กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 853: จิตเทวะขั้นที่ 3
หลังจาก อู่ อวี้ ฝึกฝนเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ได้สำเร็จ
พลังการต่อสู้ อู่ อวี้ ของร่างต้น ยกระดับขึ้นอย่าง
มหาศาล
โดยเฉพาะการโจมตีครั้งแรกที่ปลดปล่อยออกไป ยัง
สามารถทำร้ายเย่ซีซีในสภาพแข็งแกร่งที่สุดได้รับ
บาดเจ็บได้
อย่างไรก็ตามผลการเก็บเกี่ยวในครั้งนี้ ทำให้ระดับพลัง
ของ อู่ อวี้ เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
เขาตระหนักถึงความปรารถนา และ เจตจำนงในการ
ต่อสู้ของตัวเองชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขารู้ว่ากำลังแบกรับ
อะไรอยู่เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
” การขึ้นสู่ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 3 จำต้องใช้เม็ด
ยาจิตเทวะจำนวนมาก ”
ยามนี้คงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า พื้นฐานฝึกตนที่แท้จริง อู่ อวี้
ของเขาจะต่ำขนาดนี้
ทว่าเขาก็ได้ใช้เวลาการฝึกฝนที่สั้นมาก ๆ
ส่วนเม็ดยาจิตเทวะของ อู่ อวี้ ก็ยากที่จะเก็บอยู่กับตัว
เขาไว้ได้นาน ถึงแม้เขาจะใช้มันอย่างประหยัด แต่โดย
ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับร่างอวตารนอกวิถี ภายในนครเท
วะมีทุกสิ่งที่สามารถหาซื้อมาใช้สอยได้ แต่สำหรับ อู่ อวี้
แล้ว แม้กระทั่งสิ่งของที่ราคาถูกมากที่สุด เขายังไม่
สามารถหาซื้อได้ ฉะนั้นเขาจึงต้องใช้สมุนไพรมาสกัด
เป็นเม็ดยาด้วยตนเอง แต่จำนวนที่กลั่นสกัดได้ก็ยังไม่
เพียงพอต่อความต้องการ
“โชคดีที่นี่คือพิภพอเวจี”
ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถไปหาเรื่องกับผู้ฝึกตอนนอก
รีตแล้วฉกชิงสิ่งที่เขาต้องการมาได้ สำหรับพฤติกรรม
เช่นนี้ถ้าเป็นในนครเทวะ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยผู้ทรงเกียรติ
การฉกฉวยแย่งชิงสิ่งของจากบุคคลผู้ทรงคุณธรรม ก็คง
จะดูไม่ดีเท่าใดนัก
ที่นี่มีชาวกุ่ยเหยียนอยู่ทั่วทุกแห่งหน ก่อนหน้านี้ไม่ว่า อู่
อวี้ จะพบเจอชาวกุ่ยเหยียนประเภทไหน เขาก็เลือกที่
จะหลบซ่อนตัว แต่นับจากนี้เขาจะเริ่มค้นหาเป้าหมาย
เช่นดั่งนายพรานกำลังไล่ล่าสัตว์ร้าย
หลังจากการยกระดับเนตรเพลิงประสบความสำเร็จ เขา
ได้วางเรื่อง กุ่ย เจิ้นเค่อ พักไว้ก่อนชั่วคราว เพราะ
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการยกระดับพลังฝีมือให้สูง
ยิ่งขึ้น
เขาเดินเคลื่อนตัวไปรอบ ๆ อยู่ภายในโลกลาวา ซึ่งใกล้
กับถ้ำโลหิตอเวจี ณ จุดที่เขากำลังยืนอยู่ นับเป็นส่วนที่
ลึกมาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วชาวเหยียนหวงจะไม่เหยียบ
