กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 905: อ านาจแห่งทลายอเวจี
เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี!
ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง มหาเตาหลอมทั้งเก้า กับ
อสูรร้ายทั้งเก้าตนก็ผสานรวมเข้าด้วยกัน
ท่ามกลางอัคคีเก้าสี วานรทองค าอันแสนดุร้ายป่า
เถื่อน ระเบิดอ านาจท าลายล้างออกมาจากร่างอย่าง
รุนแรง ทั้งสายตา การแสดงออกและท่าทาง มีเพียง
บรรยากาศอันน่าเกรงขามอหังการ เปี่ยมไปด้วย
ความแข็งแกร่งเท่านั้น!
โดยเฉพาะเมื่อเขาทะยานสูงขึ้นไป จากนั้นก็พุ่งตรง
ลงมาจากบนฟากฟ้าพร้อมกับพลองฟ้าเพลิงผลาญ
ในมือ อ านาจท าลายล้างจากพลองที่ถูกตวัดฟาดลง
มาอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบแม้กระทั่งมิติบิดเบือน
พลังความแข็งแกร่งอันเข้มข้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้ง
สวรรค์และปฐพี น ามาซึ่งความสามารถในการฉีก
กระชากอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด!
การฟาดพลองลงไปในครั้งนี้ เมื่อเปรียบกับโจมตี
ทั้งหมดของ อู่ อวี้ นับว่าดูเรียบง่ายเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากสุดคือพลังในการ
สั่นสะเทือน ด้วยการสั่นสะเทือนนี้น ามาซึ่งแรงอัด
กระแทกอย่างหนักหน่วงรุนแรง ชั่วขณะนั้นเอง ไม่
ว่าพลองฟ้าเพลิงผลาญจะเคลื่อนตัวผ่านไปยังที่แห่ง
ใด ช่องว่างมิติแห่งสวรรค์และปฐพี จะบังเกิด
แรงสั่นสะเทือนด้วยความรุนแรงถึงขีดสุด
แรงสั่นสะเทือนนี้ น ามาซึ่งการบิดเบือนร่างกาย
มนุษย์ บิดเบือนศาสตรา บิดเบือนทุกสรรพสิ่ง!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิงเหยียนจะตกอยู่ในสภาพน่า
อเนจอนาถมากเพียงใด!
อู่ อวี้ ก าลังสะกดข่มกดดันมันอยู่!
การโจมตีรุนแรงมากที่สุดของมัน ถูกจอมกระบี่
วิญญาณหยุดยั้งไว้ จากสายตาของฝูงชนภายนอก
แล้ว อาจคิดว่าจอมกระบี่วิญญาณถูกท าลายไปสิ้น
ทว่าความจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
ในช่วงวิกฤตนี้เอง ร่างกลืนสวรรค์ก็พุ่งทะยานเข้าไป
พร้อมกับพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง แส้ยาวถูกตวัด
พันรอบร่างกายของสิงเหยียน นี่คือศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณที่มีระดับสูงยิ่งกว่าพลองฟ้าเพลิน
ผลาญ ภายใต้ความหนาวเย็นสุดขั้ว ที่ชาวเหยียน
หวงไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้กระทั่งสิงเหยียนเองก็
ไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้กับชาวเป่ยหมิงเลยสัก
ครั้ง!
ดังนั้นมันจึงไม่อาจท าลายพันธนาการออกมาได้
นอกจากนี้ร่างกายของมัน ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากการโจมตีด้วยวงเวทเก้าต าหนักเตาหลอมเพลิง
สงัดของ อู่ อวี้ ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้กายาจักรพรรดิ
ทองค าถูกบดขยี้ท าลายทันที!
