กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 903: เก้าต าหนักเตาหลอมเพลิงสงัด!
อู่ อวี้ รู้สึกว่าร่างกายทั้ง 2 ที่ผสานกับจอมกระบี่
วิญญาณ แม้ว่าจะเป็น 3 ต่อ 1 กลับมิอาจต่อกรกับ
อีกฝุายได้ ทว่าก็เหลือเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้น คือ
การร่วมมือผสานรับมือ
ดังนั้นเขาจึงกระหน่าโจมตีราวกับห่าฝนเข้าไปที่
เบื้องหน้าของอีกฝุายโดยตรง และไม่ปล่อยให้
โอกาสให้อีกฝุายได้พักหายใจ!
อย่างไรก็ตามอีกฝุายก็ตระหนักถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน
ยามนี้ทุกคนเบิกตากว้างขึ้นมา มองดูการต่อสู้อัน
แสนดุเดือดที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่วางตา! สิงเหยียน
ที่ได้ชักเอาศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ออกมา หลังจากที่ส่าแดงกายาจักรพรรดิทองค่า มัน
ก็จับจ้องไปที่ร่างหลักของ อู่ อวี้ ในทันที!
แน่นอนมันเชื่อว่า ตราบที่สามารถก่าจัดร่างหลัก
ของ อู่ อวี้ ได้ ก็จะเป็นการจบเกมไปในทันที
ตั้งแต่สมัยโบราณ วิธีการโจมตีที่ดีที่สุด ก็คือการ
จัดการกับศัตรูไปทีละคน
ดังนั้นมันจะต้องคว้าโอกาสให้เร็วกว่า อู่ อวี้ ! มันรีบ
พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างหลักของ อู่ อวี้ ที่ถือพลองฟูา
เพลิงผลาญ ท่าทางของมันเหมือนกับวัวปุาที่เปี่ยม
ไปด้วยพลัง ทุกๆย่างก้าวของมันท่าให้ทั่วทั้งสนาม
ประลองพลังต้องสั่นสะเทือน!!
“ปราณทองค่า!”
มันใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเพื่อกดดัน
อีกฝุาย ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะทุ่มสุดก่าลังตั้งแต่
ต้น และเปิดการโจมตีในทันทีเช่นนี้ ฉับพลันมันอ้า
ปากกว้างขึ้น ทันใดนั้นกลุ่มควันสีทองพวยพุ่ง
ออกมาจากปากของอีกฝุาย แม้ว่ามันจะง้างปาก
ออกมาไม่มากมายนัก แต่กลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมา
นี้มันกลับแข็งแกร่งยิ่ง พริบตาปราณที่ปะทุเข้ากลืน
กินสนามประลองพลังไปถึงครึ่งหนึ่ง และพุ่งเข้า
ห้อมล้อมรอบกาย อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว!
หากมองดูให้ดี กลุ่มควันสีทอง ประกอบด้วยอานุ
ภาคเล็กๆจ่านวนมาก อานุภาคเล็กๆเหล่านี้เต็มไป
ด้วยปราณอันแหลมคมหนาแน่น เป็นเหมือนกับ
แขนอันแหลมคมของตั๊กแตนต่าข้าวที่รวมตัวกันอยู่
อย่างหนาแน่น!
มันเป็นวิชาที่กระทั่ง โอรสเล่อ ยังไม่รู้ ดูเหมือนว่า
สิงเหยียน ผู้นี้จะซุกซ่อนเคล็ดวิชาเด็ดเอาไว้อีกมาก
ยามนี้มันใช้ออกด้วยเคล็ดอิทธิฤธทิ์ ‘ปราณทองค่า’
เพื่อช่วงชิงโอกาสมาเป็นของตน!
การต่อสู้ของผู้ฝึกตนเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจ
ยิ่ง โดยเฉพาะการสาดประเคนวิชาเต๋าทั้งหลายเข้า
ห้่าหั่น!
