กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 872: เผชิญหน้าภัยพิบัติขั้นสาม
“อู่ อวี้ นังแก่ผู้นั้นกำลังเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ ถ้ามัน
ล้มเหลวมันจะตาย ถ้ามันประสบความสำเร็จหลังจาก
รับภัยพิบัติแล้วมันจะอ่อนแออยู่ครู่หนึ่ง เจ้าจงเฝ้าจับตา
แล้วคว้าโอกาสขณะทัณฑ์สวรรค์โจมตีนังแก่นั่นไว้ให้ดี ๆ
เมื่อถึงช่วงเวลานั้นเจ้าจงรีบเข้าโจมตี กุ่ย เจิ้นเค่อ พวก
มันจะต้องไม่ทันระวังตัว ด้วยไม่คิดว่าเจ้าจะมาอยู่ที่นี่ได้
“หมิงซวงเตือน
“เข้าใจแล้ว”อู่ อวี้ เตรียมพร้อมลงมือ ทั้งร่างกลืนสวรรค์
และ จอมกระบี่วิญญาณก็พร้อมเช่นกัน เขารู้ดีว่านี่เป็น
โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง
กุ่ย เจิ้นเค่อ ขับไล่กวาดล้างทุกคนออกไปแล้วส่วนหนึ่ง
ดังนั้นเวลานี้จึงเหลือผู้คนอยู่แค่เพียงน้อยนิด พวกมัน
พยายามปฏิบัติหน้าที่ด้วยเสียงที่เงียบที่สุดและรวดเร็ว
ที่สุด ด้วยเพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดมารบกวนในช่วงเวลา
สำคัญ ท้ายสุดแล้ว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสังหารศัตรู
คือหลังจากศัตรูข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์และอยู่ในสภาพ
อ่อนแออย่างถึงที่สุด
แน่นอนว่ามิได้ลงมือในระหว่างทัณฑ์สวรรค์ฟาดผ่าลง
มา ทว่าหลังจาก จิ่ว เยว่จี รับภัยพิบัติเสร็จสิ้นนางจะ
อ่อนแอลง เนื่องจากช่วงเวลาที่อำนาจแห่งทวยเทพ
ปรากฏขึ้น ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้าไปแทรกแซง
หลังจากการรับทัณฑ์สวรรค์ได้เริ่มต้นขึ้น อู่ อวี้ ก็ใช้
เนตรเพลิงมองดูทุกรายละเอียด ในเวลานี้บรรยากาศ
รอบตัวปั่นป่วนรุนแรงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ มีเสียงดัง
หวีดหวิวหึ่งหั่งในอากาศ ราวกับว่าโลหะกำลังเสียดสีกัน
อย่างรุนแรง …
ขณะนี้ทั้ง อู่ อวี้ และ กุ่ย เจิ้นเค่อ กำลังกลั้นลมหายใจ
อย่างลุ้นระทึกกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ จิ่ว เยว่จี จะได้รับภัยพิบัติจาก
ทัณฑ์สวรรค์ คาดว่านางน่าคงจะเคยมีประสบการณ์แล
เห็นคนอื่นข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์มาแล้วเช่นกัน บัดนี้นาง
ได้นำศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณซึ่งมีสองชนิดที่มี
ความกระหายโลหิตอย่างที่สุดออกมา หนึ่งกระบี่ ส่วน
อีกหนึ่งเป็นเตาปรุงยาสามขา ขึ้นมาปกป้องตนเอง
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก ขณะนี้วิญญาณภูตผี
กำลังกรีดร้องร่ำไห้ เห็นได้ชัดว่าต้องใช้โลหิตและ
วิญญาณของผู้บริสุทธิ์จำนวนมากมาหลอมสร้าง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ ไม่ได้ดูที่วัสดุใช้สร้าง แต่ดูจาก
ความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของมัน เรียกได้ว่า
ศาสตราวิถีแท้ ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ยิ่งท้าทายความ
ชั่วบาปหนาถึงขีดสุด
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ผนวกกับค่ายกลคุ้มกันที่
ถูก จิ่ว เยว่จี จัดเรียงไว้บนแท่นทมิฬ ทำให้เป็นการ