ชั่วพริบตานี่เอง อู่ อวี้ ที่เย็นชา ไร้ซึ่งความแยแส ก็
ตวัดฟาดพลองลงมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
นับเป็นการประสานงานอย่างสมบูรณ์แบบ นี่เป็น
การโจมตีหมายสะบั้นชีพ ระหว่างที่พลองก าลังตวัด
วาดลงมา แม้จะยังไม่กระทบถูกร่าง แต่พลัง
สั่นสะเทือนอันรุนแรงก็ฉีกกระชากเนื้อหนังของมัน
เป็นชิ้น ๆ แล้ว!
ฝูงชนต่างแลเห็นว่า ในชั่วขณะนี้เองเนื้อหนังบนร่าง
ของมัน ก็ถูกฉีกกระชากเปิดออก แผ่ขยายไปทั่วทั้ง
สรรพางค์กาย จนร่างของมันอาบท่วมไปด้วยโลหิต!
“อ๊ากก!!” สิงเหยียน ใช้พลังอันมหาศาลแหวกผ่า
เปิดน้ าแข็งของพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง พยายาม
กระเสือกกระสนดิ้นรนยกมือขึ้น เพื่อรับพลองของ
อู่ อวี้ ความมุ่งมั่นตั้งใจนี้นับว่าน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ
ตูม!
เมื่อพลองฟาดลงมา แขนทั้งสองข้างของมันก็ถูกบด
ขยี้ลงไปในทันที ซึ่งเป้าหมายต่อไปก็คือหัว ถ้าเกิด
ถูกฟาดเข้าใส่หัว สิงเหยียน ก็จะตาย!
ชั่วขณะนั้นเอง ในที่สุดราชสีห์ทองค าทั้ง 5 ก็
กระโจนเข้ามา พร้อมทั้งก่อรูปเป็น ‘โล่ราตรีห้า
ราชสีห์ทองค า’ ขึ้นเหนือศีรษะของมัน! ทว่าเพลานี้
ยังไม่ได้คืบคลานเข้าสู่ช่วงราตรี ดังนั้นเมื่อโล่ราตรี
ห้าราชสีห์ทองค าขยายใหญ่ขึ้น มันก็ถูกเก้าทัณฑ์
ผลาญฟ้าทลายอเวจีของ อู่ อวี้ บดขยี้ท าลาย
ในทันที แม้ว่าศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้จะยัง
ไม่ถูกท าลาย แต่มันก็ต้องน าไปซ่อมแซม!
ด้วยแรงสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดปะทุ
ออกมานี้ เป็นเสมือนดั่งข้อพิสูจน์ยืนยันกับทุกคนว่า
อู่ อวี้ ใช้เวลาแค่หนึ่งเดือนในการท าความเข้าใจ
‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม’ ที่
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงประทานให้อย่างถ่อง
แท้! นี่แสดงให้เห็นว่าเขามีพรสวรรค์สูงล้ ามาก
เพียงใด!
ชั่วอึดใจต่อมา สิงเหยียนก็พยายามหลบเลี่ยงสุดชีวิต
แต่ก็สายเกินไป พลังอ านาจอันมหาศาล หาได้บดขยี้
เข้าใส่สมองของมันโดยตรง แต่อัดกระแทกเข้าใส่
ร่างของมันแทน ตูม!! พลังสั่นสะเทือนอันรุนแรงฉีก
กระชากร่างกายของมันอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเป็นชิ้น ๆ
ซึ่งนี่เป็นผลมาจากความเมตตาของ อู่ อวี้ หาไม่แล้ว
สิงเหยียนคงตกตายไปในสภาพน่าสังเวชอย่างถึง
ที่สุด!
