กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 899: หยิ่งผยองถึงขีดสุด
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ยามนี้คือ หลิวโยวโยว , ซ่างกวนอิง
, ฟาง หมิงจิ้ง และอื่น ๆ คนเหล่านี้คือขุนพลมังกรเพลิง
ผู้เคยแข่งขันแย่งชิงพลองฟ้าอนันตกาลกับเขาทั้งสิ้น
นอกจากนี้ยังมีราชบุตรเขย ซู เฉินเยวียน ผู้มีฝีมืออ่อน
ด้อยไร้ประโยชน์ ว่ากันว่าพระธิดาอิงกับราชอารักษ์อิงมี
ความสัมพันธ์ดีกว่า ซู เฉินเยวียน มากนัก ซึ่งการที่ ซู
เฉินเยวียน มิได้เข้าไปในเขตพระราชฐาน ก็ถือเป็น
หลักฐานอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ซู เฉินเยวียน ยังคงทำตัวโอหังไม่เจียม
กะลาหัว เมื่อเห็น อู่ อวี้ กำลังเดินผ่าน มันก็หัวเราะเย้ย
เยาะแล้วกล่าวว่า ” หึ! มันก็แค่สุนัขหลงลำพองตน ที่
บังเอิญโชคดีได้ดิบได้ดีอย่างรวดเร็วละว้า เป็นแค่สุนัขต่ำ
ต้อยคิดจะบินบนท้องฟ้าได้จริง ๆ เช่นนั้นหรือ? แต่คราว
นี้เจ้าไม่โชคดีเหมือนทุกครั้งเป็นแน่ ท่านพี่ของข้าจะ
จัดการเจ้าให้รู้สำนึก ”
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกมันไม่เกรงกลัวเขา นั่นเพราะพวก
มันไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวของเขาทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน
พิภพอเวจี
อู่ อวี้ ยังคงเขาเดินตรงไปยังสนามประลองอย่างมิได้ใส่
ใจกับคำพูดเหน็บแนม ตอนนี้ทุกคนต่างใจจดใจจ่อว่า
เขาจะวางเดิมพันมากน้อยเพียงใด ต่อมาทุกผู้คนก็เห็น
อู่ อวี้ หยิบมีดสั้นออกมาจากถุงจักรวาลวางไว้ในเขตเดิม
พัน แล้วเอ่ยขึ้นว่า ” นี่คือ ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณที่มีชื่อว่า ‘มีดสะบั้นวิญญาณ’ ข้าได้มันมา
หลังจากข้าสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ข้าจะเอาของสิ่งนี้วาง
เดิมพัน ถ้าเจ้าเอาชนะข้าได้ก็จงเอาไป มีดเล่มนี้มีวง
เวทย์ประทับอยู่ 350,000 วง ซึ่งล้ำค่ากว่าของเดิมพัน
ของเจ้า 130,000 วง มันน่าจะมีประโยชน์กับเจ้าไม่น้อย
”
หลังจาก อู่ อวี้ วางมือลงแล้วกล่าวไป ก็สร้างความ
แตกตื่นครั้งใหญ่ในสนามประลอง! ในอีกแง่มุมหนึ่ง
หมายความว่าเขามีความสามารถสูงส่งจนสามารถ
สังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ได้ ซึ่งนี่ถือเป็นหลักฐานอย่างดี
ในทางกลับกัน ผู้ถูกท้าประลองไม่สามารถวางเดิมพันสูง
กว่าผู้ท้าชิงได้สูงเกินกว่า 4-5 เท่าได้ นี้ราวกับว่ามอบให้
อีกฝ่ายฟรี ๆ
เรียกได้ว่าการวางเดิมพันครั้งนี้ ถือเป็นประวัติการณ์
ตั้งแต่สนามประลองอันดับ 1 ก่อตั้งเลยก็ว่าได้
แม้ว่า อู่ อวี้ จะอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดเทวะ ซึ่งต่ำกว่า
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า แต่การวางเดิมพันเป็นที่น่า
พอใจอย่างเห็นได้ชัด แม้พื้นฐานฝึกตนของเขาจะต่ำ
ต้อย ทว่าสิ่งของที่วางเดิมพันกลับสูงส่ง ทำให้สิ่ง
ของเดิมพันของ ซู เฉินหยาง ดูน่าสมเพชไร้ราคาไปเลย
หลัง อู่ อวี้ ทำตามเงื่อนไขการท้าประลองครบถ้วนแล้ว
