กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 856: โรงเตี๊ยมวายุราตรี
“ไม่…….ข้าไม่รู้……..”
“ถ้าโกหก ก็อย่าหวังจะมีชีวิตรอด” อู่ อวี้ เอ่ยออกมา
เบาๆ
“ข้าไม่รู้จริงๆ…..” อีกฝ่ายเอ่ยพร้อมน้ำตาไหลพราก
“แต่ข้ารู้ว่าผู้ใดรู้ คนผู้นั้นรับรู้ข่าวสารต่างๆได้อย่าง
รวดเร็ว ข้าจะพาท่านไปเอง”
“ตกลง”
ระหว่างที่อีกฝ่ายนำทางไป อู่ อวี้ ก็พบกับชายชราอีกคน
หนึ่ง ชายชราผู้นั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง อู่ อวี้ จึงใช้วิชาแช่
แข็งมันในทันที จากนั้นก็นำไปฝังในส่วนลึกที่ห่างไกล
คาดว่าผ่านไปประมาณครึ่งเดือน น้ำแข็งก็จะละลายไป
เอง
อู่ อวี้ ได้ใช้วิธีการเช่นนี้จับกุมผู้เฒ่าอีกคนหนึ่งมา จึงได้
ความว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ นั้นอยู่ในพื้นที่ที่มียอดฝีมืออยู่
ค่อนข้างเยอะ เรียกว่า ‘อาณาเขตปอหลี’ หลังจากที่จับ
ตัวผู้ฝึกตนนอกรีตอีกหลายคนมาถาม ผลลัพท์ก็ยังคง
เป็นอาณาเขตปอหลีอยู่เช่นเดิม เมื่อไม่นานมานี้ กุ่ย เจิ้น
เค่อ มีชื่อเสียงที่โด่งดัง มีการพูดคุยเกี่ยวกับตัวของมัน
ภายในถ้ำโลหิตอเวจีแห่งนี้ค่อนข้างมาก ดังนั้นคนที่รู้
เรื่องของมันจึงมีอยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้ว่ามันพักอยู่
ที่ ‘โรงเตี๊ยมวายุราตรี’ ภายในอาณาเขตปอหลี
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้รับการยืนยันอีกหลายครั้ง ก็ได้รู้ถึง
ทิศทางของอาณาเขตปอหลีแน่ชัด ทำให้ขาจึงแน่ใจว่า
กุ่ย เจิ้นเค่อ นั้นอยู่ในพื้นที่แห่งนั้นจริงๆ
“ปัญหาก็คือ พื้นที่ตรงนั้นมียอดฝีมืออยู่รวมกันค่อนข้าง
เยอะ หากบุกไปสังหารตรงๆคงไม่ง่าย แต่ก็ต้องลองดูสัก
ตั้ง”
เขาไปจากพื้นที่แห่งนี้ เดินทางเข้าสู่ ‘อาณาเขตปอหลี’
อย่างรวดเร็ว
…………………………………………………………………………….
.
ในความเป็นจริงสิงที่ อู่ อวี้ ยังไม่รู้ก็คือว่า หลังจากที่เขา
แอบลอบเข้ามาภายในถ้ำโลหิตอเวจีได้ไม่นาน ก็มี 2 คน
ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านนอกของถ้ำโลหิตอเวจี
หนึ่งในนั้นเป็นสตรีที่มีความงดงามยิ่ง ผมสั้นประบ่า
หน้าตาของนางดูสดใสและน่ารักจนต้องเหลียวตามอง
ในมือของนางอุ้มแมวสีขาวเอาไว้ตัวหนึ่ง ซึ่งแมวสีขาว
ตัวนั้นกำลังหลับใหล ทว่าใบหน้ากลับดูหยิ่งยโส เสมือน
มันคิดว่าตนเองเป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้
คนผู้นี้ก็คือลูกสาวของ เจ้าประมุขแห่งถ้ำปีศาจพญายม
‘เย่ซีซี’
ทว่าที่ด้านข้างยังมีอีกคนหนึ่ง ซึ่งผู้นี้กลับยอดเยี่ยมยิ่ง
กว่า มันสมควรเป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง แต่ทว่าทั่วทั้งร่างของ
มันกลับชุ่มโชกไปด้วยโลหิต อาจจะกล่าวได้ว่าคนผู้นี้ก็
คือ ‘มนุษย์โลหิต’ โลหิตไหลวนเวียนทำให้ร่างกายของ
มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนผู้นี้ดูน่า
สยองขวัญไม่น้อย
“ท่านลุงเตี้ยน ข้าว่าเขาจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำ
โลหิตอเวจีแน่เลย ท่านจะต้องช่วยข้าจับตัวมันนะ”
มนุษย์โลหิตผู้นั้นจ้องมองไปยังส่วนลึกของถ้ำโลหิตอเวจี
พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “มันไม่น่าจะเป็นไปได้ หลายหมื่น
