กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 900: เชี่ยวชาญในการสังหาร
อู่ อวี้ รู้ดีว่าโอรสเหยียนมีความเป็นศัตรูกับตัวเขา และ
โอรสเล่อ อย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าส่วนหนึ่งมาจาก ตัวมันที่ไม่สามารถ
ครอบครอง ‘ พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม ‘
เห็นได้ชัดว่ามันไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ เป็นเจ้าของ
ครอบครอง มันไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเป็นเพียงมด
ปลวกตัวเล็กกระจ้อยร่อย ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะ
มาเป็นคู่แข่งของมัน โอรสเล่อ กับ อู่ อวี้ เข้าใจเรื่องนี้ดี
ขณะ อู่ อวี้ ต่อสู้อยู่นั้น มันได้เอ่ยโน้มน้าวผู้คนรอบข้าง
ให้ลงเดิมพันขันต่อไปจำนวนมาก และดูจากท่าทางของ
มันแล้ว สมควรเป็นการสูญเสียไปไม่น้อย
เมื่อสบโอกาส มันจึงหาทางเอาคืน
สิ่งที่มันต้องการหาใช่เงินทอง แต่เป็นหน้าตาและ
ศักดิ์ศรี
” พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอมด้ามนี้
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงมอบให้กับข้า ผู้คนส่วน
ใหญ่ต่างคิดว่าจักรพรรดิโบราณให้ความสำคัญกับข้า
เป็นอย่างมาก ตำแหน่งของข้าจักรพรรดิโบราณก็ยังเป็น
ผู้ประทาน โอรสพระธิดายังไม่กล้าทำให้ข้าขุ่นเคือง ดู
เหมือนว่าชายผู้นี้คิดจะเป็นปรปักษ์กับจักรพรรดิโบราณ
จริงๆ กระมั้ง แต่ก็พอเข้าใจได้อยู่ จักรพรรดิโบราณ
ประทานรางวัลให้ขนาดนี้ แล้วเหตุใดมันจะต้องเชื้อเชิญ
ข้าเข้าเป็นแขกผู้ทรงเกียรติด้วยเล่า ”
อู่ อวี้ ล่วงรู้สถานการณ์เป็นอย่างดี
เหล่าโอรสพระธิดา มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาอยู่
เบื้องหลัง ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้พวกเขา
ตัดสินบางอย่าง พวกเขารู้ว่าจักรพรรดิโบราณชื่นชม อู่
อวี้ มาก แต่จักรพรรดิโบราณก็มิได้ห้ามให้โอรสพระธิดา
คนใดแข่งขันกับ อู่ อวี้ อย่างหนักหน่วงรุนแรง เปิด
โอกาสให้แม้กระทั่งหาก อู่ อวี้ พ่ายแพ้ก็ถูกสังหารได้
นี่คือชาวเหยียนหวงมีนิสัยใจคอดุเดือดร้อนแรงดั่งเปลว
เพลิง
เมื่อโอรสเหยียนกล่าวท้าทาย อู่ อวี้ เพียงครู่ต่อมาผู้คนก็
พากันหุบปากเงียบลง ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนเงียบกริบรู้สึก
เย็นเยียบราวกับพิรุณพร่างพรมเข้ามาใกล้
ตอนนี้ผู้คนกำลังรอคำตอบของ อู่ อวี้
โอรสเล่อลุกขึ้นยืนขึ้นแล้วตอบกลับแทน อู่ อวี้ ไปว่า ”
เสด็จพี่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อย่างน้อยก็ควรปฏิบัติตาม
กฎของ ‘สนามประลองอันดับหนึ่ง’”
เขาจะยอมรับความท้าทายอย่างใหญ่หลวงนี่หรือไม่
ขึ้นอยู่กับ อู่ อวี้
โอรสเล่อกระซิบพูดกับ อู่ อวี้ ว่า ” เห็นได้ชัดว่าเขา