ผู้ประกาศก็ประกาศให้ อู่ อวี้ เข้าสู่ ‘สนามประลอง’
เพียงสามสิบลมหายใจ ก็ถึงเวลาการประลองที่ท้าทาย
น่าตื่นเต้น
การเดิมพันนี้ โดยมิได้คำนึงถึงปริมาณหรือจำนวน
ระดับของพวกมันได้มาถึงจุดสุดยอดของ ‘สนาม
ประลองอันดับหนึ่ง ‘ เลยก็ว่าได้ อัตราต่อรองที่กำหนด
โดยสนามประลองอันดับหนึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องเท่า
เทียมกัน เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบเห็นได้ชัดว่า ถ้า ซู
เฉินหยาง เป็นฝ่ายชนะมันจะได้รับรางวัลตอบแทน
คุ้มค่ายิ่งกว่า แน่นอนว่านี่เพียงบางส่วนเท่านั้น ด้วย
รางวัลนี้ยิ่งทำให้มันกระตือรือร้นอยากจะชนะมากขึ้น
ท้ายสุดแล้วสำหรับชาวเหยียนหวง อู่ อวี้ เป็นเพียงคน
นอกที่ทำให้พวกมันอิจฉาริษยาเท่านั้น
หลังจากสามสิบลมหายใจผ่านไป โอรสเล่อก็วางเดิมพัน
ด้วย เขานำทรัพย์สินล้ำค่าออกมามากมาย แน่นอนว่า
เขาวางเดิมพันว่า อู่ อวี้ เป็นฝ่ายชนะ แม้แต่ หนานซาน
หวางเยว่ และคนอื่น ๆ ก็ร่วมด้วยอย่างรวดเร็ว
” ข้าล่ะอิจฉา ซู เฉินหยาง จริง ๆ เอาของถูกมาแลกกับ
ของล้ำค่า ”
” ของล้ำค่าขนาดนี้กับตกอยู่ในมือของเด็กน้อยอย่าง
ราชอารักษ์เล่อ มันจะไม่มากไปหน่อยหรือ? ”
” เขาสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ จริงหรือ? หรือเขามีผู้ช่วย
เหลือ หรือใช้วิธีใด? ก่อนหน้านี้พลังฝีมือของเขาอยู่ใน
ระดับเดียวกับน้องชายของ ซู เฉินหยาง ดูเหมือนว่าพลัง
แก่นตำหนักม่วงของเขาก็ยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก”
เมื่อขั้นตอนการวางเดิมพันเสร็จสมบูรณ์ สนามประลอง
จึงถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์ เมื่อสนามประลองถูกปิดลง อู่
อวี้ กับ ซู เฉินหยาง รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย แต่โชคยังดี
วิสัยทัศน์ของที่นี่ยังคงโปร่งใสพอเห็นได้ชัด
สนามประลองปิดสนิทแห่งนี้เป็นทรงลูกบาศก์ ขนาดไม่
ใหญ่มากนัก ด้วยพื้นที่ที่มิได้กว้างขวาง ทำให้การต่อสู้
ยากลำบาก และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ขณะนี้การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้น เป็นการต่อสู้ที่ผู้คนกำลัง
เฝ้าจับตา! โดยเฉพาะผู้ที่ลงขันเดิมพันเสี่ยงโชค
“รนหาที่ตายนัก” ซู เฉินหยาง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็น
ชาไม่แยแส มันเกียจคร้านเกินกว่าจะต่อสู้ยืดเยื้อกับ อู่
อวี้ มันจึงคิดจะปิดฉากสังหารเขาในทันที
ทว่าสิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดยิ่งกว่าก็คือ อู่ อวี้ เกียจคร้าน
พูดคุยกับมันยิ่งกว่าอีก ในช่วงเวลาที่สนามประลองถูก
ปิดลง สายตาของเขาแผ่จิตสังหารอันน่าสยดสยอง
ออกมาอย่างรุนแรง ทันใดนั้นทั่วทั้งสนามประลองก็
บังเกิดเปลวเพลิงสีทองลุกท่วม!
” เขตแดนอัคคีสวรรค์! ”
การสังหารห้ำหั่นเริ่มต้นขึ้น โดยไม่มีถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ย
พุ่งเข้าปะทะโจมตีกันอย่างดุเดือด!