ปีที่ผ่านมา ไม่มีชาวเหยียนหวงแม้แต่คนเดียวที่สามารถ
แทรกซึมเข้าไปอยู่ภายในถ้ำโลหิตอเวจีได้โดยไม่มีใคร
ตรวจพบ”
เย่ซีซี ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ก็ใช่ แต่อย่างไรก็ตามเจ้า
นั่นดูน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าเขามีนามว่า อู่ อวี้
? วิธีการหลบหนีของเขาช่างร้ายกาจ ว่ากันว่าไม่มีวงเวท
อันใดที่สามารถกุมขังเขาเอาไว้ได้ ข้าว่าเขาจะต้องใช้
วิธีการเดียวกันนี้แอบลอบเข้าไปข้างใน”
“ตกลงไม่มีปัญหา ข้าจะลองติดต่อกับสหายที่อยู่ภายใน
ถ้ำโลหิตอเวจีดู ให้พวกมันปิดกั้นถ้ำโลหิตอเวจีเอาไว้
จากนั้นก็ทำการวางกับดักหลุมพรางเพื่อจับกุมมัน
เช่นนั้นมันย่อมไม่มีทางหนีรอดไปได้แล้ว มันก่อเรื่องมา
มากเกินไป สมควรจะจบสิ้นเสียที” มนุษย์โลหิตผู้นั้น
เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เย่ซีซี เอ่ยออกมาด้วยความกังวล “ท่านลุงเตี้ยน ต้องให้
เอิกเกริกถึงเพียงนี้? ข้าแค่อยากให้ท่านช่วยจับกุมเขา
เท่านั้น ให้ข้าได้ตีเขาสักทีก็พอแล้ว ใครใช้ให้เขามาขโมย
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนของข้าไป ท่านไม่อาจจะ
สังหารเขาได้นะ สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวอะไร
ข้าเพียงแค่ไม่อาจลืมน้ำเสียงของเขาได้ลง”
“ตกลง ข้ารู้แล้ว” มนุษย์โลหิตผู้นั้นได้ส่งยันต์สื่อสาร
ออกไปหลายแผ่น จากนั้นก็ผงกหัวรับด้วยท่าทางที่ไม่
เก็บเอาคำกล่าวของนางมาใส่ใจ มันพึมพำออกมา
เล็กน้อยแล้วก็หันไปเอ่ยกับ เย่ซีซี ว่า “ข้าได้บอกกับ
พวกมันแล้ว รอให้พวกเราเข้าไปก่อนค่อยเริ่มต้นปิด
ผนึกถ้ำโลหิตอเวจี จากนั้นก็ล้อมจับมันเช่นเดียวกับจับ
เต่าที่อยู่ในไห”
“ดี ฮี่ฮี่”
ทั้ง 2 คนรีบมุ่งหน้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ทุกคนจงเข้าไปในถ้ำโลหิตอเวจี หากเจอกับเจ้าเด็กผู้นี้
ก็อย่าเพิ่งสังหารมัน เข้าใจหรือไม่…….“ มนุษย์โลหิต
มองเข้าไปที่ถ้ำโลหิตอเวจี แล้วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้า
จริงจัง
“ท่านลุงเตี้ยน ท่านคิดจะทำอะไร ทำไมท่านต้องทำหน้า
นิ่วคิ้วขมวดเช่นนี้” เย่ซีซี เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกคุณหนู ท่านไม่ต้องกังวลให้มากความ
ท่านจัดการเรื่องของท่านไป ส่วนข้าก็จะจัดการเรื่องของ
ข้า เพราะหากว่าข้าทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ บิดาของท่าน
อาจจะลงโทษข้าเอาได้” มนุษย์โลหิต เอ่ยด้วยท่าทาง
อ่อนโยน
“จะโดนเตะก้นหรือเปล่า?” เย่ซีซี เอ่ยพร้อมกับหัวเราะ
“ฮ่าฮ่า” มนุษย์โลหิตไม่เอ่ยอันใด ทว่าหลังจากที่มันหัน
หลังกลับไปก็ยกยิ้มอย่างเย็นชาออกมา
“สวรรค์เอ้ยสวรรค์ ทำไมจึงหล่อหลอมให้เด็กผู้หญิงคน
นี้ไร้เดียงสาได้ถึงขนาดนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ”
ในพริบตาเดียวพวกมันก็เข้าไปอยู่ภายในถ้ำโลหิตอเวจี
จากนั้นทุกโพรงถ้ำของถ้ำโลหิตอเวจีก็ค่อยๆปิดลงไป
อย่างช้าๆ หากมองจากที่ไกลๆ จะเห็นว่าพื้นผิวของถ้ำ
โลหิตอเวจีนี้เปลี่ยนกลายเป็นเรียบรื่น พร้อมปรากฎ
ลำแสงโลหิตลอยออกมา
…………………………………………………….