ย่างเข้ามา ด้วยเหตุนี้ชาวกุ่ยเหยียนจึงผ่อนคลายสบาย
ใจเป็นอย่างมาก พวกมันจะไป ๆ กลับ ๆระหว่างฐาน
ใหญ่กับโลกลาวาแห่งนี้ ชาวกุ่ยเหยียนต่างมองหาสมบัติ
มรดกที่เหมาะสมกับตัวเองมาเป็นเวลาช้านาน ที่สืบ
ทอดส่งต่อกันแบบรุ่นสู่รุ่น ส่วนกลิ่นอายฟ้าดินของที่นี่ก็
ช่างน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเพลิงลาวาพอ
หลอมรวมเข้ากับกลิ่นอายฟ้าดิน ได้ช่วยหล่อเลี้ยง
บำรุงรักษาสถานที่บางแห่ง รวมถึงสมบัติวิญญาณเซียน
ก็ยังคงผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
ชาวกุ่ยเหยียน เองก็แสวงมองหาสิ่งเหล่านี้เช่นกัน
ทว่า อู่ อวี้ ก็กำลังมองหาชาวกุ่ยเหยียนกลุ่มนี้อยู่
แน่นอนว่าเขาไม่ได้แยแสใส่ใจกับผู้ที่อยู่ในระดับ สามภัย
พิบัติค้นหาเต๋า หากเขาต้องพบเจอคนที่มีพลังฝีมืออยู่ใน
ระดับนี้ เขาก็ทำแค่เพียงกระโดดหลบหนีไปก็เท่านั้น
หากเจอกับระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะก็แค่สู้ มีเพียง
สองสถานการณ์ที่ต้องพบเจอ
อู่ อวี้ ไม่ใช่คนไร้เดียงสา ถ้ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น
เขาก็จะหลบหนีออกไปจากจุดนั้นทันที อู่ อวี้ กล้าลงมือ
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีฝีมืออยู่ในระดับใด เขาเพียงแค่
ต้องการเม็ดยาจิตเทวะจากคนผู้นั้น ไม่ได้คิดเข่นฆ่าทำ
ร้ายให้ตกตายกันไปข้าง
ส่วนอื่น ๆ ที่ อู่ อวี้ ได้พบเจอก็ล้วนเป็นประเภทดุร้าย
โหดเหี้ยมอำมหิต พวกมันต่างเรียกสหายมารุมเขาอย่าง
ไร้ยางอาย ทั้งยังใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้อันชั่วร้ายอำมหิต
ตั้งใจเข่นฆ่าสังหาร อู่ อวี้ ให้ตกตายลงอย่างสมบูรณ์
โดยไร้ซึ่งการเจรจาพูดคุย กลิ่นคาวโลหิตที่แผ่ออกมา
จากร่างของพวกมันรุนแรงเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเจอ
กับคนประเภทนี้ เขาจะแย่งชิงถุงจักรวาลมา จากนั้นก็
ส่งพวกมันไปยังปรโลก
หลังจากสังหารพวกมันแล้วร่างกลืนสวรรค์ก็กลืนกิน
ซากศพของพวกมันทันที พอกลืนกินเสร็จระดับพลังของ
มันก็จะยกระดับจากก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ค่อย ๆ เข้า
ใกล้ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า อย่างไรก็ตามตราบใดที่
ร่างต้นยังคงควบคุมให้มันอยู่ในระดับจิตเทวะ เขาก็ยัง
ไม่ถูกแรงปรารถนาในการกลืนกินเข้าครอบงำ
อันที่จริงแรงปรารถนานี้ของร่างกลืนสวรรค์ ก็มีอิทธิพล
บางอย่างกับวิถีการฝึกตนของ อู่ อวี้ บางครั้งเขาต้องมี
จิตใจที่มั่นคงแน่วแน่มีสติสุขุม ไม่เช่นนั้นแล้ววิถีของเขา
จะดำดิ่งตกต่ำเข้าสู่ความสับสนปั่นป่วน ซึ่งหาได้มี
ประโยชน์กับทั้งร่างต้น และ ร่างกลืนสวรรค์