เขาใช้หยาดเพลิงวิญญาณเซียนจำนวนหนึ่ง หลอมสร้าง
เขตแดนเพลิงอัคคีตัดสวรรค์จนสัมฤทธิผล ต่อมาก็บรรลุ
‘กายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’
ซึ่ง อู่ อวี้ จำเป็นต้องใช้หยาดเพลิงวิญญาณเซียนจำนวน
มหาศาลเพื่อปรับแต่งมัน ด้วยเหตุนี้อำนาจของมันจึง
เหนือล้ำกว่าการลอบโจมตีของ กุ่ย เจิ้นเค่อ ไม่รู้กี่เท่าต่อ
กี่เท่า!
ทันใดนั้นเบื้องล่างกับเบื้องบนของ ซู เฉินหยาง ก็
ปรากฏดวงเนตรสีทองคู่ใหญ่ขึ้น ไร้ซึ่งความแยแสสนใจ
ใด ๆ เปลวเพลิงลุกโหมกระหน่ำโชติช่วง แล้วทันใดนั้น
พลังจากดวงเนตรก็ระเบิดออก อำนาจทำลายล้างจาก
เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งอาณา
เขตบริเวณ สำหรับ ซู เฉินหยาง แล้วนี่คือหายนะที่คาด
ไม่ถึง!
ชั่วพริบตานี้ มันกลายเป็นโง่งมอย่างสมบูรณ์ คนผู้นี้คือ
อู่ อวี้ ผู้ที่มันเคยชนะอย่างราบคาบ!
ดวงเนตรแห่งปฐพีอยู่เบื้องล่าง เนตรแห่งสวรรค์อยู่เบื้อง
บน ขณะที่ ซู เฉินหยาง นำศาสตราเต๋าของตนเอง
ออกมา ทันใดนั้นดวงเนตรทั้งสองก็ปลดปล่อยเสาเพลิง
พวยพุ่งออกมาแทบจะในเวลาเดียวกัน บังเกิดเป็น
อำนาจทำลายล้างระเบิดพวยพุ่งอัดกระแทกเข้าใส่ค่าย
กลคุ้มกัน จนทั่วทั้งสนามประลองสั่นสะเทือนเลือนลั่น
อย่างรุนแรง!
“อ๊ากก!!! ” ผู้คนได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น
ในทันที
ท่ามกลางความเลือนราง ภายในมหาสมุทรเปลวเพลิง
ทองคำอันแข็งกล้า แลเห็นได้ว่ามีลำแสงเพลิง 9 สีส่อง
สว่างเจิดจ้าออกมา ลำแสงนี้ช่างดูเปล่งประกายสดใส
เป็นยิ่งนัก!
” นี่คือพลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม … ”
ทุกคนต่างคำนวณเวลา อู่ อวี้ เพิ่งได้รับทราบศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณมาเมื่อสองเดือนก่อน ทว่าเขากลับ
ทำพันธสัญญากับมันได้แล้ว ด้วยระดับความรวดเร็วนี้
สามารถอธิบายได้ว่านอกเหนือจากเหล่าโอรสพระธิดา
แล้ว อู่ อวี้ คือผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์เทียมฟ้า ที่พัน
ปียากจะพบพานสักคน!
ตูม!
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่ทำให้ผู้คนต่างอิจฉา
ริษยาจนแทบคลั่ง บัดนี้ได้ปรากฏขึ้นแล้ว ทว่าใน
ชั่วขณะนั้นเองสนามประลองก็บังเกิดเสียงดังขึ้น ตูมตูม
ตูม! ราวกับว่ามีใบหน้าของผู้ใดบางคนกำลังถูกอัด
กระแทกอย่างรุนแรง!