ทุกคนพลันอุทานขึ้นในทันใด!
ในเวลานี้ร่างหลักของ อู่ อวี้ ล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเขาก็ถูก สิงเหยียน ต้อนจนจนมุม สนาม
ประลองพลังใหญ่โตถึงเพียงนี้ แต่แม้ว่าเขาจะล่า
ถอยออกไป ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่อาจจะหลบหนีจาก
ปราณทองค่าได้พ้น!
แต่สิ่งที่ทุกคนไม่อาจจะคาดคิดได้ คือว่าในพริบตานี้
อู่ อวี้ ที่มีผมสีขาวนัยน์ตาสีแดงพลันกลายร่างเป็น
กลุ่มควันทมิฬ และย้อนกลับไปรวมกับร่างหลักของ
อู่ อวี้ จากนั้นก็สูบกลืนปราณทองค่าเข้าไป!
ควันสีด่าและสีทองก่าลังปะทะเข้าพัวพันกันในชั่ว
พริบตา!
ในช่วงวิกฤตกลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้!
เมื่อกลุ่มควันทั้ง 2 ผสานรวมเข้าด้วยกัน เพียงแค่
พริบตาเดียวกลุ่มควันทมิฬบังเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างไม่น่าเชื่อ มันได้กลายเป็นวังวนทมิฬและหมุน
โคจรอย่างรวดเร็ว ภายใต้วังวนทมิฬนี้ได้เข้ายึด
ควบคุมปราณทองค่าของ สิงเหยียน ปล่อยให้มัน
ผสานรวมเข้าด้วยกันกับวังวนของตนเอง
“รนหาที่ตาย!”สิงเหยียน ไม่คาดคิดว่าร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ จะสอดมือเข้ามาแทรก มันจึงแผดเสียง
ค่ารามและเพิ่มพลังควบคุมเคล็ดอิทธิฤทธิ์ของ
ตนเอง เพื่อเรียกคืนปราณทองค่านี้กลับคืนมา มัน
ตัดสินใจชั่วพริบตาเร่งหันไปโจมตีเข้าใส่หมอกควัน
ทมิฬ แม้ว่าการโจมตีในครั้งนี้ยังไปไม่ถึงร่างหลักของ
อู่ อวี้ ก็ช่างมัน เพราะหากสามารถฉีกร่างอวตาร
ของเขาไปได้ก็ถือว่ามันได้รับชัยชนะเช่นกัน!
เดิมทีมันหมายให้ปราณทองค่ากลืนกิน อู่ อวี้ เข้าไป
ในคราเดียว จากนั้นก็ใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณจัดการปิดฉาก ทว่าการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
ท่าให้แผนการณ์ที่มันวางเอาไว้ต้องหยุดชะงักลง ท่า
ให้มันจ่าเป็นต้องเปลี่ยนการตัดสินใจไปท่าลายร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ก่อน มันยังคงมีความมั่นใจอยู่
เช่นเดิม ตราบใดที่มันยังคงมีสติก็ยังสามารถควบคุม
ปราณทองค่านี้ได้ เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วมันก็คือ
อาวุธของ สิงเหยียน!
“ท่าลาย!” พริบตานั้น ปราณทองค่าอันแข็งแกร่งไร้
ที่เปรียบซึ่งอยู่ภายในวังวันร่างกลืนสวรรค์ ก็
เกือบจะระเบิดร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ในทันที!