ต้องการทำให้เจ้าอับอาย หลังจากได้เห็นพลังฝีมืออันน่า
ทึ่งของเจ้า เจ้าอย่าไปยอมรับข้อเสนอของเขาเด็ดขาด”
สถานการณ์ในยามนี้ เสมือนดังการรู้เท่าทันว่ามีพยัคฆ์
รออยู่ในป่าเขา
เมื่อไม่นานมานี้เขาสร้างผลงานอย่างเด่นชัด ทำให้มี
หลายคนที่ต้องการกำจัดเขา โดยเฉพาะโอรสเหยียน ซึ่ง
อู่ อวี้ ได้เตรียมใจมานานแล้ว
อย่างไรก็ตามหากมี ‘ผลตอบแทน’ ไม่สูงพอ อู่ อวี้ ก็ไม่
อยากวุ่นวายโดยเปล่าประโยชน์
จะเห็นได้ว่าโอรสเหยียนมีความทะเยอทะยานอย่างมาก
ท่ามกลางสายตาของทุกคน โอรสเหยียนเหลือบมอง
โอรสเล่อแล้วกล่าวว่า ” ถ้าเจ้าไม่มีอันใดอีก ก็อย่ามา
ขัดจังหวะ ”
มันไม่ไว้หน้าน้องชายตนเองแม้แต่น้อย นับว่ากล้าหาญ
มาก ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองมีตัวตนเท่าเทียมกัน
การที่โอรสเหยียนยั่วยุอีกฝ่ายขนาดนี้ เป็นเพราะมัน
ต้องการสั่งสอนอีกฝ่ายให้รู้สำนึก หรือต่อให้เรื่องนี้ไปถึง
หูมหาอุปราช ท่านก็คงไม่เอาความ ด้วยเพราะการ
กระทบกระทั่งระหว่างโอรสพระธิดาถือเป็นเรื่องปกติ
อู่ อวี้ เห็นว่า โอรสเล่อโดนดูถูกกลับมาเช่นนี้ แม้ว่าจะ
ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใด ทว่าภายในใจของเขา ต้องขุ่นเคือง
ไปด้วยโทสะอย่างแน่นอน
สายตาของทุกผู้คนจับจ้องมาที่ อู่ อวี้ ในที่สุดเขาก็เอ่ย
ปากขึ้นมาว่า ” ดูเหมือนโอรสเหยียนจะไม่พอใจ
กระหม่อม ถึงได้ตั้งใจต้อนรับข้าอย่างงามเช่นนี้ แน่นอน
ว่าข้าหาได้เกรงกลัวไม่ แต่ปัญหาก็คือหากท่านจัดหาคู่
ต่อสู้ให้กับข้า ก็ต้องปฏิบัติตามกฎข้อตกลง ท้ายสุดแล้ว
รางวัลเดิมพันสูงพอหรือไม่นั้น ตัวข้าจะเป็นผู้ตัดสินใจ
เอง เนื่องจากตอนนี้ข้าไม่ค่อยว่างเท่าใดด้วย ”
น้ำเสียงของเขาดูเบื่อหน่ายเกียจคร้านอยู่ไม่น้อย การ
แสดงออกของเขาต่อ โอรสเหยียน แตกต่างจาก โอรส
เล่อ อย่างสิ้นเชิง
ซึ่งโอรสเหยียนผู้นี้ อาจแข็งแกร่งกว่า ชวีอิ๋น เสียอีก
แน่นอนว่ามันต้องบำเพ็ญเพียรมายาวนานกว่าสี่ร้อยปี
เสมือนไม้ใกล้ฝั่ง ที่เหยียบย่างเข้าสู่ความตายไปครึ่งก้าว
หากมันไม่ใช่บุตรของจักรพรรดิโบราณ คาดว่าคงเป็นปู่
ของโอรสเล่อไปแล้ว อันที่จริงลูกหลานของโอรสเหยียน
ก็มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับโอรสเล่อ อย่างไรก็ตาม
มันมิใช่บุตรของจักรพรรดิโบราณโดยตรง ดังนั้น
ความสามารถและพรสวรรค์ จึงห่างไกลจากโอรสเล่อนัก
ด้วยความต่างของอายุขัย นี่คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใด
มันถึงสยบข่มโอรสเล่อนักหนา
สำหรับมันแล้ว น้องชายน้องสาวคนเล็กที่ไม่ได้อยู่ใน
ระดับค้นหาเต๋า หาได้อยู่ในสายตาของมันแม้แต่น้อย
ทว่าเมื่อมี อู่ อวี้ เข้ามา มันจึงไร้ซึ่งทางเลือกอื่น หากมัน
ลงมือบดขยี้ อู่ อวี้ ด้วยตนเอง แล้วข่าวคราวนี้
แพร่กระจายออกไป มันจะตกเป็นที่สงสัยครหา ทั้งยัง
