กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 897: ศาลาชมจันทร์
ขณะนี้พวกเขาเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่มีชื่อว่า ‘ศาลาชม
จันทร์’ ซึ่งที่แห่งนี้สามารถชายตามองสนามประลอง
เบื้องล่างทั้งหมดได้ สถานที่แห่งนี้มีห้องอยู่มากมาย ซึ่ง
ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเหล่าองค์หญิงองค์
ชายทั้งหลาย แน่นอนว่าจะต้องมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามยิ่ง
ทว่ามันไม่ได้เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความมั่งคั่ง แต่มัน
เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงอำนาจได้อย่างดี
หลังจากที่ทุกคนเข้ามาแล้ว เย่อิง ก็ได้จัดการให้คนไป
บริการรินน้ำชาและคอยอยู่ที่มุมของ ‘ห้องชมจันทร์
เสี้ยว’ หากมีคำสั่งอะไรโอรสเล่อจะรับสั่งกับนางทันที
สำหรับ เย่ซีซี ที่เข้าร่วมการต่อสู้เดิมพัน โอรสเล่อก็ได้ให้
นางจดจำข้อมูลต่างๆ เอาไว้แล้ว ความจริงแล้วเขาเป็น
โอรสที่อายุน้อยจึงทำให้มีความมั่งคั่งเพียงน้อยนิด และ
ความมั่งคั่งของราชวงศ์ ก็ยังแบ่งตามค่าความสำเร็จ
ดังนั้นความมั่งคั่งของ โอรสเล่อ จึงยังไม่อาจเทียบเท่าได้
กับผู้ฝึกตนทั่วๆ ไป แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญแต่อย่างใด
ในหลายๆ สถานที่ เหล่าองค์หญิงองค์ชายนั้นไม่จำเป็น
จะต้องจ่ายเงิน
นี่คือจุดที่แตกต่างกันระหว่างโลกของผู้ฝึกตนและโลก
มนุษย์ ในโลกของสามัญชนจักรพรรดิไม่จำเป็นจะต้องมี
ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ แต่จำต้องมีความมั่งคั่งที่อยู่
เหนือคนธรรมดา
เย่ซีซี ไม่ได้ใจร้อนลงไปทำการประลอง นางคุกเข่าลงที่
ด้านหน้าระเบียงเพื่อคอยจับตาดูสถานการณ์ที่อยู่
ด้านล่าง ซึ่งขณะนี้ อู่ อวี้ ก็ช่วยแนะแนวให้กับนางด้วย
เมื่อ เย่อิง เห็นพวกเขาทั้งคู่กำลังเฝ้าจับตาดูการต่อสู้
อย่างสนุกสนาน โดยที่คนอื่นๆ ไม่ได้ให้ความสนใจนัก
ดังนั้นจึงยิ่งมั่นใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง อู่ อวี้
กับ เย่ซีซี
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ กวาดมองไปก็พบว่าการต่อสู้ที่
เกิดขึ้นที่นี่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในระดับจิตเทวะขึ้นไป
เพราะหากยังมีพลังฝึกตนไม่ถึงอาณาจักรจิตเทวะก็ไม่มี
คุณสมบัติที่จะเข้ามาอยู่ภายในนี้ได้
และยังมีสถานที่อยู่หลายแห่งที่ให้เหล่ายอดฝีมือขั้น 3
ภัยพิบัติค้นหาเต๋ามาต่อสู้กัน บ่อยครั้งที่การต่อสู้ภายใน
สนามประลองจะดึงดูดสายตาของคนจำนวนมาก มี
หลายๆ ครั้งที่เหล่าผู้คนได้มุงดูรอบๆ สนามประลอง
และมีอีกหลายกลุ่มที่เข้าห้องเดิมพันเพื่อแสวงหาโชค
ลาภ
ในบรรดาเหล่าผู้ชมนับว่ามียอดฝีมือขั้น 3 ภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าอยู่อีกจำนวนไม่น้อย
เมื่ออยู่ในสถานที่แห่งนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้
