กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 858: หัวกะโหลกมหึมา
สำหรับตอนนี้สิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการมากที่สุดคือ
ความก้าวหน้า
สี่มหาอิทธิฤทธิ์ ที่เพิ่งยกระดับไปก่อนหน้านี้ มีร่าง
อวตารนอกวิถีกับเนตรเพลิง ส่วนเมฆาตลบฟ้ากับเทียม
ฟ้าจรดดินยังคงค้างเติ่งอยู่กับที่
เขาพร่ำศึกษาอยู่เป็นประจำทุกวัน ทว่าด้วยสภาพการณ์
ปัจจุบัน การเข้าสู่ขอบเขตใหม่นั้นยังถือว่าอีกห่างไกล
นัก
ซึ่งหากเขาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ จะรู้ทันทีว่าโอกาสที่
จะผ่านไปได้นั้นมีไม่มาก
สถานการณ์ปัจจุบันเขาจำเป็นต้องใช้ความอดทนอย่าง
ยิ่ง ด้วยเพราะครานี้เขาไม่สามารถสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ
ได้ ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจสำรวจพิภพอเวจีต่อ
” หากไปในส่วนที่ลึกสุดมันจะมีอันใดซ่อนอยู่นะ? หรือ
มันจะเป็น ‘อเวจีหมื่นชั้น’ ที่มีเทพมารดำรงอยู่จริง ๆ
งั้นหรือ? ”
ตามตำนาน ภายในอเวจีหมื่นชั้น ท่ามกลางคืนวันหลาย
แรมปีนับไม่ถ้วน เคยมีข่าวการปรากฏตัวของเทพมารผู้
เป็นอมตะขึ้นมาจริง ๆ
อู่ อวี้ กำลังค้นคิดอยู่ภายในหัว ว่าหากเขาบินทะยานขึ้น
ไปสุดท้องเวหา จะสามารถไปถึงวิมานสวรรค์ได้หรือไม่?
ความจริงนี้ คงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้
อย่างไรก็ตาม เขาปรารถนาจะทราบคำตอบของมัน
เขาใช้เทียมฟ้าจรดดินย่อตัวให้ขนาดเล็กลง ระหว่างขี่
เมฆาตลบฟ้า โดยไร้ซึ่งผู้นำทาง เขาขี่เมฆลอยไปเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นว่าทิศทางใดร้อนมากที่สุดเขาก็ไปยังทิศทางนั้น
นับตั้งแต่เขานำ ‘ผสานหยาดเพลิงวิญญาณเซียน’ ผสาน
เข้าไปในดวงตา พบว่าตนเองมีประสาทสัมผัสกับ
อุณหภูมิความร้อนได้ไวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ
เปลี่ยนแปลงใด ๆ ล้วนไม่อาจเล็ดลอดสายตาเขาไปได้
ระหว่างที่ลงไป อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่ารอบ ๆ บริเวณ มีเสียงดัง
ขึ้นไปทั่วทุกแห่ง ทั้งยังเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ
เขาได้ยินเสียงผู้คนดังโหวกเหวกตลอดทาง ซึ่งคนส่วน
ใหญ่มาที่นี่ก็เพราะ อู่ อวี้
อย่างเช่นขณะนี้ ตรงเบื้องหน้าของเขามีฝึกตนนอกรีต
อยู่กลุ่มหนึ่ง กำลังช่วยกันจัดวางค่ายกลวงเวท ซึ่ง
ดำเนินการไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น คาดว่ากว่าค่าย
กลนี้จะทำงานได้คงต้องรออีกสักพัก รากฐานของมันถูก
วาดขึ้นโดยมหาเวทฟ้าดินกับค่ายกลพื้นฐานขนาดใหญ่
ชุลมุนเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดพัก สามารถแลเห็นได้ว่า
หากพวกมันวางค่ายกลนี้ได้สำเร็จ อำนาจของมันย่อมไม่
ธรรมดาอย่างแน่นอน
” เร็วเข้าจัดการให้เสร็จภายในสามชั่วยาม! ”
” คนผู้นั้นเป็นชาวเหยียนหวงมีนามว่า อู่ อวี้ ไม่รู้ว่า
ตอนนี้มันอยู่ที่ใด แล้วพวกเราจะมีโอกาสได้พบเจอมัน
หรือไม่? ”
” มันขึ้นอยู่กับโชค เราก็แค่จับมันให้ได้แล้วนำตัวไปขึ้น
รางวัลศาสตราวิถีแท้สุดวิญญาณกับประมุขถ้ำโลหิต
อเวจี นั่นไม่ใช่ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั่ว ๆ ไป
ผู้คนจำนวนมากลงทุนออกมาจากฐานใหญ่ เพื่อจัดวาง
กับดักค่ายกลจับตัวคนผู้นี้ ซึ่งก็เท่ากับว่าเรามีคู่แข่ง
มากมาย คิดว่าเราจะจับคนผู้นี้ได้ง่าย ๆ หรือไม่ล่ะ ?