น่าอับอายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรี มัน
ต้องชนะอย่างสวยงามหมดจด ให้คนภายนอกไม่มี
โอกาสได้พูดอันใด
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้จะทำให้ ราชอารักษ์เล่อ พอใจอย่าง
แน่นอน” หลังจากโอรสเหยียนกล่าวจบ มันก็กวาด
สายตามองโดยรอบแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” สิงเหยียนเจ้าลงไป
แนะนำตัวให้ราชอารักษ์เล่อรู้จัก ดูว่าเขาพอใจหรือไม่? ”
” ขอรับ! ” เสียงดังอยู่ด้านบน ชื่อนี้ทำให้ใบหน้าของผู้คน
เปลี่ยนไป โอรสเล่อรีบร้องเตือน อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว ”
บุคคลผู้นี้อยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 2 พลังการต่อสู้ของ
เขาแข็งแกร่งมาก! การโจมตีเหี้ยมโหดอำมหิตอย่างยิ่ง”
จนถึงปัจจุบัน คู่ต่อสู้ทรงพลังที่สุดที่ อู่ อวี้ เคยจัดการ
คือ กุ่ย เจิ้นเค่อ กับ ซู เฉินหยาง
โอรสเล่อเพิ่งกล่าวเสร็จสิ้นไปเพียงชั่วพริบตา ทันใดนั้นก็
มีเงาสีดำพุ่งลงมาจากฟากฟ้า พุ่งผ่านดวงตาของ อู่ อวี้
จนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสนามประลองอันดับหนึ่ง!
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่มัน แลเห็นว่าที่อยู่เบื้องหน้าคือยักษ์
ตัวมหึมา แม้ยามนี้ อู่ อวี้ มีความสูงมากกว่าเดิมถึงสอง
ฉื่อ ทว่าบุคคลผู้นี้กลับตัวใหญ่กว่าเขาถึงสามเท่าตัว ทั่ว
ร่างดำทะมึนของมันถูกปกคลุมไปด้วยกล้ามเนื้อขนาด
ใหญ่ดูดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง หัวล้านโป้งเหน่งไร้ซึ่งเส้นผม
บนศีรษะ ดวงตาแคบยาวดูดุดัน
บุคคลผู้นี้เป็นผู้ฝึกตน ที่มีพละกำลังทางกายเนื้อโดดเด่น
เป็นพิเศษ เสมือนดั่งสัตว์ป่าในคราบมนุษย์ มีเส้นทาง
การบำเพ็ญเพียรคล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ แต่ก็มิได้สูงส่งโดด
เด่นเท่ากับตัวเขา
อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบกับ อู่ อวี้ กายเนื้อของมัน
นับว่าอ่อนด้อยกว่าเขามาก แต่ข้อได้เปรียบใหญ่มาก
ที่สุด คือมันอยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 2 ซึ่งมีพื้นฐานฝึก
ตนสูงกว่า อู่ อวี้ ถึง 7 ขั้น นับเป็นช่องว่างที่ใหญ่มาก
แม้ว่าเขาจะมีกายาเพชรอมตะ ทั้งยังมีพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงที่ถูกปรับแต่งจากมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน
แต่ช่องว่างของพลังแกนแท้ตำหนักม่วง ก็นับว่าห่างชั้น
กันเกินไปอยู่ดี
แน่นอนว่าอีกฝ่ายหนึ่งฝึกฝนบำเพ็ญตนมานานกว่า 300
ปี ทั้งอาณาจักรการฝึกตนและพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
เปรียบเสมือนดั่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ส่วนทางฝั่ง อู่
