กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 867: เวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า
จอมกระบี่วิญญาณเป็นหุ่นเชิด มันไม่มีความรู้สึก
หวาดกลัว ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรก็ตาม
หลังจากที่พร้อม มันก็จะทะยานเข้าหาศัตรูโดยไม่กริ่ง
เกรงใดๆทั้งสิ้น
อู่ อวี้ กับ จอมกระบี่วิญญาณเคยได้ปะทะกันมาแล้ว
หลายครั้ง จึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับวงเวทโจมตีทั้งหลาย
ของมัน ว่านอกจาก ‘เจตกระบี่หยินหยาง’ กับ ‘มัจฉา
สังหาร’แล้ว ยังมีวงเวทที่ทรงพลังอยู่อีก 2 อย่าง หนึ่ง
เรียกว่า ‘กระบี่วิญญาณพิชิตชะตาฟ้า’ และอีกหนึ่งก็มี
ชื่อว่า ‘กระบี่ทลายเก้าพิภพ’!
ซึ่งในยามนี้ อู่ อวี้ ก็คิดหมายจะโจมตีเข้ากลางแสกหน้า
มัน!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
หลังจากที่ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งออกมาแล้ว พละกำลัง
ของ อู่ อวี้ ก็ไต่มาจนถึงขีดสุด พลังของเขาทวีคูณสูง
กว่าเดิมถึง 6 เท่าตัว เรียกได้ว่า อู่ อวี้ ในยามนี้มี
พละกำลังที่สามารถเปิดขุนเขาแยกพสุธาได้เลยทีเดียว
พลองของเขาพุ่งทะยานเข้าใส่จอมกระบี่วิญญาณ
โดยตรง อีกฝ่ายโต้กลับด้วยมัจฉาสังหาร มัจฉาหยิงห
ยางฉับพลันแผ่ปกคลุมเหนือหัวของ อู่ อวี้ พลังอำนาจ
ของกระบี่พวยพุ่ง ทว่าขณะนี้เอง อู่ อวี้ ได้ใช้พละกำลัง
ของกายเนื้อโจมตีออกไปตรงๆโดยไม่สนสิ่งใดรอบกาย
ในพริบตานั้น ด้วยพลองจากเคล็ดระเบิดพลังคลั่งก็ได้
ทำลายวงเวทโจมตีของอีกฝ่ายไปในทันที จากนั้นก็
กระแทกเข้าสู่ร่างของจอมกระบี่วิญญาณอย่างจัง พลัง
อำนาจอันทรงพลังมหาศาลได้กระแทกผ่าเข้ากลางลำตัว
ของอีกฝ่ายจนขาดออกเป็นสองส่วน!
ปัง!
ช่วงเวลานั้น ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณและหุ่น
เชิดปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อเกิดเสียงดังกัมปนาท
“หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์!” ร่างกลืนสวรรค์รีด
เร้นพลังจนถึงขีดสุด จากนั้นทำการกระตุ้นวงเวท ทำให้
มังกรนับหมื่นตัวกรีดร้องคำรามพุ่งทะยานเข้าไปตรึง
ร่างกายส่วนบนของจอมกระบี่วิญญาณเอาไว้ เหมันต์ดับ
อัคคีอันไร้ที่สิ้นสุด ทำให้วงเวทของมันถูกแช่แข็งผนึกลง
ในที่สุด!
ส่วนร่างหลักของ อู่ อวี้ บัดนี้ได้เข้าประชิดตัวของจอม
กระบี่วิญญาณแล้ว ยามนี้ทั้งสองส่วนที่ฉีกขาดออกจาก
กันหมายมาดจะผสานรวมกันเป็นหนึ่งอีกครา แน่นอน
ว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น หลังจากที่เขาแช่
แข็งร่างกายส่วนหนึ่งไปแล้ว ร่างหลักของเขามาปรากฏ
อยู่เบื้องหน้าขาทั้ง 2 ข้างของมัน ฉับพลันพร้อมกับ
ระเบิดพลังอย่างบ้าคลั่งโจมตีฟาดไปยังร่างกายของมัน
ส่วนที่เหลือในทันที!