ป้องกันที่แข็งแกร่งอย่างที่สุด นางกัดฟันสู้อย่างไม่คิดจะ
มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ทันใดนั้นความรู้สึกรุนแรงจาก
เหนือศีรษะ ก็ยิ่งชัดเจนทวีความแจ่มชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ
อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า สูงขึ้นไปเหนือศีรษะของ
นางประมาณหนึ่งร้อยจั้งหรืออาจจะมากกว่านั้น ยามนี้
มีเมฆามืดทะมึนกำลังรวมตัวกันหนาแน่น ก้อนเมฆสีดำ
เหล่านี้มาจากการกลั่นตัวของอากาศที่บางเบา
ท่ามกลางการหมุนวน เส้นผ่าศูนย์กลางของมันกำลัง
ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกอันน่าสะพรึงกลัว
เปี่ยมไปด้วยอันตรายอย่างสุดแสนกำลังค่อย ๆ คืบ
คลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
อู่ อวี้ ยังคงเพ่งมองอย่างสนอกสนใจ
“น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ แล้วเทพอัสนีหลุ่ยกง กับ เจ้าแม่
อัสนีเตียนบ๊อไม่ปรากฏตัวออกมางั้นหรือ?”อู่ อวี้ คิดว่า
ในวันนี้เขาจะได้พบเห็นเทพเซียนอีก
“เจ้ากำลังเพ้อฝันอยู่รึไง คิดว่าตนจะได้เห็นเทพเซียน
ก่อนกลายเป็นเซียนอมตะเช่นนั้นหรือ หรือต่อให้ข้าม
มหาภัยพิบัติแห่งเซียนก็ตาม ก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นทวย
เทพเล้ย”หมิงซวงหัวเราะเยาะเย้ยเขา
ในเวลานี้กลุ่มเมฆามืดทะมึน ได้ขยายใหญ่เท่ากับแท่น
ทมิฬด้านล่าง อู่ อวี้ เห็นบริเวณหน้าผากของ จิ่ว เยว่จี
มีเหงื่อผุดออกมา บัดนี้นางกำลังพยายามสะกดจิตใจให้
สงบลงอย่างที่สุด อำนาจแห่ง ‘อัสนีสวรรค์’ ที่สัมผัสได้
ได้นั้นช่างน่าหวาดกังวลอย่างใหญ่หลวง
เปรี๊ยงงงง!
ทันใดนั้นท่ามกลางเมฆเมฆาสีทะมึน ก็ปรากฏสุรเสียงดัง
กึกก้องขึ้น หลังจากสิ้นเสียงกระหึ่มดังเพียงชั่วอึดใจ
สายอัสนีสีม่วงก็ฟาดผ่าตามลงมา กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ยังตื่น
ตระหนกตกใจกับปรากฏการณ์นี้จนเบิกตากว้าง แม้
พลังอำนาจปรากฏเพียงชั่วแล่นก็สามารถทำให้เขารู้สึก
ได้ว่าทั่วทั้งสรรพางค์ร่างกำลังถูกฉีกกระชากเป็นเสี่ยง ๆ
ต่อให้เขามีกายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่
ดับสูญก็ตาม
“น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!” เดิมที อู่ อวี้ ไม่ได้แยแส แต่
ในขณะนี้เขากำลังหวาดกลัวกับสามภัยพิบัติที่อยู่เบื้อง
หน้า นั่นเพราะเขาไม่เคยเห็นผู้ใดรับภัยพิบัติจากทัณฑ์
สวรรค์มาก่อน ทำให้ไม่ทราบถึงอำนาจของ ทว่าปัจจุบัน
เขาเริ่มเข้าใจเล็กน้อยแล้ว
หลังจากสายอัสนีฟ้าผ่าลงมา บรรยากาศก็เงียบสงบลง
กับความตาย สุรเสียงที่ได้ยินมีเพียงเสียงขบเขี้ยวเคี้ยว
ฟันของ จิ่ว เยว่จี เท่านั้น นางแผดเสียงคำรามออกมา
อย่างกล้าหาญ ทันใดนั้นสายอัสนีสีม่วงก็แหวกผ่านม่าน
เมฆาสีดำทมิฬฟาดผ่าลงมาอีกครา! ระดับความเร็วน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แต่แค่ความเร็วระดับนี้ อู่ อวี้
ประเมินว่าตัวเขาสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่ง
เขาน่าจะหลบหนีได้สองสามครั้ง แต่เพียงชั่วพริบตา
นั้นเอง ‘ทัณฑ์สวรรค์’ ก็ฟาดผ่าลงบนศีรษะของ จิ่ว เยว่
จี อย่างไม่ทันตั้งตัว
เปรี๊ยงงงงง!
