กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 906: สมบัติปฐพีเทพมารทศจักรสูตร
เมื่อกลุ่มของ อู่ อวี้ กลับไปมาถึงตำหนักโอรสเล่อ
เรื่องที่เกิดขึ้นภายใน ‘สนามประลองอันดับหนึ่งแห่ง
นครเทวะ’ แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ข่าวสารแพร่กระจายออกไปทั่วทุกซอกทุกมุมภายใน
นครเทวะ เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจเกิดขึ้น
ต่อให้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ข่าวคราวก็จะ
แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วด้วยเวลาสั้น ๆ
โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับโอรสพระธิดา
ชื่อของราชอารักษ์เล่อทำให้ทั่วทั้งอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวงต้องสั่นสะเทือนตื่นตระหนกกันอีกครั้ง
กุญแจสำคัญสำหรับเรื่องนี้ หาใช่เรื่องที่ อู่ อวี้
สามารถเอาชนะสิงเหยียนได้ แต่เป็นเรื่องของกล
ยุทธ์หักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างตัวเขากับโอรสเห
ยียน แล้วที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็เพราะเขา
สามารถเอาชนะโอรสเหยียนได้
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด
มันคือความสามารถด้านปัญหาและกลยุทธ์ ที่อยู่
นอกเหนือจากความแข็งแกร่งทางด้านพละกำลัง
หากย้อนกลับไป ถึงข่าวคราวความสามารถอันโดด
เด่นก่อนหน้านี้ของ อู่ อวี้ มันก็มากเพียงพอที่จะทำ
ให้ผู้คนจับตามองเขาแล้ว หลังจากมีข่าวใหม่ยิ่งทำ
ให้ผู้คนเฝ้าจับตาเขามากเพิ่มขึ้นกว่าเก่า ในชนิดที่ว่า
เฝ้าจับตาดูทุกฝีก้าวเลยทีเดียว
สำหรับกลุ่มของพวกเขาโดยเฉพาะ ชวี่ เฟิงอวี๋
หลังจากผลออกมาว่า อู่ อวี้ เป็นฝ่ายชนะ ทั้งยัง
ได้รับรางวัลตอบแทนเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องปกติ
ที่พวกมันไม่ต้องการเอื้อนเอ่ยถึงเรื่องนี้
ในความเป็นจริง ชวี่ เฟิงอวี๋ ต้องการลงเดิมพันข้าง
สิงเหยียน แต่เพราะมีโอรสเล่ออยู่ หากนางลงเดิม
พันข้างสิงเหยียน เท่ากับไม่ไว้หน้าโอรสเล่อ
ปัจจุบัน อู่ อวี้ แข็งแกร่งกว่า ชวี่ เฟิงอวี๋ มากนัก
พลังฝีมือของเขาแตกต่างจากตอนที่อยู่ในเส้นทาง
เซียนบรรพกาลอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เพียงแค่ขยับนิ้ว
ก็สามารถทำให้คนทั้งสี่ต้องคุกเข่าลงได้แล้ว
ในครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่ฟังคำแนะนำของโอรสเล่อ
บางทียามนี้โอรสเล่ออาจจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็สามารถเอาชนะมาได้ ทั้งยัง
ได้รับรางวัลมากมาย ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าโอรสเล่อจะ
ขจัดความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไปได้
หลังจากกลับมาถึงตำหนักโอรสเล่อ ชวี่ เฟิงอวี๋ กับ
พรรคพวกคนอื่น ๆ ขอตัวอำลาไปล่วงหน้า
โอรสเล่อกล่าวว่า ” ครั้งนี้ทำให้โอรสเหยียนต้องขุ่น
เคืองใจ พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น หากมีการ
เคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้น หากสะดวกข้าจะจัดการให้
เจ้าเอง เนื่องจากท้ายสุดแล้วเสด็จพี่ประสบกับ
ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ ไม่มีทางที่เขาจะยอมรับ
ความพ่ายแพ้นี้แต่โดยดีแน่ ”
