กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 855: ดีและชั่ว?
ในมุมมองของ อู่ อวี้ ร่างที่ไม่มีวันตายของ จอมกระบี่
วิญญาณ ไร้ซึ่งจุดอ่อน ทั้งยังต่อสู้อย่างไร้ซึ่งความรู้สึก
แม้ว่าการต่อสู้กับ กุ่ย เจิ้นค่อ จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า
แต่ก็ยังพอมีโอกาสที่จะเอาชนะได้อยู่ ซึ่งการรับมือกับ
กุ่ย เจิ้นเค่อ ก็ยังนับว่าง่ายกว่า จอมกระบี่วิญญาณ
พอสมควร เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถสังหารมันได้
หรือไม่
เพราะการเผชิญหน้ากับ กุ่ย เจิ้นเค่อ ก็ยังสามารถใช้
งานมังกรกระดูกอัคคีออกไปต่อสู้ได้
นอกจากนี้ ครั้งที่แล้วที่ได้เห็นถึงถ้ำโลหิตอเวจี นครของ
อันยิ่งใหญ่ของชาวกุ่ยเหยียน อู่ อวี้ ก็ยังคิดที่จะแอบ
ลอบเข้าไปภายในนั้นดูสักหน่อย
หลังใช้เวลาเดินทางผ่านพิภพอเวจีที่ร้อนแรงขึ้น
เรื่อยๆไปถึงครั้งวัน ในที่สุดเขาก็มองเห็นถ้ำโลหิตอเวจีนี้
อีกครั้ง มันมีลักษณะเป็นลูกบอลขนาดมหึมาที่มีโครง
กระดูกของคนตายเรียงรายกันอย่างหนาแน่นอยู่ด้านบน
ซึ่งทุกคนล้วนสามารถผ่านเข้าไปได้
นครของผู้ฝึกตนนอกรีต
ยามนี้ก็มีคนไม่น้อยที่กำลังเข้าๆออกๆภายในถ้ำโลหิต
วิญญาณ มีทั้งผู้แข็งแกร่งขั้นค้นหาเต๋า ส่วนเหล่าผู้ที่
อ่อนแอก็มีอยู่ คาดว่าจะมีกระทั่งขอบเขตตำหนักม่วง
ทะเลมรกตหรือแม้แต่เด็กน้อยที่อยู่ขอบเขตสร้างแกน
นภาก็อาจจะโผล่หน้ามองออกข้างนอกบ้างเป็นบางครั้ง
อู่ อวี้ นั้นได้ไปสืบข่าวมาแล้ว ก่อนหน้านี้เขาได้จับกุม
ชาวกุ่ยเหยียนมาเป็นจำนวนมากและทำการสอบถาม
ในบริเวณรอบนอกของถ้ำโลหิตอเวจียังมีวงเวทถูกจัดตั้ง
เอาไว้ไม่น้อยเพื่อที่จะปกป้องไม่ให้ชาวเหยียนหวงรุกล้ำ
เข้ามา แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่แล้ว
พวกมันจะไม่ถูกใช้งาน และมันก็บริโภคพลังงานอย่าง
มหาศาล อย่างไรก็ตามหากว่ามีชาวเหยียนหวงฝ่าฝืนบุก
เข้าไป มหาวงเวทหลายๆวงจะถูกกระตุ้นในทันที
จากระยะทางที่ อู่ อวี้ อยู่ไปจนถึงถ้ำโลหิตอเวจี นับว่ามี
วงเวทมากมายคอยขวางกั้นเขาอยู่ อย่างไรก็ตามใน
บริเวณใกล้กับถ้ำโลหิตอเวจี กลับไม่มีวงเวทถูกตั้งเอาไว้
อยู่เลย พวกมันปกป้องเพียงแค่พื้นที่รอบนอกเท่านั้น
หากว่าพวกมันปล่อยให้ชาวเหยียนหวงบุกไปถึงบริเวณ
ใกล้กับถ้ำโลหิตอเวจี เช่นนั้นก็ถือว่าถ้ำโลหิตอเวจีจบสิ้น
แล้ว
อู่ อวี้ จำต้องพุ่งทะยานกระโดดก้าวเดียวพร้อมหลบ
เลี่ยงวงเวทต่างๆไปในตัว ลองนึกสภาพเมื่อหากกระโดด
ยาวไกลและต้องหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวางไปด้วย นับว่า
ยากเย็นทุลักทุเลไม่น้อย ทว่าพอหลังจากผ่านเขตวงเวท
และเข้าใกล้ถ้ำโลหิตอเวจีแล้ว เขาก็จะสามารถกลับมา
ตั้งลำใหม่ได้
