กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 898: เปิดตัว!!
หลังจากที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้ว ตามกฎของการ
ประลอง เย่ซีซี จึงได้เดินเข้าไปเก็บมีดลวงวิญญาณที่ทุก
คนต่างหมายปองในทันที
แน่นอนว่าสมบัติชิ้นนี้ไม่ได้เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ดังนั้นนางจึงไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่ สิ่งที่นาง
ปรารถนามากที่สุดในยามนี้ก็คือการได้สัมผัสกับการ
ต่อสู้ ก่อนหน้านี้นางไม่เคยปรารถนาที่จะต่อสู้ ทว่ายาม
นี้มันไม่เหมือนกัน เมื่อยืนอยู่ ‘สนามประลองเซียน’
แห่งนี้ แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึง
กระหายอยากจะต่อสู้ถึงเพียงนี้ กระหายที่จะเข้าไปใน
ภวังค์แห่ง ‘เต๋า’ สัมผัสไปถึงการรู้แจ้ง
บางทีอาจเพราะนางอยากที่จะปลดปล่อย เป็นไปได้ว่า
นางอาจเปลี่ยนไปแล้ว กลับกลายมาหลงรักในสิ่งที่ไม่
เคยเหลียวแล
การต่อสู้ เข่นฆ่าสังหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชาวเห
ยียนหวง
เพราะ อู่ อวี้ เคยได้บอกนางเอาไว้ว่าเขาไม่ได้เป็นชาวเห
ยียนหวง ซึ่งมันอาจจะเป็นข่าวดีสำหรับนาง นางเกลียด
ชังชาวเหยียนหวง แต่ไม่คิดที่จะลาก อู่ อวี้ มาติดอยู่ใน
ร่างแหแห่งความเกลียดชังนี้ด้วย
อู่ อวี้ ที่อยู่ด้านบนสามารถมองนางผ่านการต่อสู้ได้อย่าง
แช่มชัด
นางเก็บเกี่ยวความก้าวหน้าไปมากมายจากการต่อสู้
ภายในนี้ บางทีคนอื่นอาจจะมองไม่ออก ทว่า อู่ อวี้ ได้
ใช้เนตรเพลิงจึงสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงที่
เกิดขึ้นในจิตใจของนางได้ มันมีอิทธิพลต่อการต่อสู้อย่าง
มาก ก่อนหน้านี้นางสำแดงเพียงแค่เคล็ดวิชาเต๋าและ
เคล็ดอิทธิฤทธิ์เท่านั้น ทว่ายามนี้นางเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างล้ำลึก นางกระหายและเพลิดเพลินไป
กับการออกท่วงท่าต่างๆ เพื่อกำราบศัตรู
บางทีนางอาจจะสูญเสียความบริสุทธิ์ในเต๋าของนางไป
แล้ว ทว่าการฝึกตกมันไม่มีสิ่งใดถูกหรือว่าผิด กล่าวอีก
นัยหนึ่ง ตราบใดที่สำเร็จกลายเป็นเซียน ไม่ว่าจะเป็น
เต๋าเช่นไร มันเป็นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ผู้ชมรอบด้านกำลังจับจ้องมองการต่อสู้ของนาง และคิด
ว่าในการต่อสู้ครั้งถัดไป นางจะต้องพ่ายแพ้อย่าง
แน่นอน พวกมันจึงลงเดิมพันว่านางจะต้องแพ้ ทว่า
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เย่ซีซี ก็ได้ทำให้พวกมันผิดหวังทุก
ครา นางเอาชนะมาโดยตลอด แม้จะได้รับบาดแผลมา
บ้าง แต่ไม่เคยล้มเพียงสักครั้ง
“ไม่คิดว่า โอรสเล่อ จะมีโชคถึงเพียงนี้”
“กระทั่งสามารถตามหาผู้ฝึกตนนอกรีตอัจฉริยะได้พบ!”
