กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 852: ดวงตาแห่งนภาแลปฐพี
อู่ อวี้ เป็นเช่นที่นางกล่าวมาจริงๆ
ผมสีขาวนวลของเขาโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร
เพลิง นัยน์ตาโลหิตจับจ้องมองไปยัง เย่ซีซี พร้อมกับ
กล่าวขึ้นมาว่า “หยาดเพลิงวิญญาณเซียนถูกข้าใช้ไป
แล้ว ถึงแม้เจ้าจะเอาชนะข้าไปก็เปล่าประโยชน์”
เย่ซีซี เอ่ยเถียงขึ้นทันควัน “ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก อย่ามา
ปั่นหัวข้าเสียให้ยาก เมื่อครู่นี้เจ้าก็เพิ่งจะหลอกข้าว่า
น้องสาวของเจ้ามีลักษณะเหมือนข้าอยู่แท้ๆ”
นางยังคิดว่า อู่ อวี้ มีน้องสาว
นางย่างก้าวเข้ามาหา อู่ อวี้ ทำให้เขาจำต้องร่นถอย
อย่างไม่เต็มใจ
“ข้าให้เวลาเจ้า 3 อึดใจ หากยังไม่ส่งมอบมันออกมา ข้า
จะจัดการเจ้าแล้วจริงๆ” เย่ซีซี ข่มขู่ออกมาด้วยสีหน้า
จริงจัง
สตรีนางนี้ดูไม่เหมือนกับชาวกุ่ยเหยียน นางไร้เดียงสา
มากเกินไป จนกระทั่งถึงเวลานี้ยังไม่ลงมือออกมาจริงๆ
แต่กลับคิดที่จะให้ อู่ อวี้ เป็นฝ่ายยอมแพ้ด้วยตนเอง ดู
เหมือนว่าผู้อาวุโสของนางจะชื่นชอบนางมาก นางจึงไม่
มีประสบการณ์ในเรื่องชั่วร้ายแม้เพียงเสี้ยว
“หากเจ้าให้เวลาข้าสัก 10 อึดใจแล้วข้าจะลองพิจารณา
ดู” อู่ อวี้ มองนางด้วยแววตาจริงจัง
“งั้น………ตกลงก็ได้ ข้าจะเริ่มนับแล้วนะ” เย่ซีซี มอง
เขาอย่างระวังๆ เพราะกลัวว่าเขาจะหนีไป จากนั้นนางก็
เริ่มนับ ตั้งแต่ 1 ถึง 10 ขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังก้มหัวลงดู
เหมือนกับว่าเขากำลังจมอยู่ในภวังค์ ทว่าเมื่อ เย่ซีซี นับ
ใกล้จะเสร็จ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นต่อหน้านาง
“เจ้าหัวเราะอันใดกันเล่า?” เย่ซีซี เงยหน้าขึ้นถามอย่าง
ประหลาดใจ “เจ้าตัดสินใจซะ! ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับ
เจ้ามากหรอกนะ”
“ข้าน่ะเหรอ ข้าหัวเราะกับความน่ารักของเจ้าอยู่น่ะสิ”
อู่ อวี้ เอ่ย
“เรื่องนั้นมันแน่นอน แต่ข้ากำลังถามเจ้าเรื่อง หยาด
เพลิงวิญญาณเซียน อยู่นะ” เย่ซีซี แผดเสียงตะโกน
นางมีลางสังหรณ์ว่า อู่ อวี้ จะมาเล่นลูกไม้กับนาง
อู่ อวี้ กล่าวตอบไปว่า “ข้าได้ใช้มันไปแล้วจริงๆ ข้ากำลัง
ฝึกฝนเคล็ดวิชาเนตรประเภทหนึ่ง จึงจำเป็นจะต้องใช้
หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ยามนี้ข้าหลอมรวมมันได้
สำเร็จแล้ว เจ้าอยากจะลองพลังอำนาจของมันดูหน่อย
หรือไม่?”