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” เขากล้าลอบสังหารข้าเช่นนั้น
หรือ? พระองค์อย่าลืมว่า ข้ามาที่นี่เพราะราช
โองการของจักรพรรดิโบราณ พระโอรสเหยียนไม่
สามารถกระทำการซ่อนเร้น รอดพ้นสายตาของ
จักรพรรดิโบราณไปได้ ”
โอรสเล่อยิ้มแล้วพูดว่า ” เจ้าพูดถูก… เขาไม่น่าจะ
หาญกล้าขนาดนั้น เอาล่ะ ข้าคงไม่ต้องกล่าววาจาใด
ให้มากความ เอาเป็นว่าพวกเราพยายามทำให้
ตนเองแข็งแกร่งขึ้นดีกว่า ”
” ใช่ ท่านจะต้องหมั่นยกระดับพลังให้ถึงสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าโดยเร็วที่สุด พระองค์จะได้มีต้นทุน
แข่งขันกับคนเหล่านั้นได้ ”
เมื่อทั้งสองพูดคุยกันเสร็จสิ้นก็แยกย้ายกัน
“ เจ้าแข็งแกร่งเกินไป คาดว่าโอรสพระองค์คงจะอึด
อัดอยู่ไม่น้อย ทว่าการมีเจ้าอยู่ถือเป็นประโยชน์มาก
สำหรับเขา มิเช่นนั้นแล้ว ด้วยวัยเพียงเท่านี้คงยาก
จะแข่งขันกับผู้อื่น ” หนานซาน หวางเยว่ กล่าว
อย่างลึกซึ้ง หลังจากเห็นโอรสเล่อคล้อยหลังจากไป
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ข้าคงไม่
จำเป็นต้องใส่ใจเขามากนัก ผู้ใดจะไปรู้กลัวเขาจะ
ซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง ”
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะความสัมพันธ์ของเขากับ
โอรสเล่อ อยู่ในรูปแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ต่างฝ่าย
ต่างมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ซึ่งตัวเขาไม่
สามารถสวามิภักดิ์ด้วยใจจริงได้
ทั้งสามอยู่ภายในตำหนักราชอารักษ์ ด้วยขนาดที่
กว้างขวางจนเกินพอดี สามารถบรรจุคนได้กว่า
หลายหมื่น ดังนั้นพวกเขาทั้งสามจึงไม่รู้สึกอึดอัดใจ
เมื่ออยู่ที่นี่
” ข้าไม่อยากใส่ใจกับเรื่องนี้แล้ว ข้าจะขอไปงีบสัก
หน่อย พอตื่นขึ้นมาแล้วค่อยไปหาความสำราญร้อง
รำทำเพลงต่อ ที่นี่มันช่างคึกคักงดงามเสียจริง ๆ
นครเทวะแห่งนี้มีกว้างใหญ่เป็นยิ่งนัก ยังมีพื้นที่กว่า
90 ใน 100 ส่วนที่ข้ายังไม่เคยไปสำรวจ! ”
ขนาดของนครเทวะ เกือบเทียบเท่าได้กับอาณาจักร
เล็ก ๆ บางแห่งที่ตั้งอยู่บนดินแดนโบราณเหยียน
หวง สถานที่แห่งนี้เป็นนิยมมากที่สุดในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ตราบใดที่เดินทางมาถึงทวีปนี้
โดยมิได้ออกไปหาสถานที่อื่น ๆ ภายในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองอย่างที่สุด!
หลังจาก หนานซาน หวางเยว่ ผล็อยหลับไปมันก็
กรนเสียงดังเป็นอย่างมาก
” พี่ชายอวี้ ข้าอยากทดลองทำเรื่องบางอย่างดู หาก
ในเวลานี้ข้าพยายามสื่อสารกับพลั่วพระธรรมปราบ
มารอีกครั้ง มันจะได้ผลหรือไม่? ”
หลังจากเห็นโลกกว้างใหญ่ด้วยตาของตัวเอง ทำให้
นางตื่นตกใจเป็นอย่างมาก นอกจากคึกคักจอแจ
แล้ว ยังมีขนาดกว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง หลังจากเฝ้า
สังเกตการณ์หลาย ๆ อย่าง ก็ทำให้นางมีความคิดที่
เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก
” ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ อย่าเพิ่งรีบร้อนบีบ
บังคับตนเอง ”
อู่ อวี้ พยักหน้า
“ดี”
พวกเขาต่างมีวิถีฝึกบำเพ็ญตนเป็นของตัวเอง เช่น
ดั่ง อู่ อวี้ เมื่อไม่นานมานี้เขามีความก้าวหน้าใน
วิถีทางของตนเองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หลังจากศึกษาวงเวทของ พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้า