“ด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับต่อสู้ได้อย่างเก่งกาจ กล่าวได้
เพียงแค่ว่าอนาคตของนางจะต้องไร้ขีดจำกัดอย่าง
แน่นอน”
“จริงๆ แล้ว โอรสเล่อ เป็นคนมีโชคที่ดี เขามีสุดยอด
อัจฉริยะอย่าง อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ อยู่แล้ว
และนี่ยังได้พบกับผู้ฝึกตนนอกรีตนางนี้อีก หลังจากผ่าน
ไปอีกร้อยปี หากว่าพวกเขาประสบความสำเร็จ เกรงว่า
พวกเขาคงอยู่ในระดับเกินจินตนาการ เมื่อถึงเวลานั้น
โอรสเล่อ ย่อมต้องเพียบพร้อมไปด้วยพลังอำนาจ”
“เส้นทางแห่งการฝึกตนเป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยขวาก
หนาม หากว่าพวกเขาไม่สามารถยืนหยัดจนกระทั่งผ่าน
ไป 100 ปีได้ แม้จะมีพรสวรรค์เพียงใด ก็เท่านั้นแล้ว…”
ในประวัติศาสตร์ก็มีคนมากมายที่อยู่ในช่วงเวลาที่
รุ่งโรจน์ที่สุดแล้วพลันหายวับไปกับตา บางคนตกตายไป
ในระหว่าง 3 ภัยพิบัติ บางคนก็ตกตายเนื่องจากการถูก
ลอบสังหาร เพราะบนโลกใบนี้ยังมีเหล่าผู้ชราที่ฝึกตนมา
หลายร้อยปีซึ่งตั้งใจกำจัดคนวัยหนุ่มสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น
อัจฉริยะอยู่ด้วย
แม้แต่โอรสเล่อก็ยังรู้สึกทึ่งที่ได้เห็นความสามารถของ เย่
ซีซี
ชวี่ เฟิงอวี้ รู้สึกไม่พอใจที่ต้องเดินเตร็ดเตร่กับผู้ฝึกตน
นอกรีต ทว่ายามนี้เมื่อได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ เย่ซี
ซี นางจึงไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
“เป็นเพราะว่านางมีอายุมากกว่าข้า ตอนนี้ข้ายังมีอายุ
ไม่ถึง 50 ปีเท่านั้น รอให้ข้ามีอายุเท่ากับนางเสียก่อน
ข้าจะต้องก้าวข้ามนางไปได้แน่” ชวี่ เฟิงอวี้ บ่นพึมพำ
แท้จริงแล้วนางอายุน้อยกว่า เย่ซีซี ทว่าเมื่อดูจากการ
แสดงออกแล้วกลับดูเหมือนว่า เย่ซีซี อายุน้อยกว่านาง
เสียอีก
“มันแน่อยู่แล้ว” ไป๋หลี่ จุยหุน ที่อยู่ด้านข้างรีบเอ่ย
ประจบประแจงขึ้นมาทันควัน
พวกมันสื่อสารกันอย่างลับๆ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น
ส่วน อู่ อวี้ ก็กำลังใจจดใจจ่อกับการต่อสู้ของ เย่ซีซี
ยามนี้เขาพลันเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย เหมือนว่าพวกนั้นจะ
เป็นขุนพลมังกรเพลิงแห่งกองทัพมังกรเพลิงที่อยากจะ
ครอบครองพลองฟ้าอนันตกาลและเข้าไปในพิภพอเวจี
ด้วยกันกับ อู่ อวี้ อย่างไรก็ตามพวกมันก็ไม่กล้าเข้าไป
ส่วนลึก เพราะหลังจากที่ อู่ อวี้ เข้าไปในส่วนลึกของ
พิภพอเวจีแล้ว เขาก็ไม่เห็นพวกมันอีก
การที่พวกมันเอาชีวิตรอดออกมาได้ถือว่าโชคดีไม่น้อย
แล้ว
อู่ อ วี้ จดจำได้เพียงแค่ หลิวโยวโยว ซ่างกวนอิ่ง ฟาง
หมิงจิ้ง แน่นอนว่ายังมี 2 พี่น้อง ซู เฉินหยาง ซู เฉินเย
วียน ซึ่งคนน้อง ซู เฉินเยวียนยังเป็นถึงสหายเต๋าเคียง
ข้างของพระธิดาอิงอีกด้วย!
พวกมันกำลังเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ
ขณะนี้พิภพอเวจีถูกห้ามไม่ให้เข้าไป คาดว่าพวกเขาไม่มี
อะไรให้ทำจึงอยากจะมาท้าทายตนเองเล่นๆ ในเวลา
เดียวกันก็เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวรางวัลเดิมพันไปในตัว พวก
มันส่วนใหญ่มีพลังฝึกตนอยู่ในระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหา
เต๋า เป็นกลุ่มคนที่มีความแข็งแกร่งระดับสูง เมื่อใครพบ
เห็นพวกมัน จึงเร่งหลีกทางให้ทันใด
อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่ายามนี้ ซู เฉินหยาง กำลังเดินขึ้นไป
บนสนามประลองพลังที่กำลังว่างอยู่ มันต้องการ
กลายเป็น ‘ผู้ที่ถูกท้าชิง’ ในความเป็นจริงทุกคน
สามารถเข้ามาท้าทายมันได้ เงื่อนไขที่มันตั้งก็คือจะต้อง
มีระดับพลังฝึกตนไม่สูงไปกว่าตัวเอง จากนั้นมันได้หยิบ
เอาศาสตราเต๋าออกมาชิ้นหนึ่ง ฉับพลัน อู่ อวี้ จ้องมอง
ลอดออกไป มันเป็นเสาต้นหนึ่ง ซึ่งตัวเสาเป็นสีดำสนิท
และมีขนาดที่ค่อนข้างยาว เมื่อ อู่ อวี้ มองเห็น
รายละเอียดอย่างชัดเจนแล้ว เขาก็สัมผัสได้ถึง
บรรยากาศอันหนักหน่วงพร้อมกับจิตสังหารแผ่ออกมา
อย่างรุนแรงจากเสาต้นนี้ และยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนค้นหา
เต๋าหยิบมันออกมา แน่นอนว่าจะต้องไม่ใช่สิ่งของทั่วๆ
ไป
ซู เฉินหยาง แผดเสียงคำรามตะโกนกล่าวออกไปทั่วทุก
ทิศ “ตัวข้าได้นำ ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’ ที่
มีวงเวทย์มากกว่า 130,000 วงออกมา มันมีชื่อเรียกว่า
‘โลหะทมิฬธาราสวรรค์’ ! เงื่อนไขก็คือจะต้องมีพลังฝึก
ตนไม่สูงไปกว่าข้า แต่จะต้องนำสมบัติที่มีมูลค่า
เทียบเท่ากับมันออกมา ข้าจะยอมรับการต่อสู้แค่รอบ
เดียว เพราะฉะนั้นอย่าได้ลังเล!”
มีคนจำนวนมากให้ความสนใจ เมื่อมีคนนำศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณออกมาเดิมพัน คนจำนวนมากจึง
หันไปมองที่สนามประลองของมันเป็นตาเดียว
โดยทั่วไปแล้วการประลองในระดับนี้มีค่อนข้างน้อย
ดังนั้นจึงยังไม่มีคนเข้ามาท้าทาย ทุกคนกำลังพิจารณา
ว่าตนเองจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายแล้วนำศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณไปได้จริงๆ หรือไม่ มิฉะนั้นก็
อาจจะต้องสูญเสียสมบัติล้ำค่าของตนเองไป ซึ่งมันจะ
เป็นการได้ไม่คุ้มเสีย
แน่นอน ซู เฉินเยวียน รู้ว่าเมื่อตนต่อสู้กับคนในระดับ
เดียวกัน แม้จะชนะมาได้ แต่ความสมบูรณ์พร้อมย่อม
ลดลงไปด้วย จึงลั่นวาจาออกไปว่าจะรับเพียงรอบเดียว
เท่านั้น
เหล่าขุนพลมังกรเพลิงที่มาพร้อมกับมัน ไม่ได้รู้สึก
ผิดหวังอะไร เพราะยังไงแล้ว ซู เฉินเยวียน ก็ได้ประกาศ
ศักดาจนผู้คนให้ความสนใจอย่างมากล้น นับว่าเป็นหน้า
เป็นตาอย่างยิ่ง
ยอดฝีมือขั้นค้นหาเต๋าทุกคนมองหน้ากัน ที่สนาม
ประลองอันดับหนึ่งแห่งนครเทวะเป็นเหมือนกับสถาน
บันเทิง! เปิดโอกาสให้คนจำนวนมากได้ลงเดิมพัน ดังนั้น