อย่างไรก็ตาม พริบตานี้เองจอมกระบี่วิญญาณก็ได้
ปรากฎตัวอยู่เบื้องหลังของ สิงเหยียน เป็นที่
เรียบร้อย ขณะนี้มันกระหน่าการโจมตีที่รุนแรงราว
กับพายุออกมาโดยไม่พูดพร่าท่าเพลง วงเวท ‘มัจฉา
สังหาร’ ได้ถูกกระตุ้นขึ้น ยามนี้ปลาหยินและหยาง
ปรากฏขึ้นอยู่เหนือหัวของ สิงเหยียน ปราณกระบี่
นับหมื่นที่มากมายราวกับห่าฝนพลันตกลงมาใส่
ศีรษะของอีกฝุาย บังเกิดเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น
อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะโจมตีใส่ สิงเหยียน อย่าง
จัง ทว่า ‘กายาจักรพรรดิทองค่า’ ของมันนั้น
แข็งแกร่งมากจริงๆ ยามใดที่ศีรษะเกิดรอยแตกมันก็
จะฟื้นฟูกลับดังเดิมขึ้นในทันที ยิ่งไปกว่านั้น มันยัง
ได้ยก ‘ค้อนดาวตก’ ขึ้นมาปัดปูองอยู่เหนือศีรษะ
ของตน พร้อมกับกระตุ้นวงเวท ก่อตัวเป็นโล่ที่มี
รูปทรงครึ่งวงกลมขึ้นมา
การต่อสู้พลิกไปพลิกมาตลอดเวลา ทุกช่วงเวลาถือ
เป็นห้ามกระพริบตา ทุกคนจดจ้องออกไปด้วยความ
ตกตะลึง พวกเขาทุกคนได้ลงเดิมพันลงไปแล้ว และ
แน่นอนต้องหวังว่าคนที่ตนเองลงเดิมพันไปจะ
กลายเป็นผู้ชนะการต่อสู้ในครั้งนี้!
หลายคนได้ก่ามือแน่น ไม่กล้ากระทั่งเอื้อนเอ่ยสิ่งใด!
ทุกๆการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นล้วนได้ท่าให้จิตใจ
ของผู้ชมดุเดือดยิ่งกว่าเดิม!
กล่าวตามตรง สิงเหยียน เป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก และ
เป็นการยากที่จะท่าลายกายาจักรพรรดิทองค่านี้ลง
ได้ ยิ่งไปกว่านั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ของมันก็ทรงพลัง
เหลือเกิน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มีฝีมือที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ามัน
ปราณกระบี่ที่โหมกระหน่าโจมตีออกไปของจอม
กระบี่วิญญาณ แม้ว่าจะไม่สามารถสร้างบาดแผลให้
อีกฝุายได้ ทว่าก็ยังสามารถก่อกวนสมาธิของอีกฝุาย
ได้เป็นอย่างดี เมื่อใดที่มันเสียสมาธิ ปราณทองค่าก็
จะต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ ท่าให้ร่าง
กลืนสวรรค์สามารถช่วงชิงโอกาสนี้โคจรหมุนวน
อย่างบ้าคลั่ง ปราณทองค่าจึงถูกกลืนกินไปอย่าง
รวดเร็ว ภายในช่วงเวลาสั้นๆ อู่ อวี้ ก็สามารถ
เปลี่ยนแปลงปราณทองค่านี้ให้กลายเป็นของตนเอง
ได้ส่าเร็จ!
บัดนี้ถึงเวลาที่ อู่ อวี้ จะตอบโต้กลับไปแล้ว!
การโจมตีของ หุ่นเชิดจอมกระบี่วิญญาณไม่ได้
รุนแรงถึงชีวิต มันมีจุดประสงค์เพื่อกวนสมาธิของ
สิงเหยียน มากกว่า และจอมกระบี่วิญญาณไม่
หวาดกลัวตาย จึงออกมาต่อสู้เป็นแนวหน้าได้อย่าง
ดียิ่ง ท่าให้สิงเหยียน ตกอยู่ภายใต้อาการหงุดหงิด
และหันไปโจมตีใส่จอมกระบี่วิญญาณ มันได้ใช้ค้อน
ดาวตกโจมตีกวาดออกไป ท่าให้ร่างของหุ่นเชิด
ถึงกับลอยกระเด็นไปไกลห่าง พลังอันแข็งแกร่งของ
มันได้ท่าให้ จอมกระบี่วิญญาณกระแทกเข้ากับ
ก่าแพงของสนามประลองพลังนอย่างแรง ส่งผลให้
ร่างกายของมันเกิดรอยแตกร้าวจนเกือบจะพังทลาย
ลงไป!