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตราย แต่หากเขาตกเข้า
ไปอยู่ภายในวังวนก็สมควรไม่คุ้มเสีย แม้ว่า อู่ อวี้ จะ
มั่นใจว่าตนเองสามารถทะยานไปถึง แต่ว่าภายใต้การ
ระวังภัยของชาวกุ่ยเหยียน การที่เขาจะกระโดดเพียง
ก้าวเดียวให้เข้าไปภายในนั้นได้ก็เป็นเรื่องที่ถือว่าทำได้
ยากลำบาก
“หากสำเร็จในครั้งเดียวก็คงจะดี”
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้คำนวนตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ยามนี้ถือว่าตัวเขาค่อนข้างอยู่ห่างจากถ้ำโลหิตอเวจี
พอสมควร สิ่งที่เขาต้องการก็คือความแม่นยำในการก้าว
กระโดดออกไป แต่ทว่าเมฆาตลบฟ้าขั้นที่ 2 อย่างเดียว
ก็ยังไม่พอที่จะทำได้สำเร็จ
“คงต้องพึ่งดวงแล้ว”
หากโชคดีเขาก็จะสามารถเข้าไปได้โดยไร้ซึ่งสุ้มเสียงใด
แต่หากโชคไม่ดีก็เป็นอันจบกัน
หลังจากที่ปรับตัวได้แล้ว เขาก็สูดหายใจเข้าไปลึกๆ
จากนั้นก็สำแดงออกเทียมฟ้าจรดดิน คราวนี้เขาไม่ได้
ขยายร่างให้ใหญ่ขึ้นแต่กลับหดร่างให้เล็กลง หลังจากที่
หดร่างให้เล็กลงแล้ว เขาก็มีสูงเท่ากับน่องของคนทั่วๆไป
แต่ความเร็วก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมและสามารถซ่อนตัวได้
ง่ายดายขึ้น หากเป็น หนานซาน หวางเยว่ คงสามารถ
ทำงานนี้ได้เชี่ยวชาญยิ่งกว่า เนื่องจากเขาสามารถหลบ
ซ่อนตัวไปในทันที และคนอื่นๆก็แทบจะหาตัวเขาไม่พบ
เลยทีเดียว
และ หนานซาน หวางเยว่ มักจะใช้เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ ไป
ลอบดูเหล่าสาวงามทั้งหลายที่กำลังเปลื้องผ้า….
“ไป!”
เมื่อผสานรวมเข้ากับเมฆาตลบฟ้า เขาก้าวกระโดด
ออกไปทันที ซึ่งด้วยความรวดเร็วที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
นั้น พริบตาเดียว อู่ อวี้ ก็มาปรากฏตัวออกมาอยู่ที่ด้าน
นอก ในช่วงเวลาที่เขาปรากฏตัวขึ้น อู่ อวี้ ก็ค้นพบว่า
ตนเองชนเข้ากับสิ่งของบางอย่างที่นุ่มนิ่มแต่ทว่ากลับ
เต็มไปด้วยหยดโลหิต หากลองมองให้ละเอียด สิ่งนี้ก็คือ
กำแพงรอบนอกของถ้ำโลหิตอเวจี! เมื่อลองมองดูใกล้ๆ
ก็พบว่าของสิ่งนี้มันคล้ายกับอวัยวะภายในของสิ่งมีชีวิต
มันช่างน่าขยะแขยงจนแทบอ้วก ซึ่งบัดนี้ทั่วร่างของเขา
ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
พื้นที่ตรงนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต ปรากฏว่าถ้ำ
โลหิตอเวจีนี้ไม่ได้ทีรูปทรงเป็นลูกทรงกลม เมื่อมองดู
ใกล้ๆแล้วจะพบว่ามันมีรูปร่างเหมือนกับ….กระเพาะ
อาหาร
“อี๋ มันน่าขยะแขยงจริงๆ!” หมิงซวง อดไม่ได้ที่จะกรีด
ร้องออกมา
ยามนี้ อู่ อวี้ มีขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็กจิ๋ว สายตาของเขา