ทัณฑ์เตาหลอม ทำให้ความเข้าใจวงเวท และ การ
ปรุงโอสถกลั่นสกัดเม็ดยา มีความคืบหน้าขึ้นมาก
เลยทีเดียว เมื่อไม่นานมานี้เขาแลกเปลี่ยนเตาปรุง
โอสถระดับศาสตราวิถีแท้มา จากนั้นเขาก็เข้าไปใน
เจดีย์ล่องกำเนิด ค่อย ๆ ศึกษา เวทย์บรรพกาล
มังกรเทวะ และ การหลอมสร้างกลั่นสกัดโอสถ
ความก้าวหน้าอย่างล้นหลามเกิดขึ้นในการต่อสู้ เขา
รู้สึกว่าตนไม่ได้สงบจิตใจขนาดนี้มานานมากเท่าใด
แล้ว ทุกวันคืนภายในเจดีย์ล่องกำเนิด ใช้ไปกับการ
เพียรศึกษาอย่างใจเย็นเดินตามรอยเท้าของชนรุ่น
ก่อน ศึกษาวงเวท และความลี้ลับของวิถีเต๋า วงเวท
เหล่านี้มักมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงถึงกันทั้งสิ้น
วิถีการฝึกฝนบำเพ็ญตนของเขา จำเป็นต้องมี
ประสบการณ์การต่อสู้ นอกจากนี้ยังจำเป็นต้อง
ค้นหาตนเองอย่างใจเย็น วงเวท และ วิถีหลอมสร้าง
กลั่นสกัดโอสถจำเป็นต้องใช้ความแม่นยำ เข้มงวด
ระมัดระวัง ในขั้นตอนการไล่ล่าวิถีเต๋า รับรู้ฟ้าดิน
เดินตามวิธีการฝึกการฝึกตนของชนรุ่นก่อน
ตระหนักรับรู้ถึงสาระสำคัญและการเปลี่ยนแปลง
ของวงเวทที่มีอยู่ในแต่ละวง
วิธีการฝึกฝนบำเพ็ญตนดังกล่าว อาจต้องใช้เวลา
ตระหนักรู้ค่อนข้างยาวนาน แต่เมื่อใดฝึกฝนพัฒนา
ก้าวหน้าคนผู้นั้นจะได้รับผลประโยชน์อย่างใหญ่
หลวง
นี่คืออีกรูปแบบหนึ่งของความก้าวหน้า ปรับปรุง
พัฒนาให้เต๋าของ อู่ อวี้ สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ท่ามกลางการรู้แจ้งในสิ่งที่ตนขาดไปอย่างลึกซึ้ง
นับเป็นความรู้แจ้งที่ส่งผลกระทบรุนแรงถึงขีดสุด
ช่วยเขาจมลงสู่วิถีแห่งเต๋าของตนเองอย่างลึกล้ำ ทำ
ให้ตระหนักรู้ในตนเอง ระเบิดความแข็งแกร่ง
ออกมาได้อย่างมากล้น ท่ามกลางการตระหนักรู้อัน
เงียบสงัดอย่างยาวนาน ส่งผลให้รากฐานของเขาลึก
ล้ำกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
บรรยากาศของนครเทวะเสมือนเช่นกันเคย บ้าง
สงบนิ่ง บ้างก็เกิดการต่อสู้ขึ้นเป็นครั้งคราว ทว่าไม่มี
อะไรเกี่ยวข้องกับ อู่ อวี้ ท้ายที่สุดโอรสเล่อก็ต้องปิด
ด่านฝึกตนด้วย นั่นเป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงความ
กดดันที่ อู่ อวี้ แผ่ออกมา
อู่ อวี้ อยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด 2 วัน จะเท่ากับอยู่โลก
ภายนอก 1 วัน ซึ่งข้อดีของมันคือมิได้ส่งผลกระทบ
ต่อขีดจำกัดอายุขัยของเขา ถ้าวัดตามอายุขัย
ประมาณสี่ถึงห้าร้อยปีแล้ว เท่ากับว่า อู่ อวี้ อยู่
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดได้นานมาก
เขาอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิดยาวนานกว่าสี่เดือน ซึ่งก็
เท่ากับเวลาของโลกภายนอกผ่านไปเพียงสองเดือน
เย่ซีซีดีอกดีใจเมื่อเห็นเขาออกมา นางจึงกระโดดเข้า
มาหาเขาด้วยใบหน้าชื่นมื่นมีความสุขทันที ซึ่ง
ช่วงเวลาดังกล่าว หนานซาน หวางเยว่ ก็อยู่ที่นั่น
ด้วย เมื่อ อู่ อวี้ ออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิด ทั้งสาม
ก็มารวมตัวกันอีกครั้ง
“ข้ามีข่าวดีจะบอก!”
เย่ซีซีทำตัวมีเลศนัย กะพริบตาปริบ ๆ นัยน์ตาสีดำ
สว่างสดใส
” แม่สาวน้อย เจ้าอยากจะพูดอะไรก็พูด ๆ มาสิ
อย่าปล่อยให้ท่านพี่ชายผู้นี้ต้องคาดเดา หรือว่าเจ้า
กำลังคิดอะไรพิเรนทร์ ๆ กับพี่ชายหนานซานผู้นี้?