“ไม่สนใจแล้ว เจ้าไม่รู้จักคำว่าความเมตตาที่หยิบยื่นให้
สินะ!” เย่ซีซี คิดว่าความสามารถของเขานั้นไม่เลว และ
ก็ไม่ได้น่ารังเกียจมากเท่าใด ทว่ายามนี้นางกลับพบว่า
จริงๆแล้วเขาช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก ดังนั้นนางจึงไม่คิดจะ
มอบโอกาสให้กับ อู่ อวี้ อีกเป็นครั้งที่ 2 นางลงมืออออก
ในทันที ทว่าสิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็ปรากฎ เบื้องหน้าของ
อู่ อวี้ ผมสีขาวนัยน์ตาโลหิตนั้น พลันปรากฏวานรสีทอง
ตัวหนึ่งขึ้น มันมีลักษณะที่ดุร้าย อหังการ และสิ่งที่ทำให้
เย่ซีซี รู้สึกหวาดกลัวมากที่สุดคือในขณะนี้ก็คือดวงตาคู่
นั้นของวานร ซึ่งมันมีเหมือนกับว่ามีดวงตะวันฝังเอาไว้
ภายในดวงตานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยอุณหภูมิที่ร้อนแรง
และนางยังสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ หยาดเพลิง
วิญญาณเซียน ได้อีกด้วย!
นางรู้ว่านี่เป็นร่างอีกร่างหนึ่งของ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่าครั้งที่
แล้วจะยังไม่เคยได้เห็นลักษณะของเซียนวานรตัวนี้ก็
ตาม แต่มันได้มอบความรู้สึกเช่นเดียวกันให้กับนาง ทั้ง
ยังดุดันและรุนแรงยิ่งกว่า!
ด้วยรูปร่างที่กำยำ เต็มเปี่ยมพลังกล้ามเนื้ออันแสน
มหาศาล ยังมีฟันและเขี้ยวอันแหลมคม เส้นขนสีทอง
ตามร่างกายที่กำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิง ผนวกกับกลิ่น
อายอันแสนหนักแน่นจนยากจะหายใจ มันได้กระแทก
เข้าไปยังจิตใจของผู้ที่ได้พบเห็น แน่นอนว่าสิ่งที่เด่นชัด
ที่สุดก็คือดวงตาอันแสนร้อนแรงคู่นั้น ที่กำลังลุกโชน!
ปะทุ! และแผดเผา! ราวกับเป็นดวงตะวันที่ส่องประกาย
แผดเผาอยู่บนท้องนภา ยามที่มันกำลังแผดเผา ได้
บังเกิดเป็นเสียงไฟลุกท่วมดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง!
เย่ซีซี จึงตระหนักได้ว่า อู่ อวี้ ไม่ได้โกหกนาง เขาได้นำ
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนไปใช้หลอมรวมเข้ากับวิชาดวง
เนตรของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วจริงๆ
มิผิด อู่ อวี้ ได้หลอมรวมสำเร็จแล้ว ร่างกลืนสวรรค์ของ
เขาถ่วงเวลาเอาไว้ได้สำเร็จ มันได้ยืนหยัดจนกระทั่งเขา
หลอมสกัดได้สำเร็จ นับว่าเป็นการเสี่ยงที่อันตราย
พอสมควร
ในครั้งนี้ อู่ อวี้ จำต้องปลดปล่อยพลังออกมาเป็นครั้ง
แรก ในเมื่อเรื่องมันได้เลยเถิดจนถึงขั้นนี้ และยังดู
เหมือนว่านางจะยังไม่ยอมหยุดมือ ซึ่งบัดนี้เขาจำต้อง
สำแดง เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ ออกมาแล้ว เพราะหาก
ไม่ทำเช่นนั้น ดวงตาของเขาอาจจะระเบิดออกมาก็
เป็นได้
“ระวังด้วย” แม้ว่ากำลังจะโจมตีออก ร่างกลืนสวรรค์ที่
อยู่ด้านข้าง ก็ยังเอ่ยเตือน เย่ซีซี ออกไป
“ฝีมืออันกระจ้อยร่อยเช่นเจ้า ไม่อาจจะข่มขวัญข้าได้”
เย่ซีซี กู่ร้องตะโกนและพุ่งทะยานออกไปเผชิญหน้าทันที
เพียงแต่ว่าก็ยังเชื่องช้ากว่า อู่ อวี้ อยู่เล็กน้อย
ในยามนี้ อู่ อวี้ ได้ปลดปล่อยพลังของ เขตแดนอัคคีตัด
สวรรค์ ที่สะกดข่มมาเป็นเวลานานจนถึงขีดจำกัด
ฟึ่ม ฟึ่ม ฟึ่ม!