“ ถึงแม้ว่าวิธีของผู้ฝึกตนคือการปล้นชิง แต่ผู้ที่จะ
สามารถตัดสินผู้อื่นได้นั้นจะต้องมีความกล้าหาญ และ มี
ทักษะฝีมือเพียงพอ ผู้ฝึกตนทุกคนในใต้หล้านี้ล้วนอยู่ใน
วิถีแห่งการปล้นชิง ฝืนชะตาลิขิตสวรรค์ ช่วงชิงแสงแห่ง
วิญญาณจากดวงตะวัน แม้ว่ากลืนสวรรค์โหดร้ายเรียบ
ง่ายมากเพียงใด แต่มันก็หาได้เป็นปัญหาไม่ ไม่ว่าจะเป็น
ร่างต้นหรือร่างกลืนสวรรค์ ตราบใดที่ยังอยู่ในวิถีทางที่
ถูกต้องเหมาะสม มีสติเหตุผล ก็จะไม่ตกอยู่ในห้วงวงจร
อุบาทว์ แรงปรารถนาจะกลืนกินก็จะไม่สามารถทำอัน
ใดข้าได้ ”
” ตัวข้าแตกต่างจากบรรพชนมารกลืนสวรรค์ ”
อย่างน้อยตอนนี้ อู่ อวี้ ก็เข้าใจอย่างชัดเจน เขาไม่ได้
รู้สึกติดค้างใด ๆเวลากลืนกินซากศพของชาวกุ่ยเหยียน
ด้วยเพราะตอนนี้ร่างกลืนสวรรค์อยู่ในสภาวะสมดุลแล้ว
ทุกสิ่งที่เขาทำล้วนถูกต้อง แม้ว่าผู้อื่นอาจไม่เข้าใจ แต่ อู่
อวี้ ก็เข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้
นี่คือวิถีของเขา ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาเข้าใจ เป็นผู้
ฝึกตนจิตใจต้องเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ มุ่งมั่นก้าวเดินไปเบื้อง
หน้า ส่วนที่ว่าจะเป็นวิถีทางที่ถูกต้องหรือไม่นั้น เขาจะรู้
ได้ต่อเมื่อกลายเป็นเซียนอมตะ แต่ถ้าเป็นเส้นทางที่
ผิดพลาด ตัวเขาก็ไม่สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้
นี่คือสิ่งที่เขาได้เปรียบกว่าคนอื่น ๆ เป็นคนอื่นที่มีร่าง
กลืนสวรรค์ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงความสับสนภายใน
จิตใจ หรือคนผู้นั้นจะกลืนกินหรือไม่ ท้ายสุดแล้วมันก็มี
โอกาสกลายเป็นบรรพชนมารกลืนสวรรค์อยู่ดี
อู่ อวี้ ใช้เวลาประมาณอีกครึ่งเดือนในการไล่ล่า
โดยเฉพาะ
ซึ่งตำแหน่งที่เขาอยู่ยามนี้ คือสถานที่ที่เหล่าขุนพลมังกร
เพลิงจากกองทัพมังกรเพลิงไม่กล้าเข้ามา ส่วนผู้ฝึกตน
จากกองทัพเพลิงอัสนีก็กำลังหลบซ่อนตัวอยู่เบื้องนอก
รอคอยให้กุ่ย เจิ้นเค่อ ออกมา บางทีพวกมันทุกคนคงรู้
ว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ อยู่ในสถานที่ที่เรียกว่าถ้ำโลหิตอเวจี
ส่วนทางฝั่งของ อู่ อวี้ เขาสามารถเก็บเกี่ยวตักตวงผล
กำไรได้อย่างใหญ่หลวง ช่วงเวลาครึ่งเดือนแห่งการ ‘ไล่
ล่า’ ตัวเขาได้รับเม็ดยาจิตเทวะหลายล้านเม็ด ด้วย
จำนวนขนาดนี้มากพอที่จะนำมาใช้ยกระดับร่างต้นกับ
ร่างอวตารนอกวิถี
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ร่างกลืนสวรรค์ก็ยกระดับขึ้นสู่
จุดสูงสุดของอาณาจักรจิตเทวะ ซึ่งทางฝั่งของ อู่ อวี้ ก็
ยังมิได้บ้าคลั่งเสียสติจนไม่อาจควบคุมตนเองได้ มันอยู่
ในระดับที่เขาต้องควบคุมตนเองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ซึ่งอันที่จริงแล้วการยกระดับร่างต้นในขณะนี้ ถือว่าเป็น