แต่ขอให้วางใจพี่ชายผู้นี้ จะไม่ปฏิเสธและปฏิบัติกับ
เจ้าไม่ดีแน่ ” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวยิ้ม ๆ
เขาโบกพัดในมืออย่างคุ้นเคย โดยหันภาพจิตรกรรม
โฉมสะคราญอันงดงามบนพัดไปทาง เย่ซีซี
” แบร่!!!” เย่ซีซีแลบลิ้นเล็ก ๆ ใส่มัน จากนั้นก็จ้อง
มอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาตื่นเต้นเปล่งประกาย แล้วเอ่ย
ว่า ” พี่ชายอวี้ ในที่สุดข้าก็เข้าไปในความฝันได้อีก
ครั้ง ภายในห้วงนิทรานั้น มันได้ส่งผ่านมรดกบัญญัติ
คาถาในการบำเพ็ญตนให้แก่ข้าแล้ว! ในที่สุดข้าก็มี
สัจจะคาถาที่สามารถบ่มเพาะฝึกฝน ทว่ามัน
แตกต่างจากสิ่งที่ข้าเคยฝึกฝนมาก่อน ดังนั้นข้า
จำเป็นต้องละทิ้งการบ่มเพาะก่อนหน้านี้ เพื่อเริ่ม
ฝึกฝนบำเพ็ญตนตามสัจจะคาถาของมรดกเซียน”
โลกแห่งการฝึกตน มีวิถีบ่มเพาะหลอมรวมลมปราณ
วิถีบ่มเพาะบดขยี้แกนนภา วิถีควบแน่นตำหนักม่วง
และวิถีบ่มเพาะก่อร่างกำเนิดจิตเทวะอยู่มากมาย
หลากหลายชนิด
มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียนของ อู่ อวี้ มีวิถีการบ่มเพาะ
ครบถ้วนสมบูรณ์จนถึงขั้นบรรลุเป็นเซียนอมตะ
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่จำเป็นต้องเสาะหาวิถีบ่มเพาะทุก
ครั้งที่ยกระดับเข้าสู่ขอบเขตต่อไป แต่เย่ซีซีนั้น
แตกต่างกัน นางฝึกฝนบำเพ็ญตนจนบรรลุระดับจิต
เทวะ ด้วยวิถีการบ่มเพาะอันหลากหลาย ทว่าเมื่อ
บรรลุสู่ระดับใหม่นางจำเป็นต้องเสาะหาวิถีการบ่ม
เพาะ และจำต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก
ทว่าหากให้เปรียบเทียบในเรื่องของความแข็งแกร่ง
ระหว่าง อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ คงไม่มีทาง
เปรียบกันได้ เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ กับ
นางนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากนางมิได้รับมรดกเซียน
ตั้งแต่ต้น
ทว่าแน่นอน อู่ อวี้ ย่อมมีความสุขกับนาง
แท้จริงแล้วขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญมาก!
“ ขอแสดงความยินดีด้วย บางทีการที่เจ้าไม่ได้รับสิ่ง
นี้ตั้งแต่ต้น อาจจะมีเหตุผลของมันอยู่ ”
อู่ อวี้ กังวลว่าเพราะนางไม่ได้รับมรดกเซียนตั้งแต่
แรกเริ่ม จนทำให้นางไม่สามารถสื่อสารกับพลั่วพระ
ธรรมปราบมารได้ตลอดไป เมื่อนั้นพลั่วพระธรรม
ปราบมารก็ไม่ต่างอะไรจากสิ่งของไร้ค่า
ก้าวออกจากขั้นตอนแรก รับสืบทอดมรดกเซียน
อมตะนับว่าเหมาะสมแล้ว
” อย่างไรก็ตามขุนพลเจวี่ยนเหลียน ถือเป็นเทพ
เซียนบนสรวงสวรรค์ ส่วนเจ้าที่บ่มเพาะฝึกตนในวิถี
มารมาตั้งแต่แรกเริ่ม หากจะเปลี่ยนมาฝึกฝนบ่ม
เพาะในวิถีแห่งเซียน คงจะไม่ง่ายนักใช่หรือไม่?”