ตูมมมมมม!
อู่ อวี้ ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องดูช่วงเวลาที่ จิ่ว เยว่จี
กำลังเผชิญหน้ากับ ‘อัสนีสวรรค์’
“อ๊ากก! ”
เดิมที อู่ อวี้ คิดว่านี่คือการเผชิญหน้าแบบตาต่อตาฟัน
ต่อฟัน ซึ่ง จิ่ว เยว่จี อาจจะยืนหยัดรับมือกับมันได้ ไม่
คาดว่าจะมีสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น
หลังจากทัณฑ์สวรรค์ฟาดผ่าลงมา ทันใดนั้นศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ และ จิ่ว เยว่จี ก็ถูกบดขยี้จนแหลก
สลายเป็นผุยผงไม่เหลือแม้แต่ซากให้เห็น แม้แต่แท่น
ทมิฬบนพื้นก็ถูกบดขยี้กระเด็นกระดอนจนบังเกิดหลุม
ลึก
“หูววว” อู่ อวี้ ตกตะลึง
แน่นอนว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ นั้นอึ้งตะลึงยิ่งกว่าเขาเสียอีก
ก่อนหน้านี้ จิ่ว เยว่จี พูดคุยกับมันอย่างมั่นอกมั่นใจเป็น
อย่างยิ่ง ทว่าภาพที่เห็นในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่า จิ่ว เยว่จี
ไม่มีโอกาสแม้จะต้านรับ มันเป็นพลังความต่างชั้นที่
ห่างไกลจนเกินไป ท้ายที่สุดมันได้ยินเพียงเสียงกรีดร้อง
ภายใต้อัสนีสวรรค์ อำนาจแห่งทวยเทพที่บดขยี้ทำลาย
ทุกสรรพสิ่ง …
ความตายที่รวดเร็วนี้มันฉับไวเกินกว่า อู่ อวี้ จะ
จินตนาการได้ ตอนแรกเขาหวังใช้ประโยชน์จาก
ช่วงเวลาที่ จิ่ว เยว่จี กำลังรับทัณฑ์สวรรค์สังหาร กุ่ย
เจิ้นเค่อ ซึ่งเขาไม่คิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ …
เงาแห่งความหวาดกลัวของ ทัณฑ์อัสนีสวรรค์ ได้ทิ้งเงา
แห่งความหวาดกลัวฝังลึกอยู่ภายในจิตใจของเขา
เล็กน้อย ยามนี้เข้าใจแล้วว่ากว่าผู้ฝึกตนจะกลายเป็น
เซียนอมตะ จะต้องเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ที่น่า
สะพรึงกลัว อันเหนือกว่าจินตนาการเขามากนัก
“อย่างงงวยไปเลย นังแก่นั่นก็แค่แบกรับทัณฑ์สวรรค์
ตามความชั่วโฉดที่มันก่อไว้ตราบชั่วชีวิตของมัน นี่คือ
ความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์ ลองเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกตน
ฝ่ายธรรมะที่ได้รับทัณฑ์สวรรค์ดูสิ รับรองว่าความสาหัส
สากรรจ์สมควรเบากว่านี้มากนัก ด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกตนฝ่าย
ธรรม ถึงพยายามหลีกเลี่ยงทำเรื่องชั่วช้าบาปกรรม เอา
ล่ะ… ตอนนี้ได้เวลาที่เจ้าจะฉวยโอกาสระหว่างที่ กุ่ย
เจิ้นเค่อ กำลังอึ้งเป็นไก่ตาแตกแล้วรีบ ๆ สังหารมันซะ!