“อาณาเขตปอหลี” หลังจากที่ อู่ อวี้ ออกเดินทางมา
เป็นเวลานาน ในที่สุดก็ถึงที่หมาย เมื่อมองดูพื้นที่แห่งนี้
จะเห็นได้ว่าอาคารทั้งหลายจะมีลักษณะที่ค่อนข้างสูง
ใหญ่ ทั้งยังเงียบและวังเวงยิ่งกว่า อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่
ก็มักจะมีการแขวนโคมไฟสีเขียวหรือสีแดงเอาไว้ นับว่า
ดูหดหู่เหลือเกิน บนถนนของทางฟากนี้ มีผู้คนอยู่ไม่ได้
มากมายเท่าไหร่ มันจึงสงบสุขยิ่งกว่า แต่เพราะว่า
สถานที่แห่งนี้มียอดฝีมืออยู่ค่อนข้างเยอะ คนทั่วๆไปจึง
ไม่กล้าย่างกรายเข้ามาใกล้
อาณาเขตปอหลีค่อนข้างกว้างใหญ่ การจะหาโรงเตี๊ยม
วายุราตรีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย อู่ อวี้ จะต้องไปจับตัวคนมา
เพื่อถาม ก่อนอื่น อู่ อวี้ ก็เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ที่
ค่อนข้างลึก จากนั้นก็คอยมองหาเหยื่อที่น่าจะรู้เรื่อง
นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมและค้นหาจุดอ่อนของ
สถานที่แห่งนี้
เนื่องจากว่าโรงเตี๊ยมวายุราตรีนั้นเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง
ค่อนข้างโด่งดัง กระทั่งคนจำนวนมากที่อยู่ด้านนอกถ้ำ
โลหิตอเวจีมายังที่แห่งนี้ล้วนจะต้องมาพักอาศัยใน
โรงเตี๊ยมแห่งนี้ ผู้พิทักษ์ที่อยู่ที่นี่จึงเข้มงวดไม่น้อย ไม่
ยอมให้คนภายนอกเข้ามารบกวน ที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่
ที่เหมาะสมกับการฝึกตน
และอาคารทั้งหลายที่อยู่เบื้องหน้านี้ก็คือโรงเตี๊ยมวายุ
ราตรี ที่โรงเตี๊ยมวายุราตรีนี้มีวงเวทป้องกันรายล้อมอยู่
รอบๆ ที่แห่งนี้ดูสง่างามราวกับราชวัง ไม่เหมือนกับเป็น
สถานที่ของผู้ฝึกตนนอกรีต
ถึงแม้ว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้จะมีวงเวทอยู่ แต่ด้วยการค้นหา
โดยเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับของ อู่ อวี้ ก็ทำให้เขา
ค้นพบกับช่องว่างมากมาย คนจึงเข้าไปตาม
กระบวนการของผู้พิทักษ์ที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยมวายุราตรี
ทำให้สามารถเข้าไปข้างในได้โดยไม่มีอะไรผิดปกติ พื้นที่
ภายในนั้นเงียบสงบยิ่ง ที่โรงเตี๊ยมนี้มีตำหนักอยู่นับร้อย
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้ว่าที่ตำหนักไหนมีคนอยู่บ้าง ผนวกกับที่เขา
มีความเข้าใจเกี่ยวกับ กุ่ย เจิ้นเค่อ จึงรู้ว่าคนผู้นี้ไปอยู่ที่
ไหน ที่แห่งนั้นก็จะเต็มไปด้วยเสียงดัง
ในโรงเตี๊ยมวายุราตรีมีพื้นที่แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยเสียง
เอะอะโวยวาย อู่ อวี้ จึงลอบเข้าไปสังเกตการณ์อย่าง
เงียบๆ เมื่อเขามาอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตำหนักนี้
แล้วก้มลงไปมอง ก็จะเห็นว่าที่ลานกว้างภายในตำหนัก
มีอิสตรีอยู่ประมาณ 80 คน หากลองมองให้ดีๆจะเห็น