เรื่องยากลำบากกว่ามาก
การปล่อยให้ร่างกลืนสวรรค์แข็งแกร่งกว่าร่างต้นมาก
เกินไป มันอาจจะส่งผลกระทบต่อเต๋าของเขาได้ ซึ่งมัน
ไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเลย
อย่างไรก็ตาม ด้วยเพราะการ ‘ไล่ล่า’ แบบกัดไม่ยอม
ปล่อย ทำให้ชื่อเสียงของ อู่ อวี้ แพร่กระจายอยู่ภายใน
ชาวกุ่ยเหยียนแห่งนี้ ผู้ใดจะคาดคิดว่าจะมีชาวเหยียน
หวงจะมาสร้างความวุ่นวายอยู่ภายในสถานที่ของ
ชาวกุ่ยเหยียนได้ อธิบายได้ว่ามันต้องกล้าบ้าบิ่นถึงเพียง
ไหนกันเชียว กุญแจสำคัญคือการสังหารโจมตีใส่ผู้คน
อย่างไร้ยางอาย เพื่อแย่งชิงเม็ดยาจิตเทวะ ราวกับว่า อู่
อวี้ หาได้แยแสชาวกุ่ยเหยียนอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
เป็นผลให้มีชาวกุ่ยเหยียนจำนวนนับไม่ถ้วนไล่ล่าติดตาม
อู่ อวี้ มาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ หรือสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าล้วนติดตาม
มา ส่วนสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
ความกล้าหาญของพวกมันยังไม่เพียงพอ ท้ายสุดแล้ว
ตั้งแต่ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าลงไป อู่ อวี้ ถือเป็นผู้
ไร้เทียมทานเลยก็ว่าได้
ด้วยวิธีนี้ ทำให้ อู่ อวี้ มี ‘ทรัพยากร’ มากยิ่งขึ้น ใน
ระหว่างการไล่ล่าเขาหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ทว่าเมื่อพบเห็นผู้ที่อยู่ใน
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้
โอกาสพลาดไปเด็ดขาด เมฆาตลบฟ้าทำให้เขาได้เปรียบ
อย่างใหญ่หลวง ไม่แปลกใจว่าทำไมหมิงซวงถึงบอกว่า
พลังอิทธิฤทธิ์นี้ มีประโยชน์มากกว่าพลังอิทธิฤทธิ์วิถีอื่น
ๆ หากนางฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์จนถึงระดับที่สูงมากกว่า
นี้ คงจะไม่มี อู่ อวี้ ในปัจจุบัน
หากเปลี่ยนเป็น ชวี่อิ๋น คงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะไปไหนมา
ไหนได้อย่างอิสระ เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ ด้วยการกระทำนี้
ทำให้เพลิงโทสะของชาวกุ่ยเหยียนพุ่งทะยานขึ้นไปถึง
สวรรค์ เหล่ายอดฝีมือต่างมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกคนรู้ว่าบุคคลผู้นี้มีนามว่า อู่ อวี้ ซึ่งพวกมันก็พยายาม
รวบรวมข้อมูลของตัวเขา ทั้งยังกระจายกำลังปิดล้อม
ศัตรูไปทุกแห่งหน แต่สิ่งที่น่าตลกก็คือ พวกมันจับตัว อู่
อวี้ ไม่ได้
เนื่องจากท้ายสุดแล้ว พิภพอเวจีมีขนาดกว้างใหญ่เป็น
อย่างยิ่ง ทั้งยังมีจุดหลบซ่อนตัวมากมาย หากเป็นคนที่มี
สัมผัสเรื่องทิศทางต่ำ ก็อาจจะหลงวนเวียนอยู่ในนี้ได้