เห็นไหมว่ามันขึ้นอยู่กับโชคจริง ๆ ”
” ซึ่งก็เท่ากับว่าพี่น้องของเราล้วนมีโอกาสเช่นกัน หาก
เราบังเอิญโชคดีพบคนผู้นั้นเข้าก็ถือว่าได้โชคอย่างน่า
อัศจรรย์ ”
ระหว่างที่พวกมันกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น แต่มือของพวก
มันก็ไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวยังคงทำงานต่อไป
” ผู้คนเหยียนหวงไปก่อเรื่องอะไรเข้า? ไฉนถึงทำให้คน
ใหญ่คนโตจำนวนมากขุ่นเคืองใจมากมายถึงเพียงนี้ได้ ?
เห็นว่ามันแอบเข้าไปในถ้ำโลหิตอเวจี ? จนเกือบจะ
สังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ได้? คนผู้นี้ทำให้พวกเราเสียหน้าไม่
น้อยเลยมิใช่หรือ? ”
” อย่างไรก็ตามการตั้งรางวัลเช่นนี้ โดยกระจายข่าว
ใหญ่โตแล้วก็ให้คนจำนวนมากออกมาติดตามไล่ล่าคน
เพียงคนเดียว บอกตรง ๆ ว่าเป็นเรื่องยากที่จะพบเจอ อู่
อวี้ ผู้นี้ได้แล้ว แต่ก็ช่างเถอะอย่าได้สนใจกับเรื่องนี้ เราก็
ทำหน้าที่ของเรามีสมาธิกับการจัดวางวงเวทกับดักรอให้
อู่ อวี้ ผู้นี้มาติดกับ! ”
” เราชาวกุ่ยเหยียน ปิดล้อมไล่ล่าศัตรูไปทุกแห่งหน ทั้ง
ยังมีค่ายกลถูกจัดวางไว้มากมาย หากคนเหยียนหวงผู้
นั้นกล้ามาเหยียบที่นี่ จะไม่มีทางที่มันจะหนีรอดออกไป
ได้อีก! ”
” ไม่ว่าจะอย่างไรซักวันหนึ่งเราชาวกุ่ยเหยียน จะต้อง
หลบหนีออกจากสถานที่บัดซบนี่ให้จงได้ ไปอยู่บน
ดินแดนโบราณเหยียนหวงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความอุดม
สมบูรณ์ ทวงทุกอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมา แล้วสร้าง
เป็นจักรวรรดิผู้ฝึกตนของเรา! แม้เวลาจะผันผ่านมา
หลายปี เราก็ไม่เคยลืมความปรารถนาในใจของเรา!
ความปรารถนาทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นตราบเท่าที่เรา
แข็งแกร่งพอ! ”
ดูเหมือนระหว่างที่พวกมันกล่าวสิ่งนี้ ภายในดวงตาของ
ชาวกุ่ยเหยียนก็แปรเปลี่ยนแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ
จิตวิญญาณเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาแห่งการต่อสู้ อู่
อวี้ เข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี นี่คือความปรารถนาอัน
ยิ่งใหญ่สุดของพวกมัน พวกมันเกลียดชังชาวเหยียนหวง
จนไม่อาจต้านทานเจตจำนงนี้ได้
อู่ อวี้ ข้ามผ่านคนเหล่านี้ พร้อมกับมุ่งลึกลงไปเบื้องล่าง
สอดส่องสายตาตรวจสอบชาวกุ่ยเหยียนมากยิ่งขึ้น บาง
คนกำลังไล่ตามหาเขา บางคนกำลังจัดเรียงค่ายกลวง
เวทกับดักส่วนบางคนก็จัดวางเสร็จแล้ว
สิ่งที่เขาเห็นโดยส่วนใหญ่พวกมันกำลังจับกลุ่มคุยกัน
“ ข้าก็แค่แอบเข้าไปในถ้ำโลหิตอเวจี แล้วทำให้ กุ่ย เจิ้น
เค่อ ได้รับบาดเจ็บ ถึงขนาดต้องระดมพลสังหารข้าถึง
เพียงนี้เลยหรือ? อย่าบอกนะว่ากุ้ยเจิ้นเค่อมี