ด้วยวิธีการนี้จอมกระบี่วิญญาณก็จะถูกทำลายไปอย่าง
สมบูรณ์
ทว่า อู่ อวี้ ยังรู้สึกว่ายังไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้
สำเร็จ เพราะพลังอำนาจของจอมกระบี่วิญญาณยังไม่
สิ้นฤทธิ์ แต่ก็นับได้ว่าในยามนี้ อู่ อวี้ ได้ทำลายวงเวทไป
แล้วครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตามฝ่ายตรงข้ามยังมีแรงโจมตีอยู่
มันเพียงแค่ถูกแช่แข็งไปเท่านั้น ซึ่งเมื่ออยู่ภายในเจดีย์
ล่องกำเนิด หากหุ่นเชิดถูกแช่แข็งก็ไม่นับว่าเป็นผลอะไร
เช่นนั้นร่างกลืนสวรรค์จึงทลายน้ำแข็งลง ชั่วขณะนั้นเอง
อู่ อวี้ ก็ได้ใช้ร่างหลักของตนพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวอีก
ครา หนึ่งพลองถูกฟาดออกเป็นแนวขวางไปยังส่วน
ศีรษะของจอมกระบี่วิญญาณ เพียงพริบตา หัวของมันก็
แบะเลาะไม่เป็นชิ้น จากนั้นพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นแส้ยาว เข้าพันธนาการใส่ร่างของ
จอมกระบี่วิญญาณ อู่ อวี้ ช่วงชิงโอกาสนี้ บดขยี้
ร่างกายทั้งสองส่วนจนกลายเป็นผุยผงในทันที ครั้งนี้
จอมกระบี่วิญญาณถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
ยามนี้ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความเมื่อยล้าอย่างทวีคูณ
การต่อสู้ครั้งนี้มันช่างน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ร่างกายของ อู่
อวี้ ทั้งสองนั้นได้คำนวนแผนการณ์ต่างๆมาเป็นอย่างดี
จึงสามารถจัดการกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเหมือนกับพายุ
ฝนนี้ลงได้ และความจริงแล้ว ความแข็งแกร่งของจอม
กระบี่วิญญาณนั้นถูก อู่ อวี้ จำกัดดักทางเอาไว้ จึงไม่
สามารถสำแดงความสามารถของมันออกมาได้เต็มที่ ทำ
ให้นี่เป็นเหมือนกับการการต่อสู้ที่ตนเองอยู่ในสภาพที่
แข็งแกร่งที่สุดไปต่อสู้โจมตีกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในสภาพที่
อ่อนแอที่สุด ทำให้เขาทำลายคู่ต่อสู้ได้รวดเร็วดั่งสายฟ้า!
บ่อยครั้งที่ในช่วงสุดท้ายได้ประเคนทุกเคล็ดวิชาเต๋าและ
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ออกมา แต่ทว่าก็ยังได้ผลลัพท์ที่ไม่ค่อยดี
นัก แน่นอนเพราะว่า อู่ อวี้ ร่างหลักเป็นร่างต้น จึงต้อง
เป็นฝ่ายเข้าประชิดถึงจะถูกต้อง ซึ่งกล่าวได้ว่าในยามนี้
อู่ อวี้ ถือเป็นภัยต่อผู้ฝึกตนทั้งปวง เคล็ดวิชาต่างๆของ
เขาลึกลับยากจะค้นหาจุดอ่อนมากเกินไป ทั้งยังมี
ร่างกายที่ฆ่าไม่ตาย ที่สำคัญคือความน่ากลัวของกาย
เนื้อ ถึงขั้นที่เรียกได้เลยว่าเขาอยู่ในระดับชั้นของราชัน
ไม่มีศาสตราเต๋าชุดเกราะใดที่เทียบเคียงกับกายเนื้อของ
อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป เขากลายเป็นแม่ทัพบุกทะลวงผู้เกรียง
ไกรไปในพริบตา
อู่ อวี้ สามารถจัดการจอมกระบี่วิญญาณได้สำเร็จ ทำให้
ได้รับหุ่นเชิดที่อหังการตัวนี้มาครอง ซึ่งเป็นผู้ช่วยที่มี
ฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าตัวเขาและร่างกลืนสวรรค์เลยเสีย
ด้วยซ้ำ ยามนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดของ อู่ อวี้
จริงๆ ซึ่งเขาค่อนข้างรู้สึกพอใจกับ กายาหกพิภพสวรรค์
สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ อย่างมากอีกด้วย!