แต่สำหรับ อู่ อวี้ นี่คือถือเป็นที่หลบภัยชั้นเยี่ยม
นอกจากนี้ยังสามารถเคลื่อนตัวเปลี่ยนตำแหน่งได้อย่าง
ง่ายดาย สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นเสมือนดั่งสวรรค์
สำหรับเขา ดีกว่าคุกสมุทรวิญญาณมากนัก
หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มยกระดับพื้นฐานฝึก
ตนเข้าสู่ขั้นต่อไป โดยให้ร่างกลืนสวรรค์คอยเฝ้าเจดีย์
ล่องกำเนิดไว้ ส่วน อู่ อวี้ ก็เข้าไปในเจดีย์ เริ่ม
กระบวนการปรับแต่งดูดซับเม็ดยาจิตเทวะให้แก่ตนและ
เหล่าร่างอวตาร เพื่อหล่อเลี้ยงยกระดับตำหนักม่วงแล
จิตเทวะให้มั่นคงยิ่งขึ้น เนื่องจากความรู้แจ้งใน
อาณาจักรเต๋าของเขามากเพียงพอแล้ว ดังนั้นการก้าว
เข้าสู่ขอบเขตต่อไปของอาณาจักรจิตเทวะ จึงมิใช่เรื่อง
ยากอันใด
เนื่องจากยามนี้ เขามีเม็ดยาจิตเทวะมากเพียงพอแล้ว
เมื่อ อู่ อวี้ ร่างต้นยกระดับพื้นฐานฝึกตนเข้าสู่ขอบเขต
จิตเทวะขั้นที่ 3 พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขาก็
เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ
แล้ว พื้นฐานฝึกตนกับพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขา
ยังนับว่าอ่อนแออยู่ หลังจากพบเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
มากยิ่งขึ้น อู่ อวี้ ก็พบว่าข้อได้เปรียบของ ‘กายาเจ้า
มังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’ หาได้มากมาย
อย่างที่เคย ซึ่งผลจากการยกระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นร่าง
กลืนสวรรค์หรือ อู่ อวี้ ร่างต้น หาได้มีผลเท่าใดนัก หาก
กายาเพชรอมตะยังไม่มีความคืบหน้าเข้าสู่ขอบเขตใหม่
ความสามารถในการต่อสู้ข้ามขั้นของ อู่ อวี้ ก็จะค่อย ๆ
ลดลง จนไม่อาจสู้ได้เกินเจ็ดแปดระดับอีกต่อไป
หากพึ่งพากายเนื้อเพียงอย่างเดียว อู่ อวี้ ประเมินว่าต่อ
ให้มีพลังอิทธิฤทธิ์อย่างเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ คาดว่า
การมีชัยเหนือผู้ที่อยู่ในระดับองค์ชายโย่วหยานเพียง
ลำพัง คงยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งให้มังกร
กระดูกอัคคีออกไปต่อสู้เองยังดีซะกว่า
หลังจากยกระดับร่างอวตารนอกวิถีเสร็จสิ้น เพียงชั่วอึด
ใจ เม็ดยาจิตเทวะที่ อู่ อวี้ เก็บเกี่ยวมาก็ถูกบริโภคจน
หมดสิ้น ร่างอวตารเหล่านี้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เมื่อ
รวมเข้าด้วยกัน ร่างอวตารนับหมื่นนี้ เรียกได้ว่าทรงพลัง
อย่างถึงที่สุด เมื่อปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าออกไปอย่าง
พร้อมเพรียง พลังอำนาจของมันนับได้ว่าน่าสะพรึงกลัว
เป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ มีวิชาต่อต้านฝืนลิขิตสวรรค์อัน