ความสัมพันธ์บางอย่างกับเจ้าประมุขถ้ำโลหิตอเวจี? ”
ตามความเข้าใจของ อู่ อวี้ คิดว่าสิ่งนี้ไม่น่าเป็นไปได้ ถ้า
หากเป็นเช่นนั้นจริง กุ่ย เจิ้นเค่อ คงไปหาเจ้าประมุข
แล้ว คงไม่ยอมไปนั่งจมปลักอยู่ที่โรงเตี๊ยมวายุราตรี
หรอก
” หรือว่าเย่ซีซีจะเกลียดชังข้าจนเข้ากระดูกดำ ที่ช่วงชิง
หยาดเพลิงวิญญาณเซียน เลยไปฟ้องผู้อาวุโสให้มาล้าง
แค้นข้าแทนนาง? แต่ก็ไม่น่าจะใช่อีก เพราะนางสามารถ
หาตัวข้าได้ เพียงแค่ผสานร่างกับแมวหมื่นผสาน ก็
แข็งแกร่งมากพอที่จะมาเล่นงานข้าแล้ว ไม่จำเป็นต้อง
ทำให้เรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ ”
อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตามเขาพยายามเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง
ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ตกไปอยู่
ภายในกับดักค่ายกล ยามนี้เขามีเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้น
ลับ กับ เนตรเพลิงซึ่งเป็นวิชาตรวจสอบและสังเกตชั้น
ยอด ดังนั้นกับดักค่ายกลทั่วไปย่อมไม่อาจรอดพ้น
สายตาเขาไปได้อย่างแน่นอน
“ ถึงแม้ยามนี้จะมีชาวกุ่ยเหยียนอยู่ทุกแห่งหน ทั้งยังมี
บุคคลชั้นสูงภายในฐานของชาวกุ่ยเหยียน ออกมาค้นหา
ข้าเบื้องนอก แต่คราที่อยู่ภายในถ้ำโลหิตอเวจีพวกมันยัง
ไม่สามารถจับตัวข้าได้ นับประสาอะไรกับตอนนี้? ” นี่
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสงสัย
อู่ อวี้ ไม่เข้าใจ เหตุใดพวกมันถึงไม่ยอมแพ้เสียที
” เป็นไปได้หรือไม่ว่า พวกมันอาจคิดว่าเจ้าหวาดกลัว
เมื่อแลเห็นเหล่ายอดฝีมือมารวมตัวกัน จนต้องรีบล่า
ถอยหลบหนี กลับไปยังอาณาเขตของชาวเหยียนหวง?”
หมิงซวง กล่าวอธิบายเสมือนดั่งผู้ทรงภูมิความรู้ให้
คำตอบแก่ อู่ อวี้
อู่ อวี้ พยายามครุ่นคิดอย่างรอบคอบ จากนั้นก็กล่าวขึ้น
ด้วยเสียงต่ำว่า ” อาจจะเป็นเช่นนั้น ปกติหากข้าเห็น
ยอดฝีมือมารวมตัวกันมากมายขนาดนี้ โดยมีเป้าหมาย
อยู่ที่การจับกุมตัวข้า ต่อให้ตอนนั้นข้ามีโอกาสลงมือ
จัดการ กุ่ย เจิ้นเค่อ ข้าก็เลือกที่จะถอยออกจากที่แห่ง
นั้น เพื่อรอให้เรื่องซาแล้วค่อยกลับมาอีกครั้ง”
เขาประเมินความสามารถของผู้คนภายในถ้ำโลหิตอเวจี
มาก่อน ถึงแม้จะมีผู้คนมากมายออกมาไล่ล่า อู่ อวี้ อยู่
ด้านนอก แม้กระทั่งยอดฝีมือยังไม่อาจทำอันใดเขาได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนเหล่านี้ ถึงแม้จะเจอพวกที่มี
ความสามารถอยู่บ้าง แต่ก็คงไม่อาจทำอันใดได้ เพราะ
มันไม่มีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
แต่มันก็ทำให้เกิดคำถามที่ใหญ่กว่าขึ้น ” แล้วเหตุใดพวก
มันจึงต้องรู้สึกวิตกกังวล จนถึงขนาดไล่ตามข้าออกมา
ด้านนอก?”
” คงมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ เป็นไปได้พวกมันอาจกำลัง
วางแผนจะจัดการกับชาวเหยียนหวง เนื่องจากตลอด
ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พวกมันเคยวางแผนเอาไว้
นับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งในทุก ๆ ครั้งล้วนล้มเหลว เนื่องจาก
ชะตากรรมของชาวกุ่ยเหยียนคือกระทำได้เพียงต่อสู้
เท่านั้น สิ่งที่พวกมันกระทำอยู่ในที่แห่งนี้ คือการหาวิธี
ตอบโต้ชาวเหยียนหวงกลับไปอย่างบ้าคลั่ง ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาอยากรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลัง
วางแผนแบบไหนเอาไว้ ทว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
นัก ถ้าไม่มีแมวหมื่นผสาน เขาก็อยากจะลองดูอีกครั้ง
อีกประเด็นหนึ่งคือมียอดฝีมือมากมายอยู่ที่นี่ การที่เขา
จะควบคุมไม่ให้ตนเองไปพบเจอฝ่ายตรงข้าม ถือเป็น
เรื่องยากลำบากยิ่ง เนื่องจากความสามารถของเขายัง
ห่างชั้นกับพวกมันนัก
” ข้าจะปล่อยเรื่องนี้ไป ไม่ยอมโลเลเด็ดขาด ”
อู่ อวี้ มิได้ออกไปค้นหาสิ่งที่พวกมันกำลังทำ แต่เลือกที่
จะทำตามแผนเดิมของตนเอง นั่นคือมุ่งหน้าลึกเข้าไปใน
พิภพอเวจี โดยใช้เมฆาตลบฟ้าเปลี่ยนตำแหน่งของ
ตนเองเป็นครั้งคราว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แมวหมื่นผสาน
ค้นหาตนเอง
“ ไม่รู้ว่าแมวหมื่นผสาน ใช้วิธีใดในการค้นหาตัวข้า?”
ระหว่างที่มุ่งลงลึกไปเบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง อู่ อวี้ ก็
พบว่าชาวกุ่ยเหยียนมีรูปแบบเสมือนดั่งฝูงผึ้ง ถ้าเขาเป็น
หนึ่งในแปดกองทัพหลัก แล้วเข่นคร่าชาวกุ่ยเหยียน
มากมายในระหว่างทาง จำนวนการสังหารที่เขาบันทึก
ได้ในยามนี้ คงใกล้เคียงจะกลายเป็นขุนพลมังกรฟ้า
แน่นอนว่าอุณหภูมิความร้อนของลาวาในตำแหน่งนี้ก็ทวี
เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งชาวกุ่ยเหยียนที่พบเจอยังแข็งแกร่งมาก
ขึ้นด้วย อู่ อวี้ พบว่าหลังจากผ่านคืนวันอันยาวนาน
กระเสือกกระสนดิ้นรนเอาชีวิตรอดปีแล้วปีเล่า ก็ปรากฏ
ชาวกุ่ยเหยียนผู้แข็งแกร่งขึ้นมากมาย จนไม่รู้ว่าตอนนี้มี
อยู่มากเท่าใดแล้ว
หากอยู่บนดินแดนเหยียนหวงแล้ว ด้วยความแข็งแกร่ง
ของพวกมัน คงสามารถก่อตั้งอาณาจักรผู้ฝึกตนขึ้นมาได้
อาณาจักรหนึ่งเลยทีเดียว
เขาเลิกสนใจเรื่องนี้ แล้วมุ่งหน้าลึกลงไปเรื่อย ๆ ไม่นาน
นัก 10 วันก็ผ่านไป ในที่สุดเขาก็พบว่าผู้คนรอบตัว
หายไป เนื่องจากว่าลาวาในบริเวณนี้ มีระดับการเผา
ไหม้ถึงขีดสุด ต่อให้เป็นชาวกุ่ยเหยียน หากไม่มีระดับ
การฝึกตนสูงส่งจริง ๆ คาดว่าคงไม่อาจทานทนได้
ลาวาสีทองคำ ดูเสมือนดั่งลาวาร้อนหลอมเหลว เดือด
พล่านเผาผลาญไปทุกแห่งหน นับได้ว่าในเวลานี้ อู่ อวี้
ก้าวเข้ามาถึงห้วงสมุทรลาวาลึก แม้ว่าจะมีเนตรเพลิง
แต่ก็ยากจะมองผ่านลาวาทองคำนี้ไปได้
อีกทั้งผู้คนยังบางตาเป็นอย่างยิ่ง หลังจากค่ายกลลด