อวี้ เป็นทะเลสาบที่กระจ่างใสอย่างถึงที่สุด แม้ว่า
คุณภาพจะสูงล้ำมากเพียงใด แต่ข้อได้เปรียบด้านความ
กว้างใหญ่ ก็มิใช่อะไรที่สามารถเทียบเคียงกันได้
อู่ อวี้ ยอมรับว่าฝ่ายตรงข้ามมีพรสวรรค์และ
ความสามารถอ่อนด้อยกว่าตนเอง อย่างไรก็ตามหาก
ต้องต่อสู้กัน เขาก็ยังรู้สึกกริ่งเกรงฝ่ายตรงข้ามอยู่บ้าง
หากเปรียบเทียบในอาณาจักรมนุษย์แล้ว ก็เหมือนกับ
เด็กหนุ่มผู้มากไปด้วยความสามารถเชี่ยวชาญในวรยุทธ
ต้องเผชิญหน้ากับชายแข็งแกร่งร่างกำยำซึ่งยากจะ
เอาชนะได้
นับว่าโอรสเหยียนฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างยิ่ง มันเฝ้า
ชมการต่อสู้ของ อู่ อวี้ และรู้ว่าขีดจำกัด อู่ อวี้ อยู่ระดับ
ใด แน่นอนว่า ‘สิงเหยียน’ ผู้นี้ คือขีดจำกัดสูงสุดของ อู่
อวี้ ถือเป็นระดับที่ อู่ อวี้ ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
หรือไม่
เมื่อสิงเหยียนทะยานออกมา ผู้คนมากมายก็พากันร้อง
อุทาน ดูเหมือนว่ามันจะมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นอย่างยิ่ง
เขาได้ยินผู้คนพากันตะโกนเอ่ยขานนามว่า ‘นักพรตหมื่น
ตัน’ นามนี้ฟังดูเสมือนดั่งร่างกายของมนุษย์มีน้ำหนักนับ
หมื่นตัน
ฝ่ายตรงข้ามกระแทกกำปั้นเขาใส่กัน จากนั้นก็มองมายัง
อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวรุนแรงว่า
” ข้าน้อยติดตาม โอรสเหยียนมาตั้งแต่เยาว์วัย ตอนนี้อยู่
ในอาณาจักรค้นหาเต๋าขั้นที่ 2 เชี่ยวชาญเรื่องการสังหาร
ผู้ค้น ราชอารักษ์เล่อชี้แนะด้วย!”
แน่นอนว่าบุคคลผู้ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นสิ่งที่มัน
กล่าวจึงมิใช่เรื่องล้อเล่น
โอรสเหยียนตบมือลงมาจากด้านบน ชายชราที่อยู่รอบ
กายมันก็พากันยิ้มเล็กยิ้มน้อย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นอาวุโส
ผู้มีความแข็งแกร่ง และมีตำแหน่งอยู่ภายในราชสำนัก
ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง อย่างน้อยสุดก็เป็นถึง
เจ้าแคว้น
“ไม่ทราบว่า ราชอารักษ์เล่อ พอใจคู่ต่อสู้คนนี้หรือไม่?
ตัวข้าคิดว่าสิงเหยียน ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่หน้าท้าทายเป็น
อย่างยิ่งสำหรับ ราชอารักษ์เล่อ ท้ายสุดแล้วท่านราช
อารักษ์ถือเป็นวีรบุรุษหนุ่ม ผู้สามารถสยบ ซู เฉินหยาง
ในอาณาจักรค้นหาเต๋าได้ในชั่วพริบตา พรสวรรค์และ
ความสามารถของท่านจัดอยู่ในระดับที่น่าตื่นตะลึงเป็น
อย่างยิ่ง และทุกคนทราบดีว่า ซู เฉินหยาง เป็นเพียง
ขยะไร้ค่า ยังนับว่าห่างไกลกับท่านราชอารักษ์นัก ทุก
คนอยากรู้ใช่หรือไม่ ว่าขีดจำกัดของราชอารักษ์อยู่ระดับ
ใด?”
แม้ว่าบางคนจะไม่ชอบโอรสเหยียน แต่พวกมันก็ให้
ความสำคัญกับการต่อสู้ ‘สนามประลองอันดับหนึ่ง’
ดังนั้นพวกมันจึงรู้สึกอยากชมการต่อสู้ในครั้งนี้ ใครบ้าง
ไม่อยากชมการต่อสู้ดุเดือด?
