สามารถเทียบกับเหล่ารัช
ทายาทชายหญิงที่แท้จริงได้ จึงมีความมั่นใจอย่างใหญ่
หลวงว่าตนเองจะสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ยาก
นัก
ในสถานการณ์ปัจจุบัน หากเขาต้องการจะครอบครอง
หยาดเพลิงวิญญาณเซียน จำต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้
เสียก่อน ไม่เช่นนั้นฝ่ายตรงข้ามคงจะมาพัวพันวุ่นวาย
กับตนเองไม่เลิกรา
หลังจาก เย่ซีซี พูดคุยเพียงไม่กี่คำก็ทำให้นางมีโทสะจน
หัวฟัดหัวเหวี่ยง นางเอื้อมออกไป พร้อมกับนำศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณออกมา สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือระฆัง
ที่มาพร้อมกับเสียงดังก้องกังวานกระจ่างใส เมื่อสั่น
ระฆังเบา ๆ เพียงครั้ง เสียงของมันก็ทะลุทะลวงสั่น
สะท้านไปยั้นจิตวิญญาณ
หลังจากได้ยินเสียงนี้ทำให้คนฟังรู้สึกปวดเศียรเวียน
เกล้าอย่างที่สุด
“ เมื่อเห็น ‘กระดิ่งวายุเสียงวิญญาณหลง’ ของข้าแล้ว
เจ้าจงรีบยอมแพ้ซะตอนนี้ จะถือว่ายังไม่สายเกินไป
หากเชื่อฟังคำของข้า ประมุขน้อยผู้จะไม่รังแกผู้อื่น แต่
ถ้าเจ้ายังไม่ยอมรามือ ข้าจะทำให้เจ้าร้องไห้ขี้มูกโป่ง
หากไม่เชื่อก็ลองดู ? ” เย่ซีซี ทำตาโตเบิกกว้าง พร้อมกับ
พูดจาข่มขู่ อู่ อวี้ แม้แต่เจ้าแมวสีขาวที่ยังอยู่ในอ้อมแขน
แสดงท่าทางสุขสบายเต็มที่ แต่สายตาของมันที่จับจ้อง
มายัง อู่ อวี้ กลับแสดงท่าทางข่มขู่ไปด้วย
” สาวน้อย เจ้าจะเอาจริงหรือนี่ ” ทั้งท่าทางและคำพูด
ของนางทำให้ อู่ อวี้ ขบขันจนน้ำตาไหล ระหว่างที่เขา
พูด ทันใดนั้นหมอกควันสีดำ ก็พวยพุ่งออกมาจากแขน
เสื้อของเขา ควันดำฉับพลันมาปรากฎอยู่เบื้องหน้าเย่ซีซี
พร้อมแปรเปลี่ยนกลายเป็น อู่ อวี้ ผู้มีเรือนผมสีขาวดวง
เนตรสีโลหิต ถือจับพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงเอาไว้ในมือ
ร่างกลืนสวรรค์เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งมาร เมื่อเขา
เงยหน้าขึ้นมองโดยใช้ดวงเนตรสีโลหิตจับจ้องไปยัง เย่ซี
ซี นางก็แสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด
” นี่มันอะไรกัน!? ภูตผีเช่นนั้นหรือ!? ช่างน่ากลัวอะไร
เยี่ยงนี้!!!” เย่ซีซี ก้าวถอยหลังความหวาดกลัวอย่างสุด
ขีด ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง
“ง๊าวววว!!!” เจ้าแมวขาวขนตั้งชูชันหวาดกลัวสุดขีด
เช่นเดียวกัน
” ข้าจะจัดการเจ้าเอง ” ร่างกลืนสวรรค์แสยะยิ้มอย่าง
เย็นชาแล้วร่างก็ค่อย ๆ เลือนหายไป ในมือถือจับพิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิง พุ่งฝ่าทะลวงความมืดมิด ลงมือจู่โจม
ในทันที! ในตอนแรก อู่ อวี้ คิดใช้พิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิงเข้าโจมตี หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ทว่าตอนนี้
กลายเป็นว่าเขาต้องใช้พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงพุ่งเข้า
โจมตี เย่ซีซี แทน ทำให้ขณะเดียวกันเขาจึงใช้โอกาสนี้
ขบคิดหาวิธีจับหยาดเพลิงวิญญาณเซียนไปพลาง
จากนั้นค่อยเรียกร่างอวตารกลับมาแล้วใช้เมฆาตลบฟ้า
รีบกระโดดออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากกระโดดหนีออกมาได้แล้วก็ค่อยใช้ พิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิง กำราบหยาดเพลิงวิญญาณเซียนให้