สังเกตบริเวณรอบๆ ก็พบว่าตนเองนั้นโชคดีไม่น้อย เขา
นั้นได้มาถึงบริเวณรอบๆถ้ำโลหิตอเวจีนี้ได้จริงๆ มัน
น่าจะเป็นเพราะประสบการณ์ในการใช้งานเมฆาตลบฟ้า
ที่สั่งสมมาเป็นเวลานานคอยหนุนเสริม แน่นอนว่าใน
ครั้งต่อไปโชคของเขาอาจจะไม่ได้ดีเช่นนี้ เขาคาดการณ์
ว่าใน 10 ครั้งการที่สามารถประสบความสำเร็จได้ 1
หรือ 2 ครั้งก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
ในบริเวณรอบๆนี้ก็มีโพรงทางเข้าถ้ำโลหิตอเวจีอยู่ไม่
น้อย นอกจากนี้ก็ยังมีชาวกุ่ยเหยียนเข้าออกอยู่ตลอด
แม้ว่าพวกมันทั้งหมดจะเป็นแค่คนอ่อนแอ่ แต่ อู่ อวี้ ก็
ยังระมัดระวังตัวไม่เสื่อมคลาย เขาจึงไปหลบซ่อนตัว
ก่อน หลังจากที่รู้สึกว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว เขาก็
พุ่งทะลวงผ่านเข้าไปยังถ้ำที่มีขนาดเล็กทันที เมื่อผ่าน
เข้าไปเป็นระยะทางประมาณ 2-3 ลี้ ก็พบกับทางออกที่
อยู่ด้านหน้า หลังจากที่ลอดผ่านทางออกมาได้แล้ว
เบื้องหน้า อู่ อวี้ ก็ได้พบกับโลกของผู้ฝึกตนนอกรีต
ผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่ภายในลูกทรงกลมมหึมาขนาดนี้
พวกมันได้ทำการสร้างเมืองขึ้นมา เมืองที่อยู่เบื้องหน้า มี
ขนาดเทียบเท่ากับ ‘นครเซียนเหมันต์อุดร’ อย่างไรก็
ตามมันก็มีการก่อสร้างที่ไม่เหมือนกับนครที่สร้างขึ้นบน
ดินแดนโบราณเหยียนหวง เพราะอาคารทั้งหลายที่อยู่
ที่นี้ได้สร้างขึ้นบนผนังกำแพงของถ้ำโลหิตอเวจี ดังนั้นจึง
มีลักษณะที่ค่อนข้างแปลกตายิ่ง ยามนี้ อู่ อวี้ ยืนอยู่บน
ผนังด้านในแล้ว ฉับพลันเขาเงยหน้าขึ้นมองที่เหนือหัว
ของเขา ซึ่งมันไม่ได้เป็นท้องฟ้าหรือว่าดวงตะวัน แต่มัน
กลับเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในอีกฝั่งหนึ่ง และดูเหมือนว่า
อาคารทุกหลังมีการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
อย่างไงก็ตามทั่วทั้งนครแห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่
มืดหม่น สถานที่ทุกแห่งเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต
ยิ่งกว่านั้นมันยังขมุกขมัวอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง เสียงกรีด
ร้องอันน่าสยดสยองดังระงมไปทั่วทุกแห่งหน สถานที่
แห่งนี้ถ้าจะให้กล่าวก็เปรียบดั่งนรกก็มิปาน ชาวกุ่ยเห
ยียนที่อยู่ภายในนี้มีอยู่มากมายมหาศาล แต่มันกลับไม่มี
ความคึกคักเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่นั้นมี
พฤติกรรมที่ไม่แยแสต่อสิ่งใด แม้ว่าจะมีการต่อสู้เข่นฆ่า
ตามท้องถนนก็ตาม ทั้งการลงมือของพวกมันยัง
โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่ง ทว่าคนส่วนใหญ่แล้วมักจะซ่อนตัว
อยู่ในบ้านของตนเอง น่าจะเป็นเพราะว่าภายในบ้านได้