สิงเหยียนตกลงสู่พื้น ด้วยร่างที่ขาดครึ่ง ตกอยู่สภาพ
เป็นตายเท่ากัน มันพยายามเอียงศีรษะหันมองภาพ
เหตุการณ์ต่อจากนี้ ฉับพลันมันเห็นขาของ อู่ อวี้
แตะลงสู่พื้น พร้อมกับพลองฟ้าเพลิงผลาญที่ถูก
กระแทกลงสู่พื้นเช่นกัน มันอยากจะเห็นมากกว่านี้
ทว่ามันอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสไร้ก าลัง ใกล้หมด
สติเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
” ไม่!!! ข้าไม่พ่ายแพ้ … ข้าไม่มีทางพ่ายแพ้อย่าง
เด็ดขาด … ข้าขอโทษ! พระโอรส…ข้าขอโทษ!”
เวลานี้ร่างของสิงเหยียนร่ าไห้ราวกับหัวใจแตกสลาย
ตะเกียกตะกายยื่นมือออกไป หยิบค้อนดาวตก
ขึ้นมาจากพื้นดิน จากนั้นก็เหวี่ยงค้อนทุบเข้าใส่
ศีรษะของตนเอง สิงเหยียนก าลังจะฆ่าตัวตาย
ตึง!
ก่อนที่มันจะตกลงสู่ศีรษะของสิงเหยียน ทันใดนั้น อู่
อวี้ ก็ใช้พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงตวัดพันแช่แข็งตรึง
มันไว้ ถึงอยากตาย แต่ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้มันตาย
ง่าย ๆ
มันคิดจะฆ่าตัวตายล้มล้างความผิด
แต่ อู่ อวี้ ไม่ต้องการสังหารคนที่นี่
อันที่จริงเป็นเพราะว่าเขาไม่ต้องการให้โอรสเหยียน
มีข้ออ้างเหตุผลใด ๆ ที่ท าให้มันไม่ยอมรับในความ
พ่ายแพ้อีก ถ้าหาก สิงเหยียน ตกตายมันอาจจะไม่
ยอมรับความพ่ายแพ้ก็เป็นได้?
ดังนั้นคงไม่เป็นการดีที่จะสังหาร สิงเหยียน จนตก
ตายที่นี่
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ท่ามกลางประจักษ์สายตาของ
ฝูงชน อู่ อวี้ ยังคงสุขุมไม่รีบร้อน แสดงออกราวกับ
ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นเขาก็หยิบเศษ
ชิ้นส่วนของจอมกระบี่วิญญาณ ออกมา พร้อมกับ
พึมพ ากล่าวว่า ” บอกตามตรงแค่จอมกระบี่วิญญาณ
ก็มีมูลค่ามากอย่างต่ า ๆ ปาเข้าไป 3,000 เม็ดยา
ค้นหาเต๋าแล้ว วันนี้ข้าได้ไม่คุ้มเสียเลยจริง ๆ ”
ยามนี้ร่างกลืนสวรรค์ร่อนลงมา ยืนอยู่เคียงข้างกับ
อู่ อวี้ ร่างต้น ซึ่งปัจจุบันเขาได้ปลดร่างจ าแลงเซียน
วานร และ เทียมฟ้าจรดดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้ง
สองร่างมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ แต่อารมณ์
ความรู้สึกที่แผ่ออกมานั้นกลับแตกต่างออกไปอย่าง
สิ้นเชิง
สิงเหยียนถูกแช่แข็งไปแล้ว ส่วนบรรยากาศภายใน
‘สนามประลองอันดับหนึ่งแห่งนครเทวะ’ กลับมา
เงียบสงัดอย่างที่สุด
ผู้คนที่เคยส่งเสียงร้องตะโกน กดดันให้ อู่ อวี้ พ่าย
แพ้สิงเหยียน ยามนี้พวกมันก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุก
ไว้ที่ใด ผู้คนอย่างน้อยสองในสามต่างหันมามองหน้า
กันเลิ่กลั่ก แต่ละคนเห็นความอับอายหดหู่เศร้า
หมองอยู่บนใบหน้าของกันและกัน ระหว่างนั้นแฝง
ด้วยความนับถือแลริษยา อู่ อวี้ ในคราเดียวกัน
ผู้คนของนครเทวะรับชมการประลองอยู่ภายใน
สนามประลองอันดับหนึ่งนครเทวะ พวกมันพูดด้วย
น้ าเสียงสั่นเครือขึ้นว่า ” ทุกคนเห็นกันหมดใช่
หรือไม่ ราชอารักษ์เล่อ ใช้ความสามารถของตนเอง
สยบ สิงเหยียน จนพ่ายแพ้ราบคาบด้วยวิธีใสสะอาด