”
“เจ้าจงพิจารณาวิถีแห่งสวรรค์ให้ดี ๆ เมื่อถึงเวลาที่เจ้า
ต้องรับสามภัยพิบัติ เจ้ายังสามารถลดพลังโจมตีจากภัย
พิบัติของทัณฑ์สวรรค์ลงได้เล็กน้อย สุดท้ายแล้วมันก็
เป็นเพียงแค่บททดสอบเท่านั้น ”
อู่ อวี้ เข้าใจในสิ่งที่นางกล่าว
กุ่ย เจิ้นเค่อ ทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
สายตาจ้องมองไปบนกลุ่มก้อนเมฆสีดำทมิฬอย่างโง่งม
ซึ่งนี่คือโอกาสดีของ อู่ อวี้ เขาพร้อมลงมือแล้ว
“อู่ อวี้ ไฉนเจาถึงมาอยู่ที่นี่ได้!? “ทันใดนั้นก็มีร่าง ๆ
หนึ่งปรากฏขึ้นอยู่ด้านหลังของ อู่ อวี้ เขารูสึกตื่น
ตระหนกตกใจราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง
ระหว่างที่เขาตื่นตระหนกกับความน่าสะพรึงกลัวของ
ทัณฑ์สวรรค์มามากพอแล้ว แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ในขณะที่เขากำลังจะลงมือโจมตีสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ
เมื่อหันกลับไปมอง ก็พบสตรีผู้หนึ่งกำลังอุ้มแมวอยู่ในวง
แขนด้วยสีหน้าท่าทางประหลาดใจเสียเต็มประดา สตรีผู้
นี้ก็คือเย่ซีซี
“หลานหลานเห็นว่าข้ากับเจ้าสนิทสนมกันมาก มันจึง
บอกว่าเจ้าอยู่ที่นี่ ข้าเลยลองออกมาดูแล้วก็เห็นว่าเจ้า
อยู่ที่นี่จริง ๆ เจ้ากำลังมาหาข้า … “ระหว่างพูดสีหน้า
ท่าทางของนางดูมีความสุขอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อนางพูด
ออกไปได้ครึ่งประโยค แต่แล้วนางก็บังเอิญเหลือบไป
เห็น กุ่ย เจิ้นเค่อ นางจดจำรูปร่างลักษณะของคนผู้นี้ได้
เป็นอย่างดี ทำให้นางรู้ถึงประสงค์ที่แท้จริงของ อู่ อวี้
ทันที
“เจ้าไม่สามารถสังหารชาวกุ่ยเหยียน ในถ้ำปีศาจพญา
ยมเราได้!” เย่ซีซี เตือนเขา
นางเป็นชาวกุ่ยเหยียน ถึงแม้นางจะไม่เกลียดชัง อู่ อวี้
ทว่านางก็ไม่ต้องการเห็น อู่ อวี้ สังหารคนของนาง
อย่างไรเสีย อู่ อวี้ ก็ถือเป็นคนนอกอยู่วันยังค่ำ ฉะนั้น
นางจึงต้องการหยุดเขา
สถานการณ์ในตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่มีเวลาจะมาตอแยกับนาง
เพราะนี่ถือเป็นโอกาสดียิ่ง ที่ อู่ อวี้ จะสังหารมัน
“จอมกระบี่วิญญาณ ”
เขาเรียก จอมกระบี่วิญญาณ ออกมาจากเจย์ดีล่อง
กำเนิด โดยมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาอันใด บัดนี้จอมกระบี่
วิญญาณปรากฏตัวต่อหน้าเย่ซีซี ถ้านางคิดจะหยุดเขา
อีกจอมกระบี่วิญญาณก็จะหยุดนางไว้
การเคลื่อนไหวที่นี่ไม่ได้ทำให้ กุ่ย เจิ้นเค่อ แตกตื่นแต่
อย่างใด อู่ อวี้ กับ ร่างกลืนสวรรค์แยกตัวกันไปทางซ้าย
หนึ่งและทางขวาหนึ่ง ทั้งสองทิ้งเย่ซีซีไว้ในตำแหน่งเดิม
ส่วนพวกเขาพุ่งทะยานไปปลิดชีพ กุ่ย เจิ้นเค่อ!