ยามนี้ความแข็งแกร่งของเขาเรียกได้ว่าไร้ผู้ต้าน เพียงศึก
เดียวคงมิอาจดับกระหายในสงครามของเขาได้อีก บัดนี้
เขาคิดอยากจะต่อสู้ให้มากกว่านี้ มากกว่านี้อีก เพื่อให้
ร่างกายของตนเองนั้นได้รับแรงปะทะมากยิ่งขึ้น เขา
จะต้องที่จะบ้าคลั่งยิ่งกว่านี้ ป่าเถื่อนยิ่งกว่านี้ มันคือ
เจตจำนงในการฝึกตนของตัวเขา! ความรุนแรง
ตรงไปตรงมา และฟันฝ่าทุกอุปสรรค์ ซึ่งยังโชคดีที่ว่า
ทางร่างกลืนสวรรค์ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเต๋าของ
ตน เนื่องจากว่าความสามารถในการกลืนกิน มันยิ่ง
ส่งผลให้ความกระหายในการต่อสู้ทวีคูณ ราวกับเป็นสิ่ง
เกื้อหนุน
ยามนี้จอมกระบี่วิญญาณจำเป็นจะต้องกลับไปฟื้นฟู
ร่างกายตนเองภายในเจดีย์ล่องกำเนิด ดังนั้นในช่วงเวลา
นี้ อู่ อวี้ จึงมิอาจทำอันใดได้อีก คนหวนย้อนกลับไปยัง
ถ้ำโลหิตอเวจี ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ก็ได้เดินทางผ่านถ้ำ
ปีศาจพยายมอีกครั้ง ถ้ำปีศาจพยายมนั้นเงียบสงบยิ่ง
เขาคิดว่า เย่ซีซี น่าจะอยู่ภายในนั้น อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้
ยังไม่ได้เตรียมตัวที่จะเข้าไปภายในถ้ำปีศาจพยายม
เพราะเขารู้ว่า ที่แห่งนั้นมันอันตรายมากกว่าถ้ำโลหิต
อเวจีมากนัก
ระหว่างทางเขาก็ยังได้พบเจอกับกับดักค่ายกลมากมาย
ที่ขัดขวางเขา และยังมีชาวกุ่ยเหยียนที่ใช้ศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณเพื่อค้นหาตัว อู่ อวี้ มากมาย ทว่า
หลังจากพบกับความน่ากลัวของ อู่ อวี้ แล้ว พวกมันก็
ค่อยๆเริ่มลดจำนวนลงเรื่อยๆ…
และในวันหนึ่ง เขาได้หยุดเดินทางและแอบฟังพวกมัน
พูดคุยกัน
แน่นอนว่าเขาซ่อนเร้นกายเอาไว้ ทำให้อีกฝ่ายไม่อาจจะ
ค้นหา อู่ อวี้ ได้พบ
“ไม่รู้ว่าเหล่ายอดฝีมือพวกนั้น คิดอะไรอยู่กันแน่ จะส่ง
ให้ชาวกุ่ยเหยียนไปลงนรกหรืออย่างไร ถึงให้พวกเรา
กลับไปที่โลกภายนอกเพื่อทวงของของเราคืน?”
“อย่างน้อยข้าก็รู้ว่าหลายหมื่นปีที่ผ่านมา พวกเราเคย
ทำเช่นนี้มาโดยตลอด ทว่าก็จบลงด้วยความล้มเหลว
แล้วยังจะดึงดันให้เราไปตายอีกทำไม จนถึงตอนนี้พวก
เขายังไม่ยอมแพ้อีกงั้นหรือ?”