มีการจัดตั้งวงเวทป้องกันเอาไว้ จึงพอจะมีความ
ปลอดภัยอยู่บ้าง
ภายในถ้ำโลหิตอเวจี ถือว่ามันเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญมาก
จริงๆ เพราะว่าภายในฐานที่มั่นแห่งนี้มีการสร้างวงเวท
ป้องกันเอาไว้เพื่อที่จะปกป้องตนเองและครอบครัว
มิฉะนั้นหากไปอยู่ที่ด้านนอกพวกมันคงจะกลายเป็น
เพียงซากศพที่เกลื่อนกราดอยู่ตามท้องถนน อย่างไรก็
ตามแม้ว่าจะมีอาคารบ้านเรือน แต่ก็ยังมีบางคนที่
ทำลายประตูบุกเข้ามาสังหารถึงที่อย่างที่เห็นในยามนี้
ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆมันได้กระแทกเข้าไปที่จิตใจของ อู่
อวี้ อย่างจัง โลกที่มีขนาดใหญ่โตเช่นนี้มีสังคมอยู่ทุก
รูปแบบ และโลกที่อยู่เบื้องหน้าราวกับเป็นโลกแห่ง
ความตายยังไงอย่างนั้น
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ฝึกตนทั้งหลายจะโหดร้ายและป่า
เถื่อน เพราะพวกมันต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย
เช่นนี้นี่เอง หากพวกมันไม่ดุร้ายก็ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่รอด
ได้ มีเพียงแต่คนใจถึงและความสามารถถึงเท่านั้นจึงจะ
มีชีวิตอยู่ได้ การฝึกตนค้าขายหรือว่าเดินทางบนโลก
เช่นนี้ จะต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ จะต้องไม่ทำตัวไร้
เดียวสา มิฉะนั้นจะต้องถูกฆ่าสังหารเอาได้ง่ายๆ
ยามนี้ อู่ อวี้ มีร่างกายที่ค่อนข้างเล็ก เขาจึงสามารถ
หลบซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียน ยิ่งไปกว่านั้นอาคารที่อยู่
ภายในถ้ำโลหิตอเวจีนี้เรียงรายกันอย่างมั่วซั่ว ทำให้ง่าย
ต่อการหลบซ่อนตัว อันที่จริงแล้วจะเห็นได้ว่าประชากร
ที่อยู่ที่นี่มีมากมาย แต่ว่าฐานที่มั่นกลับมีขอบเขตจำกัด
ดังนั้นภายในฐานที่มั่นนี้จึงเกิดข้อพิพาทกันเรื่องที่อยู่
อาศัยกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมันรุนแรงอย่างมากจนน่าตกใจ
สำหรับโลกแห่งลาวาที่อยู่ภายในนอกนี้ หากว่าออกไปก็
มีโอกาสที่จะถูกชาวเหยียนหวงเข่นฆ่า และถ้าอยู่บริเวณ
รอบๆถ้ำอเวจีมันก็จะมีอุณหภูมิที่ร้อนแรงมากเกินไป
แม้ชาวกุ่ยเหยียนบางคนจะสามารถอยู่ภายนอกได้ ทว่า
พวกมันก็มีครอบครัว บ้างก็มีลูก และในยามที่ของมัน
ลูกเกิดออกมาแล้ว ก็ไม่สามารถอยู่รอดภายในโลก
ภายนอกได้ ก่อนที่ลูกของพวกมันจะไปถึงอาณาจักรจิต
เทวะก็แทบจะไม่มีความหวังในการออกไปโลกภายนอก
ได้เลย ดังนั้นเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหลาย จึงจำเป็น
จะต้องอยู่ภายในถ้ำโลหิตอเวจีสถานที่อันเป็นฐานที่มั่น
ของตัวเอง
มิฉะนั้นก็อาจจะถูกกำจัด!
การที่ต้องอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเช่นนี้…….