บริสุทธิ์ ทั้งยังมีจิตเมตตาหยุดยั้งไม่สังหาร ไม่ให้สิง
เหยียนฆ่าตัวตาย กล่าวได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้เขาเป็นผู้
ได้รับชัยชนะ อีกทั้งยังเป็นชัยชนะที่ขาวสะอาด
ยุติธรรม ทุกคนควรปรบมือกับการต่อสู้ที่ทรงเกียรติ
นี้ … ”
ไม่อาจรู้ได้ว่าผู้ใดเอ่ยค าพูดนี้ ที่แน่ ๆ เห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่ามันประทับใจในตัว อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
ค าพูดเช่นนี้จงใจบอกว่ามันหาได้แยแสไว้หน้าโอรส
เหยียนแม้แต่น้อยนิด … ผู้ที่ขุ่นเคืองอัปยศกับความ
พ่ายแพ้ในครั้งนี้มิได้มีเพียงแค่ สิงเหยียน เท่านั้น แต่
ยังมีโอรสเหยียนที่ก าลังอับอายขายหน้าอย่างที่สุด
…
การต่อสู้ในวันนี้ กลุ่มคนของโอรสเหยียนมั่นใจว่า
จะต้องบดขยี้ อู่ อวี้ ลงได้อย่างแน่นอน เนื่องจากคิด
ว่าตนเองนั้นฉลาดเข้าใจทักษะความสามารถกลยุทธ์
ของ อู่ อวี้ ดีแล้ว ทว่า อู่ อวี้ กลับแสดง
ความสามารถอันน่าตื่นตะลึงออกมาอีกครั้ง คนปกติ
ต้องใช้เวลาอย่างน้อยกว่าครึ่งปี ถึงจะสามารถ
ควบคุมวงเวทที่ประทับอยู่บนศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณได้ แต่ อู่ อวี้ ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน ซึ่ง
จุดนี้ท าให้โอรสเหยียนพ่ายแพ้
การต่อสู้ในวันนี้ดุเดือดอย่างที่สุด สิงเหยียนมีฝีมือ
แข็งแกร่งมาก สามารถสะกดข่ม อู่ อวี้ ร่างต้นได้ ทั้ง
ยังท าลายหุ่นเชิดจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ แต่เมื่อ
ทั้งสามผนึกก าลังต่อสู้ ผนวกกับอ านาจสังหารของ
ร่างต้น ทิศทางการต่อสู้ในตอนแรกเขาเป็นฝ่าย
สะกดข่มฝ่ายตรงข้าม ช่วงกลางสิงเหยียนสามารถตี
ตื้นขึ้นมาได้เล็กน้อย แต่แล้วในที่สุดมันก็ถูก อู่ อวี้
สยบด้วยศักยภาพที่เหนือกว่า กล่าวได้ว่าตั้งแต่เริ่ม
จนจบการต่อสู้ มันไม่สามารถเอาชนะเขาได้เลย …
นี่คือสิ่งที่ผู้คนประจักษ์แก่สายตา
อู่ อวี้ ทราบดีว่า จอมกระบี่วิญญาณถูกบดขยี้เป็น
เสี่ยง ๆ ทั้งยังจ าเป็นต้องงัดทุกกลเม็ดมาใช้ต่อสู้
อย่างสุดก าลัง เพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้จงได้
เพียงแค่นี้ก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่สมน้ าสมเนื้อ
ต่างฝ่ายต่างมีพลังใกล้เคียงกัน หากประมาณเพียง
เล็กน้อย เขาอาจจะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ า
ทั้งหมดทั้งมวลกล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะที่น่าตื่นเต้น
อย่างที่สุด
เขาหันกลับไปมอง เย่ซีซี ที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน เวลา
นี้ดวงเนตรของนางอาบท่วมไปด้วยหยาดน้ าตา จ้อง
มองเขาด้วยรอยยิ้ม ในตอนแรกจุดประสงค์ของการ
ต่อสู้ในวันนี้เพียงแค่ระบายความโกรธเคืองที่คั่งแค้น
อยู่ในใจเท่านั้น ทว่าเมื่อนางได้เห็นการต่อสู้ของ อู่
อวี้ ก็ท าให้นางได้รับแรงบันดาลใจอย่างล้นเหลือ
บางทีนางอาจรู้แล้วว่าผู้รับมรดกเซียนอมตะ ควรใช้
จุดแข็งของตัวเองในการต่อสู้ หากสิ่งนี้ช่วยนางได้ อู่
อวี้ ก็มีความสุขมากแล้ว
” อู่ อวี้!!!”