ฟ้าดินถึงกับสั่นสะท้านเพราะ อู่ อวี้
ดวงเนตรทั้งคู่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกัน ดวงตา
ข้างหนึ่งดูเหมือนจะมีสีที่จางกว่า ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ดู
จะเข้มกว่า เพียงพริบตาพลันปรากฎลำแสงพวยพุ่งออก
จากดวงตาทั้งสอง ในพริบตาเดียวลำแสงก็ม้วนกวาด
ออกไปทั่วทุกทิศ พร้อมกับพื้นที่โดยรอบราวกับถูกปก
คลุมด้วยเขตแดนเพลิงที่มองไม่เห็น
เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์นั้นแตกต่างกับเขตแดนเนตร
ทองคำ เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์นี้ไร้รูปลักษณ์ แต่ก็มีการ
คงอยู่อันยิ่งใหญ่ เพียงแค่พริบตาเดียวพื้นที่บริเวณนี้ก็
พลิกตลบ ฉีกกระชาก กลิ่นอายความร้อนแรงทั้งหมดที่
อยู่ที่นี่ พวยพุ่งทะยานสู่ท้องนภา กระทั่งปราณหยินอัน
เย็นยะเยือกก็ยังปรากฎอยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างน่าประหลาด
ใจ
ตามตำนานได้ว่าเอาไว้ ความรุ่นโรจน์จะพุ่งทะยานสู่
สวรรค์ ความขุ่นมัวหม่นหมองจะแปรเปลี่ยนเป็นปฐพี
เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ในยามนี้แปรเปลี่ยนอย่างใหญ่
หลวง จนกระทั่งพลังของมันพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
ทว่าบัดนี้ มันไม่ใช่ทั้งฟ้าและทั้งดิน แต่มันคือดวงเนตร
ทั้ง 2 ข้าง! เหนือท้องฟ้าขึ้นไปปรากฏเป็นดวงเนตรสี
แดงเพลิงข้างหนึ่ง มันลุกไหม้แผดเผาดูยิ่งใหญ่ไร้ที่
เปรียบ เมื่อนำมาเทียบกันแล้วยังใหญ่กว่าภาพจำลอง
มิติเพลิงสวรรค์ของ เย่ซีซี อยู่หลายขุม ยามที่ดวงตากลิ้ง
เกลือกจะปรากฎการแผดเผาอย่างรุนแรง ซึ่งมันเปรียบ
ได้ดั่งดวงตาแห่งเทพเซียนที่มิอาจมีสิ่งใดหลุดรอดไปได้
พร้อมกับใต้ฝ่าเท้าได้ปรากฎดวงเนตรอีกข้างหนึ่ง ซึ่ง
สอดคล้องกับดวงเนตรที่อยู่บนท้องนภา ดวงเนตรสีแดง
หม่นนี้ ถึงจะมีความหนาวเย็นจากพลังธาตุหยิน แต่ก็มี
เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่ เพียงแค่เย็นยะเยือกน่าขน
ลุกขนพองยิ่งกว่า ดวงเนตรนี้มีลักษณะที่เหมือนกับดวง
เนตรของคนทั่วๆไป เพียงแต่ว่ามันใหญ่กว่าและดูเย็นชา
ยิ่งกว่า
เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ได้สร้างเป็นดวงเนตรที่อยู่บนฟ้า
และที่อยู่บนพื้นดิน และในขณะนี้ดวงตาทั้ง 2 ข้างก็
กำลังจ้องมองไปที่ เย่ซีซี ทำให้นางต้องรู้สึกหวาดกลัว
จนขนลุกชันขึ้นจนต้องอุทานออกมา“ไอ้หยา นี่มัน
ปีศาจหรืออะไรกันเนี่ย!”