“การอยู่ในโลกแห่งลาวาแม้จะทรมานและเจ็บปวด แต่
อย่างน้อยพวกเราก็สามารถอยู่รอดได้ ทว่าการไปท้า
ทายชาวเหยียนหวงหรือไปท้าทายดินแดนโบราณเห
ยียนหวง มันก็เหมือนการเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า ไม่เข็ด
หรือยังไงที่ล้มเหลวซ้ำๆอยู่เช่นนี้? ”
“อย่างน้อยสงครามใหญ่ย่อมบังเกิด แต่กระนั้นพวกเรา
ก็ไม่อาจทำลายวงเวทที่ชาวเหยียนหวงนั้นจัดตั้งขึ้นมาได้
อยู่ดี ได้ยินมาว่ามันเป็นวงเวทที่จอมจักรพรรดิของชาว
เหยียนหวงตั้งขึ้นด้วยตนเอง และด้วยตัวตนแห่ง
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงยังคงอยู่ในโลกมนุษย์ จะให้
ไปท้าทายอะไรกับมันอีกเล่า? ข้าคิดว่าเวลานี้ควรจะต้อง
หนีไปไกลๆเสียแล้ว”
“ที่จริงข้าคาดว่าทางฝั่งของชาวเหยียนหวงคงรู้ว่ายอด
ฝีมือของพวกเรากำลังวางแผนการอะไรอยู่แน่ๆ แต่พวก
มันคงคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ จึงไม่คิดลงมืออันใด”
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอีก อย่างน้อยพวกเขาคิดจะต่อสู้
เพื่ออิสรภาพ เช่นนี้ยังไม่ดีอีกหรือ เพียงแต่ชาวเหยียน
หวงนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป ซึ่งการที่พวกเราก็ไม่ได้ถูก
ถอนรากถอนโคนไปก็ถือว่าอีกฝ่ายนั้นเมตตาพวกเรา
มากแล้ว การได้เกิดมาเป็นชาวกุ่ยเหยียนไม่ว่ายังไงทุก
คนก็จะต้องยอมรับมัน แม้ว่าจะมีความโกรธและเกลียด
ชังเกิดขึ้นในใจ แต่หากเราสามารถสังหารชาวเหยียน
หวงสักคนหรือสองคนได้ ก็นับว่าปลดเปลื้องไฟในใจได้
ไม่น้อย “
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยิน เขาก็รู้สึกเข้าใจหัวอกของพวกมันทันที
และก็รู้ว่าเหล่าประมุขทั้งหลายคงกังวลว่าแผนการ
ตนเองจะรั่วไหลออกไป จึงคิดที่จะกำจัดเขาให้ไว?
อย่างไรก็ตาม คนของพวกมันกลับไม่สนใจ ซ้ำร้ายยังคิด
ว่าเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งอีก อู่ อวี้ ไม่ได้รู้สึกสนใจอีก
ต่อไป เขาจึงกลับไปที่ถ้ำโลหิตอเวจีและเตรียมพร้อมทำ
ภารกิจเพื่อเข้าไปรับพลองฟ้าอนันตกาล ยามนี้เขาแน่ใจ
แล้วว่าตนเองสามารถสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ได้ และก็
มั่นใจว่าหากเขาต้องต่อสู่ภายในถ้ำโลหิตอเวจี เขาจะ
สามารถเอาชีวิตรอดกลับมาได้
เขาสามารถมองเห็นถ้ำโลหิตอเวจีได้ไกลๆ ถ้ำแห่งนี้ได้
เปิดขึ้นมาใหม่อีกคราและมีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา อู่
อวี้ นั้นยืนอยู่ในที่ที่ห่างไกล เขารู้ว่าที่ด้านนอกของถ้ำ
อเวจีนั้นมีวงเวทป้องกันและวงเวทสังหารถูกวางเอาไว้
มากมาย หากตัวเขาย่างกรายเข้าไปใกล้ วงเวทนี้ก็จะถูก