ทางฝั่งของ ‘สนามประลองอันดับที่หนึ่ง’ จึงมุ่งเน้นไปที่
การประชาสัมพันธ์ ฉับพลันคำพูดของ ซู เฉินหยาง จึง
ถูกกล่าวขานขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่า ซู เฉินหยาง ไม่ได้มา
ที่นี่เป็นครั้งแรก ทุกคนล้วนรู้ถึงความแข็งแกร่งของเหล่า
อัจฉริยะในกองทัพมังกรเพลิงเป็นอย่างดี ทำให้เหล่า
ยอดฝีมือที่มีพลังฝึกตนในระดับเดียวกันกำลังพิจารณา
อยู่ว่าจะเสี่ยงดีหรือไม่
พวกเขาทุกคนล้วนเป็นคนมีศักดิ์ฐานะ และหากพ่ายแพ้
ในการประลองนี้มันก็จะต้องกลายเป็นที่ขายขี้หน้าแล้ว
เช่นนั้นจึงยังไม่มีผู้ใดโต้ตอบกลับไปในเวลานี้
เมื่อ อู่ อวี้ คิดไปคิดมา ก็นึกได้ว่าเขากับบุรุษผู้นี้เคยมี
ความขัดแย้งกันอยู่ไม่น้อย ตอนที่เขาได้เอาชนะ ซู เฉิน
เยวียน ยามนั้น มันกลับทำตัวไร้ยางอายเข้าทำลายร่าง
กลืนสวรรค์ของเขาจนสูญเสียพลังไปบางส่วน แต่ทว่า
เขาก็ไม่ได้ให้ค่าอันใดมากนัก
เขาไม่ใช่คนคิดพยาบาทอะไร หากว่าไปเจอกันตามท้อง
ถนน อู่ อวี้ ก็คงขี้เกียจจะไปยุ่งเกี่ยวกับมัน แต่เมื่อ
ประจวบเหมาะที่มันมาปรากฏตัวยังที่แห่งนี้ ผนวกกับ
มันกำลังหาคู่ต่อสู้ ก็นับว่าเป็นพรหมลิขิตประทานให้แก่
เขาแล้ว…
ความจริงเมื่อได้ดู เย่ซีซี กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดที่
ด้านล่าง ต้องยอมรับว่าเขาก็รู้สึกคันไม้คันมืออยู่จริงๆ
เมื่ออยู่ภายในอาณาจักรจิตเทวะแห่งนี้ เขานับเป็น
ตัวตนอันสูงล้ำ เช่นนั้นย่อมไม่ต้องเกรงกลัวอันใด
ดังนั้นหลังจากที่ความเงียบผ่านไป จู่ๆ เสียงเสียงหนึ่งก็
ดังลอดผ่านหูของทุกคน “หากไม่มีผู้ใด เช่นนั้นการ
ประลองนี้ข้าเอง”
เมื่อทุกคนได้ยินเสียงที่หนักแน่นนี้ ฉับพลันก็บังเกิด
ความคิด นี่มันเสียงของ อู่ อวี้ ไม่ใช่หรือ?
ต่อมาพวกเขาเห็น ราชอารักษ์เล่อ กระโดดลงมาจากชั้น
3 เป็นเวลาพักใหญ่ที่ทุกคนมองเขาด้วยความประหลาด
ใจ เมื่อได้สติจึงเร่งหลีกทางให้เขาเดินตรงเข้าสู่สนาม
ประลองของ ซู เฉินหยาง
“เป็นราชอารักษ์เล่อจริงๆ!”
“เขาน่าอดใจเอาไว้ไม่ไหว อยากจะแสดงฝีมืองั้นหรือ?
ครั้งที่แล้วตอนอยู่หน้าประตูเมือง เขาก็ต่อสู้กับ โอรส
เหยา อย่างดุเดือด เวลานั้นเขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของยอด
ฝีมือขั้นค้นหาเต๋าเลยด้วยซ้ำ! แต่ทว่าคราวนี้ เขา
ต้องการที่จะท้าทายตัวตนค้นหาเต๋าจริงๆ ……”
“เขาพูดออกไปแล้ว! ว่าจะท้าชิงกับ ซู เฉินหยาง! ข้าจำ
ได้ว่าพวกเขามีบาดหมางกันอยู่ ครั้งที่แล้วที่ อู่ อวี้ ต่อสู้
กับราชบุตรเขย ซู เฉินเยวียน และเป็น ซู เฉินหยาง ที่
สอดมือเข้ามาแทรก จนเกือบจะทำให้ อู่ อวี้ ได้รับ
บาดเจ็บสาหัส เห็นได้ชัดว่า ราชอารักษ์เล่อ ได้จดจำ
ความแค้นนี้เอาไว้”
“ครั้งนี้ อู่ อวี้ ช่างไม่มีเหตุผลสิ้นดี ได้รับสมบัติอย่าง
พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม มาหน่อย ก็เพิ่ม
ความมั่นใจขึ้นมาถึงเพียงนี้เชียวหรือ หากพึ่งพาศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะ
รับมือกับ ซู เฉินหยางกระมั้งง…….”