ว่าสตรีเหล่านี้มีอายุไม่เยอะและมีพลังฝึกตนอยู่ประมาณ
ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต ภายในนั้นมีผู้ที่อยู่ใน
อาณาจักรจิตเทวะอยู่เพียงแค่ไม่กี่คน แต่ส่วนใหญ่แล้ว
จะฝึกตนมายังไม่เกิน 100 ปี นับว่าเป็นช่วงเวลาที่หญิง
สาวทั้งหลายกำลังเบ่งบานและสวยงามมีชีวิตชีวามาก
ที่สุด และหญิงสาวนับร้อยเหล่านี้ล้วนเป็นเหล่าสาวงาม
ทั้งเรือนร่างและใบหน้านับว่าอยู่ในอันดับต้นๆ แต่ละคน
มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ นับว่าเป็นสาวงามของ
ชาวกุ่ยเหยียนอย่างแท้จริง เสียงดังเอะอะโวยวายที่ อู่
อวี้ ได้ยินมาก่อนหน้านี้ ก็มาจากบริเวณที่พวกนางอยู่
ทั้งสิ้น ยามนี้พวกนางทั้งหมดอยู่ภายในลานกว้าง คิ้ว
ขมวดเป็นปม ใบหน้าแดงระเรื่อ ร่างกายรู้สึกไม่ค่อยดี
อย่างไรก็ตามพวกนางก็ไม่ได้ออกไปจากสถานที่แห่งนี้
หรือเคลื่อนไหวอะไรมาก คาดว่าพวกนางกลัวว่าจะ
ส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ในตำหนัก
“คนต่อไป หลิง เย่จี ” ทันใดนั้นประตูของตำหนักก็เปิด
ออก ภายในนั้นเป็นสาวงามวัยกลางคนผู้หนึ่ง ที่มี
ใบหน้าจริงจัง ดูน่ากลัวยิ่งนัก สายตาของนางกวาดผ่าน
ฝูงคนเข้าไป มองหาสตรีที่บอบบางคนหนึ่ง จากนั้น
กล่าวว่า “นายท่านกุ่ยโปรดปรานและจะชี้แนะเส้นทาง
การฝึกฝนอันยิ่งใหญ่ให้กับเจ้า ยังไม่รีบก้าวออกมาอีก
ใต้ฟ้านี้มีหญิงสาวมากน้อยถึงเพียงไหนที่ไม่ได้รับโอกาส
เช่นนี้ หากว่าเจ้าไม่มีความงดงามปานนี้เจ้าย่อมไม่มี
โอกาสนี้แล้ว”
“คะ…ค่ะ!” หลิง เย่จี เกิดอาการลุกลี้ลุกลน พร้อมกับ
ค่อยๆก้าวออกมา หลังจากผ่านไปไม่นาน ทันใดนั้นก็มี
เสียงครวญครางเล็ดลอดออกมา
แต่เมื่อ อู่ อวี้ มองลอดไป ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับตายไป
เสียแล้ว กุ่ย เจิ้นเค่อ บัดนี้มีสีหน้าเย็นชาไม่แยแส แม้มัน
เพิ่งจะเสร็จกิจกามกับสตรีงดงามมาแล้วก็ตามที และ
เมื่อมองต่ำลงมาอีกเล็กน้อย จะพบกับหญิงสาวที่อยู่ใน
อ้อมแขนของมัน ร่างกายของนางค่อยๆเน่าเปื่อยพร้อม
กับสลายหายไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเพียงกระดูก
ขาว และถูก กุ่ย เจิ้นเค่อ โยนออกอย่างไม่แยแส
“เอามาอีก ช่างงดงามยิ่งนัก” กุ่ย เจิ้นเค่อ กล่าวพร้อม
กับระเบิดเสียงหัวเราะ
ไม่รู้ว่ามันใช้วิธีการอะไร แต่ด้วยวิธีนี้ มันถึงกับได้ช่วงชิง
ชีวิตผู้อื่นไปอย่างง่ายดาย
ที่ด้านนอกยังมีคนอยู่อีก 80 กว่าคน คาดว่าพวกมันไม่รู้
ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นภายในนั้น บางคนก็เฝ้ารอคอย บางคนก็
รู้สึกหดหู่ บางคนก็รู้สึกหวาดกลัว
ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ต้องไปหา กุ่ย เจิ้นเค่อ
ในขณะที่ อู่ อวี้ ยังคงสับสน หญิงสาวอีกคนก็ก้าวเข้าไป
ยังประตูนรก นางปรากฎความกังวลบนใบหน้าอย่าง