เชื่อฟังอยู่ใต้อาณัติ ทว่าสิ่งที่อันตราย คือกระบวนการ
เก็บเกี่ยวหยาดเพลิงวิญญาณเซียน เพราะเขาจะนำ
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนเข้ามาผสานกับดวงของตนเอง
โดยเริ่มแรก อู่ อวี้ จำเป็นต้องใช้กายเนื้อต่อต้านพลัง
ของมันก่อน ทั้งหมดก็เพื่อให้ตนรู้ถึงพลังของ หยาด
เพลิงวิญญาณเซียน เขาจะได้พอเตรียมใจบ้าง
ด้วยเหตุนี้ร่างต้น และ ร่างกลืนสวรรค์ของเขา จึงแยก
ย้ายทำภารกิจของตนเองอย่างชัดเจน โดยให้ร่างกาย
กลืนสวรรค์ไปจัดการกับเย่ซีซี ส่วนร่างต้นของเขาก็มา
ไล่ล่าหยาดเพลิงวิญญาณเซียน หลังจากจิตเทวะของเขา
สามารถแยกออกเป็น 2 ดวง ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะใช้งาน
จิตเทวะทั้งสอง
เมื่อ อู่ อวี้ งัดไม้นี้ออกมาใช้ เย่ซีซี ก็รู้สึกว่าตนเองกำลัง
ถูกรังแก มันยิ่งทำให้นางโมโหมีโทสะมากยิ่งขึ้น นางต้อง
เผชิญหน้าต่อสู้กับร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ นาง
พยายามดิ้นรนต่อสู้โต้กลับด้วยการสั่นกระดิ่งวายุเสียง
วิญญาณหลง ชั่วครู่กระดิ่งวายุเสียงวิญญาณหลงก็
ปรากฏขึ้น ทุกครั้งที่สั่นกระดิ่งวงเวทนับร้อยนับพันจะ
เกิดการสั่นสะเทือน เสียงกระดิ่งกึกก้องกัมปนาทที่ดัง
ขึ้นล้วนแปรเปลี่ยนแตกต่างไปนับพัน
” ท่วงทำนองราตรีวิญญาณหวน! ”
หากเย่ซีซีสั่นกระดิ่งในยามราตรี จะยิ่งทำให้พลัง
อานุภาพของกระดิ่งสามารถสำแดงเดชได้อย่างเต็มที่
เฉกเช่นดั่งวิญญาณเริงระบำ ส่งผลให้พลังของศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณแสดงแสนยานุภาพออกมาได้
อย่างเต็มที่ ยิ่งอยู่ในค่ายกลนี้ด้วยแล้ว ท่วงทำนองอัน
ไพเราะเสนาะหูยิ่งดังก้องกังวาน สามารถขับกล่อมจิตใจ
ของผู้คนให้สงบลงได้ ราวกับว่าสามารถขจัดปัญหาทุก
สรรพสิ่งบนโลกให้ออกไปได้ จิตวิญญาณดำดิ่งลงสู่ห้วง
ลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วในที่สุดผู้ที่ได้สดับรับฟังสุรเสียงนี้
จะจมลงสู่ห้วงภวังค์นิทราการหลับใหลอย่างล้ำลึกแยก
จากโลกความจริงอย่างสมบูรณ์ เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ก็
เป็นเรื่องยากที่คนผู้นั้นจะลืมตาตื่นขึ้นมาได้ ยิ่งไปกว่า
นั้นขณะที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์หลับใหล ไม่ว่าผู้ใดก็
สามารถสังหารเขาได้
ท่ามกลางโลกอันมืดร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้สัมผัส
กับพลังท่วงทำนองราตรีวิญญาณหวน ไม่นานนักร่าง
กลืนสวรรค์ก็ได้รับผลจากพลังนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลัง
ดังกล่าวโจมตีวิญญาณโดยตรง ดังนั้นร่างกลืนสวรรค์จึง
ตกอยู่ห้วงภวังค์หลับใหล ไม่ต้องพูดถึงการยกกระบี่
ขึ้นมาสวนกลับ เย่ซีซี แค่จะขยับเขยื้อนยังยากเลย
อย่างไรก็ตาม ถ้าพลังโจมตีดังกล่าวนำไปใช้กับผู้อื่นคง
เป็นเรื่องง่ายที่คนเหล่านั้นจะถูกกำราบอย่างราบคาบ
แต่ไม่ใช่ อู่ อวี้ ร่างต้นที่เป็นกายเนื้อของเขากำลังไล่ล่า
หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ดังนั้นช่วงเวลานี้ เขาจึง
ระเบิดเคล็ดวิชาเต๋าสวนกลับฝ่ายตรงข้ามไปทันที
“เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล!”
