กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 908 : ทวีปปีศาจทายาททักษิณ
ในตอนนั้นที่ อู่ อวี้ กล่าวออกมาในงานเลี้ยงฉลอง
คงคิดว่าทุกคนจะหลงลืมไปเสียแล้ว ทว่าไม่คาดคิด
จริงๆ ว่า โอรสเล่อ จะสามารถหาข่าวเกี่ยวกับ
หนานกง เหว่ย ได้ อีกทั้งยังมาบอกกล่าวแก่ตนถึง
ที่นี่
เรื่องที่ประดังเข้ามาอย่างฉับพลัน ท าให้หัวสมอง
ของเขาขาวโพลนทันใด
หลังจากที่ท าจิตใจให้สงบลง เขาก็คิดได้ว่าภายใน
ชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ ยังมีคนที่ชื่อว่า หนานกง
เหว่ย อยู่จ านวนไม่น้อย ดังนั้นยังไม่แน่ว่าจะเป็น
นางจริงๆ มันยังเร็วเกินไปที่จะดีใจ
เขาหันไปกล่าวกับ โอรสเล่อ ว่า “พระโอรส พอจะมี
รายละเอียดมากกว่านี้หรือไม่?”
โอรสเล่อ ฉีกยิ้มขึ้น จากนั้นได้กล่าวว่า “แน่นอน
มิฉะนั้นข้าคงไม่มาบอกเจ้าถึงที่นี่ ครั้งที่แล้วเจ้าได้
หยิบยกเรื่องนี้มากล่าวภายในงานเฉลิมฉลอง ข้าจึง
ได้ขอให้สหายทั้งหลายช่วยกันสืบเสาะ ทว่าข้อมูลที่
เจ้าให้มามันยังคงคลุมเครือมากนัก ข้าจึงไม่ค่อยมี
ความหวังเท่าใด แต่ไม่คิดว่าสหายของข้าผู้หนึ่งมี
ความสัมพันธ์กับปีศาจภายใน ‘ทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ’ อยู่บ้าง เจ้าพอจะรู้จัก ‘ทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ’ หรือไม่?”
อู่ อวี้ เคยได้เห็นแผนที่ของชมพูทวีปโลกธาตุ
แน่นอนว่าต้องรู้จัก ‘ทวีปปีศาจทายาททักษิณ’
ความจริงทวีปปีศาจทายาททักษิณ ไม่ได้เป็นทวีปที่
ติด 19 อันดับทวีป ชื่อเดิมของมันมีชื่อว่า ‘เกาะ
ปีศาจทายาททักษิณ’
มันเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดบนชมพูทวีปโลกธาตุ ซึ่ง
ตั้งอยู่ในภาคใต้ของดินแดนโบราณเหยียนหวง
ระยะห่างจากดินแดนโบราณเหยียนหวงอยู่ที่
ประมาณถึงครึ่งหนึ่งจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งถึง
ดินแดนโบราณเหยียนหวง
พื้นที่ของมันประมาณ 1 ใน 3 ของทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง ดังนั้นจึงไม่นับเป็นทวีป เป็นเพียงแค่
เกาะที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น
แน่นอน เพราะว่า ทั้งพลังฟ้าดิน ทรัพยากรฝึกตน
และสมบัติชั้นสูงบนเกาะปีศาจทายาททักษิณ ล้วน
อยู่ในระดับเดียวกับดินแดนโบราณเหยียนหวง เมื่อ
เปรียบกับทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งแล้วนับว่าไม่อาจ
น ามาเทียบได้แม้เพียงเสี้ยว ซึ่งทวีปแห่งนี้มี