สนามประลองมีอยู่ทั้งหมด 6 มุม แบ่งเป็นหน้าหลัง ซ้าย
ขวา บนล่าง มุมทั้ง 6 นี้ล้วนโปร่งใส เสมือนดั่งแก้ว
กระจก อู่ อวี้ ที่อยู่ทางด้านนั้น อัดกระแทกเงาร่างของ
คนผู้หนึ่งเข้าใส่ม่านค่ายกล บังเกิดเป็นเสียงดังลั่น
ตามมาด้วยสายโลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วแห่งหน ผู้ที่อยู่
ทางด้านนี้มี ซู เฉินเยวียน , หลิวโยวโยวและคนอื่น ๆ
กล่าวได้ว่ากลุ่มของพวกมันคือผู้ที่อยู่ใกล้มากที่สุด เมื่อ
มองไปยังทิศทางนั้นแลเห็นว่า บนเกราะแก้วของสนาม
ประลอง มีโลหิตหลั่งไหลอาบชโลมอยู่ ปรากฏเงาร่าง
คนผู้หนึ่งดวงตาปิดสนิท สีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวด
อย่างสุดแสน ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้าน มิใช่ว่าบุคคลผู้นี้คือ
ซู เฉินหยาง งั้นหรือ…
นับตั้งแต่ต้นยันจบการต่อสู้ เวลายังผ่านไปไม่ถึงห้าลม
หายใจด้วยซ้ำ ซู เฉินหยาง ผู้เคยเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต
อันแข็งกล้า เพียงชั่วพริบตา ก็ตกอยู่ในสภาพปางตาย
โลหิตอาบท่วมอยู่บนม่านกระจก คาดว่ามันคงบาดเจ็บ
สาหัสทรมานอย่างสุดแสน
อัคคีเก้าสีที่อยู่เบื้องหลังของมัน ได้มลายหายไปสิ้นแล้ว
นับตั้งแต่ต้นยันจบ อู่ อวี้ มิได้แยแสสนใจผู้คนที่กำลัง
เฝ้าจับจ้อง ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญ’ แม้แต่น้อย จากนั้น
เขาก็ดูดกลืนเปลวเพลิงจากเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์เข้าสู่
ร่าง ส่งผลให้สนามประลองกลับคืนสู่สภาพดังเดิม ทุก
สรรพสิ่งสะอาดสะอ้านกระจ่างใสชัดเจน อู่ อวี้ ยืนเอา
มือไพล่หลัง เบื้องหน้าของเขาคือ ซู เฉินหยาง ที่ตกอยู่
ในสภาพปางตาย โลหิตอาบชโลมอยู่บนม่านปราการ
แก้วกระจก ร่างของมันค่อย ๆ ทรุดตัวลงพื้น
ผู้คนยังไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทว่าเรื่องราวทุก
อย่างก็จบแล้ว เพียงชั่วอึดใจ สุรเสียงโดยรอบก็เงียบ
สงัดลงราวกับความตาย สนามประลองอื่น ๆ มิได้น่าดู
ชมเท่าใดนัก ดังนั้นฝูงชนจึงเฝ้าจับจ้องมายัง อู่ อวี้ พวก
มันแลเห็นเขาเดินไปรับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
‘โลหะทมิฬธาราสวรรค์’ ซึ่งเป็นของเดิมพัน ด้วยสภาพ
ไร้รอยขีดข่วนราวกับว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น จากนั้นก็
อุทยานกลับมาอย่างนุ่มนวล เขาฝืนเปิดตามองอย่างไม่
เต็มใจ พร้อมกล่าวกับ ซู เฉินหยาง ว่า ” อย่าเศร้าไปเลย
เจ้ามันแค่หนึ่งในบุคคลตัวเล็ก ๆ ที่พ่ายแพ้ให้แก่ข้า
หลังจากนี้อาจมีผู้คนมากมายตกอยู่ในสภาพ
เช่นเดียวกับเจ้า ถึงพวกมันอาจจะแข็งแกร่งกว่าก็ตามที
เจ้าแค่โชคร้ายที่ต้องมาพานพบกับต่อสู้ซึ่งมีฝีมือไม่
ธรรมดา การที่กระต่ายต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่สิงโตภายใน
‘สนามประลองอันดับหนึ่งแห่งนี้’ หาใช่เรื่องน่าละอาย
แม้แต่น้อย ”
เขายิ้ม จากนั้นก็นำมีดสั้น ‘สะบั้นวิญญาณ’ ของตนเอง
กลับไป
ทุกผู้คนได้ยินคำกล่าวของเขาอย่างชัดเจน ประโยคนี้ฟัง
ดูแล้วช่างหยิ่งผยองเป็นยิ่งนัก ทำให้ฝูงชนรู้สึกราวกับว่า
โดนตบหน้าข้าฉาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มิได้มุ่งเป้า
มาที่พวกมัน ทั้งยังเป็นสิทธิ์ของผู้ชนะ ดังนั้นพวกมันจึง