ทุกคนเห็นถึงความน่ากลัวของ สิงเหยียน เป็น
ประจักษ์ ยามนี้ โอรสเหยียน ซึ่งเป็นผู้น่าของคน
กลุ่มนี้จึงค่อยสงบจิตใจลงมาได้ พวกมันได้เห็นถึง
ความแตกต่างของทั้งคู่ได้อย่างเด่นชัด สิงเหยียน
เปรียบเหมือนกับพยัคฆ์ร้าย และอย่างมาก อู่ อวี้
ทั้ง 2 ร่างกับหุ่นเชิดก็เป็นได้แค่สุนัข 3 ตัวเท่า
นั้นเอง!
“ยังไม่ตายอีก!” เมื่อ สิงเหยียน เห็นการโจมตีอัน
รุนแรงของตัวเองยังไม่อาจจะท่าให้จอมกระบี่
วิญญาณพังทลายไปได้ มันจึงยิ่งหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม
มันหมายจะเผด็จศึกท่าลาย จอมกระบี่วิญญาณ ให้
เด็ดขาด ทว่าทันใดนั้นพลันเกิดความปั่นปุวนขึ้นที่
เบื้องหลังของมัน เมื่อหันกลับไปมอง ภาพเบื้องหน้า
ก็คือกลุ่มหมอกควันก่าลังกลืนกินมันเข้าไป แน่นอน
ว่ามันรู้ว่านี่คือปราณทองค่าของตัวมันเอง!
“โอรสเหยียน ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่าร่างอวตารของ
มัน มีเคล็ดอิทธิฤทธิ์ที่สามารถเปลี่ยนการโจมตีของ
อีกฝุายให้กลายเป็นของตัวเองได้! มันช่างร้ายกาจ
จริงๆ!”
เนื่องจากว่า โอรสเหยียน เคยกล่าวเอาไว้แล้ว
ดังนั้นมันจึงคาดเดาเอาไว้แล้วว่าอีกฝุายต้องการจะ
ท่าอะไร ถึงแม้ว่ามันคิดที่จะจัดการท่าลายจอม
กระบี่วิญญาณก็ตาม แต่มันจ่าเป็นจะต้องรับมือกับ
ปราณทองค่านี้ก่อน!
“โล่ราชสีห์ 5 ทองค่า!”
มันรีบน่าเอาศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอีก
อย่างหนึ่งออกมา พริบตานั้น ราชสีห์ทองค่า 5 ตัว
ทะยานออกมาจากถุงจักรวาลของมัน จากนั้นได้
รวมตัวเป็นที่โล่ขนาดใหญ่สีทองตั้งตระหง่านอยู่ที่
ด้านหน้าของมัน ราชสีห์ทั้ง 5 พลันแผดเสียงร้อง
ค่าราม ท่าให้ปราณทองค่าที่พุ่งเข้ามาปะทะแตก
กระจายออกไปรอบๆถึงครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่
เหลือก็ถูกกลืนกินเข้าไปโดย ราชสีห์ทั้ง 5 ตัวนี้!
ตูม!
หลังจากที่ปราณทองค่าสลายไปจนหมดสิ้น โล่
ราชสีห์ 5 ทองค่าจึงได้กระจายตัวออกไปในพริบตา
กลายเป็นราชสีห์ 5 ตัวติดตามอยู่เบื้องหลังของ สิง
เหยียน เมื่อครู่ที่พวกมันผสานกันก็เพื่อต้านทานการ
โจมตีของ อู่ อวี้ โดยเฉพาะ!