ความสัมพันธ์อันดีกับดินแดนโบราณเหยียนหวงไม่
น้อย เมื่อเวลาหลายปีผ่านไป มันจึงถูกเรียกกันใน
ชื่อ ‘ทวีปปีศาจทายาททักษิณ’
หากว่านับมันเป็นอีก 1 ทวีป ก็เท่ากับว่าชมพูทวีป
โลกธาตุนี้มีทั้ง 20 ทวีป
และที่เรียกว่าทวีปปีศาจ ก็เพราะว่ามันเป็นฐานที่มั่น
ของเหล่าปีศาจ แน่นอนว่าไม่ใช่ปีศาจสมุทร แต่เป็น
ปีศาจปฐพี ความจริงแล้วสายสัมพันธ์ระหว่าง ปีศาจ
ปฐพี และ ปีศาจสมุทร นั้นค่อนข้างแย่ พวกมันต่าง
ดูถูกดูแคลนกันและกัน ทั้งยังเกิดข้อพิพาทอยู่
บ่อยครั้ง กล่าวไปแล้ว เนื่องจากว่าพื้นที่มหาสมุทรมี
ขนาดกว้างใหญ่ ท าให้มีปีศาจสมุทรอยู่จ านวน
มหาศาล มันจึงแข็งแกร่งกว่าปีศาจปฐพี และ
สุดท้ายบนแผ่นดินก็เป็นถิ่นของเหล่าผู้ฝึกตน
โดยเฉพาะเมื่อมีชาวเหยียนหวงเป็นผู้น า
ทว่า ปีศาจปฐพี หาได้อ่อนแอเช่นนั้น เนื่องจาก
ปีศาจมากกว่า 9 ใน 10 บน ‘ทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ’ ล้วนเป็นปีศาจที่เลื่องชื่อ ต้องรู้ก่อนว่าบน
ดินแดนโบราณเหยียนหวงยังมีฐานที่มั่นของปีศาจ
อยู่อีกมากมาย แต่เหล่าปีศาจจากทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งสิ้น และถึงแม้จะมีฐานที่
มั่นของเหล่าปีศาจมากมายก็จริง ทว่าดินแดนของ
พวกมันเหล่านั้นก็มิอาจเทียบกับขนาดของทวีป
ปีศาจทายาททักษิณได้ เมื่อเปิดโลกกว้างมากยิ่งขึ้น
ท าให้รู้ได้เลยว่า ‘มนุษย์’ เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งมีชีวิต
ที่อ่อนแออย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้ไม่ได้มีการจัดตั้งอาณาจักร
อะไรขึ้นมา เพราะมีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอ านาจอยู่
เสมอ เมื่อผู้แข็งแกร่งแผดเสียง ปีศาจนับล้านตัวก็
จักฟังค าสั่ง มันครอบครองภูเขาของใครของมันและ
ตั้งตนขึ้นเป็นราชา พื้นที่แต่ละส่วนได้แบ่งแยกกัน
เอาไว้ ไม่มีปีศาจตนใดเป็นผู้น าเพียงหนึ่งเดียว ท าให้
มี ‘ราชาปีศาจ’ อยู่เป็นจ านวนมาก และเหล่าราชา
ปีศาจได้ต่อสู้ช่วงชิงอ านาจกันเอง เป็นเวลาหลายปี
มาแล้วที่พวกมันต่อสู้เพื่อยึดชิงพื้นที่และทรัพยากร
มาเป็นของตน สงครามนี้ด าเนินการมาอย่าง
ต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับดินแดนโบราณเหยียนหวง
แล้วมันยังดูวุ่นวายกว่ามาก บนทวีปแห่งนี้ผู้อ่อนแอ
ต้องกลายเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง เป็นโลกที่เชิดชูผู้
แข็งแกร่งเท่านั้น!