พวกเขายังไม่รู้ระดับพลังที่แท้จริงของ อู่ อวี้ ดังนั้นยาม
นี้ อู่ อวี้ จึงมีโอกาสที่จะได้รับสมบัติล้ำค่าไป หัวใจของ
เขาพองโตอย่างยิ่ง ลาภลอยมาหาชัดๆ อีกทั้งยังได้คิด
บัญชีแค้นเก่า นับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริงๆ!
เพราะอย่างไรแล้ว ไม่มีใครคิดว่า อู่ อวี้ จะยกระดับขึ้น
ได้รวดเร็วเพียงนี้ ซึ่งก็คงพึ่งพาเพียงศาสตราเต๋าเข้าว่า
อย่างแท้จริง
ท้ายที่สุดแล้วระหว่าง อู่ อวี้ กับ ซู เฉินหยาง ยังมี
ช่องว่างอันยิ่งใหญ่อยู่
อู่ อวี้ เป็นคนที่ได้รับความนิยม ดังนั้นพริบตาที่ปรากฏ
ตัวขึ้นจึงดึงดูดความสนใจจากคนจำนวนมาก เพียงแค่
ช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งหมด มิ
ผิด ทั้งหมดสนามประลองจริงๆ!!
‘สนามประลองอันดับหนึ่งแห่งนครเทวะ’ กลับ
กลายเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันใด
หลายคนเห็นว่า ซู เฉินหยาง ก็จ้องไปที่ อู่ อวี้ ด้วย
เช่นกัน
ยามนี้ที่ชั้นบนสุดของ ‘สนามประลองอันดับ 1’ ซึ่งมี
ตัวตนระดับสูงอยู่มากมาย เช่น โอรสเหยียน และ แขก
ของมันที่กำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ฉับพลันเมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้ ก็ดึงดูดความ
สนใจจากพวกมันได้เป็นอย่างดี ต้องรู้ว่าบุคคลระดับ
พวกมัน ล้วนฝึกตนมาแล้ว 300 ปีทั้งสิ้น แม้กระทั่งบาง
คนที่ฝึกตนถึง 400-500 ปีก็ยังมี
ซู เฉินหยาง ที่ยืนอยู่บนสนามประลอง พลันเปิดตา
ขึ้นมามอง อู่ อวี้ แน่นอนมันไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะปรากฏ
ตัวออกมาเช่นนี้เหมือนกัน แต่มันก็ไม่รู้สึกเป็นกังวลเลย
แม้แต่น้อย สำหรับเรื่องของชาวกุ่ยเหยียน มันนั้นรู้ดี
เพราะในตอนนั้นพวกมันเป็นกลุ่มสุดท้ายที่หนีไปได้ พูด
ได้เต็มปากว่าคงต้องขอบคุณคำเตือนของ อู่ อวี้ จริงๆ
มหาอุปราชจึงสั่งให้พวกมันอพยพหนีออกไปอย่าง
รวดเร็ว มิฉะนั้นพวกมันก็คงไม่อาจจะกลับมาที่นี่ได้อีก
ครั้ง
เดิมทีมันก็รู้สึกขอบคุณ อู่ อวี้
แต่เมื่อได้ยินว่า อู่ อวี้ ได้ใช้พลองฟ้าอนันตกาลเพื่อ
แลกเปลี่ยนกับ ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอม’ ที่ทำให้เหล่าพระโอรสและพระธิดาทั้งหลายยัง
ต้องรู้สึกอิจฉา ความรู้สึกขอบคุณของมันก็มลายหายไป
ในทันที ชาวเหยียนหวงทุกคนต่างก็รู้สึกว่าคนนอกผู้นี้ไม่
เหมาะที่จะครอบครองมัน
ยามนี้เมื่อกลายเป็นจุดสนใจของยอดฝีมือจำนวนมาก ซู
เฉินหยาง ก็หัวเราะขึ้นในใจ มันรู้สึกว่าโอกาสฟ้า
ประทานได้มาถึงมันเสียแล้ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