น้อยลง ในที่สุดตัวเขาก็เป็นอิสระเสียที อู่ อวี้ มองลึก
เข้าไปในพิภพอเวจีอย่างคาดหวัง
” ข้าข้ามผ่านฐานทัพทั้งหมดของชาวกุ่ยเหยียนมาแล้ว
ถ้าเช่นนั้นข้าจะเข้าไปให้ลึกกว่านี้ เข้าไปในสถานที่ที่
ชาวกุ่ยเหยียนไปไม่ถึง ไม่รู้ว่ามีชาวกุ่ยเหยียนกี่คน เข้า
มาในสถานที่แห่งนี้ ” อู่ อวี้ มองลึกลงไปเบื้องล่าง พร้อม
กับกล่าวขึ้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง
การสำรวจดินแดนที่เขาไม่รู้จัก ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้น
เป็นอย่างยิ่ง โดยที่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่า หากลง
ลึกไปมากกว่านี้ ไปจนถึงจุดที่ชาวกุ่ยเหยียนไม่อาจทาน
ทนได้ หรืออุณหภูมิความร้อนของลาวาจะสูงมากจนตัว
เขาไม่ทานทนด้วยเช่นกัน
ทันใดนั้นลึกลงไปในมหาสมุทรลาวา อู่ อวี้ ก็แลเห็นว่า
ภายในที่แห่งนั้นมีลูกทรงกลมสีดำอยู่ มันมีขนาดใหญ่โต
เป็นอย่างยิ่ง
เขาพยายามระมัดระวังตื่นตัวถึงขีดสุด เนื่องจากสถานที่
แห่งนั้นอาจเป็นฐานของชาวกุ่ยเหยียน โดยที่เขาหลงคิด
ไปว่าตนเองได้ข้ามผ่านฐานของชาวกุ่ยเหยียนมา
หมดแล้ว
เขามุ่งลึกลงไปเบื้องล่างอย่างระมัดระวัง นอกจากถ้ำ
โลหิตอเวจีแล้ว เขายังเห็นฐานของชาวกุ่ยเหยียนอีกสาม
แห่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมันมีขนาดพอ ๆ ถ้ำโลหิตอเวจี
อย่างไรก็ตามฐานเหล่านั้นมีลักษณะที่แตกต่างแปลก
ออกไปเล็กน้อย หนึ่งในนั้นดูเสมือนดั่งบรรพตคีรี โดยมี
อยู่ทั้งหมดห้ายอดเขา ส่วนอีกหนึ่งก็อยู่เบื้องหน้าของ
เขา ซึ่งมองไม่เห็นสิ่งใดเลย รู้เพียงว่าจะเป็นรูปทรงกลม
อย่างไรก็ตามเนื่องจากอยู่ห่างไกลเกินไป จึงทำให้ไม่เห็น
ชัดเจนนัก
อย่างไรก็ตามเมื่อเข้ามาใกล้ อู่ อวี้ พบฐานทัพนี้ มีขนาด
ใหญ่มากกว่าทำโลหิตอเวจีถึงสิบเท่า! ซึ่งขนาดของมัน
ใหญ่โตมโหฬารเป็นอย่างมาก คาดว่าน่าจะอยู่ส่วนในลึก
สุดของพิภพอเวจี แม้ว่าจะเห็นไม่ชัดเจนนะ แต่ อู่ อวี้ ก็
มั่นใจว่านี่คือ ‘ถ้ำปีศาจพญายม’
ถ้ำปีศาจพญายมเป็นฐานทัพหลักของชาวกุ่ยเหยียน ร่ำ
ลือกันว่าอยู่ในส่วนลึกสุดของพิภพ เขาไม่คาดคิดว่าจะ
มาพบถ้ำปีศาจพญายมโดยบังเอิญ
ด้วยความอยากรู้ เขาจึงเข้าไปใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อ
มาถึงแล้วได้เห็นรูปลักษณ์ของ ถ้ำปีศาจพญายม เขาก็
รู้สึกตื่นตระหนกตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะรูปลักษณ์ของถ้ำ
ปีศาจพญายม ดูยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างยิ่ง มันเป็น
รูปทรงหัวกะโหลกสีดำขนาดใหญ่!
“หัวกะโหลกขนาดมหึมา!” อู่ อวี้ ตกใจเป็นอย่างมาก
เพราะหัวกะโหลกดูเหมือนจริงเอามาก ๆ หลังจาก
เจ้าของหัวกะโหลกนี้ตกตาย กะโหลกนี้ก็ปรากฏขึ้น แต่
การที่มีกะโหลกใหญ่ขนาดนี้ เจ้าของหัวกะโหลกเป็น
ยักษ์หรืออย่างไร?
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