“เจ้า!” เย่ซีซี มีโทสะเป็นอย่างมาก ในความเป็นจริงนาง
ไม่ค่อยอยากผสานร่างกับแมวหมื่นผสาน เพราะ
หลังจากแยกตัวออกจากแมวหมื่นผสาน นางจะรู้สึกไม่
สบายตัวเอามาก ๆ นางรู้สึกเศร้าใจ ทุกครั้งที่นางได้พบ
เจอกับ อู่ อวี้ นางรู้สึกเสมอว่าความแข็งแกร่งที่ตัวเองมี
นั้นยังไม่เพียงพอ แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทำให้นาง
ต้องผสานร่างกับแมวหมื่นผสานอีกครั้ง แต่นางไม่เคย
คิดเลยว่า อู่ อวี้ จะมีผู้ช่วยที่ทรงพลังถึงเพียงนี้
“เจ้าเป็นคนเหยียนหวงด้วยหรือ?”นางไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว
จอมกระบี่วิญญาณนั้นเป็นหุ่นเชิด เมื่อปรากฏกายขึ้น
หุ่นเชิดก็ใช้กระบี่คู่โจมตีเข้าใส่นางทันที เมื่อมีจอมกระบี่
วิญญาณอยู่ที่นี่ อู่ อวี้ ก็หมดกังวลเรื่องของ เย่ซีซี ไป
อย่างสมบูรณ์ ด้วยการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่
หยุดยั้ง ทำให้นางไม่อาจผสานร่างกับแมวหมื่นผสานได้
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่คิดทำร้ายนาง
บูมมม!
ในระหว่างที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า อู่ อวี้ ใช้เทียมฟ้าจรด
ดินย่อขนาดร่างกายให้ใหญ่ที่สุด จากนั้นก็แปลงกายเป็น
ร่างจำแลงเซียนวานร ชั่วขณะหนึ่งเขาก็เต็มไปด้วยความ
ดุร้ายป่าเถื่อน ร่างกายแข็งแกร่งทนทาน เปรียบเสมือน
ดั่งเทพสงครามทองคำ ทันใดนั้นก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้อง
หน้า กุ่ย เจิ้นเค่อ ในเวลานี้สีหน้าของมันเต็มไปด้วย
ความตกตะลึงโง่งมกว่าที่เคย ด้วยเพราะมันไม่เคยคิดว่า
อู่ อวี้ จะกล้ามาเหยียบยั้นภายในถ้ำปีศาจพญายม!
ความตายของ จิ่ว เยว่จี นักว่าน่าตื่นตะลึงแล้ว ทว่าการ
ปรากฏตัว อู่ อวี้ กลับน่าตกตะลึงยิ่งกว่า! และสิ่งนี้ทำให้
มันรู้สึกหวาดกลัวจนแทบคลั่ง คนรีบนำศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณของตนเองออกมาทันที พร้อมกับร้อง
คำรามขึ้นอย่างโกรธแค้นว่า “เจ้าคนเหยียนหวงตัว
บัดซบ แม้กระทั่งถ้ำปีศาจพญายมยังหาญกล้าเข้ามา
วันนี้เจ้าต้องตาย! ฮ่าฮ่าฮ่า นี่คือเขตแดนของข้า ก่อน
หน้านี้ข้าปล่อยให้เจ้าลอบโจมตี ครั้งนี้… ”
มันตะโกนก้าวร้าวกับว่าหาได้หวาดกลัว อู่ อวี้ แม้แต่
น้อย ทว่าแท้จริงแล้ว ภายในใจกลับหวาดกลัวจนแทบ
บ้า
“ร่างอวตารนอกวิถี!”