แล้วจึงยังไม่นับว่าเขาเป็นยอดฝีมือ
เมื่อ เย่ซีซี จับตามองสถานการณ์ที่อยู่ด้านล่างนางก็เริ่ม
คิดแผนการในใจเอาไว้แล้ว
รูปแบบเช่นนี้มันคล้ายๆ กับตอนก่อนหน้านี้ที่ อู่ อวี้ อยู่
ภายใน ‘นิกายเซียนซูซัน’ ซึ่งมันค่อนข้างจะเป็นรูปแบบ
ตายตัว
กลุ่มคนที่อยู่ภายในส่วนของสนามประลองได้นำเอา
ของเดิมพันออกมาเพื่อไปท้าทาย บ้างก็ตั้งเงื่อนไขใน
การท้าทาย โดยเงื่อนไขทั่วไปคือ ‘คนที่มีพลังฝึกตน
ไม่ได้เหนือกว่าตนเอง’ และอาจจะมีเงื่อนไขอื่นๆ เสริม
เข้ามา
และส่วนมากพวกเขาล้วนจะต่อสู้กับคนที่อยู่ในระดับ
เดียวกันหรือต่ำกว่าทั้งสิ้น
ทั้งยังมีบางคนที่ค้นหาคู่ต่อสู้เฉพาะทาง ดังนั้นจึงตั้ง
เงื่อนไขบางเสริมเข้าไปอีก
นอกจากนี้ยังมีบางคนตั้งเงื่อนไขที่ค่อนข้างเฉพาะทาง
ขึ้นอีกด้วย เช่น ‘ผู้ที่เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาธาตุไฟ’ เป็นต้น
การตั้งเงื่อนไขนั้นจะต้องคิดให้ดีๆ มิฉะนั้นจะไม่มีผู้ใด
เข้ามาท้าทาย หรืออาจจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้
ไปอย่างง่ายดายเกินไป และหากเงื่อนไขทุกอย่างตรงกัน
‘สนามประลองอันดับหนึ่ง’ ก็จะจัดการต่อสู้ให้ทันที
สำหรับลำดับนั้นก็ให้ผู้ที่มาก่อนก็มีสิทธิ์ได้ประลองก่อน
เมื่อมีคนเข้าสู่สนามประลองแล้ว การเดิมพันก็จะ
ปรากฏ และเช่นนั้นจะเป็นการดึงดูดผู้คนโดยรอบ
ในทันที
แน่นอนว่าการเงื่อนไขเดิมพันต่างๆ ของผู้ท้าชิงจะต้อง
ทำให้ผู้ที่ถูกท้าชิงพึงพอใจ หากว่าไม่พอใจก็จะให้สนาม
ประลองอันดับที่ 1 เป็นผู้กำหนด ตราบใดที่ ‘ผู้ถูกท้า
ชิง’ ไม่ได้มีเจตนาก่อกวน ก็จะเปลี่ยนตัวผู้ท้าชิงได้
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ผู้เข้าชมคนอื่นๆ ก็จะไปรับเงิน
เดิมพันที่วางเอาไว้
ใน ‘สนามประลองอันดับที่ 1’ ได้ห้ามไม่ให้มีการคดโกง
กันเกิดขึ้น เนื่องจากว่ารอบสนามประลองมียอดฝีมืออยู่
มากมาย พวกเขาก็สามารถมองผู้ที่ไม่ตั้งใจต่อสู้ออกได้
อย่างง่ายดาย ตราบใดที่ตรวจพบ ก็จะต้องพบเจอกับ
ผลลัพธ์อันเลวร้าย และอาจจะต้องจบชีวิตลงเอาได้
ง่ายๆ เพราะว่านี่ก็คือถิ่นของ ชินอ๋องหยวน
และส่วนมากจะเป็นผู้ที่เข้ามาเยือนเลือกท้าทายผู้อยู่บน
เวทีประลอง
“เจ้ามีแมวหมื่นผสาน นับว่าเป็นความได้เปรียบสูงสุด
แล้ว” อู่ อวี้ มองไปก็เห็นว่าคนส่วนใหญ่ได้ตั้งเงื่อนไขให้
ผู้เข้ามาท้าชิงจะต้องไม่มีพลังฝึกตนที่เหนือกว่าตนเอง
ซึ่ง เย่ซีซี ก็ตรงตามเงื่อนไขของคนส่วนใหญ่ หากผนวก
กับแมวหมื่นผสาน นางก็จะต้องเอาคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด
อย่างแน่นอน
“ข้าจะไม่ใช้หลานหลาน ข้าอยากต่อสู้ด้วยตัวของข้า
เอง” เย่ซีซี เอ่ย
นี่เป็นสิ่งที่ถูก สุดท้ายแล้วนี่ก็คือการรักษาจิตวิญญาณ
ของตนเอง แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ
“หากเจ้าคิดดีแล้วก็ลงไปเถอะ”
“ตกลง”
“เจ้ามีสิ่งเดิมพันหรือไม่?”