ดังนั้นการเรียกร้องของโอรสเหยียน จึงมีผู้คนกว่า 9 ใน
10 ส่วนคล้อยตามด้วย อีกทั้งพวกมันยังเพิ่มเงินเดิมพัน
เข้าไปอีก
” ราชอารักษ์เล่อ อย่าไปยอม! ”
“อย่าได้เกรงกลัว ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า! ”
” ตอบตกลงโอรสเหยียนไปเลย! ”
ตัวเอกในเวลานี้คือ อู่ อวี้ กับ โอรสเหยียน ทางด้าน สิง
เหยียน มิได้ข้องเกี่ยวกับโอรสเล่อเท่าใดนัก แม้แต่โอรส
เหยียนก็มิได้เห็นโอรสเล่อเป็นคู่แข่ง แต่เป้าหมายของ
มันคือ อู่ อวี้ เพียงเท่านั้น
แน่นอน อู่ อวี้ ไม่ได้ตอบตกลงในทันที เขาโบกมือแล้ว
กล่าวว่า ” นับว่าเลือกคนมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว แต่การ
เดิมพันล่ะ? ถ้าชนะเขา ข้าจะได้อะไรบ้าง? ”
นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริง!
อู่ อวี้ รู้สึกว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่าย ไม่ได้มีเพียงแค่
ต้องการใช้สยบตนเองเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายอื่นด้วย
ดังนั้นผู้คนจึงพยายามเงี่ยหูฟัง รอโอรสเหยียนเอ่ยปาก
ว่าอย่างน้อย ๆ ก็ต้องเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ!
โอรสเหยียนยิ้มแล้วพูดว่า ” แน่นอนข้าจะไม่ปล่อยให้
ราชอารักษ์ผิดหวัง อันที่จริงในสนามประลองอันดับหนึ่ง
แห่งนี้ มิได้มีการต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านเช่นนี้มานาน
แล้ว หากข้าเอาเม็ดยาค้นหาเต๋าหนึ่งพันเม็ดเป็นรางวัล
เดิมพัน ไม่ทราบว่าราชอารักษ์เล่อจะว่าอย่างไร?”
เมื่อคำกล่าวนี้หลุดออกไป ทันใดนั้นก็บังเกิดความ
โกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นทันที!
สิ่งที่เขาได้รับคือหนึ่งพันเม็ดยาค้นหาเต๋า มิใช่เม็ดยาจิต
เทวะ!
เม็ดยาค้นหาเต๋าคือหนึ่งในโอสถที่มีคุณค่ามากที่สุดในใต้
หล้านี้ กล่าวกันว่าผู้หลอมสร้างต้องมีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในระดับค้นหาเต๋าที่ ทั้งยังต้องมีความเชี่ยวชาญในเคล็ด
การปรุงโอสถในระดับที่ลึกล้ำยิ่ง ถึงจะสามารถหลอม
สร้างกลั่นสกัดขึ้นมาได้
ในความเป็นจริงในโลกหล้านี้ เม็ดยาค้นหาเต๋ามีไม่มาก
นัก
เม็ดยาค้นหาเต๋า มีความสำคัญมากสำหรับระดับภัย
พิบัติค้นหาเต๋า โอสถนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับผสาน
รวมจิตเทวะและกายเนื้อของผู้ที่อยู่ในระดับค้นหาเต๋า
กล่าวได้ว่ามันมีสรรพคุณที่เลิศล้ำเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นเม็ดยาค้นหาเต๋า จึงถือเป็นของล้ำค่าอันดับต้น
แถมยังเป็นสกุลเงินที่มีค่ามากที่สุดในใต้หล้า ซึ่งมีมูลค่า
นั้นสูงกว่าเม็ดยาจิตเทวะมากนัก
ตัวอย่างเช่น ตัวตนอย่าง ซู เฉินหยาง น่าจะมีเม็ดยา
ค้นหาเต๋าจำนวนเกินไม่เกินสองหลักอย่างแน่นอน
…………………..
**เม็ดยาถามเต๋าวิญญาณ แก้ไขเป็น เม็ดยาค้นหาเต๋า**
——————————–
(´▽`).。oเพลิน