บนทวีปแห่งนี้ การได้ขึ้นเป็นราชาปีศาจ จะได้
ครอบครองที่ดินนับไม่ถ้วน มีลูกสมุนปีศาจอยู่นับ
หมื่นนับแสน แต่ตราบใดที่ถูกฆ่าสังหารลงไปก็เป็น
อันจบสิ้น เพราะว่าภายในสถานที่แห่งนี้สามารถ
เปลี่ยนแปลงตัวราชากันอย่างง่ายได้ ดังนั้นจึงเกิด
การต่อสู้อยู่ทุกวี่วัน
รูปแบบเช่นนี้เป็นเหมือนกับพรรคซ่างหยวน นิกาย
เซียนซูซัน บนทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ทว่าป่าเถื่อน
กว่ามากนัก
อู่ อวี้ รู้สึกว่า หากบนดินแดนโบราณเหยียนหวงมี
วิธีการก่อตั้งอาณาจักรเช่นนี้ มันคงกลายเป็นเรื่องที่
วุ่นวายชวนปวดหัวอย่างแน่นอน เพราะพรรคนิกาย
ที่อยู่บนดินแดนโบราณเหยียนหวงมีมากมายอย่าง
กับต้นไม้ในป่า ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การสืบทอดและ
ความภักดี ส่วนบนทวีปปีศาจทายาททักษิณมีการ
ต่อสู้แก่งแย่งชิงดีกันสูง ทว่ามันกลับกลายเป็น
วิธีการสร้างยอดฝีมือของพวกมันได้อย่างดีเยี่ยม
เขาพอจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณพอสมควร
หลังจากที่ โอรสเล่อ รู้ว่าเขามีความเข้าใจเกี่ยวกับ
มัน จึงกล่าวต่อไปว่า “สหายของข้าได้ยินมาว่าทาง
ตอนใต้ของทวีปปีศาจทายาททักษิณ มีสถานที่แห่ง
หนึ่งที่เรียกกันว่า ‘เขาวิหค’ มันเป็นสถานที่ของ
‘ราชาปีศาจหอกทมิฬ’ ซึ่งเดิมที่มันเป็น ‘ปีศาจผึ้ง
โลหิตทมิฬ’ ตัวหนึ่ง ปีศาจตนนี้มีบุตรอยู่ ทว่าเมื่อไม่
นานมานี้บุตรของมันกลับถูกสังหาร มันจึงบังเกิด
โทสะอย่างมากล้นจนประโคมข่าวจัดตั้งรางวัลน าจับ
สตรีนางหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘หนานกง เหว่ย’ ว่ากันว่า
นางเป็น ‘วิหคเพลิง’ ซึ่งรูปลักษณ์เป็นปีศาจ ข้าจึง
คาดว่านางอาจจะเป็นคนที่เจ้าก าลังตามหาอยู่”
ปีศาจที่มีรูปลักษณ์เป็นวิหคเพลิง…….
หนานกง เหว่ย ครอบครองสายโลหิตของหงส์เพลิง
และยังมีความสามารถหวนคืนสู่บรรพชนได้ แม้ว่า
จะเป็นมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงสายเลือดของนาง
ก็ใกล้เคียงกับสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง หากว่าอธิบายถึง
รูปลักษณ์ของ ‘วิหคเพลิง’ นั่นอาจจะหมายถึงการ
หวนคืนบรรพชนของหงส์เพลิง! บนโลกใบนี้อาจจะ
มีคนที่ชื่อว่า ‘หนานกง เหว่ย’ อยู่มากมาย ทว่าคน
ที่อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็น ‘วิหคเพลิง’ น่าจะมี
เพียงแค่นาง……..
เมื่อได้ยินครบถ้วน อู่ อวี้ จึงบังเกิดความรู้สึกเป็นไป
ได้……….
โอรสเล่อ ปรบมือเหมือนกับนึกบางสิ่งออก เขาพลัน
กล่าวขึ้น “นึกไปแล้วยังมีจุดที่พิเศษอยู่อีก 1 จุด ว่า
กันว่าบนร่างของวิหคเพลิงตัวนี้ ยังมีเปลวเพลิง 9 สี
เช่นเดียวกับพลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม
ของเจ้าอีกด้วย!”
เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวมา อู่ อวี้ ก็กัดริมฝีปากของ
ตนเอง และไม่พูดไม่จาออกมา
ในตอนที่นางเปลี่ยนกลายเป็นหงส์เพลิง 9 สี
แน่นอนว่า อู่ อวี้ สามารถจดจ าได้อย่างแช่มชัด และ
ไม่มีวันที่เขาจะลืมเลือนมันไปตลอดกาล
เมื่อเห็น อู่ อวี้ นิ่งเงียบไป โอรสเล่อจึงเอ่ยถามขึ้น
“เป็นอะไรรึ ไม่ใช่ว่าเจ้าก าลังหาคนผู้นี้อยู่หรือ?
หรือว่าข้าเข้าใจผิดไปเอง”
หนานซาน หวางเยว่ ที่ก าลังโบกพัดอยู่ด้านข้าง
ฉับพลันเกิดความคิดมากมายถาโถม ความจริง
หลังจากที่มันมายังนครเทวะแล้ว มันยังได้เรียนรู้
เกี่ยวกับทวีปปีศาจทายาททักษิณมาบ้าง เพราะเดิม
ทีมันถือเป็นปีศาจ มันซึ่งเป็นผู้อาศัยอยู่ภายใน
อาณาจักรของชาวมนุษย์จึงท าให้ถูกดูถูกดูแคลนอยู่
หน่อยๆ หากว่า อู่ อวี้ ไม่ได้มอบสถานะให้กับมัน
มันคงเอาชีวิตรอดอยู่ที่นี่ได้อย่างยากล าบาก ดังนั้น
มันจึงเข้าใจสถานที่ที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิง
อ านาจของเหล่าปีศาจเป็นอย่างดี กล่าวไปแล้วมัน
ย่อมปรารถนาที่จะไปอยู่บ้าง…….
ส าหรับ เย่ซีซี นางก าลังครุ่นคิดเกี่ยวกับ ‘หนานกง
เหว่ย’ อยู่ไม่น้อย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าชื่อนี้เป็นชื่อของ
สตรี และนางอยากรู้ว่าคนผู้นี้มีความสัมพันธ์เช่นไร
กับ อู่ อวี้ นางไม่ค่อยเห็น อู่ อวี้ ให้ความส าคัญกับ
ใครเช่นนี้มาก่อน นางจึงหันไปจ้องมอง อู่ อวี้
หลังจากที่ โอรสเล่อ กล่าวจบ นางจึงเอ่ยขึ้นว่า “อืม
นางน่าจะเป็นคนที่ท่านพี่อวี้ ก าลังตามหา”
หากว่าไม่ใช่เพราะเขา อู่ อวี้ คงเลิกหวังไปแล้ว
ทว่าตอนนี้เขากลับมีท่าทีดู ‘สับสน’ ราวกับไม่ได้รับ
ฟังข่าวดีนัก
อู่ อวี้ พยักหน้าตอบรับกล่าวว่า “พระโอรส สมควร
เป็นนาง”
หากไม่ใช่เพราะว่าเซียนกระบี่กุ้ยหยางได้มอบหมาย
ให้เขาตามหานาง หรือว่าหากนางยังคงอยู่ที่ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง อู่ อวี้ อาจจะไม่ให้ความสนใจ
ต่อตัวนางอีก ทว่านางกลับหายตัวไปอย่างไร้
ร่องรอย เป็นตายร้ายดีเช่นไรก็ไม่รู้
ทว่าเมื่อย้อนนึกถึงสิ่งต่างๆ ในสมัยที่ยังเยาว์วัย ภาพ
ความทรงจ าเหล่านั้น เป็นเหตุผลที่ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึก
สับสน เขาก าลังครุ่นคิดว่าตนเองควรจะไปหานางดี
หรือไม่
โอรสเล่อ กล่าวต่อ “เจ้าจะไปหานางหรือไม่? ความ
จริงช่วงนี้ที่นครเทวะก็ไม่มีเรื่องอะไร แต่หากเจ้าคิด
ที่จะไปยังทวีปปีศาจทายาททักษิณอาจจะเป็นไป
ไม่ได้ เพราะที่นั่นเป็นโลกของปีศาจ ข้าจึงไม่