เสียงวานรร่ำไห้ดังก้องกังวานแจ่มชัด ผสานเข้ากับ
ท่วงทำนองวิญญาณหวน ยามนี้คลื่นเสียงทั้งสองห้ำหั่น
เข้าใส่กัน แม้ว่า อู่ อวี้ จะใช้ออกด้วยเขตแดนโลหิต
กำสรวลอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ไม่สามารถต่อกรกับ
ท่วงทำนองวิญญาณหวน ได้ ทว่าอย่างน้อย ๆ เขาก็
สามารถทำให้ร่างกลืนสวรรค์หลุดออกจากวังวนแห่งจิต
ได้ แล้วในชั่วพริบตานั้นเอง พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงที่อ
ยู่ในมือของร่างกลืนสวรรค์ พลันถูกตวัดจู่โจมออกไป
ในทันที!
ฟูมมม!
พิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬ!
หนึ่งกระบี่ทะลวงแทง เงากระบี่พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้า
คลั่ง เพียงชั่วพริบตา ตัวกระบี่ก็แตกกระจายออก
กลายเป็นพิรุณจำนวนนับไม่ถ้วน โหมกระหน่ำโปรย
ปรายลงมา ทุกสรรพสิ่งภายในพิภพอันมืดมิดล้วนถูก
พิรุณกระบี่แช่แข็ง เพียงชั่วอึดใจทั่วทั้งโลกหล้าก็ถูกแช่
แข็งในบัดดล เป็นผลให้เย่ซีซีต้องต้านรับการจู่โจมจาก
พิรุณกระบี่ที่โหมกระหน่ำสาดเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ความหนาวเย็นอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้นางที่เติบโต
ขึ้นมาในพิภพอเวจีรู้สึกอึดอัดอย่างไม่น่าเหลือเชื่อ
จนนางไร้ซึ่งหนทางอื่น กระทำได้เพียงหยุดยั้ง
ท่วงทำนองวิญญาณหวนเอาไว้เท่านั้น ชั่วอึดใจต่อมา
นางก็ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋า โดยพยายามต้านรับและ
หลีกเลี่ยงการโจมตีจากพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของ อู่
อวี้ อย่างสุดกำลัง สามารถแลเห็นได้ว่าสีหน้าย่ำแย่ลงยิ่ง
กว่าเดิม พวงแก้มของนางแดงปลั่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้
แล้วในท้ายสุดนางก็นำศาสตราวิถีแท้ชิ้นอื่นออกมา นี่
คือพัดซึ่งมีสีแดงประดุจเปลวเพลิง ภายใต้การร่ายรำ
กวาดผ่าน ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณปลดปล่อย
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ เผาผลาญพิรุณวิบัติกระบี่สมุทร
ทมิฬที่จู่โจมลงมาอย่างบ้าคลั่ง!