ตูม!
เพียงชั่วพริบตา ร่างอวตารนับหมื่นตนก็ปรากฏกายขึ้น
“เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล!”
คนนับหมื่นคน ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าออกไปอย่าง
พร้อมเพรียง ภาพฉากที่ปรากฏขึ้น ดูน่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า
ทัณฑ์อัสนีสวรรค์เสียอีก
คลื่นเสียงก้องกังวาลแจ่มชัด อัดกระแทกหยุดยั้ง กุ่ย
เจิ้นเค่อ ไว้ในทันที ดวงตาของมันเบิกกว้าง จับจ้องไปยัง
อู่ อวี้ ด้วยสีหน้าซีดเซียว บัดนี้มันได้ถูกกักขังอยู่ภายใน
โลกแห่งโลหิตโดยสมบูรณ์
“ดัชนีฮวงอู่สลายเต๋า!”
ประกายแสงนับหมื่น พุ่งทะลวงเข้าใส่ดวงตาของ กุ่ย
เจิ้นเค่อทันที ชั่วขณะนี้เอง กุ่ย เจิ้นเค่อ กำลังใช้ศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ เพื่อแหวกผ่าเปิดเขตแดนออกไป
ทว่ามันกลับถูก อู่ อวี้ บดขยี้สังหารในทันที!
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ ร่างต้นมิได้ใช้ดัชนีฮวงอู่สลายเต๋า
เขาพุ่งทะยานลงมาจากบนฟากฟ้า ปลดปล่อยอำนาจ
จากเคล็ดระเบิดพลังคลั่งออกมาถึงขีดสุด วงเวท ‘วัฏ
จักรทรายอนันต์’ จากพลองหมื่นมังกรอันน่าสะพรึงกลัว
ถูกกระตุ้นอีกครั้ง บัดนี้การโจมตีซึ่งเปี่ยมไปด้วยอำนาจ
ทำลายล้าง กำลังมุ่งตรงเข้าใส่ กุ่ย เจิ้นเค่อ!
พายุการโจมตีระเบิดออกในชั่วพริบตา!
“หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์!”ทันใดนั้นเอง ร่างกลืน
สวรรค์ก็ระเบิดการโจมตีเข้าใส่ กุ่ย เจิ้นเค่อ จาก
เบื้องหลัง หมื่นมังกรคำราม ร่วมกันฉีกกระชากร่างของ
มันประดุจคมมีด เพียงชั่วพริบตา กุ่ย เจิ้นเค่อ ก็แปร
เปลี่ยนเป็นปติมากรรมน้ำแข็ง ทว่าชั่วอึดใจต่อมา ไม้
พลองในรูปวัฏจักรทรายอนันต์ก็ถูกตวัดฟาดอัดกระแทก
เข้าใส่ลงมาจากด้านบนศีรษะ บังเกิดสุรเสียงดังกึกก้อง
กังวาน ร่างของ กุ่ย เจิ้นเค่อ ถูกบดขยี้จนแตกละเอียด
ทันที!
แม้ กุ่ย เจิ้นเค่อ จะตกตายไปมันก็ไม่มีวันเข้าใจ เพราะ
เหตุใดชายหนุ่มที่คอยมาพัวพันตนเอง เพียงชั่วเวลาสั้น
ๆ จะสามารถยกระดับพลังฝีมือมาถึงขั้นนี้ได้!
สภาวะการโจมตีอันบ้าคลั่งนี้ของ อู่ อวี้ ทั่วทั้งชมพูทวีป
โลกธาตุมีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำได้ และมีเพียงเขาเท่านั้น
ที่มีสามารถสอดผสานร่วมมือกับร่างอวตารได้อย่าง
สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะร่างกลืนสวรรค์
ในที่สุดเป้าหมายของเขาก็บรรลุกลายเป็นจริง
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