สามารถจะดูแลเจ้าได้ ทั้งยังมีอันตรายถึงชีวิตอยู่อีก
มากมาย”
อู่ อวี้ เอ่ย “ข้าขอคิดดูก่อน”
เขาต้องการหาเหตุผลให้กับตัวเอง
“ดูเหมือนว่า การปรากฏตัวของ หนานกง เหว่ย ที่
อยู่ในเขาวิหค แม้ว่าจะไม่ใช่นาง แต่อย่างน้อยน่าจะ
มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางอยู่”
“นางได้หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว แม้แต่พ่อของ
นาง นางก็ยังไม่บอก แน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่ความ
ตั้งใจของนางเอง บางทีนางอาจถูกลักพาตัว หรือว่า
ถูกแนะให้หลงเดินทางผิด”
“เช่นนั้นสถานการณ์ของนางในตอนนี้ ไม่ว่าจะ
อย่างไร ข้าจะต้องรู้ให้ได้ อย่างน้อยหากเกิดสิ่งใดขึ้น
ก็ไม่ถือว่าผิดสัญญากับเซียนกระบี่กุ้ยหยาง
นอกจากนี้ยังได้ให้ค าตอบแก่ตัวข้าเองด้วย”
“แม้ว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ผ่านไปแล้ว แต่หาก
นางตกอยู่ในอันตรายหรือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่
ยากล าบาก ข้าก็จ าเป็นที่จะต้องช่วยเหลือนาง”
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้ใช้เวลาครุ่นคิดสักพักหนึ่ง เขาจึง
ได้ท าการตัดสินใจ เขารู้สึกว่าหากไม่ไปในครั้งนี้ บาง
ทีหลังจากที่ผ่านไปนาน เขาจะต้องรู้สึกเสียใจ
ภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเขาพลาดโอกาสที่
จะช่วยเหลือนางไป
เขาเงยหน้าขึ้นมองและกล่าวกับ โอรสเล่อ ว่า
“พระโอรส ข้าอยากจะไป”
โอรสเล่อ คาดเอาไว้แล้วว่ามันต้องลงเอยเช่นนี้ เขา
จึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ตกลง ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่
ผ่านมาเจ้าก็ได้ช่วยเหลือข้าเอาไว้มากมาย แม้ว่าเจ้า
จะออกไปเสี่ยงอันตราย แต่สุดท้ายนี่ก็คือทางเลือก
ของเจ้าเอง ข้าเคารพการตัดสินใจของเจ้า เพียงแค่
ว่าข้าคิดว่าสิ่งเดียวที่จะช่วยเหลือเจ้าได้ นั่นคือการ
ให้มหาอุปราชท าเรื่องส่งเจ้าไป เพราะมียอดฝีมือ
ชาวเหยียนหวงเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเต็มใจ
อารักขาเจ้าไปยังทวีปปีศาจทายาททักษิณ พวกเขา
ล้วนหวาดกลัวอันตรายเช่นกัน เมื่อไปถึงที่นั่นเจ้าคง
ต้องอาศัยก าลังความสามารถของเจ้าเองแล้ว”
โอรสเล่อ กลับยินดีให้ อู่ อวี้ จากไป เขาจึงรีบเอ่ย
ขึ้นทันที “ขอบพระทัยโอรส ในเรื่องของความ
ปลอดภัย ข้าย่อมต้องระวังตัว หลังจากที่ข้าจัดการ
ธุระนี้เสร็จสิ้นแล้วจะรีบกลับมาหาท่านให้โดยไว
และหากมีเรื่องอะไรท่านสามารถส่งยันต์สื่อสารมา
หาข้าได้ตลอดเวลา”
เขาเคยไปที่เส้นทางเซียนบรรพกาล คุกสมุทร