หลากหลาย แต่ข้อได้เปรียบนี้ กลับถูกหยุดไว้ด้วยความ
แตกต่างของพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง อย่างไรก็ตามสิ่งนี้
เกี่ยวข้องกับการฝึกฝนบำเพ็ญตน ไม่มีทางที่เขาจะไป
ฝืนรั้งมันได้
หลังจากยกระดับแข็งแกร่งขึ้น อู่ อวี้ คิดว่า บางทีเขา
น่าจะลองทดสอบพลังของตนด้วยการท้าทาย กุ่ย เจิ้น
เค่อ
“ก่อนหน้านี้ที่ข้าต่อสู้กับมัน มันก็มิได้แข็งแกร่งเท่าใด
นัก” อู่ อวี้ คิด
อย่างไรก็ตาม เขามีความสามารถอย่างเมฆาตลบฟ้าอยู่
ซึ่งมันทำให้เขามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะ
ความสามารถนี้ ทำให้เขาก่อกวนสร้างความโกลาหล
ให้แก่ชาวกุ่ยเหยียนมากมาย อู่ อวี้ ยืนอยู่บนลาวาพร้อม
กับครุ่นคิดไตร่ตรองไปด้วย แล้วในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ ”
มังกรกระดูกอัคคีก็นับว่าแข็งแกร่งไม่น้อย อย่างไรก็ตาม
ด้วยความแข็งแกร่งของข้าในปัจจุบัน บางทีข้าอาจ
เอาชนะ ‘หุ่นเชิด’ ที่อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ได้ ข้าควรลองท้าทาย หุ่นเชิดที่แข็งแกร่งกว่ามังกร
กระดูกอัคคีหรือไม่ ”
เมื่อตัดสินใจได้ เขาก็เคลื่อนตัวออกห่างจากตำแหน่งที่
เคยอยู่ก่อนหน้านี้ ไปทั่วทั้งพิภพอเวจี หลังจากผ่านไป
ครึ่งวัน เขาก็พบเจอสถานที่ที่มีชาวกุ่ยเหยียนอยู่ไม่มาก
เท่าใดนัก อู่ อวี้ จึงนำเจดีย์ล่องกำเนิดออกมาได้อย่าง
มั่นใจ จากนั้น อู่ อวี้ ร่างต้นกับร่างกลืนสวรรค์ก็เข้าไป
ในเจดีย์ล่องกำเนิด ภายในพิภพอเวจีซึ่งเต็มไปด้วยลาวา
นี้ หากมีผู้ใดมาพบเจอเจดีย์ล่องกำเนิด คงจะกลายเป็น
เรื่องลำบากไม่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลาที่มีผู้แข็งแกร่งมากมาย
กำลังควานหาตัวเขาอยู่นี้ ดังนั้นช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ท้า
ทายหุ่นเชิด ยิ่งจบเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
เขากับร่างกลืนสวรรค์ยืนขนาบอยู่ทางด้านซ้ายและ
ด้านขวา ร่างกลืนสวรรค์ถือจับพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง
เอาไว้ในมือ แผ่กลิ่นอายหยินทมิฬ เสมือนดั่งห้วงสมุทร
ลึก อู่ อวี้ ร่างต้นซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามกัน ใช้ออกด้วยเทียม
ฟ้าจรดดิน ปลดปล่อยอำนาจแห่งกายเนื้อ ยกระดับขึ้นสู่
จุดสูงสุด ในเวลาเดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นร่างจำแลงเซียน
วานร ร่างกายบึกบึนแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ถือจับหมุน
ควงพลองหมื่นมังกรเอาไว้ในมือ ปลดปล่อยอำนาจอันดุ
ร้ายออกมาอย่างไร้เปรียบ
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