ทันใดนั้นผู้คนที่วางเดิมพันฝั่ง อู่ อวี้ ว่าเป็นฝ่ายชนะ
ก าลังส่งเสียงกรีดร้องชื่นชมสรรเสริญเอ่ยนามของ
เขาจนดังกึกก้อง
ดีใจจนไม่เรียกชื่อยศ ราชอารักษ์เล่อ
ตอนนี้ อู่ อวี้ เป็นฝ่ายชนะอย่างเป็นเอกฉันท์แล้ว
เท่ากับว่าพวกมันจะได้รับเงินเดิมพันถึงสองเท่า!
บางคนกล้าหาญใจถึงวางเงินเดิมพันเป็นจ านวนมาก
ซึ่งเท่ากับว่างานนี้มันได้รับโชคลาภครั้งใหญ่!
เสียงโห่ร้องชื่นชมสรรเสริญดังกึกก้อง เรื่องที่เกิดขึ้น
ในวันนี้จะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะ
ส่งผลให้ อู่ อวี้ มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้จะสร้าง
ความตื่นตกใจไปทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ! ชัยชนะ
ของเขาในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเกือบสยบโอรสเหยียนลง
ได้อย่างราบคาบ ถึงแม้ฉากหน้าเขาจะต่อสู้กับสิงเห
ยียน แต่แท้จริงแล้วนี่คือการแข่งขันระหว่างตัวเขา
กับโอรสเหยียน ซึ่งเห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ เป็นฝ่ายชนะ!
ต่อจากนี้ อู่ อวี้ จะตกเป็นหัวข้อสนทนาของผู้คน
ส่วนโอรสเหยียนต่อจากนี้คงไม่กล้าโหวกเหวก
มากมายอีกต่อไป การที่มันกลายเป็นตัวตลกในวง
สนทนาเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สุดท้ายแล้ว
มันต้องจ่ายเม็ดยาค้นหาเต๋า 5,000 เม็ดที่วางเดิม
พันไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจ านวนดังกล่าวนับว่ามหาศาล
เป็นอย่างมาก!
นี่เป็นจ านวนที่น่าตกใจจริง ๆ คาดว่าหลังจากโอรส
เหยียนจ่ายเดิมพันในครั้งนี้ คงได้กลายเป็นยาจก
เป็นแน่
หลังจากปราการคุ้มกันได้ถูกเปิดออก อู่ อวี้ ก็ได้ยิน
เสียงผู้คนตะโกนโห่ร้องขานนามของเขาจนดังอื้ออึง
บรรยากาศในตอนนี้ผู้คนก าลังบ้าคลั่งอย่างที่สุด เขา
เงยหน้าขึ้นมองด้านบนสายตาประสานกับโอรสเห
ยียน และ เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่รอบตัวของมัน ซึ่งก าลัง
จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาเชือดเฉือนสะกดข่ม อู่
อวี้ รู้ว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้สูงศักดิ์ เจ้าเล่ห์เพทุบาย
อย่างที่สุด ทว่าในครั้งนี้พวกมันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ฉะนั้นสิ่งที่มันสู้อุตส่าห์ลงทุนก็กลายเป็นไร้
ความหมาย ดังนั้นเขาจึงต้องมองกลับไปด้วยดวงตา
ดุร้ายคมกริบ ในระหว่างการเผชิญหน้า ตัวเขาหาได้
ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแม้แต่น้อย!
” อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะจากการประลองอย่างขาว
สะอาดยุติธรรม โอรสเหยียน โปรดจ่ายค่าเดิมพันให้
กระหม่อมด้วย” อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมองโอรสเหยียน
แล้วกล่าวยิ้ม ๆ
แน่นอนเขาไม่กังวลว่าโอรสเหยียนจะไม่ยอมจ่าย
นั่นเพราะจักรพรรดิก าเนิดสวรรค์เป็นเจ้าของที่นี่ ถ้า
รู้ผลแพ้ชนะกันแล้วยังไม่ยอมจ่ายก็จะไม่สามารถ
ออกจากที่นี่ได้ นอกจากนี้รายชื่อของคนผู้นั้นจะอยู่
บนป้ายประกาศห้าม ไม่ให้มาร่วมสนุกที่นี่ได้อีก
โอรสเหยียนยังไม่ตอบสนองสิ่งใดในทันที มันได้แต่
จ้องมอง อู่ อวี้ เป็นเวลานาน
” เจ้าน่าสนใจมากจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่ใช่
โอรส มิฉะนั้นแล้วข้าคงหวาดกลัวเจ้าจริง ๆ ส าหรับ
โอรสเล่อยังไม่มีดีพอที่จะท าให้ข้าต้องเป็นกังวล เอ้า
นี่…เม็ดยาค้นหาเต๋า 5,000 เม็ด ข้าชื่นชมเจ้าจริง ๆ
อู่ อวี้ ” โอรสเหยียน กล่าวพร้อมกับโยนถุง
จักรวาลมาให้กับเขา
อีกฝ่ายยังคงยกตนข่มท่าน
ส าหรับ อู่ อวี้ นี่ไม่ใช่รางวัลชื่นชม แต่เป็นรางวัลที่
เขาได้รับมาจากน้ าพักน้ าแรงของตนเอง
แต่เรื่องนี้ก็หาได้สลักส าคัญใดส าหรับเขา ขอเพียง
เขาได้รับสิ่งที่ต้องการก็พอ ฉะนั้นต้องรักษาหน้าให้
มันสักหน่อยจึงกล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณโอรสเหยียน
ส าหรับรางวัล ขอบคุณท่านสิงเหยียนและท่านอื่น ๆ
ที่ให้ความเมตตา อย่างไรก็ตามโอรสเล่อยังไม่ได้พ่าย
แพ้ หนทางภายหน้านั้นยังอีกยาวไกลนัก โอรสเห
ยียน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ”
แน่นอนว่าเขาต้องพูดอะไรสักอย่างกับโอรสเล่อ
เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาท าให้ โอรสเล่อขุ่นเคือง
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องรักษาหน้ามันไว้บ้างเล็กน้อย
โอรสเล่อยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ไม่มีปัญหา… ท่านพี่
อย่าได้เป็นห่วง ท้ายสุดแล้วก็เป็นเช่นดั่งที่ราช
อารักษ์เล่อกล่าว เส้นทางในภายภาคหน้ายังอีกยาว
ไกลนัก อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดา ”
“หึหึหึ” โอรสเหยียนมิได้กล่าวอะไรมากนัก จากนั้น
ก็พาพรรคพวกของตนเองออกไปทันที
———————————