“ข้ามีแล้ว”
“เจ้าอย่าได้นำสิ่งของที่บ่งบอกว่าตัวเจ้ามาจากพิภพ
อเวจีออกมาก็พอแล้ว”
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะใช้เม็ดยา”
หลังจากที่กล่าวออกจบ เย่ซีซี ก็เตรียมตัวที่จะลงไป
ทันที
ฉับพลันนั้น อู่ อวี้ ก็สังเกตเห็นว่าตัวเขากำลังถูกแรง
กดดันที่แผ่ออกมาจากอีกฝั่งของผู้ชม เขาจึงเงยหน้าขึ้น
ไปก็เห็นว่ามันมาจากฝั่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับ ‘ศาลาชม
จันทร์’ เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มีทั้งวัยกลางคนและวัยชรา
รวมตัวกันอยู่ บนร่างกายของแต่ละคนเต็มเปี่ยมไปด้วย
บรรยากาศของผู้แข็งแกร่ง ยามนี้คนกลุ่มนั้นกำลังพูดคุย
และหัวเราะร่ากันอยู่ และคนที่มีอำนาจสูงที่สุดซึ่งอยู่ใน
ตำแหน่งศูนย์กลางของคนกลุ่มนั้น ก็คือผู้ที่จ้องมองมา
ทางเขา คนผู้นี้เป็นคนที่ อู่ อวี้ รู้จักชื่อเสียงเรียงนามอยู่
พอสมควร มันเป็นพี่ชายของโอรสเล่อ เป็นโอรสที่
ค่อนข้างมีอายุคนหนึ่ง มันคือ ‘โอรสเหยียน’
จำได้ว่าในตอนที่อยู่ในตำหนักจินซวน มันก็เป็นคนที่
โต้เถียงกับ มหาอุปราช อย่างเอาเป็นเอาตาย
ยามนี้ โอรสเล่อ ก็มองเห็นมันแล้วเช่นกัน สายตาของ
พวกเขาทั้งคู่ประสานกับ โอรสเหยียน เนื่องจากว่าโอรส
เล่อ เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน ดังนั้นในแววตาของ
เขาจึงเต็มไปด้วยความร้อนแรง
โอรสเหยียนนั้นโตกว่าเขาอย่างน้อยก็ 200 ปี และหาก
ยอดฝีมือที่อยู่ข้างกายของมันออกมาต่อสู้ โอรสเล่อก็
จะต้องพ่ายแพ้ไปในพริบตาอย่างไม่ต้องสงสัย
อู่ อวี้ จ้องมองกลับไป พร้อมหันไปกล่าวกับ โอรสเล่อ
ว่า “เราไม่จำเป็นจะต้องไปสนใจ ข้ายอมรับว่าความ
แข็งแกร่งของเรากับมันต่างกัน แต่หากจิตใจไม่รู้สึก
หวาดกลัวก็พอแล้ว”
“อืม” อู่ อวี้ ได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาแรงกดดันของโอรส
เล่อได้มากทีเดียว โชคดีที่ในยามนี้ อีกฝ่ายไม่ได้ส่งแรง
กดดันออกมาอีก คาดว่าพวกมันคงจะมองว่า อู่ อวี้ ยัง
เป็นเพียงแค่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเท่านั้น อย่างน้อยใน
สายตาของ โอรสเหยียน แล้ว โอรสเล่อก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้
ของมัน
พวกมันไม่ได้มองมาทางฝั่งนี้อีกต่อไป แต่หันกลับไป
พูดคุยและหัวเราะกันตามเดิม คาดว่าโอรสเล่อเหยียน
น่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกของมัน จึงได้เลือกสถานที่
ที่มีชีวิตชีวาเช่นนี้ อีกอย่างสถานที่แห่งนี้ยังสามารถวาง
เดิมพันเล็กๆ น้อยๆ กันได้ จึงทำให้งานเลี้ยงดูมีความ