การที่ถูกดวงตาที่อยู่บนท้องฟ้าและพื้นดินจับจ้องมา
เช่นนี้ ไม่ว่าใครล้วนต้องหวาดกลัวเป็นธรรมดา
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ สามารถจากไปได้ทันที และอีก
ฝ่ายก็ไม่มีทางที่จะไล่ตามเขาอย่างแน่นอน กล่าวได้อีก
นัยหนึ่งว่า อู่ อวี้ ไม่คิดที่จะทำร้ายนางแต่แรก เพราะ
หญิงสาวที่มีความบริสุทธิ์และดูน่ารักเช่นนี้ นับว่ามีไม่
มากนัก เขารู้สึกว่า เย่ซีซี ผู้นี้ไม่เลวทีเดียว จึงส่งผลให้
การโจมตีของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์นี้เบี่ยงเบน
คลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย
ตูม!
ดวงเนตรบนท้องฟ้า ดวงเนตรในพื้นดิน แทบจะ
ปลดปล่อยเสาเพลิงออกมาในเวลาเดียวกัน ซึ่งแต่ละข้าง
มีสีสันที่แตกต่างกันเล็กน้อย อย่างไรก็ตามพลังอำนาจที่
พวยพุ่งมาจากด้านบนและด้านล่างก็ได้ปลดปล่อยพลังที่
น่าหวาดกลัวออกมา หลังจากที่ผสานรวมเข้ากับพลัง
อำนาจของหยาดเพลิงวิญญาณเซียน มันได้ทำให้เคล็ด
วิชานี้น่าสยดสยองมากยิ่งขึ้นไม่น้อย เดิมทีตำแหน่งที่ เย่
ซีซี อยู่ เป็นตำแหน่งที่พลังอำนาจของดวงเนตรทั้ง 2
ข้างจะปะทะกัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่า อู่ อวี้ ได้หัก
เหทิศทางการโจมตี ดังนั้นจุดที่ปะทะกันจึงย้ายมาอยู่ที่
เบื้องหน้าของ เย่ซีซี เมื่อพลังอำนาจนี้ปะทุขึ้น ความ
ร้อนและความเย็นพุ่งปะทะเข้าใส่กันโดยดวงเนตรทั้ง 2
ข้างนี้ มันจึงได้เกิดเป็นพลังอำนาจอันทรงพลัง
แรงสั่นสะเทือนที่พุ่งออกมานั้นรุนแรงไร้ที่เปรียบ พลัง
สังหารของมันก็ยังมากกว่าเขตแดนเนตรทองคำอย่าง
เทียบไม่ติด!
ตูมตูมตูม!