“เจ้าทำให้ตัวข้าโกรธแล้วนะ! เจ้าคนโง่เขลา ข้าโกรธจริง
ๆ แล้ว!” ไม่คาดคิดว่านางจะโกรธจนหน้าแดงเหมือนจะ
ระเบิด ยามนี้เย่ซีซีถือจับกระดิ่งวายุเสียงวิญญาณหลงไว้
ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ถือจับพัดสีแดงเพลิง
แน่นอนว่านางไม่ได้อุ้มแมวไว้ ดังนั้นเจ้าแมวจึงต้องเกาะ
อยู่ที่อกของนางด้วยตนเอง ซึ่งทางฝั่งของเจ้าแมวเมื่อไม่
มีใครอุ้ม มันก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา ด้วยความโกรธ
เกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่อกของเย่ซีซี
อู่ อวี้ แลเห็นว่าแมวสีขาวหาได้เจาะทะลุอกของนางไม่
แต่ดูราวกับว่ามันได้ผสานหลอมรวมกับเย่ซีซีอย่าง
สมบูรณ์
อู่ อวี้ ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน มันดูราวกับ
ว่า… ทั้งสองได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน
ภาพฉากที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่ามัน
ช่างน่าทึ่งเป็นยิ่งนัก เขาแลเห็นอย่างชัดเจนว่าผมสั้นสี
ดำขลับของเย่ซีซี แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีขาวยืดยาว
สยาย จนดูเสมือนดั่งแผงคอของราชสีห์ ดวงเนตร
กลายเป็นสีฟ้า คมเขี้ยวในปากยืดยาวออกมา ร่างกาย
ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ดูปราดเปรียวแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะมือและเท้า แต่ละนิ้วล้วนมีกรงเล็บแหลมคม
ยืดยาวออกมา ด้วยรูปร่างอันแข็งแกร่งนี้ คงไม่มีผู้ใด
คาดคิดได้ว่า นางกับเจ้าแมวสีขาวตัวใหญ่แสนเกียจ
คร้านจะผสานรวมเข้าด้วยกัน
อู่ อวี้ ตกตะลึง
ส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะได้เห็น ความอัศจรรย์แปลก
ประหลาดจากตน
ทว่ายามนี้เขากลับต้องตกเป็นฝ่าย ที่แลเห็นคนอื่นสร้าง
ความตื่นตะลึงเสียเอง
” ข้าจำได้ว่าสรรพเทวะวิญญาณนี้มีนามว่า ‘แมวหมื่น
ผสาน’ ร่ำลือกันว่ามันมีความสามารถอันน่าอัศจรรย์เป็น
อย่างยิ่ง มันสามารถผสานร่วมเข้ากับร่างของมนุษย์ ไม่
ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต หรือผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะ
แม้กระทั่งปีศาจมันก็ผสานรวมได้ แน่นอนว่าตลอดช่วง
ชีวิต มันสามารถเลือกเจ้านายได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น
หลังจากผสานรวมแล้ว ถึงแม้คนผู้นั้นจะไม่แข็งแกร่ง แต่
มันก็สามารถกระตุ้นพลังอำนาจของผู้เป็นนายขึ้นมาได้
ตัวมันเป็นเสมือนดั่งเครื่องกระตุ้นพลัง ที่ทำให้ความ
แข็งแกร่งของผู้เป็นนาย กระโดดก้าวข้ามระดับไปอย่าง
น้อยหนึ่งขั้น สรรพเทวะวิญญาณที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้
แท้จริงแล้วกลับมาปรากฏอยู่ที่นี่งั้นหรือ? สรรพเทวะ
วิญญาณ ซึ่งถูกบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ ยัง
สามารถถือกำเนิดขึ้นมาได้อีก? ”
หมิงซวงตื่นเต้นอย่างมาก เพียงช่วงสั่น ๆ นางก็พูดพร่ำ
ออกมาไม่หยุด ส่งเสียงกรีดร้องราวกับเด็กได้ของเล่น
แต่แน่นอนว่าคงไม่มีผู้ใดที่ได้แลเห็นสิ่งที่ดูเสมือนดัง
ตำนานเช่นนี้ แล้วคงไม่ตื่นเต้น
“แมวหมื่นผสาน?” อู่ อวี้ แลเห็นว่าหลังจากผสานร่างกับ
แมวตนนี้ ความแข็งแกร่งของเย่ซีซีก็พุ่งทะยานสูงขึ้น
อย่างใหญ่หลวง มันได้ยกระดับขอบเขตการฝึกตนของ
นางเข้าสู่ขั้นต่อไป จนความแข็งแกร่งของนางเกือบจะ
เทียบเคียงได้กับระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ช่างน่า
เหลือเชื่อยิ่งนัก!