มิได้รู้สึกขุ่นเคืองอันใดมากมายนัก
“พี่ชาย! ” ซู เฉินเยวียน รีบเร่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มัน
เดินสะเปะสะปะ สะดุดพื้นจนเกือบล้ม แล้วในตอน
นั้นเองมันก็พบว่าขาของตนกำลังสั่นอยู่ มันเกลียดชัง อู่
อวี้ จนแทบอยากจะกระโจนเข้าไปฆ่าเขาเสียเดี๋ยวนี้ แต่
เรื่องนี้คงไม่เป็นไปได้ ดังนั้นมันจึงกระทำได้เพียงเดินเข้า
ไปพยุง ซู เฉินหยาง ขึ้นมา ระหว่างที่กำลังเดินย้อนกลับ
ไป มันก็หันมองย้อนกลับมายัง อู่ อวี้ ทว่าจากนั้นมันก็
เกือบจะสะดุดล้มไปอีกครั้ง
“ข้าจะฆ่าเจ้า!!! ” ซู เฉินเยวียน กล่าวออกไปอย่างอาจ
หาญ ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจของมัน กลับกรีดร้องจน
แทบอยากจะกระโจนออกไป
“ไสหัวไป”
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินไปที่จะสนใจมัน
โดน อู่ อวี้ ดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้ ซู เฉินเยวียน ที่ยืน
อยู่ตรงนั้นรู้สึกกระดากอายอย่างสุดแสน มันไม่รู้ว่าตน
ควรจะทำเช่นไรดี ทันใดนั้นผู้คนในสนามประลองอันดับ
หนึ่ง ก็ประกาศชัยชนะพร้อมทั้งแสดงความยินดีกับ อู่
อวี้ จากนั้นก็มอบเงินรางวัลในฐานะผู้ชนะให้แก่เขา
ส่วนทางด้าน ซู เฉินหยาง แน่นอนว่ามันไม่ได้รับสิ่งใด
อันที่จริงแล้วสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ การที่ อู่ อวี้ มีชัย
เหนือ ซู เฉินหยาง มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด เนื่องจากว่าใน
ท้ายสุดแล้วเขาเคยสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ มาก่อน ทว่าการ
บดขยี้ในพริบตานี้ ทำให้ผู้คนจำนวนมาก รวมถึงผู้สูง
ศักดิ์ที่นั่งอยู่บนชั้นสูงสุด ยังตกตะลึงหายใจไม่ทั่วท้อง
อย่างช่วยไม่ได้
มีหลายคนที่รู้สึกว่า ใบหน้าของมันร้อนผ่าวราวกับถูกไฟ
ลวก โดยเฉพาะคำกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจก่อนการต่อสู้
แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม ราวกับว่าการแสดงออกของ
พวกมันช่างโง่เขลาและน่าตลกเป็นยิ่งนัก แม้ว่ามันจะ
เป็นผู้สูงศักดิ์แต่ก็น่าขันอยู่ดี
บน ‘สนามประลองอันดับหนึ่ง’ หากกำไรก็นับว่าได้เงิน
รางวัลมหาศาลยิ่ง ทว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่เสียเดิมพันในครั้ง
นี้ ล้วนถูก ซู เฉินหยางชักจูง ซึ่งเงินเดิมพันในครั้งนี้ก็
เท่ากับรายได้ของพวกมันหลายวันทีเดียว
หลังจาก อู่ อวี้ จัดการฝ่ายตรงข้ามเรียบร้อยแล้ว เขา
รู้สึกเกียจคร้านเกินไปถ้าจะอยู่ที่นี่ต่อ ดังนั้นจึงทะยาน
กลับไปยังที่นั่งของตนทันที
ผู้คนเริ่มได้สติกลับคืนมา หลังจากเห็นเขาออกไป
เวลานี้ผู้คนมากมายกำลังจับจ้องให้ความสนใจมายังเขา
ด้วยดวงตาเปล่งประกายแจ่มชัด ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
เพลิดเพลินไปกับความรู้สึกนี้
” ราชอารักษ์เล่อช่างน่าสนใจยิ่งนัก อย่างไรก็ตามแค่
เอาชนะคู่ต่อสู้อ่อนด้อยเช่นนั้น คาดว่าราชอารักษ์เล่อ
คงมิได้สนุกตื่นเต้นเท่าใดนัก เช่นนั้นเรามาวางเดิมพัน
เพิ่ม ให้มันดูน่าสนใจขึ้นดีหรือไม่ ”
ฉับพลันมีสุรเสียงดังขึ้นอย่างแช่มชัด
อู่ อวี้ หันไปยังต้นเสียง แลเห็นว่าบนที่นั่งชั้นบนสุด
โอรสเหยียนเป็นผู้เอ่ยวาจาออกมานั่นเอง
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