ภายใต้การปะทะของสองเสาเพลิงอันรุนแรง คลื่น
ระลอกส่งผลทำให้ เย่ซีซี ต้องถูกพัดกระเด็นลอยออกไป
แน่นอนว่านางได้พยายามต่อต้านแล้ว เพียงแต่ว่าการ
ดิ้นรนทุกอย่างของนางได้ถูก อู่ อวี้ ยับยั้งเอาไว้ได้ ซึ่ง
ฉับพลันนางจึงเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า อู่ อวี้ ไม่ได้มี
เจตนาจะโจมตีนาง
ทว่าพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์นี้
ก็ยังทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวจนต้องก้าวถอย การโจมตี
จากด้านบนและด้านล่างของดวงเนตรทั้ง 2 มันช่างร้าย
กาจจริงๆ ร้ายกาจจนทำให้นางต้องหวาดผวา
ยามนี้ อู่ อวี้ ได้ให้ร่างกลืนสวรรค์กลับเข้าไปอยู่ภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิด หลังจากที่เขาปลดปล่อยพลังอำนาจ
ออกมาจากดวงเนตรแล้ว ในที่สุดดวงเนตรทั้ง 2 ข้าง
ของเขาก็กลับมาเป็นปกติ เปลวเพลิงไม่ได้ลุกโชนขึ้นอีก
ต่อไป เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ที่อยู่ในดวงตาของเขาก็
สงบลง ในที่สุดเขาก็สามารถใช้งานมันออกมาได้อย่าง
สำเร็จสมบูรณ์ ยามนี้เขาไม่รู้สึกหวาดกลัว เย่ซีซี อีก
ต่อไป ดังนั้นเขาจึงได้ก้าวออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ยามนี้ เย่ซีซี ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร นางจึงทะยานไป
เบื้องหน้า ทว่าไม่ได้โจมตีออก ซึ่งเมื่อได้เห็นว่าร่างหลัก
ของ อู่ อวี้ กลับคืนมาอยู่ในรูปแบบของมนุษย์แล้ว นาง
จึงเอ่ยถามขึ้น “ทำไมเจ้าถึงไม่โจมตีข้า ทั้งๆที่เจ้ามี
โอกาสขนาดนี้?”
อู่ อวี้ เอ่ยตอบไป “เจ้ามีสถานะที่สูงส่งถึงเพียงนี้ ข้าไหน
เลยจะกล้าผิดใจกับเจ้า”
อีกฝ่ายจ้องมองมายังดวงตาของเขา พลันกล่าวขึ้นด้วย
โทสะ “เจ้าชิงหยาดเพลิงวิญญาณเซียนของข้าไป ทั้งยัง
ใช้มันไปแล้วอีก เจ้าเชื่อหรือไม่ว่า หากข้าบดขยี้ยันต์
ออกไป ย่อมสามารถเรียกให้ผู้อาวุโสขั้น 3 ภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าปรากฏตัวออกมาในทันที เพียงแค่กระดิกนิ้วก็
สามารถพรากชีวิตของเจ้าได้แล้ว”
“แน่นอนว่าข้าย่อมเชื่อเจ้า” อู่ อวี้ นั้นสามารถจากไปได้
ตลอดเวลา แต่หากว่าเขาสามารถปรับความเข้าใจกับ
สตรีนางนี้ได้มันย่อมดีกว่า ท้ายที่สุดยามนี้เขาก็ยังไม่
เข้าใจว่าอีกฝ่ายหาตัวเขาพบได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงรีบ
เอ่ยถามออกไป “ข้าอยากรู้ว่า ข้านั้นซ่อนตัวได้ยอด
เยี่ยมถึงเพียงนี้ ไยเจ้าหาข้าพบได้?”
เย่ซีซี เอ่ยด้วยท่าทีสดใส “คงกลัวที่จะผิดใจกับข้าล่ะสิ
ถึงแม้เจ้าจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว และถึงข้าจะไม่อยาก
ตามเจ้า แต่ด้วยพรสวรรค์ของมัน ไม่ว่ายังไงก็ย่อมหา
เจ้าเจอ!”