หนานซาง หวางเยว่ เอ่ยถาม
คำถามที่มันเอ่ยออกมานั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็คิดแบบนั้นเช่นเดียวกัน
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” การบ่มเพาะในวิถีแห่งเซียนอมตะ
นับว่าแข็งแกร่งทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม
หากเป็นวิถีบ่มเพาะสามัญทั่วไป ข้าคิดว่ามันอาจจะ
มีความขัดแย้งอยู่บ้าง แต่การบ่มเพาะในวิถีแห่ง
เซียน อาจสยบเปลี่ยนแปลงการบำเพ็ญตนในวิถี
แห่งเทพมารของเจ้าได้ ”
อู่ อวี้ คิดเช่นนั้น
พวกเขามองไปที่เย่ซีซี
เย่ซีซีส่ายศีรษะ พร้อมทั้งแสดงท่าทางลังเล แล้วเอ่ย
ขึ้นมาอย่างตะกุกตะกักว่า ” ตะ แต่… มรดกที่พลั่ว
พระธรรมปราบมารส่งต่อมาให้แก่ข้า ดูเหมือนจะ
เป็นการบ่มเพาะฝึกตนในวิถีมาร นอกจากนี้ยังบอก
อีกว่า หลังจากฝึกฝนจนบรรลุแล้ว จักกลายเป็นเทพ
มาร ที่มีอำนาจสั่นสะเทือนเขย่าคลอนไปทั่วทั้งอเวจี
หมื่นชั้น… ”
” อะไรนะ? ” อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ แสดงสี
หน้าตื่นตะลึงออกมาพร้อมกัน
” เป็นไปไม่ได้ ขุนพลเจวี่ยนเหลียน เป็นขุนพลคู่พระ
พักตร์ของเง็กเซียนฮ่องเต้ แล้วจะส่งต่อมรดกเทพ
มารให้แก่เจ้าได้อย่างไร … ” อู่ อวี้ ส่ายหัว เป็นไป
ได้ว่าเย่ซีซีอาจเข้าใจผิด
เนื่องจากพลั่วพระธรรมปราบมารเลือกนาง จึงไม่น่า
เป็นไปได้ที่จะส่งต่อมรดกซึ่งมีข้อบกพร่องให้แก่นาง
ยิ่งไปกว่านั้นขุนพลเจวี่ยนเหลียนเป็นเทพเซียน แล้ว
จะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝึกตนในวิถีมารได้
อย่างไร หลังจากทั้งหมดเมื่อฝึกฝนจนบรรลุแล้ว ก็
จะกลายเป็นเทพมาร
เย่ซีซี กล่าวตอบอย่างไร้เดียงสาว่า ” เอ่อ..ใช่แล้ว
ชื่อของบัญญัติคาถานี้ก็คือ ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศ
จักรสูตร’ ดูจากชื่อแล้ว ยังไง ๆ ก็เป็นการบำเพ็ญ
เพียรในวิถีมาร นอกจากนี้ข้ายังเห็นว่าพลั่วพระ
ธรรมปราบมารนี้ มีลักษณะเป็นสีดำมันวาว ทั้งยัง
แผ่ปราณทมิฬออกมาอย่างเข้มข้น ดูราวกับศาสตรา
วุธของผู้ฝึกตนนอกรีตก็มิปาน … ”
” สมบัติปฐพีเทพมารทศจักรสูตร!”
อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ หันมามองหน้ากัน
พวกเขาทั้งสองรู้สึกว่า มันยังดูน่าเหลือเชื่อไปบ้าง
” ถ้าเช่นนั้น ขุนพลเจวี่ยนเหลียนก็มิใช่เทพเซียน แต่
เป็นเทพมาร? อย่างไรก็ตามหากเป็นเทพมาร แล้ว
จะไปรับตำแหน่งเป็นขุนพลคู่พระพักตร์อยู่ข้างกาย
เง็กเซียนฮ่องเต้ได้อย่างไร ? นั่นเป็นหนึ่งในบุคคลที่
อยู่ใกล้กับเง็กเซียนมากที่สุดเลยเชียวนะ … ”
” หรือเป็นเพราะว่า เย่ซีซีฝึกฝนบำเพ็ญในวิถีมาร จึง
ยังมิใช่ผู้สืบทอดที่เขาต้องการมากที่สุด ดังนั้นจึงส่ง
มอบให้เพียงบัญญัติคาถาเพื่อบ่มเพาะกลายเป็นเทพ
มารเพียงเท่านั้น? ” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ย
ในมุมมองของ อู่ อวี้ เขายังไม่ค่อยเชื่อการคาดเดานี้
เท่าใดนัก ทางด้านเย่ซีซีเมื่อได้ยินเช่นนี้ นางก็รู้สึก
เศร้าสลดหดหู่ใจมากยิ่งขึ้น
———————————