ในขณะที่มันเปิดใช้งานโล่ราชสีห์ 5 ทองค่า สิงเห
ยียน ก็พุ่งเข้าไปโจมตีสังหาร จอมกระบี่วิญญาณต่อ
ในทันที!
หวีดดด!
ไม่คาดคิดว่าในชั่วพริบตานี้ในทิศทางตรงกันข้ามกับ
อู่ อวี้ และ ร่างอวตาร ซึ่งมาจากทิศที่จอมกระบี่
วิญญาณอยู่ กลับปรากฏมีดขึ้นมาอย่างไร้ร่องรอย
พุ่งทะยานเข้าใส่ดวงตาของ สิงเหยียน!
ชึบบบ!
เหมือนทุกคนจะได้ยินเสียงนี้อย่างดังฟังชัด
ถูกต้อง มันเป็น สะบั้นวิญญาณ ของ อู่ อวี้!
ซึ่งมันได้หลบซ่อนอยู่ภายในปราณทองค่า!
ปราณทองค่าได้ถูก สิงเหยียน ปัดปูองออกไปได้ แต่
ทว่าสะบั้นวิญญาณเล่มนี้ได้หลบหลีกการปูองกัน
ผนวกกับขณะนี้ สิงเหยียน ที่ไม่ได้มีการระวังตัว
เอาไว้ จนบังเกิดความหวาดกลัวชั่วพริบตาขึ้น
ภายในจิตใจ
มันคือ ‘ล่าวิญญาณดับชีพ’!
มันมีความสามารถไล่ล่าติดตามไปได้ถึงพันลี้!
พลังอ่านาจของสะบั้นวิญญาณจะเพ่งเล็งไปที่จิตเท
วะ เมื่อมันปักไปอยู่ภายในร่างกายของอีกฝุาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดวงตา จะส่งผลกระทบกับจิต
เทวะโดยตรง ซึ่งมันแข็งแกร่งเขตแดนเซียนก่าสรวล
ของ อู่ อวี้ อย่างเทียบไม่ติด ยามนี้ สิงเหยียน ส่ง
เสียงกรีดร้องสะเทือนเลือนลั่นออกมา มันก่าลังจะ
เอื้อมมือไปคว้าจับ ‘สะบั้นวิญญาณ’ ทว่าสะบั้น
วิญญาณนั้นเคลื่อนไหวเร็วกว่ามันอยู่ก้าวหนึ่ง มีดได้
หลบลี้ออกจากร่างของมันในชั่วเสี้ยววินาที อย่างไร
ก็ตามผลกระทบที่มีต่อจิตวิญญาณของอีกฝุายมันก็
เหมือนกับเป็นมีดที่กรีดลงไปในหัวใจแล้ว!
โอกาสมา!
นี่คือเวลาที่ อู่ อวี้ รอคอย!
ตราบใดที่จอมกระบี่วิญญาณยังไม่ถูกท่าลาย มันก็
จะไม่หยุดโจมตี ยามนี้มันจึงพุ่งทะยานออกไปอย่าง
บ้าคลั่ง ปราณกระบี่ที่เหมือนกับห่าฝน ถาโถมเข้าใส่
สิงเหยียน ชั่วขณะนั้นเอง ราชสีห์ทองค่าทั้ง 5 ตัวก็
ได้แผดเสียงค่ารามพร้อมกับมาผสานอยู่เบื้องหน้า
ของ สิงเหยียน เหมือนครั้งก่อน เพื่อต่อต้านปราณ
กระบี่เหล่านี้ ทว่าสิงเหยียนกลับสามารถต้านทานได้
เพียงแค่เล็กน้อย เนื่องจากว่าอาการบาดเจ็บของจิต
เทวะ!