น่าเสียดายที่แมวหมื่นผสาน ให้ความสำคัญกับผู้เป็น
นายของตนอย่างยิ่ง หากนางสิ้นชีพ ความสามารถของ
แมวหมื่นผสานก็จะไม่มีผลกับผู้ใดอีก
เขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่ายามนี้เขากำลัง
เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ซึ่งมันอยู่เหนือเกินขอบเขตที่ อู่ อวี้ ตั้งเอาไว้ ไม่คาดคิด
ว่าเย่ซีซีจะทรงพลังถึงเพียงนี้ การได้พบพานคู่ต่อสู้อย่าง
นาง นับเป็นโชคร้ายของตัวเขาเลยก็ว่าได้
ในเวลานี้ เย่ซีซีได้ผสานรวมเสร็จสิ้นแล้ว นางจับจ้อง
มายัง อู่ อวี้ อย่างดุร้าย พร้อมกับกรีดร้องคำราม แล้ว
พุ่งกระโจนเข้าหา อู่ อวี้ ทันที มือหนึ่งถือระฆัง ส่วนอีก
มือหนึ่งถือพัด ทั้งหมดล้วนเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ โดยเฉพาะพัด เมื่อมันถูกตวัดวาดภายในโลก
แห่งลาวานี้ เปลวเพลิงก็ลุกโหมกระหน่ำพวยพุ่งออกไป
ดูเหมือนว่าศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชินนี้ จะมี
ความเกี่ยวโยงกับพิภพอเวจี
นับว่า อู่ อวี้ คิดถูกแล้ว ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ชิ้นมีนามว่า ‘แผนภูมิพิภพอเวจี’
“เวทมังกรปีศาจเพลิงอเวจี!”
ภายใต้การหมุนวนโคจรของพลังศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่ง
วงเวทโจมตีก็ถูกปลดปล่อยออกไปทันที เปลวอัคคีแผ่
ขยายขอบเขตปกคลุมร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ เพียง
ชั่วอึดใจเพลิง ลาวาก็เริ่มเผาผลาญกัดเซาะธารน้ำแข็ง
ทมิฬ จากนั้นพลันหลอมรวมกลายเป็นมังกรตนนึ่ง แผด
เสียงคำราม พุ่งจู่โจมเข้าใส่ร่างทั้งสองของ อู่ อวี้ อย่าง
บ้าคลั่ง!
กล่าวได้ว่าการเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามในเวลานี้
นับว่ายากลำบากเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ คิดว่าหากเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามตรง ๆ เขาจะ
ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเอาได้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้กลยุทธ์
เข้าสู้ ชั่วอึดใจนั้นเอง เขาก็สั่งให้ร่างกลืนสวรรค์กลับเข้า
ไปในเจดีย์ล่องกำเนิด ส่วนตัวเขาก็ใช้ออกด้วยเมฆาตลบ
ฟ้า ก่อนที่การโจมตีบดขยี้ขุนเขาพลิกสมุทรจะพุ่งจู่โจม
เข้ามา เขาก็พลิกตลบ ตีลังกาออกจากวงเวททมิฬ
ย้อนกลับไปในโลกแห่งลาวา
” สาวน้อยผู้นี้แข็งแกร่งจริง ๆ ”
” มั่นใจได้ การผสานหลอมรวมกับแมวหมื่นผสาน มี
ข้อจำกัดอยู่เช่นกัน หากนางผสานสักสองสามครั้ง คาด
ว่านางจะต้องเหนื่อยล้าอย่างแแน่นอน ” หมิงซวงกล่าว
เมื่อ อู่ อวี้ คิดว่าการโจมตีน่าจะผ่านไปแล้ว เขาก็กลับ
เข้ามาอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ เย่ซีซี กำลังปิติ
ยินดี แม้ว่าจะจับตัว อู่ อวี้ ไม่ได้ แต่นางก็คิดว่าสิ่งสำคัญ
ที่สุดในยามนี้คือต้องรีบคว้าหยาดเพลิงวิญญาณเซียนให้
ได้ก่อน แต่ขณะนั้นเอง ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะปรากฏ
กายขึ้นมาอีกครั้ง!
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