กระตุ้นขึ้น เช่นนั้นเขาจึงต้องหาวิธีการที่จะเข้าไปข้างใน
ครั้งที่แล้วเขาได้ใช้เมฆาตลบฟ้าผสานรวมกับร่างกาย
ทำให้กระโดดเข้าไปในพื้นที่ใกล้เคียงได้โดยตรง ถือว่า
ครั้งที่แล้วเขาโชคดี ทว่า อู่ อวี้ ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองจะมี
โชคดีเช่นนั้นตลอด เขาจึงคิดหาวิธีที่จะทะลวงผ่านวง
เวทสังหารเหล่านี้อย่างเงียบๆ
‘การล่า’ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะว่าบนร่างของเขามี
ทรัพยากรและความสามารถมากล้น
ยิ่งไปกว่านั้นคู่แข่งของเขาที่เป็นถึงขุนพลมังกรเพลิง
อาจจะไม่ได้มีความกล้าหาญที่จะลงมาอยู่เบื้องล่างนี้
เขาจึงคิดว่าคงไม่มีอะไรที่จะดีกว่าการเสี่ยงกระโดดเข้า
ไปหาอันตรายอีกแล้ว
“ครั้งที่เจ้าเลือกเคล็ดวิชาเต๋าอยู่ในวิหารบัญญัติเต๋า
ก่อนที่จะเลือกดัชนีฮวงอู่สลายเต๋า ไม่ใช่ว่าเจ้าได้พบกับ
เคล็ดวิชาเต๋าอีกวิชางั้นรึ วิชานั้นน่าจะเป็น ‘เวทอสูร
วิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า’ของ ‘ราชินีปีศาจจิ้งจอก
วิญญาณ’ เคล็ดวิชานั้นนับว่าเอาเรื่องไม่น้อย แต่ตอน
นั้นเจ้าต้องการเคล็ดวิชาเต๋าประเภทโจมตีพอดี จึงไม่ได้
ให้ความสนใจกับมัน เมื่อได้ฟังคำอธิบายของมัน ก็รู้ได้
ว่าเวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋านั้นถูกสร้างขึ้นมา
จากปีศาจจิ้งจอกวิญญาณ ถือว่าเป็นวิชาที่ค่อนข้างหา
ได้ยาก แม้ว่าจะไม่ได้เป็นวิชาที่อยู่ในประเภทเดียวกับ
เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลก็ตาม แต่ตราบใดที่สามารถ
ควบคุมได้สำเร็จ ก็จะสามารถเปลี่ยนให้คนผู้นั้น
กลายเป็นหุ่นเชิดไปอย่างสมบูรณ์ และมันผู้นั้นจะทำทุก
สิ่งตามที่ตัวเจ้าต้องการ ตัวข้าเคยได้พบเห็นเคล็ดวิชา
ประเภทควบคุมวิญญาณมาแล้วไม่น้อย แต่ในจำนวน
เคล็ดวิชาทั้งหลายที่ข้าได้พบเห็นมา เคล็ดวิชานี้ร้ายกาจ
ที่สุด” หมิงซวง เอ่ยเตือน อู่ อวี้ ให้จดจำถึงเคล็ดวิชา
ดังกล่าว
แท้จริงแล้วเขาก็รู้สึกสนใจในเคล็ดวิชานี้ เพียงแต่ว่า
ราชินีจิ้งจอกปีศาจเป็นปีศาจจิ้งจอกได้ทำให้ อู่ อวี้ หวน
นึกไปถึง จิ่วเซียน ดังนั้นตามสัญชาตญาณของเขาแล้ว
จึงรู้สึกว่ามันค่อนข้างน่ากังวลอยู่หน่อยๆ แต่เขาก็ไม่มี
ทางเลือก
“หากว่าข้ามีเวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า แล้วมัน
จะมีประโยชน์อันใดกับตัวข้า?” อู่ อวี้ เองยังนึกถึงวิธีใช้
การมันไม่ออก
หมิงซวง เอ่ยด้วยท่าทางภูมิใจว่า “เจ้านี่มันเด็กน้อย
จริงๆ อี๋อ๋อกับหนูน้อยมาตั้งหลายวันจนมึนไปแล้วรึยังไง
หรือว่าบัดนี้เจ้าจะเห็นเพียงภาพน่าอกเล็กๆของยัยนั่น?