“ย๊าห์!” ทว่าในยามนี้ มีเสียงกรีดร้องเข้ามาจากทั่ว
ทุกมุม พริบตาที่มันหันกายกลับไป ร่างหลักของ อู่
อวี้ ก็ได้พุ่งผ่านออกมาจากกลุ่มควันทมิฬแล้ว
ชั่วขณะนั้นเองพลองฟูาเพลิงผลาญที่อยู่ในมือได้
เปลี่ยนกลายเป็นมหาเตาหลอมทั้ง 9 เตา ภายใน
มหาเตาหลอมมีเปลวเพลิง 9 สี 9 ชนิดก่าลังลุกโชน
ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่มันหมุนตัวกลับไป
มหาเตาหลอมที่มีเปลวเพลิงสีแดงซึ่งอยู่ตรงกลาง ก็
ได้พลิกตลบและครอบศีรษะของมันในทันที จากนั้น
เตาหลอมได้กดมันลงไปอยู่บนพื้นดินอย่างมิอาจ
ต้านทาน ฉับพลัน สิงเหยียน ที่ก่าลังได้รับบาดเจ็บ
จากจิตเทวะก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินเข้าไปในทันที!
จากนั้นมหาเตาหลอมที่เหลืออยู่อีก 8 เตาก็ได้ครอบ
ทับถมลงไป มหาเตาหลอมแต่ละเตาที่กดทับลงไป
ล้วนสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ส่งผล
ให้ยามนี้เปลวเพลิงทั้ง 9 ชนิดได้ผสานรวมกัน!
“วงเวทเก้าต่าหนักเตาหลอมเพลิงสงัด!”
อู่ อวี้ ที่ก่าลังหยัดยืนอยู่บนเตาหลอมด้านนอกสุด
ได้กดมือลงไปเพื่อกระตุ้นให้วงเวทโจมตีนี้เพิ่มพลัง
จนถึงขีดสุด ภายใต้การชักน่าของพลังแก่นแท้
ต่าหนักม่วงของเขา ยามนี้ สิงเหยียน จึงไม่ต่างไป
จากปลาที่ติดอยู่ในอวน!
ผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง เปลวเพลิงทั้ง 9 ชนิดลุกลามไปทั่ว
ทั้งตัวของ สิงเหยียน อุณหภูมิอันแสนบ้าคลั่งนี้แทบ
ไม่ต่างกับความร้อนของหยาดเพลิงวิญญาณเซียน
เลย
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือในช่วงเวลาสุดท้าย ยามนี้ อู่ อวี้
ได้กระชากวงเวทอย่างหนักหน่วง เนื่องจากว่าเปลว
เพลิงทั้ง 9 ไม่มีความเข้ากันได้ จึงก่อเกิดเป็นการ
ระเบิดที่รุนแรง การระเบิดในครั้งนี้เกิดขึ้นข้างใน
มหาเตาหลอม และดูเหมือนว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณชิ้นนี้จะแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อ
มันครอบลงไปจึงไม่มีแรงระเบิดรั่วไหลออกมาเลย
แม้แต่น้อย ท่าให้ได้ยินแต่เสียงระเบิดดังกัมปนาทที่
อยู่ภายใน ผนวกกับเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของ
สิงเหยียน ออกมาได้อย่างเลือนลาง
ทุกคนจับจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
ภายใต้การโจมตีที่อยู่เหนือกว่าระดับของอีกฝุาย จะ
ท่าให้เขาคว้าชัยไปได้อีกครั้งหรือไม่……..
บัดนี้ทุกคนหันไปมองทาง โอรสเหยียน ทว่าก็ยังไม่
เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของอีกฝุายได้ ดังนั้นพวกมัน
จึงรู้สึกวางใจ คาดว่า สิงเหยียน อาจจะยังพอมี
โอกาส มันคงไม่พ่ายแพ้ไปง่ายดายเช่นนี้……
แน่นอนว่าพวกมันก็ท่าได้เพียงแค่คาดเดาเท่านั้น
———————————