“แมวหมื่นผสานนั้นยังมีความสามารถอย่างอื่นอีก
หรือไม่?” สรรพเทวะวิญญาณนี้ช่างเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์
จริงๆ แม้แต่ อู่ อวี้ ยังอยากจะครอบครอง แม้แมวหมื่น
ผสานจะสามารถมีเจ้าของได้เพียงแค่คนเดียว เขาก็ยัง
บังเกิดความคิดที่จะแย่งชิงมัน
“ไม่มี เอาล่ะเจ้าจะต้องชดใช้ข้ามาด้วยสมบัติที่มีค่า
เทียบเท่ากับ หยาดเพลิงวิญญาณเซียน มาให้ข้าก่อน
เจ้าสามารถนำกระบี่ของเจ้ามาชดใช้ให้ข้าก็ได้นะ!” เย่ซี
ซี กล่าวออกมาด้วยความไม่ยินยอม
“กระบี่เล่นนั้นมันไม่เหมาะสมกับเจ้าหรอก มันมี
คุณสมบัติธาตุหยิน เจ้าไม่อาจจะใช้มันได้อย่างแน่นอน”
อู่ อวี้ รู้สึกปวดเศียรอย่างหนัก ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้จะไม่
ความคิดที่จะปรองดองกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“ก็ข้าต้องการ หากเจ้าไม่มอบมา ข้าก็จะจับตาดูเจ้า
เอาไว้ ข้าตามหาหยาดเพลิงวิญญาณเซียนมาเป็น
เวลานาน และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่มันจะหลงเข้ามาอยู่
ในวงเวทของข้า”
“เป็นข้าไล่ต้อนให้มันเข้าไป……”
“เจ้าต่างหากที่เข้ามาแย่งมันไป อย่ามาหลอกข้า”
“เช่นนั้นแล้วข้าจะต้องพูดยังไง ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ไม่รามือ
ใช่หรือไม่?” อู่ อวี้ รู้สึกจนปัญญา
“ใช่ เว้นแต่ว่าเจ้าจะชดใช้ให้ข้า” นางนั้นช่างน่ารักจริงๆ
แต่ยามนี้นางได้สร้างความวุ่นวายให้กับเขา ทำให้
ความรู้สึกดีๆที่ อู่ อวี้ มีให้แทบจะมลายสิ้นทันที ในเมื่อ
เป็นเช่นนี้เขาก็คร้านที่จะรั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป พร้อมกับ
กล่าวออกมาตรงๆ “เช่นนั้นข้าก็จะรอให้เจ้ามาจับตัวข้า
ให้ได้แล้วกัน ขอตัวลา”
หลังจากกล่าวเสร็จเขาก็บังคับขี่เมฆาตลบฟ้าออกไป
ทันที
“อย่าหนีนะ!” เย่ซีซี ไล่กวดตามเขาไปทันใด แต่ว่านี่
ไม่ใช่ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ หลังจากผ่านไปไม่นาน
นางก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของ อู่ อวี้ แล้ว
“ให้ตายสิ! เพ่ย!” เย่ซีซี กำลังจะร้องไห้ออกมา
แมวหมื่นผสานนั้นออกมาจากร่างของนางพร้อมกับ
แสดงอาการหงุดหงิด แต่ก็ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของนาง
อย่างว่าง่าย มันพุ่งไปยังทิศทางที่ อู่ อวี้ จากไปแล้ว
ตะโกนเหมียวๆออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
“เอาละๆ ข้าจะให้เจ้าได้ระบายอารมณ์แน่นอน เมื่อจับ
เจ้าลิงตัวนี้มาได้ ข้าจะมอบมันให้เจ้า”
“เหมียว!” ฉับพลันนัยต์ตาสีขาวของแมวตัวนี้ก็ส่อง
ประกายขึ้น
“ข้าจะถอนขนของมัน ทำเป็นของเล่นและมอบให้เจ้า
เล่น ดีหรือไม่”
“เหมียว!” ดวงตาของมันบัดนี้ยิ่งมีความสุขมากกว่าเดิม
“ดังนั้น เจ้าจะต้องไปตามหามันให้กับข้า แน่นอนว่าข้า
ต้องตามหาผู้ช่วยก่อน เพื่อจะได้ไม่ให้มันหนีรอดไปได้
อีก!”
“เหมียว เหมียว เหมียว!”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