ชัดเจน แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้าหญิงสาววัยกลางคน จึงทำ
ได้แต่เดินหน้าไปเท่านั้น และทันใดนั้นประตูก็ปิดลง
“ช่างเป็นภาพที่บีบคั้นยิ่งนัก ทำให้ข้าได้เห็นถึงความ
โหดร้ายได้ดีจริงๆ” หลังจากที่ อู่ อวี้ มองดู ก็ทำได้เพียง
แค่แสยะยิ้ม
เขาไม่คิดว่าเบื้องหน้าถูกหรือผิดให้ปวดหัว เพราะ
สุดท้ายแล้วมันก็เป็นสิ่งที่เลวทรามเกินจะรับไหว ตอนนี้
เขาเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เห็นได้ชัดว่ายามนี้จิตใจ
ของเขา คิดอยากจะสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ มากเพียงใด นี่
คือคำตอบที่อยู่ในใจของเขา และยังไร้ซึ่งความลังเล
บางทีก็อาจจะยังสามารถช่วยชีวิตของคนบริสุทธิ์ได้อีก
หลายคน
ในเวลานี้เขาปรากฏตัวอยู่บนหลังคา และ กุ่ย เจิ้นเค่อ
ก็กำลังเข้าไปหาสาวงาม เพื่อเปลื้องผ้าของนาง พร้อม
กับเตรียมรับความอรรถรสจากสตรีเบื้องหน้า
“คนสวย เจ้านับเป็นสิ่งที่สวรรค์บรรจงสรรค์สร้างโดย
แท้” กุ่ย เจิ้นเค่อ เอ่ยออกไป
ตูม!
ในเวลานี้พื้นที่ที่ด้านใต้ของมันพลันปรากฏดวงตาขนาด
ใหญ่ขึ้นคู่หนึ่ง ซึ่งกำลังจ้องมองไปที่มันด้วยความโกรธ
แค้น เปลวเพลิงกำลังโหมกระหน่ำ ซึ่งพลังอำนาจที่ปะทุ
ออกมา ทำให้หญิงสาวที่กำลังมีอาการกังวลนี้ลอย
กระเด็นออกไปในทันที รวมถึงผู้ที่อยู่รอบนอกอีก 80
กว่าคนก็ได้ถูกพัดจนลอยกระเด็นออกไปไกล!
ยามนี้ กุ่ย เจิ้นเค่อ ยังคงตะลึงงัน ตัวมันนั้นอยู่ภายในถ้ำ
โลหิตอเวจี ทั้งยังอยู่ภายในโรงเตี๊ยมวายุราตรี ทว่ามัน
กลับดูเหมือนกับเป็นการโจมตีของชาวเหยียนหวง มัน
เกิดอะไรขึ้นกันแน่!
ในยามที่มันกำลังงงงวย เพดานด้านบนก็ถูกเปลวเพลิง
หลอมละลายไป ดวงตาที่ร้อนแรงอีกดวงพลันปรากฏขึ้น
เหนือหัวของมัน มันเป็นเหมือนกับดวงตาแห่งสวรรค์
กำลังจับจ้องไปที่ กุ่ย เจิ้นเค่อ และในดวงตาทั้งคู่นี้
เหมือนกับได้พกพาความโกรธเกรี้ยวอันไร้ที่สิ้นสุดมา
ด้วย!
เมื่ออยู่ท่ามกลางดวงตาทั้งคู่นี้ กุ่ย เจิ้นเค่อ ก็ได้เห็นถึง
คนผู้หนึ่งที่มันไม่เคยคิดถึงอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่มันได้
มองเห็น อู่ อวี้ ดวงตาของมันก็ตกตะลึงจนแทบถลน
“เป็นเจ้า!” กุ่ย เจิ้นเค่อ เบิกตากว้าง
ที่แห่งนี้คือถ้ำโลหิตอเวจี ในขณะที่มันกำลังสำราญกับ
ความไคร่ แล้ว อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้นได้อย่างไร…..
ในขณะที่ยังมึนงงอยู่นั่นเอง ดวงตาคู่นั้น ที่มีมันถูก
ประกบอยู่ใจกลาง ก็ปรากฎเสาเพลิงขนาดใหญ่ทั้ง 2
เสาพวยพุ่ง มหาสมุทรเพลิงอันน่ากลัวก็ได้กลืนกินมัน
ในทันที พร้อมกับใจกลางเขตแดนแห่งเปลวเพลิงได้
บังเกิดเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทรมานของ กุ่ย เจิ้น
เค่อ ดังออกมา
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