น่าสนใจเพิ่มขึ้นมา ซึ่งกระทั่งพวกมันยังส่งคนของตน
ออกไปท้าประลองอีกด้วย
ชินอ๋องหยวน มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับ โอรสเห
ยียน ดังนั้นก็กล่าวได้ว่า โอรสเหยียน มักจะมาที่แห่งนี้
อยู่บ่อยๆ
เย่ซีซี มีความกล้าหาญสูงส่ง ยามนี้นางได้ลงไปข้างล่าง
โดยลำพัง นางต้องการที่จะลองต่อสู้ด้วยตัวเองดู ซึ่ง อู่
อวี้ ก็ไม่ได้ติดตามนางลงไป แต่เขารอคอยอยู่ในจุดที่
สามารถมองเห็นตำแหน่งของนางได้
“นางไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง
นางให้มากนักน่า ปล่อยให้นางได้ออกไปหา
ประสบการณ์ด้วยตนเองเถอะ มา พวกเรามาร่ำสุรา
แกล้มการต่อสู้กันดีกว่า” หนานซาน หวางเยว่ ก้าว
ออกมาที่ด้านหน้าพร้อมกับส่งจอกสุราให้กับ อู่ อวี้
“ตกลง” อู่ อวี้ ได้กลับไปที่นั่งของตนซึ่งยังพอจะ
มองเห็นการเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านล่างได้อยู่ ยามนี้ เย่ซีซี
กำลังมองหาคนที่นางพอจะท้าทายได้ เนื่องจากว่านาง
เป็นผู้ฝึกตนนอกรีต นอกจากนี้นางยังมีความเกี่ยวข้อง
กับโอรสเล่อ ดังนั้นเมื่อนางปรากฏตัวขึ้นจึงดึงดูดความ
สนใจจากคนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว
“นางคือผู้ฝึกตนนอกรีตที่โอรสเล่อพากลับมางั้นรึ? ดู
เหมือนว่าโอรสเล่อก็อยู่ด้านบนด้วยเช่นกัน”
“ใช่ๆ มีบางคนเห็นเขาเข้ามาที่นี่”
“ไม่รู้ว่าราชอารักษ์ติดตามมาด้วยหรือไม่?”
“เขามาด้วยเช่นกัน ยามนี้น่าจะอยู่ที่ด้านบนด้วยกันกับ
โอรสเล่อ เพียงแค่เขาไม่ได้ลงมาด้วย คนที่ลงมามีเพียง
แค่ผู้ฝึกตนนอกรีตคนนี้เท่านั้น ดูเหมือนว่านางอยากจะ
สัมผัสความร้ายกาจของผู้ฝึกตนชาวเหยียนหวงเช่นพวก
เรานะ ฮ่าๆ ๆ”
“ตอนนี้นางกำลังหาผู้ประลองด้วยแล้ว”
“โอ้…นางหาได้แล้ว!”
มีหลายคนให้ความสนใจกับนาง ซึ่งในไม่ช้าพวกเขาก็ได้
เห็นนางขึ้นสู่สังเวียน คุณสมบัติของนางถือว่าตรงตาม
เงื่อนไขทั้งหมด พลังฝึกตนของอีกฝ่ายอยู่ขั้นจิตเทวะ
ระดับที่ 10 ถือว่าเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งไม่น้อย ยิ่งไป
กว่านั้น คนผู้นี้ยังเป็นผู้ฝึกตนวัยกลางคนที่ดูโดดเด่น
เหนือผู้ใด มันมีแววตาที่ดุร้าย น่าจะเป็นผู้ที่เคี่ยวกรำอยู่
กับการประลองมาอย่างโชกโชน
ของเดิมพันของมันยังคงเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ มันคือ
ศาสตราเต๋าระดับสูงชิ้นหนึ่ง บนตัวศาสตราเต๋ามีวง
เวทย์อยู่มากกว่า 9 หมื่นวงเวทย์ พลังอำนาจอยู่ใน
ระดับที่ใกล้เคียงกับศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ!