วิญญาณ พิภพอเวจี อย่างไรก็ตามนี่คือทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณ ด้วยฝีมือและการเอาตัวรอดของเข้า
แล้ว ภัยอันตรายต่างๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
นอกเสียจากว่าเขาจะไปสร้างความขุ่นเคืองให้กับ
ยอดฝีมือระดับสูงเข้า
“เจ้าอย่าได้ประมาททวีปปีศาจทายาททักษิณเป็น
อันขาด” โอรสเล่อ เอ่ยย้ าเตือนเขาอย่างจริงจัง
“ท่านพี่อวี้ ข้าไปด้วย” เย่ซีซี รีบเอ่ยแทรกขึ้นมา
“พวกเราไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ข้าอยากจะลอง
ไปที่ทวีปปีศาจทายาททักษิณมานานแล้ว แน่นอน
ว่าเจ้าไม่อาจจะทิ้งข้าไว้ได้ เหล่าสาวงามทั้งหลายที่
นั่นก าลังรอที่จะปรนนิบัติข้าอยู่เชียวนะ” หนาน
ซาน หวางเยว่ ก็เอ่ยออกมาเช่นเดียวกัน
อู่ อวี้ หันไปมองพวกเขาทั้งคู่
ความจริงนี่เป็นเรื่องของตัวเขาเอง แน่นอนว่าเขา
ควรที่จะไปเพียงล าพัง
อย่างไรก็ตามยามนี้ทั้งคู่ อาศัยอ านาจของเขาจึงท า
ให้ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระภายในนครเทวะ และ
วันใดเมื่อตัวเขาจากไปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น
สถานการณ์ของพวกเขาจะต้องล าบากอย่างแน่นอน
และ อู่ อวี้ ก็เป็นห่วงพวกเขาจริงๆ
แม้ว่าการไปที่ทวีปปีศาจทายาททักษิณจะเป็นเรื่อง
ที่อันตรายก็ตามที ทว่าพวกเขากลับยินดีที่จะตาม
ตนเองมา แน่นอนว่า เย่ซีซี ไม่คิดที่จะอยู่ห่างจากตัว
เขา และ อู่ อวี้ ก็ไม่คิดที่จะทิ้งนางเอาไว้ที่นี่ ทั้ง
ในตอนนี้นางยังถือว่า อู่ อวี้ เป็นญาติคนหนึ่งของ
นางด้วย
ส่วน หนานซาน หวางเยว่ คิดที่จะไปด้วยเหตุผล
ของตัวเองอยู่แล้ว
เช่นนั้น อู่ อวี้ จึงพยักหน้าตอบรับ “ตกลง พวกเรา
ทั้ง 3 คนจะไปด้วยกัน”
เมื่อ อู่ อวี้ อนุญาต พวกเขาทั้งคู่จึงกระโดดโลดเต้น
ด้วยความดีใจ
ความจริงแล้วพวกเขารู้สึกว่าการไปที่ทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณมันน่าสนใจกว่าการอยู่ที่นครเทวะ
และเพราะกฎเกณฑ์ภายในนครเทวะนั้นเข้มงวด
มากเกินไป
ที่แห่งนี้มียอดฝีมืออยู่ทั่วทุกหนแห่ง จึงไม่สามารถ
ขยับตัวท าอะไรได้เต็มที่ ต้องคอยถูกแรงกดดันเข้า
ครอบง า
เมื่อ โอรสเล่อ เห็นจึงเอ่ยออกมาว่า “เมื่อพวกเจ้าทั้ง
3 คนคอยดูแลซึ่งกันและกันก็นับว่าเป็นเรื่องดี
เช่นนั้นข้าจะไปหามหาอุปราช เพื่อขอ ‘หนังสือ
เดินทาง’ ใช่แล้ว พวกเจ้าอาจจะยังไม่เคยข้าม
มหาสมุทร เพื่อออกจากดินแดนโบราณเหยียนหวง
เช่นนั้นข้าจะชี้แนะเรื่องส าคัญให้พวกเจ้าเอง”
กรี๊ดดดด การผจญภัยสามหน่อเริ่มต้นแล้วววว
———————————