แค่เรื่องแค่นี้ก็ยังไม่เข้าใจอีก”
“เจ้านี่เสมอต้นเสมอปลายดีจริงๆนะ ยังไปกล้าว่าคนอื่น
เรื่องหน้าอกแบนอีก” อู่ อวี้ กล่าว
“เฮอะ!! ท่านย่าแค่อยู่ในรูปลักษณ์เด็กเท่านั้น รอข้าโต
ขึ้นเสียก่อน ใหญ่กว่าหัวเจ้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก!!” หมิงซวง
เอ่ยด้วยสีหน้าพึงพอใจ
“มีคนกล่าวว่า ยิ่งคนผู้นั้นขาดสิ่งใด ก็จะยิ่งโอ้อวดใน
เรื่องนั้น ข้าว่านั่นน่าจะหมายถึงตัวเจ้ากระมัง” อู่ อวี้
ระเบิดหัวเราะ
“ได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้อีก หาหนทางเอาเอง
เลยไป๊!!” หมิงซวง กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ทุกครั้งที่
นางต้องพ่ายแพ้ในการโต้คารมกับ อู่ อวี้ นางมักจะทำ
ท่าทางเช่นนี้อยู่เสมอ
ทว่าเมื่อ อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เขา
จำต้องยอมให้แก่นาง
“เจดีย์ล่องกำเนิดยังไม่ถือว่าอยู่ในการควบคุมของเจ้า
อย่างสมบูรณ์ มันยังไม่นับเป็นศาสตราเต๋าของเจ้า แต่
ตัวตนของมันก็ถือเป็นสิ่งพิเศษยิ่ง หากว่าเจ้าเข้าไปอยู่
ในตัวเจดีย์ แล้วบังคับคนอื่นให้พกพานำเจดีย์ล่อง
กำเนิดของเจ้าติดตัวไปด้วย การฝ่าทะลวงผ่านวงเวท
ย่อมไม่สามารถมีใครตรวจจับได้”
“ความหมายของเจ้าคือ หากข้าใช้ ‘เวทอสูรวิญญาณ
ควบคุมหัวใจเต๋า’ ควบคุมจิตใจของคนผู้หนึ่ง จากนั้นข้า
ให้เข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด แล้ว
ควบคุมให้มันพาตัวข้าเข้าไป?”
“โอกาสสำเร็จถือว่ามี แต่หากไม่สำเร็จก็เพียงถูกเปิดเผย
ตัว แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ยังสามารถหนีทัน และหากว่า
เจ้าทำได้สำเร็จ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว หลังจากนี้ไม่ว่าเจ้าจะ
ไปที่ใดหรือมองเห็นว่ามีค่ายกลใด เจ้าเพียงแค่ใช้เวท
อสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า ควบคุมมันให้พาเจ้าเข้า
ไป ข้าว่าด้วยวิธีนี้สมควรไม่มีผู้ใดจับได้อย่างแน่นอน
อย่างน้อยภายในโลกมนุษย์ ข้าคิดว่าความสามารถของ
เจดีย์ล่องกำเนิดก็มีพลังเพียงพอที่จะทำเช่นนั้น นอกเสีย
จากว่าเจ้าจะไม่สามารถควบคุมเจดีย์ล่องกำเนิดได้อย่าง
สมบูรณ์ ก็มีความเป็นไปได้ที่วงเวทจะสามารถตรวจพบ
ตัวเจ้า ”
ในแต่ละมหาวงเวทฟ้าดินล้วนถูกความสามารถอยู่หลาย
อย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นนำมาเพื่อใช้แยกแยะมิตรและศัตรู
นอกจากนี้ยังถูกประกอบขึ้นมาจากวงเวทหลายหมื่น
กล่าวโดยทั่วไปแล้ว ตราบใดที่วงเวทมีการจดจำตัว
บุคคลนั้นๆเอาไว้ก็จะถือว่าผ่าน ทว่าเจดีย์ล่องกำเนิดนั้น
แตกต่างออกไป มันเป็นศาตราเต๋าวิถีแท้ และร่องรอย
ของผู้เป็นนายของมันก็ยังไม่ค่อยชัดเจน มันเป็น
เหมือนกับสมบัติไร้นาย
เมื่อเป็นเช่นนั้น อู่ อวี้ จึงรู้สึกว่าสิ่งที่ หมิงซวง กล่าวมา
มันมีเหตุผล
การเรียนรู้ เวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า นี้อาจจะ
ไม่ได้ใช้เพื่อครั้งนี้เพียงเพื่อครั้งนี้ครั้งเดียว เช่นนั้นจากนี้
ไปหน้าไหนก็ไม่สามารถหยุดเขาได้อีกต่อไปแล้ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