ก็เป็นเพราะชาวเหยียนหวงบีบบังคับพวกมันให้ต้องมา
พบเจอสภาพแวดล้อมเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ชาวเหยียนหวงนั้นไม่ได้ผิด เพราะผู้ฝึกตน
มีนิสัยที่ดุร้ายป่าเถื่อน ยามที่มันฝึกตนอยู่ภายนอกก็ได้
ก่อกรรมทำชั่วมากมาย ดินแดนโบราณเหยียนหวงไม่
อาจจะปล่อยให้พวกมันทำให้โลกของผู้ฝึกตนแปดเปื้อน
ไปด้วยโลหิตได้
ยิ่งไปกว่านั้นชาวเหยียนหวงก็ยังได้ให้ทางออกกับมัน
หากมองในมุมของชาวเหยียนหวงแล้ว เผ่าพันธุ์ที่ชั่วช้า
สามานย์ต้องเอาชีวิตรอดอยู่ในสถานที่ที่ถูกปิดผนึกก็ไม่
มีอะไรที่ผิดปกติ การไม่ล่มสลายไปก็ถือเป็นความเมตตา
ที่มีให้กับพวกมันมากแล้ว
“หากทั้ง 2 ฝ่ายไม่ผิด เช่นนั้นแล้วใครที่เป็นฝ่ายผิด?”
ในโลกที่โหดร้าย ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสงสัย แม้กระทั่งหดหู่
ยังเข้าปะปน ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าโลกใบนี้มีทั้งดีและชั่ว
ซึ่งเขารู้ว่าทุกคนล้วนถูกบีบบังคับในวิถีชีวิต ก่อนที่พวก
มันจะเกิดมา ไม่มีผู้ใดอยากเลือกเกิดเป็นชาวกุ่ยเหยียน
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ ที่ไม่ต้องการเลือกจะเป็นเพียงแค่คน
ธรรมดา และยามแรกเกิด กล่าวได้ว่าสภาพแวดล้อมจะ
เป็นตัวกำหนดคนคนนั้น บีบบังคับให้โหดเหี้ยม บีบ
บังคับให้ชั่วร้าย บีบบังคับต่างๆนาๆ แต่งแต้มเด็กที่เป็น
เหมือนผ้าขาวให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมนั้นๆ แล้วพวก
มันจะทำเช่นไรได้อีก?
อู่ อวี้ พบว่าตนเองนั้นมองโลกใบนี้มันเรียบง่ายมาก
เกินไป โลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คนดีและคนเลว ไม่ใช่
ด้านนอกที่เป็นสีขาว หรือว่าที่แห่งนี้เป็นสีดำ ทุกสิ่งทุก
อย่างมันช่างซับซ้อน แต่ละคนล้วนมีโชคชะตาเป็นของ
ตนเอง ไม่มีใครสามารถหัวเราะเยาะใครได้ มีเพียงแค่
การปีนป่ายขวนขวาย ทุกคนต้องฟันฝ่าเพื่อก้าวไป
ข้างหน้า
“มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมายบนโลกใบนี้ เช่นนั้นต้อง
ยืนหยัดด้วยตนเอง จึงจะเป็นเต๋าแห่งข้า!!”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
เมื่อเข้ามาที่ถ้ำโลหิตอเวจีจึงจะรู้ว่ามันหนักหนาถึง
เพียงใด ซึ่งมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของเขา มีชาวกุ่ยเห
ยียนคนหนึ่งทำลายวงเวทป้องกันของบ้านหลังหนึ่ง
พร้อมทะยานเข้าสังหารคนในบ้าน จากนั้นมันก็แย่งชิง
สมบัติ แล้วจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ เมื่อ อู่ อวี้ เห็น
แล้วก็รู้สึกสั่นสะท้านยิ่ง ทว่าไม่อาจจะลงมือช่วยเหลือได้
เนื่องจากมันเกิดขึ้นทั่วทุกแห่งภายในถ้ำโลหิตอเวจี ถึง
จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือก็เท่านั้น…
“ภายในสวรรค์ มีเซียนอมตะอยู่มากมาย พวกเขาไม่
สนใจสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายเลวทรามเช่นนี้ เลยหรือ
…….” นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ นึกถึงสรวงสวรรค์ นึกถึง
เทพเซียนผู้ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตดั่งตำนาน นึกไปถึงเง็กเซียน
ฮ่องเต้ ราชินีมารดร และเทพเซียนองค์อื่นๆ……
ทันใดนั้นเขาก็มีความเข้าใจความหมายที่ ฉีเทียนต้าเซิ่น
ได้บอกกล่าวกับตนเองอยู่บ่อยครั้ง ทำไมเขาถึงต้อง
ทำลายกฎระเบียบแห่งโลกาให้สิ้นซาก เป็นเพราะ
สวรรค์นั้นไม่ยุติธรรมใช่หรือไม่…….