มีชื่อว่า ‘มีดลวงวิญญาณ’ จึงทำให้มีคนมากมายเข้ามา
ท้าทายมันเพื่อหมายจะชิงศาสตราเต๋าชิ้นนั้นมาครอง
แต่ทว่าจนถึงบัดนี้มันก็ยังไม่พ่ายแพ้ ในช่วงชั้นพลังฝึก
ตนจิตเทวะระดับ 10 กล่าวได้ว่าตัวมันไร้เทียมทานของ
แท้
เย่ซีซี ชิงการเคลื่อนไหวเข้าท้าประลองเร็วกว่าคนอื่นๆ
ซึ่งในยามนี้นางจะต้องนำสมบัติที่มีราคาใกล้เคียงกัน
เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามพึงพอใจ เย่ซีซี ได้นำเม็ดยาจิตเทวะ
ออกมา เม็ดยาจิตเทวะเป็นเหมือนกับสกุลเงินที่นิยมใช้
กันภายในนครเทวะ ไม่ต้องกังวลว่ามันจะใช้มาเดิมพัน
ไม่ได้ โดยทั่วไปแล้วผู้ท้าชิงก็จะค่อนข้างชอบมันอยู่แล้ว
ด้วย
แต่หากต้องการนำเม็ดยาจิตเทวะมาแลกเปลี่ยนกับมีด
ลวงวิญญาณ มันก็จำเป็นจะต้องใช้จำนวนไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม เย่ซีซี มีเม็ดยาจิตเทวะเพียงพอ เพียง
พริบตาด้านหน้าของนางปรากฏเม็ดยาจิตเทวะสุมกอง
เท่ากับภูเขาลูกย่อมๆ ลูกหนึ่งขึ้น ผู้ฝึกตนวัยกลางคนจึง
มองไปที่รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของนางสลับไปมองที่
ภูเขาเม็ดยาจิตเทวะ มันจึงกล่าวว่า “ตกลง แม่นางน้อย
ข้ายอมรับคำท้าของเจ้า”
เมื่อเป็นเช่นนี้การต่อสู้จึงจะเริ่มดำเนินการขึ้น
เพราะว่านางมีความเกี่ยวข้องกับโอรสเล่อ ดังนั้นคน
ส่วนใหญ่จึงให้ความสนใจกับการต่อสู้ครั้งนี้เป็นพิเศษ
ทางฝั่งของสนามประลองอันดับหนึ่งก็ได้จัดคนออกมา
เพื่อแนะนำ เย่ซีซี กับคู่ต่อสู้ของนางให้ทุกคนได้รู้ถึง
ความแข็งแกร่งของทั้งสอง สำหรับ เย่ซีซี แล้วนี่เป็นการ
ต่อสู้ครั้งแรกของนาง จึงยังไม่มีใครรู้อันใดเกี่ยวกับนาง
มากนัก และนางก็มีสิทธิ์ที่จะไม่บอกถึงเรื่องอื่นนอกจาก
ขอบเขตระดับฝึกตน
เย่ซีซี ยังมีพลังฝึกตนไม่ถึงขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า จึง
ตรงตามกับข้อกำหนดของอีกฝ่าย ทั้งของเดิมพันก็มีมาก
พอ
“ได้ยินมาว่า โอรสเล่อ ได้พาแม่นาง เย่ซีซี มาจากที่ด้าน
นอก นางเป็นอัจฉริยะที่ได้รับสืบทอดมรดกจากบรรพ
ชนผู้ฝึกตนนอกรีต ที่สำคัญฝึกตนมาเพียงแค่ 80 กว่าปี
เท่านั้น แต่นางกลับอยู่ในอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 10
เสียแล้ว นับว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะบนชมพูทวีปโลกธาตุ
แห่งนี้อย่างแท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่านางมีความแข็งแกร่ง
มากน้อยถึงเพียงไหน….ทุกท่านถึงเวลาที่จะเดิมพันกัน
แล้ว ข้าให้เวลา 30 ลมหายใจ นี่คืออัตราต่อรองพื้นฐาน
……”
สนามประลองอันดับหนึ่งมักจะจับคู่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีฝีมือ
ที่คู่คี่สูสีกัน ทว่าเมื่อดูจากอัตราเดิมพันในครั้งนี้แล้ว คน
ส่วนใหญ่ก็คาดการณ์ว่า เย่ซีซี จะเป็นฝ่ายแพ้ พวกมัน
กำลังพิจารณาทางเลือกที่ปลอดภัย และพวกมันรู้สึก
มั่นใจในฝีมือของผู้ฝึกตนวัยกลางคนมากกว่า
เมื่อครบกำหนดเวลา 30 ลมหายใจก็มีผู้ที่มาลงเดิมพัน
เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามจำนวนเงินไม่ได้สูงมาก
เท่าไหร่นัก เพราะว่านี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของนาง
ดังนั้นคนส่วนใหญ่ยังขอดูเชิงไปก่อน นับว่าไม่ใช่เรื่อง
แปลกใจอันใด
ตัดภาพขึ้นไปด้านบน ขณะนี้ อู่ อวี้ ได้เพ่งความสนใจ
ทั้งหมดไปที่นาง
หลังจากที่ เย่ซีซี กับคู่ต่อสู้ประจำที่แล้ว สนามประลอง
ก็จะปิดลง ถือเป็นสัญญาณเริ่มประลองโดยสมบูรณ์ ทั้ง
คู่ล้วนไม่คุ้นเคยกับคู่ต่อสู้ของตนเอง อย่างไรก็ตาม การ
ต่อสู้ประลองครั้งนี้สมควรดุเดือดเป็นอย่างยิ่งแน่นอน
เมื่อ อู่ อวี้ ทอดตามองลงไป บัดนี้เขาได้เห็นว่านางลืม
เลือนเรื่องทุกข์ระทมไปหมดสิ้น สมาธิจดจ่ออยู่กับศัตรู
เบื้องหน้าเพียงเท่านั้น บนร่างฉับพลันปรากฏความรู้สึก
ถึงความดุร้ายแผ่ขยาย มันเป็นความเกลียดชังที่นางมี
แต่มันไม่ใช่สิ่งเหนี่ยวรั้งให้หยุดชะงัก เพราะว่าสิ่งนี้จึงยิ่ง
ทำให้นางเติบโตขึ้น นางจะต้องสำแดงความสามารถ
ผ่านการประลองครั้งนี้ การที่ตนต้องกลายเป็นมวยรอง
ที่เปรียบดั่งภูเขาไฟรอการปะทุ นับว่าเหมือนกับตัว อู่
อวี้ ไม่น้อย
ซึ่งเดิมทีนางก็เป็นอัจฉริยะอยู่แล้ว แต่หลังจากที่นางพบ
เจอกับการเปลี่ยนแปลง ทำให้การต่อสู้ในครั้งนี้รุนแรง
เหมือนกับห่าฝนอันบ้าคลั่ง เย่ซีซี เข้ากดดันถาโถมอีก
ฝ่ายอย่างหนักหน่วงมิเปิดเผยโอกาสให้แม้แต่น้อย ส่งผล
ให้เพียงไม่ถึง 30 ลมหายใจ นางก็สามารถเอาชนะอีก
ฝ่ายได้อย่างไร้ที่ติแล้ว
บัดนี้ชื่อของนางได้ตรึงอยู่ในหัวใจของใครหลายๆ คน
แล้ว เมื่อหวนนึกไปยัง หนานซาน หวางเยว่ ที่เข้ามายัง
ที่นี่คราแรก มันก็ทำได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