อู่ อวี้ ยังคงเป็นมนุษย์สามัญชน เขาจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยให้
มากเกินไป แต่สิ่งที่เห็นและได้ยินในวันนี้ ได้ฝังเมล็ด
พันธุ์บางอย่างเอาไว้ในตัวของเขา เป็นเพราะว่าเขานั้น
เป็นคนที่ยากจะลืมสิ่งที่ได้เห็นลง ลูกๆของชาวกุ่ยเห
ยียนทั้งหลายกำลังร่ำไห้ด้วยความระทม มองดูบิดา
มารดาผู้เป็นเหมือนกับคนนำทางของพวกเขาถูกสังหาร
ไปต่อหน้าต่อตา แล้วก็ถูกสังหารให้ตายตามไปอีก
จากนั้นวิญญาณก็ยังไม่พ้นถูกช่วงชิง เนื่องจากว่ายิ่งเด็ก
เหล่านี้มีความสิ้นหวังมากเท่าไหร่ พลังอำนาจของ
ศาสตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีตก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น
ตามไปด้วย
“สวรรค์ ช่างเข้าใจยากจริงๆ…….”
“ดีชั่วไม่อาจจะแบ่งแยก ความโลภ แก่งแย่งชิงดี…….
ทั้งหมดนี้จึงบังเกิดความขัดแย้ง การมีชีวิตอยู่หรือตก
ตาย โหดเหี้ยมหรือทนทรมาน ทำให้ไม่อาจจะคาดเดา
คนได้ เพราะจิตใจมนุษย์มันเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินจะหยั่ง
ถึง ไม่อาจแบ่งแยกว่าผู้ใดถูกหรือผิดก่อน หรือรอให้ข้า
แข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน จึงจะเข้าใจสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้?”
เขาทำจิตใจให้สงบลง จากนั้นก็หันมาให้ความสนใจเต๋า
ของตนเอง
สิ่งเหล่านี้ไม่อาจจะส่งผลกระทบกับสิ่งยึดเหนี่ยวของตัว
เขา มันเพียงแค่ทำให้โลกของเขาเปิดกว้างขึ้น ไม่ปิดกั้น
เส้นทางของตนเองอีกต่อไป แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ได้
เห็นถึงเนื้อแท้ของเต๋าที่แท้จริง ทำให้เส้นทางเต๋าของเขา
ทอดไกลได้มากขึ้น ทำให้เขามีความเข้าใจในตัวของ ฉี
เทียนต้าเซิ่น มากยิ่งขึ้น ว่าสุดท้ายแล้วฉีเทียนผู้นี้เป็น
ตัวตนเช่นไร…….
เขาซ่อนตัวและเดินเล่นไปรอบๆ อันที่จริงก็ไม่มีผู้ใดจะ
คาดเดาได้ว่าชาวเหยียนหวงจะสามารถเข้ามาอยู่ภายใน
ของถ้ำโลหิตอเวจีนี้ได้ ดังนั้นพื้นที่ภายในของถ้ำโลหิต
อเวจี จึงไม่มีการเตรียมการป้องกันมากเท่าใดนัก คน
ส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ก็อยู่เพียงแค่ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
มีส่วนน้อยที่จะอยู่ถึงขั้นจิตเทวะ และขั้น 3 ภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋ายิ่งน้อยจนเกือบจะไม่มี ทำให้คนที่อยู่รอบๆนี้
ไม่อาจจะค้นพบตัว อู่ อวี้ ได้ง่ายดายเท่าใดนัก
“เจ้ารู้หรือไม่ว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ อยู่ที่ไหน?” อู่ อวี้ ลอบจับ
ตัวตนที่ดูค่อนข้างจะมีสถานะที่สูงส่งมา แล้วเอ่ยถาม
ออกไปโดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นตัวเขา
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